บทที่ 32 ใครบ้างไม่อยากกลับบ้านเกิดอย่างสง่างาม (รีไรต์)
หลี่ชุนฮวากับไป๋เสี่ยวเฟิ่งกำลังซักผ้าด้วยกันที่ริมลำธาร
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งมองซ้ายมองขวาไม่เห็นใคร จึงกระซิบบอก "พี่สะใภ้คะ เมื่อกี้ตอนข้าเอาเสื้อผ้ามา ดูเหมือนจะเห็นคนจากบ้านตระกูลเว่ยมานะคะ"
หลี่ชุนฮวายังไม่ทันคิดอะไรมาก "บ้านตระกูลเว่ย? ...นั่นบ้านของน้าเว่ยไม่ใช่หรือ?"
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งขยิบตาให้หลี่ชุนฮวาขณะที่มือยังคงซักผ้าอยู่ "ข้าเห็นตอนที่หลานชายของแม่เราจากไป อกเสื้อของเขาเหมือนจะมีอะไรบางอย่างอยู่ คงเป็เพราะแม่ให้เงินไปแน่ ๆ"
นางสะบัดน้ำออกจากมือแล้วยื่นมือไปทำท่าให้หลี่ชุนฮวาดู "อย่างน้อยก็ต้องมีเงินประมาณนี้"
ปฏิกิริยาแรกของหลี่ชุนฮวาคือไม่เชื่อ "อย่ามาพูดเล่นเชียว แม่เคยเป็คนที่ประหยัดมาตลอด บ้านเราจะมีเงินใช้อย่างฟุ่มเฟือยขนาดนั้นได้อย่างไร?"
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งเบ้ปาก "นั่นก็พูดยากนะ"
นางซักผ้าอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดกับตัวเองว่า "แต่ก่อนหน้านี้แม่ก็บอกแล้วนะว่า ต่อไปนี้เงินที่พวกเราได้จากการเย็บปักถักร้อยให้เก็บไว้เองได้ ถ้าพวกเราเก็บออมไว้บ้าง ก็จะมีเงินติดตัวตลอด"
หลี่ชุนฮวาตอบรับเบา ๆ ก่อนจะก้มหน้าซักผ้าต่อ แต่พอซักไปได้สักพัก นางก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ทำให้ขมวดคิ้วลึกขึ้นเรื่อย ๆ
น้องสะใภ้รองของนางขึ้นชื่อเื่ฝีมือการปักผ้าชั้นยอดอยู่แล้ว เป็ปกติที่นางจะรับงานปักผ้าจากในเมือง ราคางานที่ได้ก็สูงที่สุด เงินที่เก็บไว้ได้ย่อมต้องมาก นางจึงไม่รีบร้อนอะไร
แต่ตอนนี้ ลูกชายคนโตของนางอย่างอวี้หย่งไหวกำลังจะถึงวัยแต่งงาน แม้ว่าทางบ้านจะต้องช่วยเหลืออย่างแน่นอน แต่ในฐานะที่นางเป็แม่ จะไม่ทำอะไรเลยก็กระไรอยู่
หลี่ชุนฮวาพลันรู้สึกกลัดกลุ้มใจขึ้นมา
จนกระทั่งทั้งสองซักผ้าเสร็จ ยกกะละมังกลับไป หลี่ชุนฮวาก็ยังคงมีสีหน้าเคร่งเครียด
ไม่คิดว่าในตอนเย็น หลังจากที่ทุกคนในบ้านกินข้าวเย็นเสร็จ ขณะที่หลี่ชุนฮวากำลังจะเก็บโต๊ะ แม่เฒ่าเว่ยก็พูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"วันก่อนตอนที่ข้าเจอซิ่งซิ่ง ข้าได้สมุนไพรจัวซินมาต้นหนึ่ง" แม่เฒ่าเว่ยพูดอย่างเชื่องช้า "แต่เกิดเื่ไม่คาดฝันนิดหน่อย สมุนไพรจัวซินต้นนั้นเลยมีสภาพไม่ค่อยดี"
แม้แม่เฒ่าเว่ยจะไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่หลี่ชุนฮวาที่ค่อนข้างหัวดีในเื่นี้ก็คิดถึงต้นหญ้าที่ถูกอวี้หย่งจวี๋โยนเข้าไปในเล้าไก่ก่อนหน้า...
แม้พวกนางจะไม่รู้ว่าสมุนไพรจัวซินมีลักษณะเป็อย่างไร แต่ก็เคยได้ยินชื่อเสียงของมันมาบ้าง
่ปีที่ผ่านมาเกิดภัยแล้ง พืชสมุนไพรที่ขายได้ พวกนางส่วนใหญ่เคยได้ยินชื่อมาแล้ว แน่นอนว่าย่อมรู้ดีว่าหากสภาพของสมุนไพรไม่ดี ราคาขายก็คงไม่สูงนัก
ดังนั้น แม้แม่เฒ่าเว่ยจะไม่ได้บอกว่าขายไปในราคาเท่าไร แต่บนใบหน้าของหลี่ชุนฮวากับไป๋เสี่ยวเฟิ่งก็ปรากฏสีหน้าเ็ปออกมา
อวี๋ซานเป้าอึ้งไปเล็กน้อย ไม่พูดอะไรออกมา
แม่เฒ่าเว่ยพูดขึ้นว่า "ที่ข้าพูดถึงเื่นี้ ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกนะ แค่อยากจะบอกพวกแกให้รู้ไว้ว่า สมุนไพรจัวซินนั่นขายได้เงินมา ข้าจึงพอจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง"
ครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น นับเป็เื่น่ายินดี ทุกคนต่างก็ยิ้มแย้มแจ่มใส
แม้ว่าแม่เฒ่าเว่ยจะพูดถึงสมุนไพร 'จัวซิน' เพื่อปูทางไปเื่อื่น แต่ตอนนี้นางก็อดไม่ได้ที่จะอวดหลานสาวสุดที่รักของตัวเอง
นางยื่นมือไปดึงซิ่งซิ่งเข้ามาใกล้ แล้วเน้นย้ำว่า "ข้าเคยบอกแล้วว่า ซิ่งซิ่งเป็ดาวนำโชคของบ้านเรา! ลองดูสิ นับั้แ่ที่นางเข้ามาอยู่บ้านเรา มีเื่ดี ๆ เกิดขึ้นตั้งเท่าไหร่? ไม่ต้องพูดถึงเื่อื่น วันก่อนตอนที่พวกเราไปเขาเป่ยหมางโกว ตอนนั้นข้าโดนผู้หญิงคนหนึ่งกระชากผม ซิ่งซิ่งเห็นเข้าก็พุ่งเข้าไปกัดหล่อนเพื่อที่จะปกป้องข้า! แค่นี้ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว ต่อไปนี้คนในบ้านเราห้ามพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับซิ่งซิ่งแม้แต่คำเดียว!"
คนที่ตอบสนองอย่างรุนแรงที่สุดก็คืออวี้หย่งไหวกับเหล่าน้องชาย พวกเขาต่างก็เห็นด้วยกับคำพูดของแม่เฒ่าเว่ย "ใช่แล้ว ซิ่งซิ่งคือดาวนำโชคของพวกเรา!"
"ถูกต้องแล้ว ย่าไม่ต้องห่วง พวกเรารักซิ่งซิ่งจะตาย จะไปพูดไม่ดีเกี่ยวกับซิ่งซิ่งได้อย่างไร"
สะใภ้ทั้งสองคนก็รีบแสดงท่าทีทันที "แม่มั่นใจได้ พวกเราทุกคนรักและเอ็นดูซิ่งซิ่งเหมือนลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเองเลย!"
แม่เฒ่าเว่ยพอใจมาก พยักหน้า "อืม"
ซิ่งซิ่งถูกชมจนเขินแก้มแดง แต่นางก็ยังคงนับนิ้วอย่างจริงจังแล้วพูดกับแม่เฒ่าเว่ยว่า "ย่าจ๋า ทุกคนใจดีกับข้ามากเลย! ป้าสะใภ้ใหญ่ทำของอร่อย ๆ ให้ข้ากิน ป้ารองก็ทำผ้าเช็ดหน้าสวย ๆ ให้ข้า แล้วตัดเสื้อผ้าพอดีตัวให้ด้วย! พวกลุงก็ชอบอุ้มข้าขึ้นสูง ๆ พวกพี่ชายก็ชอบพาข้าไปเล่น ทุกคนใจดีกับข้ามาก!"
ดวงตาของแม่เฒ่าเว่ยเต็มไปด้วยความรัก "ซิ่งซิ่งของย่า!"
บรรยากาศในบ้านอบอุ่นและกลมกลืน
แม่เฒ่าเว่ยเอ่ยเรียก "สะใภ้ใหญ่ สะใภ้รอง"
ถึงเวลาพูดเื่สำคัญแล้ว
หลี่ชุนฮวากับไป๋เสี่ยวเฟิ่งรีบตอบรับ “ค่ะ”
แม่เฒ่าเว่ยกล่าว "ก่อนหน้านี้เ้าสามเอาเงินไปเยี่ยมบ้านแม่ยายของเขา ถึงแม้จะไม่ได้พาสะใภ้สามกับหลานชายกลับมาด้วย แต่ก็ซื้อของไปให้ครอบครัวเขา พวกเ้าเองก็ไม่ได้กลับบ้านพ่อแม่มานานแล้วใช่ไหม? ข้าก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไร ประเดี๋ยวจะให้เงินพวกเ้าไปคนละหน่อย ซื้อของแล้วหาเวลาพาลูก ๆ กลับไปเยี่ยมบ้านกันเถอะ"
คำพูดนี้ทำให้หลี่ชุนฮวากับไป๋เสี่ยวเฟิ่งตกตะลึง
เมื่อตั้งสติได้ ทั้งสองก็ตื้นตันจนพูดไม่ออก น้ำตารื้นขึ้นมา!
แม่เฒ่าเว่ยก้มมอง "แต่มีข้อแม้อย่างเดียว พวกเ้าตกลงเวลากันให้ดี อย่ากลับไปวันเดียวกัน บ้านจะไม่มีคนดูแล"
"แม่!" หลี่ชุนฮวาสะอื้น "แม่ไม่ต้องห่วง ข้าเป็พี่สะใภ้ใหญ่ จะให้น้องสะใภ้รองกลับไปก่อน..."
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งยังคงหัวเราะทั้งน้ำตาพลางว่า "พี่สะใภ้ใหญ่ พี่พูดอะไรอย่างนั้น พี่เป็พี่สะใภ้ใหญ่ ย่อมต้องพาไหวเอ๋อร์กับไป๋เอ๋อร์กลับไปก่อน บ้านเดิมของข้าอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ จะกลับเมื่อไหร่ก็ไม่เป็ไร"
พี่น้องสะใภ้ทั้งสองสบตากัน แล้วต่างก็หัวเราะออกมาพร้อมน้ำตา
ลูกสาวที่แต่งงานออกไปแล้ว ใครบ้างไม่อยากกลับบ้านเดิมอย่างสง่างาม!
แต่่หลายปีที่ผ่านมาล้วนยากลำบาก ไม่มีครอบครัวไหนที่สบาย
พวกเขาต่างเข้าใจดี
แม้แต่เื่ที่คนจากตระกูลเว่ยมา และแม่เฒ่าเว่ยให้เงินมาบ้าง พวกเขาก็เข้าใจ ถึงอย่างไรก็เป็บ้านเดิมของแม่ หากมีความลำบากจริง จะไม่ยื่นมือช่วยได้อย่างไร?
เพียงแต่พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่า แม่จะยุติธรรมถึงเพียงนี้!
หลี่ชุนฮวาและไป๋เสี่ยวเฟิ่งต่างเช็ดน้ำตาไม่หยุด
"พอเถอะ" แม่เฒ่าเว่ยโบกมือ "เงินไม่มาก แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องกลับไปมือเปล่า"
แม่เฒ่าเว่ยหันไปมองลูกชายหลายคน "พวกเ้าอย่าคิดว่าภรรยาของพวกเ้ากลับบ้านเดิมแล้วจะเอาใจออกห่าง ลองคิดดู ภรรยาของพวกเ้าแต่งเข้ามาในตระกูลอวี้ของเรา ดูแลทั้งครอบครัวใหญ่เื่กินเื่อยู่ ยุ่งวุ่นวายไม่หยุดหย่อน กว่าจะได้กลับบ้านเดิมสักครั้งนานแค่ไหน?"
อวี้ต้าหนิวกับอวี้เอ้อร์หู่รีบพูดขึ้นว่า “แม่ครับ พวกข้ารู้แล้ว”
อวี้ซานเป้ากลับรู้สึกอึดอัดใจ จึงไม่ได้พูดอะไรออกมา
อวี้ซือหยาง ผู้เป็ลูกชายคนเดียวในรุ่นที่ยังไม่ได้แต่งงาน จึงพูดอย่างกระตือรือร้นว่า “แม่ครับ รอข้าแต่งงานมีภรรยาแล้ว ข้าก็จะให้หล่อนกลับบ้านเดิมบ่อย ๆ ครับ”
แม่เฒ่าเว่ยได้ยินแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า “เ้าลูกชายเอ๊ย เ้าหาเมียให้ได้ก่อนเถอะแล้วค่อยพูด”
อวี้ซื่อหยางพูดอย่างใสซื่อว่า “แม่ครับ ไม่ต้องมีเมียก็ได้ เดี๋ยวข้าจะกลับบ้านเดิมกับแม่เอง”
แม่เฒ่าเว่ยกำลังซาบซึ้ง ก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายมาจากข้างนอก มีคนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในลานบ้าน เขาหอบหายใจจนพูดติดอ่าง น้ำเสียงเหมือนกำลังจะร้องไห้ “จวี๋เอ๋อร์ จวี๋เอ๋อร์กลับมาหรือยัง?”