ซูลี่พักอาศัยที่บ้านของหยางหลงมา 7 วันแล้วและทำอาหารให้เขาทุกวัน ทั้งยังให้ทานยาจนร่างกายเขาเริ่มดีขึ้นมากแล้ว แม้จะยังเดินเหินไม่สะดวกเพราะนอนติดเตียงมานานจนขาทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรง แต่ซูลี่พยายามประคองหยางหลงลุกเดินบ่อยๆ เป็การทำกายภาพบำบัดไปในตัว ร่างกายเขาคงต้องใช้เวลาหลายเดือนในการฟื้นฟูให้กลับมาแข็งแรงเช่นเดิม
คนเราจะท้อแท้สิ้นหวังขนาดไหนกันจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ เพียงเพราะภรรยาจากไปต่อหน้าต่อตาเช่นนั้นหรือ ซูลี่ไม่เข้าใจเื่ความรัก แต่ก็พอเข้าใจเื่ความผูกพันเช่นพ่อแม่ของตน เขาคงผูกพันมาก พอเจอซูลี่ที่ทะลุมิติมาก็ขอให้เป็ภรรยาทันที
เขาคงไม่คิดว่าแค่ซูลี่หน้าตาเหมือนภรรยาเก่าเขาหรอกนะ แต่ดูเขาก็จริงใจดี ไม่อ้อมค้อมมากนัก คงไม่คิดไม่ดีกับตนเอง บางครั้งซูลี่ก็อดคิดมากไม่ได้กับสิ่งที่เขาร้องขอให้ตนเองเป็ภรรยา
หลังจากที่พักอาศัยในหมู่บ้านนี้มา 7 วัน ซูลี่ก็พอเข้าใจแล้วว่าทำไมจึงต้องบอกคนอื่นว่าเป็ภรรยาของหยางหลง เพราะมีคนสงสัยมากมายทั้งยังเห็นหน้าของซูลี่เหมือนกับภรรยาเก่าของหยางหลงก็เข้าใจผิดคิดว่ากลับมาหามาอยู่ด้วยกันแล้วด้วยซ้ำ บางคนก็จับกลุ่มซุบซิบนินทาตลอดเวลาที่เดินผ่าน ซูลี่ไม่คิดปฏิเสธชาวบ้านที่คิดว่าซูลี่คือภรรยาเก่าของหยางหลงเพราะไม่อยากอธิบายมาก ให้รู้แค่ท่านป้าข้างบ้านและหยางหลงก็พอว่าตนเองเป็คนละคนกัน หากเหล่าชาวบ้านสงสัยใคร่รู้ขึ้นมาจริงๆ คงมาถามเอง ปล่อยให้พวกเขาเข้าใจไปเองแบบนั้นก็ดีแล้ว
ทุกๆ วันซูลี่จะลอบมองพฤติกรรมของชาวบ้านและดูการใช้ชีวิตในยุคโบราณเช่นนี้ มันช่างน่าสนใจนัก แตกต่างจากโลกในศตวรรษที่ 23 ที่ซูลี่จากมา การเดินทางการสื่อสารยังล้าหลัง แต่น่าแปลกที่ระบบชิปมหัศจรรย์ที่ฝังในร่างกายซูลี่ยังใช้งานได้ปกติ ยกเว้นเครื่องมือสื่อสารอื่นเท่านั้นที่ไร้สัญญาณ
ซูลี่พยายามจะลองดำเนินชีวิตตามวิถีของคนยุคนี้ให้ได้ แม้จะยากพอดู ทั้งยังต้องดูแลหยางหลงที่ร่างกายยังไม่แข็งแรงดีอีก เงินทองในมิติของซูลี่เป็ธนบัตรและเหรียญเงินของโลกอนาคตกับเงินในระบบดิจิตัล ยากจะเอามาใช้ในยุคนี้ได้ เห็นทีต้องหาวิธีหาเงินมาใช้แล้ว หยางหลงเองมีเงินตำลึงและสมบัติเก่าติดตัวไม่มากแล้ว เพราะไม่ทำงานอะไรมาเป็ปี เพียงใช้เงินเก่าเก็บมาใช้จ่ายเพียงลำพังคนเดียวเท่านั้น เขาเคยเป็นักล่าสัตว์ที่เก่งกาจหาตัวจับยาก จากที่ได้ยินชาวบ้านเล่าลือให้ได้ยิน แต่ตอนนี้กลายเป็ชายที่ไม่ต่างกับคนพิการเดินเหินยังแทบไม่ได้ ทั้งยังไม่ออกไปนอกเรือนมาเป็ปีแล้ว
ซูลี่ไม่ต่างกับเทพธิดามาโปรดเขา ไม่อย่างนั้นเขาคงตายในไม่ช้า ป้าหลี่กวงพูดเช่นนั้นกับซูลี่เมื่อหลายวันก่อน เนื่องจากร่างกายเขาทรุดโทรมลงมากจนแทบทานอะไรไม่ได้ อาเจียนออกตลอดทุกครั้ง แต่พอซูลี่ปรากฎตัวและให้ยารักษาเขาไม่กี่วัน ร่างกายเขาก็เริ่มฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว ทั้งยังเริ่มลุกจากเตียงมาหัดเดินได้บ้างแล้ว แม้จะแค่ไม่กี่ก้าวก็ตาม
ซูลี่ต้องไปซักผ้าที่ลำธารบ่อยๆ เพราะไม่มีท่อส่งน้ำมาที่บ้าน ทำให้ต้องลำบากเดินไปไกลบ่อยๆ จนคิดอยากทำท่อส่งน้ำ แต่ก็ยังไม่มีกำลังจะทำคนเดียว จะให้ชาวบ้านช่วยก็กลัวพวกเขาจะรู้สึกว่าตนเองผิดปกติจากซูลี่คนเดิม เพราะตนยังไม่คิดเปิดเผยเื่ที่ตนเองไม่ใช่ซูลี่คนเดิมกับคนหมู่มาก
ป้าหลี่กวงที่เป็เพื่อนบ้านยังเข้าใจว่าซูลี่เป็ภรรยาคนเดิมของหยางหลง เพียงแต่ความจำเสื่อมเท่านั้น จึงไม่คิดถามไถ่เื่ใดมาก แม้เห็นซูลี่นิสัยเปลี่ยนไปและทำอะไรได้มากกว่าซูลี่คนเก่าที่อ่อนแอ
บางวันซูลี่ขึ้นเขาไปเก็บฟืนก็จะล่าสัตว์มาไว้ทำอาหารบ้าง แต่ไม่ได้เจอสัตว์ใหญ่มากนัก บางวันถือไก่ป่า กระต่ายป่าลงมาจากเขา จนชาวบ้านต่างพากันสงสัย ด้วยซูลี่คนเก่าไม่เคยล่าสัตว์เลย ทั้งยังขี้กลัวไปทุกอย่าง ร่างกายก็อ่อนแอยกของหนักเช่นซูลี่ไม่ได้
แม้ผู้คนจะสงสัยแต่ก็คิดว่า่เวลาที่ซูลี่หายไป 1 ปีคงไปพบเจอความลำบากมามาก จึงทำให้เปลี่ยนไปมากเท่านั้น ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถาม
“เ้าเหนื่อยหรือไม่ ที่ต้องมาคอยดูแลข้าเช่นนี้ ข้าช่างไร้ประโยชน์นัก ต้องให้สตรีเช่นเ้ามาคอยทำทุกอย่างให้ แม้แต่ล่าสัตว์หาฟืนที่เป็หน้าที่ของบุรุษ เ้าก็ยังต้องทำ”
หยางหลงได้แต่นึกเสียใจที่ตนเป็เช่นนี้ เขาไม่น่าหมดอาลัยตายอยากจนร่างกายใช้งานแทบไม่ได้มาเป็เวลานาน หากซูลี่คนนี้ไม่มาหาเขา เขาคงไม่ต่างกับคนนอนรอความตายไปวันๆ
“ท่านอย่าคิดมากไปเลย ข้าเต็มใจ ขอเพียงท่านรีบหายดี ก็คือสิ่งตอบแทนข้าแล้ว”
ซูลี่อยากให้เขาแข็งแรงขึ้นไวๆ จะได้ช่วยกันทำงานและหาเลี้ยงชีพได้ ตอนนี้ซูลี่เพียงอยากลองใช้ชีวิตในยุคนี้ให้อยู่รอดก่อนเท่านั้น
อีกไม่นานเงินทองที่หยางหลงมีคงหมดในไม่ช้า เพราะเคยเห็นเขาพูดคุยกับป้าหลี่กวงเื่ยาที่เคยหามาให้เขาทานก่อนซูลี่จะมา ทั้งยังติดค้างค่ายารักษากับท่านหมออีกมากมาย เหลือเพียงเงินไว้ฝากท่านป้าไปซื้อของมาไว้ทำอาหารให้ในแต่ละวันเท่านั้น
ตอนนี้เขามีซูลี่คอยหาอาหารล่าสัตว์ให้แล้ว เขาจึงไม่ได้ให้ค่าอาหารแก่ท่านป้าอีก แต่เงินที่มีติดตัวก็แทบหมดไม่เหลือ ทั้งยังมีหนี้สินค่ายาตลอด 1 ปีที่ผ่านมาอีก หากเขาไม่รีบรักษาตัวมาช่วยเหลือนางหาเงินใช้หนี้ก็ยากนักที่จะลืมตาอ้าปาก
ซูลี่ได้แต่คิดว่าทำไมตนเองต้องมาเจอความล้าหลังและการใช้ชีวิตที่ยากลำบากเช่นนี้กันนะ แม้จะโชคดีที่มีคนช่วยเหลือพามาพักอาศัยด้วย แต่ก็โชคร้ายที่เขาเจ็บป่วยและมีหนี้สินติดตัว ทำให้ต้องคอยดูแลทุกอย่างภายในบ้านด้วยตัวคนเดียว
ตอนแรกซูลี่คิดจะจากไป แต่พออยู่กับหยางหลงมาได้ 7 วันกลับรู้สึกเห็นใจเขามากขึ้น ทั้งยังอยากเห็นเขาแข็งแรงขึ้น จึงคอยดูแลทุกอย่างให้เขาเป็อย่างดี แม้คนอื่นจะคิดว่าซูลี่เป็ภรรยาเขาที่หายไปก็ไม่เคยโต้แย้งอะไรอีก ได้แต่ปล่อยให้เป็ไปเช่นนั้นต่อไป
“ข้าขอบใจเ้ามาก ที่คอยดูแลข้าอย่างดี ข้าจะรีบฟื้นฟูร่างกายให้หายไวๆ เพื่อเ้า ขอเพียงเ้ายังอยู่กับข้า ข้าย่อมมีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป”
“ข้ารับปากท่าน หากท่านทานยาทานอาหารตามที่ข้าบอกทุกวัน และพยายามฟื้นฟูร่างกาย ข้าจะไม่จากท่านไป ดีหรือไม่?”