ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 35 ซื้อขายกับหอหยุนเซียว

            หลังจากที่จุนห่าวนำหญ้าไหมเงินเปลวไฟโลหิตคุณภาพสูงออกมา เขาก็สังเกตท่าทีของผู้จัดการอยู่ตลอดเวลา จากที่เขาไม่ค่อยสนใจก็กลายเป็นตื่นเต้น จนสมดั่งใจปรารถนาในที่สุด จุนห่าวรู้ว่าเขาเป็นฝ่ายกุมอำนาจในการขายครั้งนี้แล้ว

            “แน่นอน ข้าจะขายให้หอหยุนเซียวของพวกท่าน มิเช่นนั้นข้าจะนำหญ้าวิญญาณมาที่นี่ทำไม ข้าจะเอามาล้อพวกท่านเล่นอย่างนั้นหรือ?” จุนห่าวพูดติดตลก เมื่อกล่าวจบ เขาก็รอคอยคำพูดของผู้จัดการ

            “ถ้าอย่างนั้นก็ดี ดีเลย” ผู้จัดการกล่าวอย่างตื่นเต้น “สหายน้อย เจ้าลองดูราคา......”

            “ราคานั้นไม่ยาก ข้าเชื่อว่าผู้จัดการคงไม่เอาเปรียบข้าหรอก” จุนห่าวเอ่ยขึ้นพร้อมนั่งดื่มชาอย่างใจเย็น การพูดคุยเรื่องธุรกิจก็เหมือนกับการทำสงคราม หากศัตรูไม่เคลื่อนไหว เราก็จะไม่เคลื่อนไหว การต่อสู้คือ การอดทนอดกลั้น ยามนี้อำนาจอยู่ในเงื้อมมือของเขาแล้ว เขาจึงไม่รีบร้อน

            “ถ้าอย่างนั้นคิดตามราคาประมูลของเมืองอวี้หวาล่ะกัน ราคาต่อ 1 ต้นเท่ากับ 1,000,000 ตำลึงเงินดีไหม?” ผู้จัดการเอ่ยถามอย่างหยั่งเชิง หากไม่ได้ เขาก็จะเพิ่มราคาให้อีก เพราะหากไปถึงเมืองเย่ว์เซียนแล้วราคาก็จะยิ่งสูงขึ้น ไม่ใช่แค่ 1,000,000 ตำลึงแล้ว 

            ราคา 1,000,000 ตำลึงเงิน คือ ราคาที่จุนห่าวต้องการ เขารู้ว่าถ้าเป็นในเมืองใหญ่จะไม่ใช่ราคานี้แน่ ทว่าเวลานี้ ที่นี่คือเมืองอวี้หวา ราคาจะผันผวนมากเกินไปไม่ได้ ผู้จัดการเห็นว่าจุนห่าวกำลังครุ่นคิด เขาคิดว่าจุนห่าวคงยังจะไม่พอใจกับราคาจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “ถ้าข้าให้เป็น 1,200,000ตำลึงเงินล่ะ เจ้าคิดว่าอย่างไร?”

            เมื่อหานรุ่ยได้ยินราคา 1,200,000 ตำลึงเงิน เขาก็หันไปมองจุนห่าว และเมื่อเห็นจุนห่าวพยักหน้าให้ เขาจึงพูดกับจุนห่าวว่า “จุนห่าว ข้าว่าประมาณนี้ก็พอแล้วล่ะ อย่างไรเราก็ช่วยเขาประหยัดหน่อยเถอะ 1,200,000ตำลึงเงินนี่ ถือว่าไม่น้อยแล้ว”

            เมื่อได้ยินหานรุ่ยกล่าวเช่นนี้ ผู้จัดการก็ตื่นเต้นดีใจ พลางคิดในใจว่า ในที่สุด!

            จุนห่าวไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยขึ้นว่า “ในเมื่อเสี่ยวรุ่ยกล่าวเช่นนี้ ก็ตามนี้แหละ หนึ่งต้นราคา1,200,000 ตำลึงเงิน” อันที่จริงภายในใจนั้นจุนห่าวก็ดีใจมากแล้วที่เขาได้ราคาสูงกว่าที่ตั้งใจไว้ มาตั้ง 200,000 ตำลึงเงิน

            “ไม่รู้ว่าท่านผู้จัดการยังต้องการอยู่อีกหรือไม่?” จุนห่าวถามขึ้น เพราะเขายังมีเหลืออีก 31 ต้น

            ผู้จัดการตกตะลึงครู่หนึ่ง และเอ่ยถามว่า “อะไรรึ?”

            “หญ้าไหมเงินเปลวไฟโลหิตคุณภาพสูงไง!”  จุนห่าวกล่าว

            เมื่อผู้จัดการได้ยิน เขาถึงกับลุกพรวดขึ้นมาอย่างตื่นเต้น ใจที่เพิ่งจะสงบนิ่งไป ก็กลับมากระโดดโลดเต้นขึ้นอีกครั้ง เขาเอ่ยขึ้นว่า “ใช่! มีเท่าไหร่ ข้าขอเหมาหมด” ผู้จัดการคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะโชคดีถึงเพียงนี้ เขาไม่ได้พบเจอหญ้าไหมเงินเปลวไฟโลหิตคุณภาพสูงจำนวนมากขนาดนี้มานานแล้วแค่หนึ่งต้นก็ถือว่าโชคดีแล้ว ตอนนี้โชคอันยิ่งใหญ่ได้มาหาเขาแล้ว

            จุนห่าวหยิบกล่องหยกออกมาจากกระบุง ภายในกล่องมีหญ้าไหมเงินเปลวไฟโลหิตคุณภาพสูงบรรจุอยู่เขาส่งกล่องให้ผู้จัดการดู พอผู้จัดการเห็นจุนห่าวยื่นกล่องหยกกล่องหนึ่งมาให้เขา เขาก็มองจุนห่าวอย่างงงงวย ทีต้นเมื่อกี้ยังนำออกมาได้ในทันทีเลย พอเขารู้ว่ามันเป็นหญ้าไหมเงินเปลวไฟโลหิตคุณภาพสูง เขายังคิดอยู่เลยว่าจุนห่าวเป็นพวกชอบทำลายข้าวของตามอำเภอใจซะจริง

            “แค่ท่านลองเปิดดู ท่านก็จะรู้” จุนห่าวพร้อมที่จะเผยกุญแจสำคัญแล้ว

            เมื่อผู้จัดการเปิดกล่องดู หญ้าไหมเงินเปลวไฟโลหิตคุณภาพสูงก็พลันปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าเขา สีแดงดั่งเปลวเพลิงเรียงรายออกมาอย่างสวยงามยิ่ง ผู้จัดการพูดพร้อมกระโดดโลดเต้นว่า “ทั้งหมดนี่เลยหรือ!" ผู้จัดการนับหญ้าได้ทั้งหมด 15 ต้น เขาตรวจดูอย่างไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่นัก

            “ท่านผู้จัดการ ท่านจะรับทั้งหมดนี่เลยหรือไม่?” จุนห่าวถามขึ้น เมื่อเห็นผู้จัดการกลับมามีท่าทีปกติ

            “รับ! ข้ารับ! ทางหอหยุนเซียวขอเหมาทั้งหมดเลย” ผู้จัดการตอบ ก็สิ่งนี้มีประโยชน์ต่อเขาขนาดนี้ เขาจะทิ้งไปได้อย่างไร

            “ถ้าอย่างนั้น ราคาล่ะ?” จุนห่าวถามอย่างหยั่งเชิง

            “ยังคงเป็นราคาเดิมที่เราตกลงกันเมื่อครู่” ผู้จัดการกล่าว

            “ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าตกลงขายเลย” จุนห่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            “หญ้าคุณภาพสูงทั้งหมด 16 ต้น หนึ่งต้นราคา 1,200,000 ตำลึงเงิน รวมทั้งหมดคือ 19,200,000 ตำลึงเงิน หญ้าระดับกลาง จำนวน ทั้งหมด 468 ต้น ราคา 468,000 ตำลึงเงิน ราคารวมทั้งสิ้น 19,660,000 ตำลึงเงิน นี่คือตั๋วเงินค่าหญ้า เจ้าจงเก็บไว้ให้ดี” ผู้จัดการกล่าว พลางยื่นตั๋วเงินให้แก่จุนห่าวและกล่าวอีกว่า “ส่วนนี่คือบัตรทองของหอหยุนเซียว ไม่ว่าเจ้าจะซื้ออะไรจากหอหยุนเซียวสาขาใดก็ตาม เจ้าจะได้รับส่วนลด 10%” บัตรทองนี้มีค่ามาก ในหนึ่งปีร้านของเขาจะแจกเพียงหนึ่งใบเท่านั้น และปีนี้เขาก็ได้มอบให้แก่จุนห่าว

            จุนห่าวรับตั๋วเงินและบัตรทองมา พร้อมกล่าวกับผู้จัดการว่า “ข้าอยากซื้อใบสั่งยา ท่านผู้จัดการช่วยแนะนำให้ข้าทีได้ไหม”

            “ท่านเป็นเย้าซืออย่างนั้นรึ?” เมื่อผู้จัดการได้ยินจุนห่าวถามถึงใบสั่งยาจึงเอ่ยถามขึ้น

            จุนห่าวยิ้มและไม่ได้ตอบอะไร ผู้จัดการรู้ว่านี่คงเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือขอบเขตที่เราควรจะรู้ เขาจึงเปลี่ยนเรื่องและเริ่มแนะนำใบสั่งยาให้จุนห่าว

            สุดท้ายจุนห่าวได้ซื้อใบสั่งยามาหลายฉบับ เงินที่เพิ่งได้มาถูกใช้ไปครึ่งหนึ่ง พอได้ย้อนกลับไปที่หอหยุนเซียว จุนห่าวก็อดไม่ได้ที่จะใช้เงิน!