บทที่ 20 อย่างไรเสีย จวนอ๋องเก้าก็ร่ำรวยราวกับูเาทอง
ยามอรุณรุ่ง ณ ูเาิซาน สายลมเอื่อยพัดผ่านในยามเช้า
บุรุษรูปงามในชุดคลุมยาวสีเทาเข้มยืนสงบนิ่ง หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วผ่อนลมหายใจยาว เขาก็ค่อย ๆ เก็บกระบี่คู่ใจเข้าฝักอย่างเชื่องช้า
เพียงชั่วพริบตาที่กระบี่คมกริบหายลับเข้าไปในฝัก จอมยุทธ์ผู้เก่งกล้ากลับกลายเป็บัณฑิตผู้สุขุมราวกับเป็คนละคน
เหตุใดจึงเป็เช่นนั้น?
นั่นก็เพราะิชิว บุรุษผู้นี้มีใบหน้าที่ดูใจดี อ่อนโยน สุภาพเรียบร้อย แม้แต่เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ก็เรียบง่าย ไร้ซึ่งความฟุ้งเฟ้อ
ใบหน้างดงามราวกับหยกชิ้นเอก หากได้เป็อาจารย์สอนหนังสือจริง ๆ คงจะถูกมารดาของศิษย์หมายปองอย่างแน่นอน
ทว่าชายหนุ่มผู้มีใบหน้าอ่อนโยนราวกับจะชักนำให้หญิงสาวนอกใจสามีผู้นี้ กลับเป็หัวหน้าโจรผู้ยิ่งใหญ่แห่งขุนเขา
ผู้คนในรัศมีร้อยลี้ต่างหวาดกลัวและให้ความเคารพ เพียงคำพูดของเขาคำเดียว บรรดาหัวหน้าโจรจากทุกสารทิศต่างพร้อมใจก้มศีรษะให้เขา
เขาคือิชิว หัวหน้าโจรผู้เลื่องชื่อแห่งค่ายิหวัง
ทว่า... แม้แต่ผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดเช่นเขา ที่มีทั้งอำนาจ เงินทองและบารมีก็ยังมีเื่ให้กลุ้มใจ
ไม่ทันไร หลังจากที่ิชิวเก็บกระบี่ ข้ารับใช้คนสนิทก็รีบร้อนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงาน
“หัวหน้า หัวหน้า แย่แล้ว! เอ้อร์ซื่อจื่อบอกว่าจะจุดไฟเผาสำนักทิ้ง!”
ิชิววางกระบี่ลงอย่างใจเย็น ไม่สะทกสะท้านกับคำขู่แม้แต่น้อย “เผาก็เผาสิ เผาแล้วก็ไปทวงเงินจากจวนอ๋องเก้าก็สิ้นเื่” อย่างไรเสีย จวนอ๋องเก้าก็ร่ำรวยราวกับูเาทอง ไม่รีดไถบ้างก็เสียเปล่า
ข้ารับใช้ส่ายหน้า แล้วกล่าวว่า “แต่ข้าเกรงว่าเงินก้อนนี้ เราคงไม่ได้คืน ท่านอ๋องเก้าอาจจะไม่มาตามหาเอ้อร์ซื่อจื่อก็ได้”
“หืม?” ิชิววางถ้วยชาลง รู้สึกงุนงงเล็กน้อย
ข้ารับใช้พูดต่อ “ข้าได้ยินมาว่า เมื่อคืนนี้กองหทารม้าเกราะเหล็กของจวนอ๋องเก้าเคลื่อนพลออกไปหมด มุ่งหน้าไปทางอำเภอเฟิงซาน”
ิชิวรีบลุกขึ้นยืนทันที “เกิดเื่อะไรขึ้น! หรือว่ามีกองทัพจากแดนไกลบุกเข้ามา!”
มิเช่นนั้นคงไม่ระดมพลออกเดินทางกันยกกองทัพเช่นนี้
ข้ารับใช้ส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “ไม่ใช่ขอรับ ข้าได้ยินมาว่าท่านอ๋องเก้า นำทัพออกเดินทางไปตามหาจวิ้นจู่น้อยที่ถูกลักพาตัวไป”
จวิ้นจู่น้อย!!! เื่นี้มันช่างน่าตกตะลึงยิ่งกว่าข่าวกองทัพศัตรูบุกเข้ามาเสียอีก
“เยี่ยจิ่วมีบุตรสาวั้แ่เมื่อไหร่กัน” ช่างเป็บุรุษที่โชคดีอะไรเช่นนี้!
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่อยากเชื่อว่าเยี่ยจิ่วจะมีบุตรสาว แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาสนใจเื่นี้
ิชิวหันไปมองทางห้องด้านหลัง “เยี่ยจิ่วเลือกที่จะไปช่วยบุตรสาว แล้วทิ้งบุตรชายจริง ๆ งั้นรึ?! แล้วเ้าส่งข่าวไปหรือยัง”
“ข่าวที่ว่าเอ้อร์ซื่อจื่อถูกจับตัวมาทีู่เาิซาน ส่งไปถึงมือท่านอ๋องเก้าั้แ่ตอนบ่ายแล้วขอรับ ส่วนเื่ที่ท่านอ๋องเก้าออกตามหาจวิ้นจู่น้อยเป็เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้”
นี่มิใช่การแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเยี่ยจิ่ว้าบุตรสาว ไม่้าบุตรชายหรอกหรือ?!
ิชิวถอนหายใจ แผนการใหญ่ที่วางไว้พังทลายไม่เป็ท่า การค้าขายครั้งนี้คงจะล้มเหลวเสียแล้ว
ทันใดนั้นเด็กชายวัยประมาณเจ็ดแปดขวบก็วิ่งพรวดพราดออกมาจากห้องด้านหลัง “โกหก! ท่านพ่อไม่มีทางไม่้าข้า! พวกเ้าอย่ามาพูดจาเหลวไหล!” เด็กน้อยะโลั่น “ข้าจะเผาที่นี่ให้ราบเป็หน้ากลอง!”
ิชิวได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา เด็กคนนี้ช่างเอาแต่ใจ ชอบขู่ฆ่าเผาบ้านเรือนซะจริง
เหมือนผู้เป็พ่อไม่มีผิด ช่างเป็ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริง ๆ
เมื่อเห็นว่าคำขู่ของตนไม่ได้ผล เยี่ยจ้านก็ยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีก
“ท่านพ่อไม่มีทางทอดทิ้งข้าเพื่อเด็กหญิงคนหนึ่งหรอก!!!” เด็กชายะโลั่น ก่อนจะคว้ากระบี่ที่วางอยู่บนโต๊ะพุ่งเข้าใส่ิชิวทันที “ข้าจะฆ่าเ้า!!!”
เหล่าบรรดาข้ารับใช้ของิชิวต่างพากันใ ถอยกรูดไปด้านหลัง แต่ิชิวกลับนิ่ง ไม่แสดงท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย
เขาเพียงแค่ยื่นมือออกไปคว้าถาดชามาบัง ก็สามารถปัดกระบี่ที่พุ่งเข้ามาด้วยความโกรธแค้นจนกระเด็นออกไปได้
“เอ้อร์ซื่อจื่อ การที่เ้าชักกระบี่จะฆ่าคนเช่นนี้ มันต่างอะไรกับท่านพ่อของเ้ากัน”
“เ้า!!” เยี่ยจ้านรู้สึกว่าตนเองถูกด่า แต่ก็บอกไม่ถูกว่าถูกด่าตรงไหน
ดังนั้น เขาจึงจำต้องแสดงความคิดเห็นที่แท้จริงของตนเอง “เป็ไปไม่ได้ที่ท่านพ่อจะทอดทิ้งข้าเพื่อเด็กหญิงคนหนึ่ง!”
“แต่ข้าไม่ได้พูดเหลวไหลนี่” ขณะที่กำลังพูด ิชิวก็ชี้ไปที่ก้อนหินเล็ก ๆ บนพื้น แล้วถามเขาว่า “นั่นคืออะไร?”
เยี่ยจ้านงุนงง “หิน?”
ิชิวพยักหน้า ช่างเป็เด็กที่สอนง่าย “เห็นหรือไม่มันคือหิน (ความจริง) ที่อยู่ตรงหน้า”
เยี่ยจ้าน “???”
เ้าไม่ได้เรียนหนังสือมาหรืออย่างไร?!
ทันทีที่พูดจบ ลูกน้องที่เฝ้าประตูก็วิ่งหน้าตาตื่นขึ้นมาบนเขาทั้งเหงื่อท่วมตัว หอบหายใจแทบไม่ทัน “ท่าน... ท่านหัวหน้า แย่แล้วขอรับ!!!”
ิชิวไม่ได้สนใจ ในใจคิดว่าคงไม่มีเื่อะไรร้ายแรงไปกว่าการที่เอ้อร์ซื่อจื่อชักกระบี่จะฆ่าเขาแล้ว
“อ๋องเก้า... อ๋องเก้านำกำลังพลขึ้นมาบนเขาแล้วขอรับ! และ... และท่าทางของท่าน…” ลูกน้องพูดตะกุกตะกัก ใบหน้าซีดเผือด “ดูเหมือนว่า... อ๋องจะกวาดล้างพวกเรา!!!”
!!!
ิชิวสะดุ้งลุกขึ้นทันที
นี่จะนับเป็เื่ร้ายได้อย่างไร นี่มันเื่ดีชัด ๆ
ในเมื่อเยี่ยจิ่นหานมาถึงที่นี่แล้ว เื่ทั้งหมดก็จะจัดการได้ง่ายขึ้นมาก
ส่วนเยี่ยจ้านที่อยู่ข้าง ๆ เมื่อได้ยินข่าวว่าท่านพ่อมาช่วยเขาก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที
“ได้ยินหรือไม่ ท่านพ่อมาตามหาข้าแล้ว ิชิว เ้าคอยดูเถิด! เ้าต้องโดนสั่งสอนอย่างหนักแน่... อื้อ...”
ทันใดนั้นเยี่ยจ้านก็ถูกปิดปากแล้วถูกลากตัวออกไป
ในเมื่อจับเอ้อร์ซื่อจื่อมาเป็ตัวประกันก็ต้องทำให้ดูสมจริงสักหน่อย
ิชิวลุกขึ้นยืนจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เตรียมตัวต้อนรับเยี่ยจิ่วที่กำลังเดินทางมาเยือนถึงที่
ความคิดในสมองยังคิดไม่ทันจบ ก็ได้ยินเสียงบางอย่างแหวกอากาศเข้ามา
“ฉึก!” เสียงดังขึ้น ชายเสื้อคลุมสีเทาของิชิวถูกใบไม้ตัดขาดไปมุมหนึ่ง
ิชิวไม่โกรธเลย กลับยิ้มตาหยีพลางกล่าวว่า
“นี่ข้าเพิ่งซื้อเสื้อตัวนี้มาเมื่อวานเองนะ ใส่ได้ไม่กี่ชั่วยามก็ขาดซะแล้ว เฒ่าเฉียน”
“ขอรับหัวหน้า”
“ไปเอาสมุดบัญชีมา จดบันทึกไว้ว่าเยี่ยจิ่วติดหนี้ข้า หนึ่งร้อยตำลึง”
ทันทีที่พูดจบ เยี่ยจิ่วก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับจวิ้นจู่ตัวน้อย
เด็กหญิงเอียงศีรษะถามว่า “ท่านพ่อ เสื้อผ้าอะไรถึงได้ราคาแพงถึงหนึ่งร้อยตำลึงเช่นนั้นเ้าคะ?”
“ผ้าปกปิดความอัปยศของโจร”
“...” ิชิวถึงกับพูดไม่ออก เยี่ยจิ่ว เ้ามันร้ายกาจ พาบุตรสาวมาด่าข้าถึงที่
ิชิวกำลังจะโต้ตอบ ทว่าสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นเด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ข้างกายเยี่ยจิ่ว
โอ้โห! จวิ้นจู่น้อยที่งดงามราวกับหยกแกะสลักนี้ช่างน่ารักเหลือเกิน
หากไม่มีเยี่ยจิ่วยืนอยู่ข้าง ๆ ราวกับเทพแห่งความตาย เขาคงวิ่งเข้าไปอุ้มเ้าตัวน้อยน่ารักนั่นแล้ว
เด็กหญิงตัวน้อยสวมชุดกระโปรงสีชมพู ผมตั้งขึ้นเหมือนเด็กผู้ชาย มีผ้าผูกผมสีชมพูผูกไว้ตรงมวยผม
ช่างเป็การแต่งตัวที่แปลกประหลาด แต่ก็น่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน
โชคดีที่ิชิวสามารถควบคุมตัวเองได้ ไม่เช่นนั้นยามนี้เขาคงพุ่งตัวเข้าไปแย่งเด็กหญิงจากอ้อมกอดของเยี่ยจิ่วไปแล้ว
ิชิวกำลังมองเยี่ยถวนถวนอยู่ ในขณะที่เยี่ยถวนถวนก็กำลังมอง ดูท่านอาหนุ่มหล่อคนนี้เช่นกัน
โอ้... ท่านอาคนนี้แตกต่างจากท่านพ่อโดยสิ้นเชิง ที่แท้บุรุษงามก็มีมากมายเช่นนี้... เอ่อ
เหตุใดท่านพ่อจึงเคาะศีรษะน้อย ๆ ของนาง
แม้จะเป็เพียงการเคาะเบา ๆ แต่เ้าตัวน้อยก็เข้าใจทันที
เยี่ยถวนถวนเงยหน้าขึ้นกอดแขนเสื้อของเยี่ยจิ่นหานแล้วกล่าวว่า “ท่านพ่อยังคงหล่อที่สุด”
เยี่ยจิ่นหานยิ้มอย่างพึงพอใจ โบกมือให้กองทหารม้าไปพักผ่อนที่เชิงเขาด้านหลัง สถานที่แห่งนี้ไม่จำเป็ต้องถูกทำลายจนราบเป็หน้ากลอง
สำหรับการสนทนาระหว่างบิดาและบุตรสาวคู่นี้ ผู้คนของจากจวนอ๋องเก้าต่างคุ้นเคยกันดี
ส่วนิชิวกลับมองอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
เยี่ยจิ่นหาน... หล่องั้นหรือ???
เขายอมให้ผู้อื่นกล่าวว่าเขาซึ่งเป็บุรุษผู้ยิ่งใหญ่หล่อเหลาอย่างนั้นหรือ???
ิชิวอดไม่ได้ที่จะมองดูเด็กหญิงตัวน้อยที่ดูไร้เดียงสาอีกครั้ง
และได้ข้อสรุปว่า : คนที่มีนิสัยแย่มาก ๆ เมื่อมีบุตรสาวแล้วจะกลายเป็คน... วิปริตมากขึ้นกระนั้นหรือ?
เยี่ยจิ่นหานเพียงแค่มองสายตาของิชิวด้วยความรังเกียจ เขาก็พอจะเดาความคิดในใจของอีกฝ่ายออก
เยี่ยจิ่นหานจึงรีบวางมือลงบนกระบี่
“ใจเย็น ๆ ข้าว่าพวกเราเป็คนมีอารยะ อย่าใช้กำลังกันเลย” ผู้ที่ได้ร่ำเรียนมาย่อมมีอารยธรรม