ตอนที่ 27 นึกไม่ถึงว่าผู้ชายที่ดูซื่อตรงผู้นี้ ที่แท้จะ...
ไป๋เพ่ยเพ่ยเข้าใจในทันทีว่ามันคือแผนอาศัยคำครหา อะไรกัน เซี่ยเหล่าเอ้อร์คิดทำลายการแต่งงานของซุนโก่วหวาหรือ?
นึกไม่ถึงว่าผู้ชายที่ดูซื่อตรงผู้นี้ ที่แท้จะมีความคิดทำนองนี้ได้
เขาไม่ได้พูดสักคำกลับลงมือทำเลย สมเป็ชายชาตรี!
นางไม่ทันสังเกตว่าตอนที่นางได้รู้ว่าเซี่ยเหมียวเหมียวกับเซี่ยเสี่ยวหย่าเกือบถูกลูกชายตระกูลซุนข่มเหง เซี่ยเหล่าเอ้อร์ไม่ได้มีท่าทีแต่อย่างใด ในใจนางค่อนข้างผิดหวัง
กระทั่งเมื่อครู่ นางถึงโล่งใจขึ้นมา
ในฐานะลูกผู้ชาย เมื่อภรรยากับลูกสาวถูกปฏิบัติเช่นนั้นจะให้นิ่งเงียบได้อย่างไร
วันรุ่งขึ้น ไป๋เพ่ยเพ่ยเป็ฝ่ายบอกให้เซี่ยเหล่าเอ้อร์อยู่บ้าน ก่อนพาเซี่ยเหมียวเหมียวขึ้นเขาไปด้วยกัน
เนื่องจากนางเกรงว่าตระกูลซุนจะแค้นใจจากเหตุวันก่อน และมาระรานถึงที่บ้านในวันนี้ หากไม่มีผู้ใหญ่อยู่บ้านเกรงว่าคงไม่เหมาะนัก
อีกทั้งยังไม่ได้คิดจะไปที่อื่น ตั้งใจจะไปจุดที่ขุดสมุนไพรเมื่อวาน เขาจะไปด้วยหรือไม่ก็ไม่เป็ไร
แม้เซี่ยเหล่าเอ้อร์จะเป็ห่วงความปลอดภัยของไป๋เพ่ยเพ่ย เขาก็ยังตอบตกลงเมื่อได้ยินเหตุผลของนาง
แม่ลูกสะพายตะกร้าขึ้นหลัง แวะไปยังบ้านป้าหลิวก่อนออกเดินทาง พวกนางทักทายป้าหลิว “พี่สะใภ้ ข้าจะออกไปกับเหมียวเหมียว ท่านช่วยข้าดูสถานการณ์ที่บ้านหน่อยได้ไหม หากเกิดเื่อะไรขึ้นก็ให้คนขึ้นไปเรียกข้าบนูเา”
ป้าหลิวรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
ได้แต่ตอบพลางลอบถอนหายใจ “ได้ เ้าไปเถิด ข้าจะช่วยดูให้ แต่ข้าคิดว่าตระกูลซุนคงได้รับบทเรียนจากการกระทำผิดพลาดเมื่อวานแล้ว คงไม่กลับมาหาเื่...”
“ข้าแค่บอกเผื่อไว้ ไม่คิดว่าป้าซุนลิ่วจะชั่วร้ายถึงเพียงนี้มาก่อน นางอาจจงใจมารังแกลูกข้าตอนผู้ใหญ่ไม่อยู่บ้าน”
“อย่างนี้นี่เอง”
…
ระหว่างทางเซี่ยเหมียวเหมียวที่สะพายตะกร้าใบเล็กร่าเริงเป็พิเศษ
“ท่านแม่ คิดว่าวันนี้เรายังจะเก็บไข่ได้หรือไม่”
“ไข่บนเขาเก็บง่ายเสียที่ไหน เมื่อวานโชคดีเก็บมาได้ แต่วันนี้เก็บไม่ได้ก็เป็ธรรมดา” ไป๋เพ่ยเพ่ยเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
“เป้าหมายวันนี้คือขุดสมุนไพร พี่สาวและลูกพี่ลูกน้องของเ้ายังต้องใช้ยา เราต้องตุนเอาไว้มากหน่อย เอาไว้ต้มของบำรุงให้พวกเขา... ของบำรุงเป็ได้ทั้งอาหารและยา มีแต่ต้องให้พวกเขากินถึงจะอาการดีขึ้น”
“อืม เช่นนั้นท่านแม่สอนข้าที หลังจากนี้ข้าจะขุดให้มาก หากต่อไปท่านไม่ว่างขึ้นเขา ข้าจะได้ทำเพียงลำพังได้”
“ไม่มีทาง เ้าเพิ่งอายุสิบสาม เด็กสาวขึ้นเขาเพียงลำพังไม่ปลอดภัย ไม่มากับข้าก็ต้องรอพี่ใหญ่กลับมาแล้วให้เขามาเป็เพื่อน” นางรู้ว่าเซี่ยเหล่าเอ้อร์ยุ่งอยู่กับงานในไร่ ไม่สามารถขึ้นเขามาด้วยได้ตลอด เกรงว่านางคงต้องให้มาสลับกับลูกชายคนโตของเ้าของร่างที่ยังไม่ได้ปรากฏตัว
ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่กลัวการขึ้นเขาคนเดียว นางรู้กำลังของตนเองดี ทว่าเซี่ยเหมียวเหมียวต่างออกไป เด็กสาวอาจเป็อันตรายได้
ยิ่งซุนโก่วหวาก่อเหตุเมื่อวาน ทำให้นางยิ่งหวาดระแวง
เซี่ยเหมียวเหมียวรับปากและตั้งใจเรียนรู้ นางขุดทุกอย่างที่ไป๋เพ่ยเพ่ยบอก พลางพูดทวนระหว่างขุดคล้ายกลัวจะลืม
นางไม่ได้มีความจำเป็เลิศ ทว่าอาศัยทำสิ่งที่ทำได้จริงและขยันขันแข็ง
ไป๋เพ่ยเพ่ยเห็นแล้วพึงพอใจมากทีเดียว
เป็ไปดังที่คิด เซี่ยเหมียวเหมียวเป็คนหน่วยก้านดี!
แม้ยังไม่แน่ชัดว่าเด็กสาวมีความสามารถด้านนี้หรือไม่ ทว่าดูจากความขยันของนางแล้ว ไป๋เพ่ยเพ่ยรู้ว่าต่อให้อีกฝ่ายไม่สามารถช่ำชองทักษะทางการแพทย์ ก็ยังสามารถเป็หมอที่เคร่งครัดและมีความรับผิดชอบได้
บางครั้งการเป็หมอที่ดีสำคัญกว่าการมีทักษะการแพทย์ยอดเยี่ยม เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักทุกข์ทรมานจากโรคทั่วไปมากกว่าโรคที่รักษาไม่ได้
ไป๋เพ่ยเพ่ยไม้ได้เก็บไข่ แต่ขุดหาลูกสนที่กระรอกซ่อนเอาไว้
เดิมทีนางกำลังขุดสมุนไพร ทว่าเมื่อขุดไปเรื่อย ๆ ก็เห็นกองลูกสนตกอยู่ข้างโพรงต้นไม้แถวที่นางกำลังขุดอยู่
ที่แท้มีช่องกลวงใต้ต้นไม้ใหญ่ ไป๋เพ่ยเพ่ยลงมือขุดดินตรงบริเวณนั้นสักพักก็บังเอิญขุดรากด้านล่าง พลันปรากฏสิ่งที่ซ้อนอยู่ด้านในให้ร่วงหล่นออกมา
ไป๋เพ่ยเพ่ยคาดว่าคงมีกระรอกนำมาซ่อนไว้เพื่อตุนในฤดูหนาว แต่เห็นได้ชัดว่ามันสนใจแต่จะซ่อน โดยไม่ทันได้ระวังหญิงเฒ่าผู้นี้
เื่แบบนี้เกิดขึ้นได้บ่อยในธรรมชาติ
กระรอกอุตส่าห์ขุดหลุมตุนเสบียงอย่างยากลำบาก บางทีหากไม่มีนกอื่นหรือใครมาพบเข้า ปีหน้าอาจได้งอกเงยจากผืนดิน เติบโตขึ้นเป็ต้นสนอีกต้น
“ท่านแม่ มันเอาไปทำอะไรได้หรือ”
“มันคือลูกสน เอาไว้กินได้”
เซี่ยเหมียวเหมียวงุนงง “หา ต้นไม้นี้ออกผลใต้ดินหรือ”
ไป๋เพ่ยเพ่ยยิ้มบอก “ไม่ได้ออกผลใต้ดิน แต่น่าจะเป็กระรอกขนจากที่อื่นมาซ่อนไว้ที่นี่ต่างหาก มันคงลืมไปน่ะ ข้าเพียงแค่ใช่จอบขุดหลุม ของพวกนี้ก็ร่วงออกมาแล้ว”
“บังเอิญจริง ๆ”
“ใช่แล้ว บังเอิญจริง ๆ”
ยังมีลูกสนอีกมากในโพรงนี้ พวกมันแห้งหลังผ่านพ้นฤดูหนาว เปลือกที่เคยแน่นก็คลายลง ไป๋เพ่ยเพ่ยค่อย ๆ แกะลูกสนด้านในออกมา
ทั้งสองไม่หยุดมือ จัดการแกะลูกสนจนได้สองถ้วยใหญ่
ลูกสนพลันส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ไป๋เพ่ยเพ่ยแกะลูกหนึ่งให้เซี่ยเหมียวเหมียวชิม อีกฝ่ายตกตะลึง “ไม่คาดคิดว่าลูกสนจะรสชาติอร่อยถึงเพียงนี้!”
“ที่แท้ลูกสนก็กินได้ ท่านแม่ ข้ามีอะไรจะบอกท่าน ทางโน้นมีป่าสนด้วย...” เด็กสาวชี้ไปที่ป่าอีกทางหนึ่ง
“แต่ว่าฤดูนี้น่าจะยังไม่โตเต็มที่ ดูเหมือนพวกมันจะงอกงาม่ฤดูใบไม้ผลิแทน”
นางนึกเสียดาย รู้สึกคล้ายขาดทุนไปก้อนโตมาตลอดหลายปี
หากรู้ว่าลูกสนกินได้ ตอนขึ้นมาเก็บผักป่าและฟืน คงเก็บลูกสนกลับไปกินนานแล้ว
ไป๋เพ่ยเพ่ยยิ้มบอก “ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้ ต้นสนออกลูก่เดือนเก้าถึงเดือนสิบ เป็่เก็บเกี่ยวสารทฤดู เวลานั้นลูกสนจะร่วงหล่นลงมาเอง หมายความว่าพวกมันสุกแล้ว หลังจากนั้นเราค่อยเก็บมาผึ่งลมไว้พักหนึ่ง เมื่อแห้งแล้วเปลือกจะคลายตัวให้เราปอกได้ง่ายเหมือนอย่างตอนนี้... เพียงแค่ต้องแย่งเ้ากระรอกกินเท่านั้นเอง ข้าเกรงว่าพวกมันจะโกรธเ้าเอาได้”
ในขณะที่เซี่ยเหมียวเหมียวนึกภาพเ้ากระรอกบนต้นไม้มองมนุษย์ที่กำลังเก็บลูกสนด้วยความโมโห นางก็ขบขัน “เช่นนั้นข้าจะเก็บให้น้อยหน่อย ไม่ต้องมากมายก็ได้อเหลือไว้ให้พวกมันบ้าง”
“เรามาเก็บ่กลางเดือนเก้าและสิบจะดีที่สุด ถึงเวลานั้นก็เรียกพี่สาวกับลูกพี่ลูกน้องเ้าไปเก็บด้วยกัน” ไป๋เพ่ยเพ่ยคาดหวังว่าถึงเวลานั้นลูกชายฝาแฝดตัวดีจะสามารถเดินเหินได้แล้ว
แม้จะทำงานหนักมากไม่ได้ แต่คิดว่าอย่างนั้นก็ยังทำงานเบา ๆ อย่างการเก็บของป่าแทนแล้วกัน
เนื่องจากใช้เวลาแกะเปลือกลูกสนนานพอควร จึงใช้เวลาขุดสมุนไพรไม่นานก่อนเดินทางกลับบ้านไวกว่าเมื่อวานเล็กน้อย
พวกนางเดินทางมาถึงบ้าน เห็นเซี่ยเหล่าเอ้อร์กำลังทำงานไม้บนม้านั่ง ดูเหมือนจะมีอุปกรณ์การเกษตรพังจนเขาต้องซ่อมแซม
เมื่อเขาเห็น พวกนางก็เอ่ย “กลับมาแล้วหรือ เป็อย่างไรบ้าง ขุดสมุนไพรมาได้ราบรื่นดีไหม”
“ราบรื่นดี ไม่เพียงจะขุดสมุนไพรได้ แต่ยังขุดพบสมบัติอีกด้วย” ไป๋เพ่ยเพ่ยบอกด้วยสีหน้ามีลับลมคมใน
“สมบัติอะไรกัน เ้าขุดเห็ดหลินจื่อมาได้หรืออย่างไร?”
นางมองค้อนและเอ่ย “ข้าก็อยากจะรู้ว่าเห็ดหลินจื่อมันหาง่ายนักหรือ? ข้าเจอลูกสนกองโตและแกะมาได้สองถ้วยใหญ่ต่างหาก ไว้ทำลูกสนกินกันเย็นนี้”
เขารู้จักลูกสนอยู่หรอก แต่ว่า... มันกินได้ด้วยหรือ
“มันเอาไว้ให้สัตว์กินไม่ใช่หรือ”
“ในเมื่อสัตว์กินได้ ทำไมคนจะกินไม่ได้เล่า เราไม่ได้มีของกินที่บ้านมากนัก แย่งอาหารสัตว์มากินให้อิ่มท้องหน่อยจะเป็อะไรไป อย่างน้อยพวกสัตว์ก็กินดีกว่าเราเสียอีก”
หากเป็ในยุคปัจจุบัน ลูกสนพวกนี้คงราคาแพงระยับ ในขณะที่เมล็ดแตงโมราคากิโลกรัมละเจ็ดแปดหยวน ลูกสนกลับราคาแพงเป็เท่าตัว
ของแพงกว่าย่อมดีกว่า
“ถูกของเ้า สัตว์กินได้คนก็ต้องกินได้ ไม่ต้องใส่ใจนักหรอก เช่นนั้นเย็นนี้ข้าขอฝากท้องไว้กับเ้าด้วย เราจะได้ลองกินลูกสนที่พวกสัตว์กินกัน”