“มดสีเงินที่บินได้ตัวนั้น คงไม่ใช่สิ่งมีชีวิตต่างมิติระดับตำนานหรอกนะ” โจวเหวินคิดในใจ
เดิมทีเขายังอยากชุบชีวิตตัวละครสีเือีกครั้ง แล้วไปดูสถานที่ที่มดสีเงินปรากฏตัวขึ้น แต่เมื่อดูเวลาก็เห็นว่าใกล้เที่ยงแล้ว โจวเหวินจึงต้องหยุดเท่านี้
ถึงแม้อวี๋ชิวไป๋จะอนุญาตให้เขาไม่ต้องเข้าเรียน แต่ก็นัดให้เขาไปพบกับหลี่เสวียนตอนเที่ยงวันนี้ โจวเหวินจึงจำเป็ต้องไป
เดิมทีโจวเหวินคิดว่าพวกเขาจะพบกันที่โรงเรียน แต่หารู้ไม่ว่าหลังจากเลิกเรียนตอนเช้า อวี๋ชิวไป๋กลับขับรถพาโจวเหวินออกจากโรงเรียน ไปยังคลับส่วนตัวแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของตัวเมือง
“หลี่เสวียนเป็คนที่นิสัยค่อนข้างเปิดเผย แต่ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร นายมาเพื่อการสอบเท่านั้น ฉะนั้นไม่ต้องคิดเื่อื่นมากเกินไป” ก่อนเข้าไปในคลับส่วนตัว อวี๋ชิวไป๋เตือนโจวเหวินด้วยน้ำเสียงลึกซึ้ง
“ครูอวี๋วางใจได้ ผมรู้ว่าต้องทำยังไง” โจวเหวินพยักหน้าตอบ
ถึงแม้โจวเหวินจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เมื่อเขาเห็นหลี่เสวียนอยู่ในห้องส่วนตัวที่หรูหราก็อดตกตะลึงไม่ได้
หนุ่มน้อยวัยสิบหกสิบเจ็ดปีคนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟาขนาดใหญ่ สวมเสื้อผ้าหลวมลุ่ย ท่าทางสบายใจ และรอบกายรายล้อมด้วยสาวสวย
“คุณอวี๋ มาดื่มสักแก้วสิ” เมื่อหนุ่มน้อยเห็นอวี๋ชิวไป๋ ก็ยกแก้วเหล้าขึ้นพร้อมกล่าวเสียงดัง
“ไม่ละ ตอนบ่ายฉันยังมีสอน” อวี๋ชิวไป๋ดูเหมือนชินกับสถานการณ์แบบนี้แล้ว เขาทำเป็มองไม่เห็นหญิงสาวเย้ายวนเ่าั้ แล้วแนะนำโจวเหวินให้รู้จัก “หลี่เสวียน นี่ก็คือโจวเหวินที่ฉันเคยพูดถึง เขามีความสามารถมาก และน่าจะช่วยให้คะแนนการทดสอบภาคปฏิบัติของนายดียิ่งขึ้น”
“คุณอวี๋วางใจเถอะ เห็นแก่หน้าคุณ ฉันจะให้เขามาอยู่กับฉันก็ได้ ส่วนเื่ทำคะแนนให้ติดลำดับต้น ๆ นั้นไม่ใช่ปัญหาหรอก” หลี่เสวียนกระดกเหล้าในแก้วหมดรวดเดียว ก่อนจะกล่าวด้วยท่าทีเหลาะแหละ
“ได้ยินนายพูดแบบนี้ ฉันก็สบายใจแล้ว ฉันยังมีสอนต่อ ขอตัวกลับโรงเรียนก่อนนะ นายกับโจวเหวินคุยรายละเอียดเื่การทดสอบภาคปฏิบัติกันเถอะ” อวี๋ชิวไป๋กล่าว
“คุณอวี๋ไม่ดื่มสักหน่อยจริง ๆ เหรอ ทั้งเหล้าและสาว ๆ ของที่นี่ถือว่าไม่ธรรมดาเลยนะ” หลี่เสวียนหัวเราะคิกคัก
"น้ำใจนี้ถือว่าฉันได้รับแล้ว ฉันยังต้องสอนต่อ ขอตัวก่อนแล้วกัน” อวี๋ชิวไป๋โบกมือแล้วหันไปพูดกับโจวเหวิน “เื่ลงทะเบียน ฉันจะจัดการให้เอง ่นี้นายก็อยู่ที่นี่ ทำความรู้จักกับพวกหลี่เสวียนให้มากขึ้น ตอนทดสอบภาคปฏิบัติจะได้มั่นใจยิ่งขึ้น”
“ขอบคุณครับ ครูอวี๋” โจวเหวินรู้สึกซาบซึ้งเล็กน้อย
ทั้งที่อวี๋ชิงไป๋ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับเขา แต่กลับยอมเสี่ยงล่วงเกินอันเทียนจั่วเพื่อช่วยเหลือเขา การกระทำนี้ทำให้โจวเหวินซาบซึ้งมาก
“สอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำให้ได้ แล้วประสบความสำเร็จโดดเด่น เท่านั้นก็ถือว่าไม่ทำให้ฉันกับอดีตครูใหญ่ผิดหวังแล้ว” อวี๋ชิวไป๋ตบไหล่โจวเหวินแล้วยิ้มกล่าว “เอาละ ฉันกลับโรงเรียนก่อนนะ นายคุยรายละเอียดกับหลี่เสวียนให้ดีแล้วกัน”
หลังจากอวี๋ชิวไป๋เดินจากไป โจวเหวินก็มองหลี่เสวียนที่ยังคงสนุกอยู่กับหญิงสาวรอบกาย ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “จะนัดสมาชิกทีมที่เหลืออีกสองด้วยมาด้วยไหม เพื่อซ้อมประสานงานก่อนทดสอบภาคปฏิบัติ”
หลี่เสวียนหรี่ตามองโจวเหวินแล้วกล่าว “โจวเหวินสินะ ฉันได้ยินมาว่านายเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งโรงเรียนมัธยมกุยเต๋อ”
“แค่ข่าวลือเท่านั้น อย่าเชื่อเป็ความจริงเลย” โจวเหวินตอบ
“ก็จริง สถานที่เล็ก ๆ อย่างจังหวัดกุยเต๋อจะมีอัจฉริยะที่แท้จริงได้ยังไง ถ้าเป็อัจฉริยะจริง ๆ คงไม่ถูกอันจิ้งเอาชนะได้ในกระบวนท่าเดียว” หลี่เสวียนกล่าวด้วยท่าทางเกียจคร้าน “ไม่ต้องซ้อมประสานงานอะไรนั่นหรอก การที่ฉันให้นายเข้าร่วมทีม ก็เพราะเห็นแก่หน้าคุณอวี๋เท่านั้น ถึงตอนนั้นนายแค่ตามหลังพวกฉันเงียบ ๆ ไม่ก่อเื่เพิ่มก็พอ”
“ก็ได้” โจวเหวินตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“ดื่มเหล้าเป็ไหม ถ้านายกระดกขวดนี้หมดได้ ก็เลือกสาวไปได้ตามใจชอบเลย” หลี่เสวียนวางเหล้าขวดหนึ่งตรงหน้าโจวเหวิน
“ฉันไม่ดื่ม” โจวเหวินส่ายหน้า
“งั้นก็ตามใจ” หลี่เสวียนรู้สึกหมดสนุก จึงไม่สนใจโจวเหวินอีก แล้วหันไปสนุกกับตัวเองต่อ
โจวเหวินนั่งลงตรงมุมหนึ่งของห้อง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทำภารกิจฟาร์มของเขาต่อ
เดิมทีโจวเหวินไม่มีความสนใจจะอยู่ที่นี่ แต่อวี๋ชิวไป๋ให้เขาอยู่ เขาจึงไม่สะดวกที่จะกลับ และทำได้แค่เล่นเกมอยู่ตรงนี้
เมื่อหลี่เสวียนเห็นโจวเหวินเอาแต่นั่งหดตัวเล่นเกมอยู่บนโซฟาตรงมุมห้อง ผ่านไปนานก็ยังไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย เขาจึงยิ่งดูแคลนโจวเหวิน “แค่โดนเล่นงานนิดหน่อยก็ปล่อยตัวตกต่ำ แต่คุณอวี๋กลับยอมขอร้องฉันเพื่อคนไม่เอาถ่านแบบนี้ ช่างไม่คุ้มเลยจริง ๆ”
ทันใดนั้นหลี่เสวียนก็เกิดความคิดบางอย่าง เขาพูดกระซิบข้างหูสาวสวยเย้ายวนที่อยู่ด้านข้าง
“คนนิสัยไม่ดี” หญิงสาวยิ้มต่อว่าเบา ๆ แล้วเดินส่ายสะโพกเข้าไปหาโจวเหวิน
โจวเหวินกำลังฟาร์มอย่างบ้าคลั่ง เขาตั้งใจจะรีบกลับไปยังตำแหน่งที่มดบินปีกเงินเคยปรากฏตัว เพื่อดูว่ามันเป็สิ่งมีชีวิตต่างมิติระดับอะไรกันแน่
ขณะที่กำลังบุกอย่างดุเดือด จู่ ๆ ก็รู้สึกถึงัันุ่มนิ่มที่แนบมาข้างแขน จากนั้นได้ยินเสียงที่หวานเย้ายวนดังขึ้นข้างหู “พี่ชายขา นี่คือเกมอะไรเหรอ สนุกไหมคะ”
“สนุก” โจวเหวินยังคงกวาดล้างมดต่อโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้น อย่างไรเสียต่อให้คนอื่นเห็นเนื้อหาภายในเกม แต่ด้วยงานภาพแนวการ์ตูนของเกม ก็ทำให้ยากจะเชื่อมโยงกับมิติต่างโลกที่แสนอันตราย
ยิ่งไปกว่านั้น โจวเหวินยังไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีมิติต่างโลกที่เป็รังมด
หญิงสาวเห็นว่าโจวเหวินไม่สนใจเธอ จึงกัดริมฝีปากโดยสัญชาตญาณ จากนั้นค่อย ๆ เอื้อมมือไปััใบหน้าของโจวเหวิน ออกแรงเล็กน้อยทำให้โจวเหวินหันหน้าหาเธอ หายใจอย่างบางเบาอยู่ข้างหูเขาพร้อมกับกระซิบเย้ายวนว่า “เกมมันสนุกตรงไหนกัน เล่นกับหนูไม่ดีกว่าเหรอคะ”
หลี่เสวียนพลางดื่มเหล้าพลางมองปฏิกิริยาของโจวเหวินอย่างสนอกสนใจ เขาคิดในใจว่า “เด็กติดเกมอย่างโจวเหวินคนนี้ คงไม่เคยััร่างกายของผู้หญิงสิท่า อีกทั้งยังเป็หญิงสาวที่เย้ายวนอย่างเสี่ยวหย่า อีกเดี๋ยวคงจะไม่เืกำเดาไหลหรอกนะ”
เดิมทีเสี่ยวหย่าแค่้าหันใบหน้าของโจวเหวินเบา ๆ ตามปกติแล้ว เมื่อผู้ชายเจอกับสถานการณ์แบบนี้ล้วนต้องหันมองเธอโดยธรรมชาติ แต่ครั้งนี้เธอกลับรู้สึกว่าใบหน้าของโจวเหวินนิ่งเหมือบกับก้อนหิน สายตายังคงจดจ้องหน้าจอโทรศัพท์
เสี่ยวหย่ารู้สึกเคืองใจเล็กน้อย ออกแรงมากขึ้น ฝืนทำให้โจวเหวินหันหน้ามา แต่เพราะออกแรงมากเกินไป จึงทำให้แก้มของโจวเหวินเบี้ยวเล็กน้อย
โจวเหวินกำลังฟาร์มอย่างตั้งใจ ไม่้าเสียสมาธิแม้แต่น้อย เพราะตัวละครสีเืกำลังอยู่ท่ามกลางฝูงมดแกร่ง การเสียสมาธิแค่พริบตาเดียวก็อาจนำไปสู่ความตายได้ นั่นเสียเืไปตั้งหนึ่งหยดเชียวนะ
โจวเหวินใช้เืตัวเองในการเล่นเกมตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาสูญเสียเืมากเกินไปจนใกล้จะโลหิตจางแล้ว จึงไม่ยอมให้เืแต่ละหยดต้องสูญเปล่า
เสี่ยวหย่าเห็นว่าใบหน้าของโจวเหวินถูกฝืนทำให้หันมาหาเธอแล้ว แต่โจวเหวินยังคงเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยหางตา เธอจึงโมโหกว่าเดิม ยื่นมืออีกข้างออกแล้วใช้มือทั้งสองข้างจับใบหน้าของโจวเหวิน พยายามบังคับให้เขาหันหน้ามาอีกครั้ง จนโจวเหวินถึงกับต้องมองเธอ จากนั้นเธอถึงเผยรอยยิ้มที่น่าหลงใหล พร้อมกับพูดเสียงหวานว่า “เลิกเล่นเกมได้แล้ว เรามาดื่มเหล้ากันดีกว่าน้า”