……
อาเทนติยูสได้พาทีมนักเวทย์ออกค้นหารัศมีของมนต์ดำภายในอาณาเขตของตัวเมือง ไม่เว้นแม้แต่ที่พักของข้าราชการใดใด ด้วยความที่พวกนักเวทย์ที่มาค้นหายังไม่คุ้นเคยกับเวทมนตร์ของลัทธิมนต์ดำ จึงไม่อาจทำให้การค้นหาตำแหน่งของรัศมีมนต์ดำเจอได้โดยง่าย แต่อาเทนติยูสก็พยายามอย่างมากทั้งๆที่มนต์ดำที่พวกเขาตรวจสอบและค้นพบเจอนั้น จะกระจัดกระจายอยู่ทั่วๆไปแล้วในตัวเมือง
แต่ก็ไม่มีวี่แววหาตัวประกันเจอเลยสักนิด.. แต่อาเทนและทีมค้นหาก็ยังคงตามหากันต่อไป..
……
ทางด้านหอคอยเวทย์ในตอนนี้นั้น ไม่มีแม้กระทั่งทหารที่คอยเฝ้ายาม คงมีแต่ลูกศิษย์ที่อ่อนหัดคอยเฝ้าดูแลอยู่แค่สองคน จึงเป็โอกาสที่ดีเยี่ยมสำหรับ โอมาร์ เวเรก้า ( นักเวทมนตร์ดำอันดับที่ 8 ) ซึ่งเขาจะชำนาญในด้านการปลอมแปลงตนเป็อย่างสูง โอมาร์ ได้ปลอมเป็ท่านอาจารย์ผู้เฒ่า ซึ่งทางลูกศิษย์ที่เฝ้าอยู่ทั้งสองคนต่างก็ไม่ได้สงสัยในตัวของเขาเลยสักนิด แถมยังคงมีอาการประหม่าและเกรงกลัวในอำนาจของท่านอาจารย์ผู้เฒ่า ( ตัวปลอม ) จนทั้งสองคนรีบออกไปให้พ้นรัศมีของท่านอาจารย์ผู้เฒ่า ( ตัวปลอม ) และไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับท่านอาจารย์ผู้เฒ่า ( ตัวปลอม ) เลยสักนิด
จึงสบโอกาสอันดีให้แก่ โอมาร์ที่ตั้งใจปลอมตัวมาในครั้งนี้ เขาเดินอย่างองอาจและเข้าไปในห้องลับ ที่ท่านเ้าลัทธิมนต์ดำโจนาธานได้กล่าวกับเขาเอาไว้ ทั้งยังมีแผนที่ให้ดูอย่างละเอียดอีกด้วย!! เพื่อให้โอมาร์ที่ปลอมกายเป็ท่านอาจารย์ผู้เฒ่านั้นมาขโมยของสิ่งหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือ หนังสือศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความสำคัญต่อหอคอยเวทย์และเหล่านักเวทย์สายขาวทั้งหมด
เพราะเวลาที่มีพิธีการศักดิ์สิทธิ์ เหล่าท่านอาจารย์และลูกศิษย์นักเวททั้งหมดจะต้องอันเชิญ หนังสือศักดิ์สิทธิ์ มาทำพิธีด้วยทุกครั้ง เพื่อความขลังและผนึกกำลังอำนาจ พิธีการอันสำคัญนั้นจะขาดหนังสือศักดิ์สิทธิ์ไปเสียมิได้
โจนาธาน้าก่อความวุ่นวายและทำให้เหล่านักเวทย์ทั้งหลายเสียขวัญ และหมดความเชื่อมั่นในพลังและอำนาจของท่านผู้นำของเหล่านักเวทย์สายขาว ที่พวกเขาต้องมีอาเทนติยูสเป็ผู้นำ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในครั้งนี้ โจนาธานจึงไม่ให้พวกลูกน้องที่กระจอกงอกง่อยมาทำการโจรกรรมในครั้งนี้
เขาจึงได้ให้ โอมาร์ เวเรก้า ( นักเวทมนตร์ดำอันดับที่ 8 ) ซึ่งมีความชำนาญในเื่การปลอมแปลงเป็อันดับหนึ่งมาทำภารกิจในครั้งนี้ ซึ่งนั่นก็สามารถทำให้เขาบรรลุถึงจุดประสงค์ในตอนนี้ได้แล้ว
พอได้หนังสือศักดิ์สิทธิ์ตามที่้าแล้ว โอมาร์ก็ได้รีบออกไปจากหอคอยเวทย์โดยทันที เพื่อนำหนังสือศักดิ์สิทธิ์ที่ขโมยมาไปส่งมอบให้แก่ท่านเ้าลัทธิมนต์ดำของเขา..
…….
ส่วนอาเทนกับทีมค้นหาก็ได้ออกตรวจตราทุกที่.. และทุกซอกมุม จนกระทั่ง.. พวกเขาได้มาถึงยังที่โรงเก็บของสหพันธ์การค้า ซึ่งที่นั่นคือที่ซ่อนของตัวประกันที่ดาริมและพรรคพวกนำแม็กซ์มาซ่อนไว้
แต่ทีมค้นหาก็ยังไม่สามารถพบเจอตัวประกันได้ ทั้งๆที่ตรวจพบเจอรัศมีของเวทมนตร์ดำที่อยู่กระจายอย่างเข้มข้นไปทั่วบริเวณนั้นอยู่เต็มไปหมด
อาเทนจึงมั่นใจเป็อย่างมากว่า ตัวประกันที่พวกเขาตามหาจะต้องอยู่ในที่แห่งนี้อย่างแน่นอน!! อาเทนจึงออกคำสั่งให้ทีมนักเวทย์ทำสนามพลังล้อมรอบโรงเก็บของสหพันธ์การค้า เพื่อป้องกันการโจมตีของศัตรู และป้องกันทุกคนที่อยู่ในอาณาเขตของสนามพลัง.. และตัวของอาเทนก็เริ่มร่ายเวทย์เพื่อกำจัดรัศมีของมนต์ดำ..
……
ทางด้านโจนาธาน เมื่อโอมาร์ได้นำหนังสือศักดิ์สิทธิ์ที่ตัวเขาได้ไปขโมยมาจากหอคอยเวทย์แล้วนำ มาส่งมอบให้แก่โจนาธานแล้วนั้น โจนาธานก็ได้หัวเราะอย่างบ้าเืด้วยความสะใจ!!
“ ว๊าก.. ฮะฮ่ะๆ อ้าฮ่ะๆๆฮ่าๆๆ สะใจจริงๆ ป่านนี้ไอ้พวกสายขาวคงจะวิ่งวุ่นกันหูตาแตก!! มันช่างน่าสมน้ำหน้าจริงๆ ว้าฮ่าๆๆๆ ” โจนาธานหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“ แล้วท่านลัทธิจะคลายมนต์ที่กักขังตัวประกันเลยรึไม่ครับ ” โอมาร์ถามเ้าลัทธิของเขา
“ เ้าคิดว่าอย่างไรดีล่ะ..? คิดว่าข้าสมควรปล่อยหรือไม่ ฮึๆๆ.. ” โจนาธานยังอารมณ์ดีอยู่
“ แล้วแต่ท่านจะเห็นสมควรครับ ” โอมาร์โค้งหัวคำนับเ้าลัทธิของเขา
“ ในตอนนี้.. ข้ายังอยากสนุกอยู่ จะรีบปล่อยไปทำไมกัน สัก 2 - 3 วัน ให้ตัวประกันหิวจนเจียนตายก่อนค่อยปล่อยเ้าคิดว่าอย่างไรฮึ.. โอมาร์.. ” โจนาธานนั่งอยู่ที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งของเขาและทำหน้าตายียวนกวนประสาทเป็อย่างยิ่ง
“ ครับท่านเ้าลัทธิ ” โอมาร์ตอบเสียงดังฟังชัดและเขาก็ออกไปจากห้อง
โจนาธานกำลังมีความสุขกับการที่เขาได้หนังสือศักดิ์สิทธิ์ ของพวกเวทย์สายขาวยิ่งนัก..
……
อาเทนติยูสร่ายเวทย์กำจัดรัศมีมนต์ดำ เขาใช้พลังและมานาในร่างกายของเขาเพื่อค้นหาจุดบกพร่องของเวทมนตร์ดำ และอาเทนก็พบจุดอ่อนจนได้..
อาเทนจึงวาดวงแหวนเวทย์และใช้มานาที่มีอยู่บวกกับพลังทำลายล้างของเขา เข้าทำลายจุดอ่อนของรัศมีมนต์ดำที่ตัวเขาค้นพบ พลังต้านพลังและในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ!!
อาเทนสลายมนต์ดำที่ได้เคลือบและห่อหุ้มตัวประกันไว้อย่างหมดสิ้น จึงทำให้พวกเขาและทีมค้นหาเจอกับลังไม้ที่ถูกคลุมด้วยผ้าล่องหนทั่วๆไป พวกเขากำจัดผ้าคลุมล่องหนออกจากลังไม้จึงได้พบกับเด็กชายแม็กซ์ถูกมัดนอนอยู่ในนั้น
ทีมค้นหาพยายามแก้มัดเชือกที่ลงอาคมไว้ให้แก่เด็กชายออกก่อน จึงทำให้เด็กชายแม็กซ์สามารถพูดและขยับตัวได้
จึงทำเอาทุกคนต้องหูแทบแตกเพราะ แม็กซ์ะโร้องแหกปากเสียงดังลั่น
“ โอ้ย!!!!.. ข้าเจ็บนะ!! เ้าพวกโง่!! กว่าจะมาแก้มัดให้ข้า.. ดูสิแขนของข้าระบมไปหมดแล้ว!! ”
แม็กซ์พอเขาสามารถพูดได้ก็โวยวายโหวกเหวกเสียงดังลั่น จึงทำให้เหล่านักเวทย์ที่มาช่วยตัวของเด็กชายนั้น ต่างก็รู้สึกตัวว่าพวกเขาได้หมดหน้าที่กันแล้ว อาเทนก้มมองลงดูในลังไม้ และหันไปโดยรอบแต่เขาก็ไม่เจอแม้แต่เงาของวิศณีตุลย์เลยสักนิด อาเทนจึงได้ถามกับแม็กซ์ไปว่า
“ ตุลย์อยู่ที่ไหน!? เ้ารู้หรือไม่ ? ” อาเทนรีบป้อนคำถามกับแม็กซ์
“ อ่าว.. ท่านมหาเวทย์ ? ข้าถูกจับมาพร้อมกับตุลย์นะท่าน แล้วก็ถูกมัดและปิดตามองไม่เห็นสถานที่เลยครับ ” แม็กซ์บอกออกไปอย่างสัตย์จริง
“ เอ่อ.. แล้วเ้าได้ยินอะไรบ้างหรือเปล่า ? ”
“ ครับ.. ข้าได้ยินเสียงของตุลย์ตอนที่ข้าถูกมัดและถูกปิดตาไว้อยู่แน่ๆ ตุลย์บอกว่าเธอก็โดนมัดเหมือนกันครับ ” แม็กซ์พยายามนึกลำดับเหตุการณ์
“ แล้ว.. ก็มีเสียงของคนร้ายคุยกัน ” แม็กซ์พยายามนึก
“ พวกมันพูดว่าอะไร ? ” อาเทนรีบถามคำถามต่อ..
“ แม็กซ์ลูกพ่อออออ… ” เสียงท่านเคาน์ตครูซ ร้องเรียกลูกชายสุดที่รักของเขา
แม็กซ์ ทำหน้าเง้างอแกล้งว่าเจ็บป่วยต่อหน้าท่านเคานต์พ่อของเขา
“ ท่านพ่อ.. ทำไมท่านถึงมาช้าแบบนี้ล่ะ ข้าหิวมากเหลือเกิน ดูสิ!! แถมเจ็บแขนไปหมดเลยครับท่านพ่อ!! ” แม็กซ์ทำเสียงกระหนุงกระหนิงกับท่านพ่อของเขา จนทุกคนรวมถึงอาเทนต่างก็ทำหน้ากระอักกระอ่วนและแปลกใจแบบที่ว่าพวกเขาไม่เคยเห็นคนอะไรที่แปรเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังเท้าของสุนัขพันธ์พุดเดิ้ล ไปได้ถึงเพียงนี้
อาเทนอ้าปากค้างเพราะคาดไม่ถึงว่าจะมาพบเจอภาพอะไรแบบนี้ ( ภาพที่อาเทนเห็นก็คือ พ่อกับลูกที่ติงต๊องกำลังตัดพ้อต่อว่ากันแถมคนที่เป็พ่อนั้นคือท่านเคานต์ที่เขาเคารพนับถือในความสามารถเป็อย่างยิ่ง )
“ อ๋อย..!! ลูกพ่อออ… พ่อต้องขอโทษเ้ามากๆเลยน้า.. เดี๋ยวพวกเรากลับบ้านกัน พ่อจะให้เหล่าพ่อครัวมาทำอาหารตามที่ลูกของพ่อคนนี้อยากกินเลย.. ” ท่านเคานต์ไม่สนใจใครนอกจากลูกชายคนเล็กของเขา
“ เอ่อ.. ท่านเคาน์ตครูซ ครับ.. ข้ากำลังสอบถามเื่ของคนร้ายกับตัวประกันอีกคนที่ยังไม่พบ เอ่อ.. ยังไม่จบเลยครับท่าน ” อาเทนพยายามที่จะพูดเื่สำคัญกับท่านเคานต์
“ อ้อ.. ท่านมหาเวทย์ ในตอนนี้ขอให้ลูกของข้าได้ไปพักผ่อนก่อนเถิด แล้วท่านค่อยตามมาถามตอนที่ลูกของข้าหายเหนื่อยไปแล้วก็ได้นี่ ดูสิ.. ท่านไม่สงสารเด็กเหรอครับ.. ? ” สงสัยท่านเคานต์จะต้องเป็มนุษย์สองเสียงเป็แน่แท้.. เพราะตอนที่เขาพูดประโยคแรกนั้นท่านเคานต์พูดเสียงเข้มและน่าเกรงขามมาก แต่พอประโยคหลังกลับเสียงเปลี่ยนเป็เสียงสองขึ้นมาเลยในทันที จึงทำให้อาเทนต้องเอามือกุมหัวและขมับของเขาเพื่อปรับจูนทางอารมณ์
“ เอ่อ.. ข้าเข้าใจท่านแล้วล่ะ.. ท่านเคานต์.. งั้น.. เดี๋ยวข้าจะตามท่านไปยัง.. ที่คฤหาสน์ของท่านก็แล้วกัน.. ” อาเทนติยูสพยายามหลับหูหลับตาพูดเพื่อประโยชน์ต่อตัวของเขาเอง และภาพอุจาดตาจะได้ไม่ทำลายภาพพจน์ของท่านเคาน์ตครูซ คราวเดียลีฟ ของเขาในอุดมคติ
อาเทนสั่งการให้เหล่านักเวทอยู่เคลียสถานที่เพื่อความสงบต่อไป…
……
ทางด้านโจนาธาน ทันทีที่เวทมนตร์ดำที่เขาได้ร่ายมนต์และสั่งการให้ห่อหุ้มตัวประกันไว้ได้ถูกทำลายลง โดยเงื้อมมือของอาเทนติยูสนั้น โจนาธานก็ได้รับรู้ได้โดยทันที!! จึงทำให้โจนาธานบันดาลโทสะ และเกิดการขว้างปาสิ่งของภายในห้องของเขา เพราะโจนาธานรับรู้ด้วยญาณของเขา โจนาธานจึงอาฆาตและเคียดแค้นในตัวของอาเทนที่มีพลังทำลายเวทย์รัศมีมนต์ดำของเขาได้
“ หนอย!!.. ไอ้เ้าอาเทน.. ขนาดพ่อของแก!!.. ข้ายังฆ่าตายมาแล้ว.. นับประสาอะไรกับไอ้เด็กเมื่อวานซืน.. แก!!.. จะต้องไม่ตายดีแน่.. ” โจนาธานกล่าวคำสาบานต่อหน้าตนเองอย่างหมายมั่นปั้นมือว่าตัวเขาจะเอาชนะอาเทนติยูสได้อย่างแน่นอน..
……
ณ คฤหาสน์ของท่านเคาน์ตครูซ คราวเดียลีฟ
อาเทนได้มานั่งรอท่านเคานต์และลูกชายของเขา ณ ที่ห้องรับแขกอันหรูหราของท่านเคาน์ตครูซ หลังจากนั่งรอได้สักพักนึง ท่านเคาน์ตครูซ ก็ได้มาพร้อมกับลูกชายหัวหัวแหวนของเขา
อาเทนตั้งใจที่จะถามคำถามกับแม็กซ์ หลายคำถาม แต่เกรงว่าจะทนต่อภาพที่ท่านเคานต์เปลี่ยนบุคลิก กลายเป็พ่อที่รักลูกแบบหนุงหนิงกรุ้มกริ่มกุ๊กกั๊กกรุบกริบ ( และอะไรต่อมิอะไรอีกต่อไปนี้ ) นั้น.. แทบไม่ไหว
อาเทนจึงได้ขอร้องแกมบังคับให้ท่านเคาน์ตครูซ ช่วยออกไปด้านนอกก่อน กว่าที่ท่านเคานต์จะเคลื่อนตัวออกไปจากห้องรับแขกนี้ได้ เล่นเอาอาเทนติยูสเหงื่อไหลไคลย้อยจากการทนฟังสำเนียงอันจั๊กจี้ในรูหูของเขาเป็อันมาก
‘ กว่าจะไปได้ ’ อาเทนปาดเหงื่อที่มันไหลแตกซิกๆทั่วบริเวณใบหน้าของเขา
“ ท่านมหาเวทย์ครับ ท่านพ่อของข้าไปแล้วล่ะ ไม่ต้องกังวลขนาดนั้นก็ได้ ” แม็กซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเช่นปกติ ( แม็กซ์จะทำเสียงออดอ้อนเฉพาะเวลาพูดกับพ่อของเขาเท่านั้น )
“ เ้า.. เ้าในเวลาปรกติไม่ได้เป็เช่นดั่งเมื่อครู่รึ ? ” อาเทนพยายามถามเพื่อความแน่ใจ
“ อ่า… ข้าก็ไม่ได้เป็อะไรสักหน่อยนี่ครับ ” แม็กซ์พูดและทำหน้าตายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ เอ่อ.. ข้าไม่ชินกับพวกเ้าเลยจริงๆ เอาเป็ว่าข้ามีเื่จะถามเ้าต่อจากเมื่อกี๊นะ ” อาเทนพยายามเข้าเื่
“ ครับท่านมหาเวทย์ ”
“ เมื่อกี๊ เ้าบอกว่าตุลย์ก็โดนจับมาพร้อมกันกับเ้าและถูกมัดมือและถูกปิดตาเหมือนกันกับเ้าใช่หรือไม่ ? ” อาเทนทวนคำตอบที่แม็กซ์ได้บอกกับเขาในก่อนหน้านี้
“ ใช่แล้วครับ ”
“ แล้วเ้าก็ได้ยินเสียงของคนร้ายพูดกัน ใช่หรือไม่ ? ”
“ ใช่แล้วครับ ”
“ แล้วคนร้ายมันพูดว่าอะไรกัน ? ”
แม็กซ์พยายามนึกถึงตอนที่คนร้ายทั้งสามคนมันพูด
“ อ๋ออออ.. พวกมันพูดว่าจะจับตัวนังผู้หญิงไปขาย.. ให้กับใครกันน้า..!? ” แม็กซ์พยายามนึกชื่อของคนที่พวกผู้ร้ายเอ่ยนาม
“ ขาย!! ขายให้กับใครกัน.. ? ” อาเทนพยายามถามแม็กซ์
“ ข้าก็ไม่รู้.. ได้ยินแค่ว่าจะเอาไปขายให้หัวหน้าของพวกมันยังไงนี่แหละครับ ” แม็กซ์ไม่รู้เื่จริงๆนั่นแหละ
อาเทนรู้สึกผิดหวังในการตามหาคำตอบจากเด็กชายแม็กซ์ และในตอนนี้เขาก็ได้ว้าวุ่นและสับสนอยู่ในหัว ว่าเขาจะติดตามและตามหาวิศณีตุลย์เจอได้อย่างไร ?
“ หัวหน้าของพวกมัน.. หรือว่าจะเป็ลัทธิมนต์ดำ!! ” อาเทนเผลอพูดออกมาแบบไม่ได้นึกคิด และแล้วเขาก็หันไปพูดกับเด็กชายแม็กซ์
“ แม็กซ์.. ข้าขอบใจเ้ามากนะ ถ้าอย่างนั้น ข้าขอตัวกลับก่อนก็แล้วกัน เ้าพักผ่อนเสียเถิด ” อาเทนติยูส พูด กับแม็กซ์เพื่อลากลับ
“ อ่า.. ครับท่านมหาเวทย์ ”
……
ณ บนรถลากที่วิศณีตุลย์โดนจับตัวมา
วิศณีตุลย์ เธอรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลาแต่ด้วยเพราะฤทธิ์ของเชือกเวทย์ที่ลงอาคมของมนต์ดำไว้อยู่นั้น จึงทำให้เธอไม่สามารถส่งเสียงและขยับตัวได้ จึงทำได้แค่นึกถึงวิธีเอาตัวรอดได้แต่เพียงเท่านั้น!!
และเนื่องจากรถลากมันเป็รถไม้และสั่นะเืจึงทำให้หัวและร่างกายของเธอสั่นไปตามแรงะเืของรถ ซึ่งในตอนนี้หัวของวิศณีตุลย์นั้นกระแทกเข้าที่ลังไม้ที่ใส่ตัวของเธอเอาไว้อยู่โดยตลอด กระแทกแรงบ้าง.. เบาบ้าง.. จนหัวของเธอปูดปมเป็ลูกมะนาว และในตอนนี้กลายเป็ลูกมะกรูดไปแล้ว และยังมีผลต่อเนื่องจนอาจจะกลายเป็ลูกมะพร้าวไปได้ในที่สุด
‘ โอ้ย!! โอ้ยๆๆๆๆ.. อูย!! อูยๆๆๆๆ ’ วิศณีตุลย์เธอร้องออกเสียงไม่ได้ แต่ก็ขอร้องในใจก่อน ในตอนนี้เธอร้องอยู่ในใจเป็จังหวะร็อคแอนด์โรล
‘ ไอ้บ้าเอ้ยยยย….!!!!!!!!!!!! หัวกูจะแตกอยู่แล้ว.. แถมร้องออกเสียงก็ไม่ได้อีก!!!!! อึดอัดฉิบเป๋ง!! ไอ้พวกโจรกระจอก.. จะจับตัวประกันยังไม่มีรถโฟวิลมารับ ไอ้โจรกิ๊กก๊อก ไอ้โจรป่าเถื่อน ไอ้ๆๆๆๆๆ ไอ้.. ไม่รู้จะหาคำอะไรมาด่าให้สาแก่ใจ ’
กว่าพวกโจรจะพาตัวของวิศณีตุลย์ไปถึงที่หมาย.. คิดว่า.. วิศณีตุลย์ จะได้รับการแปลงโฉมเป็ ..เมดูซ่า.. ที่หัวของเธอไม่มีงู.. แต่เป็ตุ่มพองป่องๆแทน อาจจะใช้คำเรียกว่า ‘ เมดูป่อง ’ ก็เป็ได้..