“นอนอีกแล้วนะ”
แม้ชายหนุ่มจะไม่ก่นด่าอะไรต่อ ก็ััได้ถึงความหงุดหงิดในน้ำเสียงนั้นได้ สำหรับธรณีแล้ว ทุกวินาทีที่ผ่านไปต้องใช้อย่างไม่สูญเปล่า เขาจะยิ้มออกก็ต่อเมื่อกลับมาเห็นผมก้มหน้าก้มตาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอย่างขะมักเขม้น ทุกการกระทำต้องมีคำอธิบายที่ซีเรียสจริงจังว่าสร้างประโยชน์ต่อตนเองอย่างไร เขาเคยบอกว่าการเล่นเกมก็คือการพัฒนาทักษะการตอบสนองของระบบประสาทให้ฉับไวยิ่งขึ้น ฟังแล้วรู้สึกเหมือนแก้ตัวซะมากกว่า ถึงจะบ่นอย่างไรก็ต้องทน ในเมื่อเขาเป็เพื่อนคนเดียวของผมในโลกอนาคตแห่งนี้
เผลอหลับไปตอนไหนวะเนี่ย
ผมคิดในใจ อาการสะลึมสะลือหายเป็ปลิดทิ้งจากการใเมื่อครู่ นาฬิกาข้อมือเพิ่งบอกเวลา 16.20 น. นับว่าเขากลับบ้านเร็วผิดปกติ ธรณีถอดรองเท้าที่ประตูทางเข้า ย่างก้าวเนิบ ๆ ตรงไปยังตู้เย็น ด้วยรูปร่างผอมสูงทำให้ดูเก้งก้างไร้เรี่ยวแรง ผิวสีแทนถูกสวมทับด้วยชุดทำงาน ซึ่งเป็เสื้อโปโลกึ่งทางการที่มีตัวอักษรเอสปักบนอกซ้าย สวมคู่กับกางเกงยีนขายาวสีดำ เขาถอดแว่นตาที่มีรูปร่างเหมือนหูฟังวางบนโต๊ะอย่างแ่เบา ก่อนใช้น้ำจากก๊อกน้ำในครัวล้างหน้าแล้วเอามือลูบผมสีดำสนิทของตัวเองขึ้นลวก ๆ
“ธร” ผมมักเรียกเขาด้วยชื่อเล่น “ไอ้เ้านี่มันเรียกว่าอะไรนะ”
ผมชี้ไปที่วัตถุบนโต๊ะของรักของหวงของเขา ส่วนที่เชื่อมกันระหว่างครอบหูสองข้างเป็กระจกใสโค้งผ่านระดับสายตาแทนที่ตำแหน่งที่คาดผม
“เอวีเอสอี” ธรณีพูดชื่อเต็มภาษาอังกฤษรัวเร็วจนฟังไม่ทัน “เรียก หูตาวิเศษณ์หรือหูตาเทียมก็ได้ แต่ไม่ค่อยมีใครเรียกชื่อภาษาไทยเท่าไหร่”
ครั้งแรกที่ได้ยินจินตนาการไปถึงอุปกรณ์หรูหราสุดไฮเทค ก่อนจะพบว่า เอวีเอสอี (Audio-vision Surveillant Equipment) คือชื่อเรียกอุปกรณ์ที่มีฟังก์ชันของกล้องวิดีโอแอ็กชันแคม [1] ขนาดเล็กที่บันทึกภาพและเสียงธรรมดา แต่จะมีความสามารถอื่นมากน้อยแค่ไหนขึ้นกับรุ่นและราคา อุปกรณ์ชนิดนี้นอกจากจะแนบใบหูและวางหน้าดวงตาตามชื่อแล้ว ยังบันทึกประสบการณ์ภาพและเสียงตลอดเวลาที่สวมใส่ แล้วอัปโหลดขึ้นคลาวด์ [2] ส่วนตัวอัตโนมัติเสมือนเป็บันทึกความทรงจำใน่เวลาหนึ่ง ความพิเศษจริง ๆ จะปรากฏชัดต่อเมื่อคุณสวมใส่สิ่งนี้ทั้งวันทั้งคืน สมมุติว่าวันหนึ่งคุณโดนปล้นคุณก็จะมีหลักฐานมัดตัวคนร้ายแ่าโดยไม่ต้องสอบปากคำ รวมทั้งไม่ต้องพึ่งพาความทรงจำที่อาจเลอะเลือน หรือคำให้การในชั้นศาลของพยานบุคคลผู้ไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป พูดง่าย ๆ คือ มันถูกสร้างมาเพื่อตรวจสอบสิ่งที่ผิดปกติทุกเื่ แต่ในใจผมกลับมองว่าเทคโนโลยีนี้ล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลมากเกินไป
“แต่นี่มันห้องส่วนตัว ไม่ใช่สวนสาธารณะ” ผมได้แต่คิดในใจ ไม่กล้าพูดออกไป หงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกที่เห็นเขาใส่เครื่องบ้า ๆ นี่ติดตัวตลอดเวลาราวกับเป็อวัยวะชิ้นหนึ่ง เคยถามเหตุผลครั้งหนึ่งเขาก็อย่างมักง่ายว่า ก็นี่มันห้องของเราโดยละคำว่า อย่าเสือก ไว้ในฐานที่เข้าใจ หากคิดในแง่บวกหน่อยคงยังไม่ไว้ใจเพื่อนร่วมห้องเต็มที่ จึงต้องบันทึกไว้เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด มีงานวิจัยที่นักวิทยาศาสตร์ติดตามผู้ใช้เ้าเครื่องนี่มานานถึงสี่สิบปี ก็ยังไม่พบผลข้างเคียงใด ๆ ต่อสมอง ธรณีจ้องผมผ่านกระจกแว่นที่ปรับเป็แบบใส
ชายหนุ่มเช็ดหน้าแล้วหยิบเครื่องเอวีเอสอีสวมกลับตามเดิม จ้องผมผ่านแว่นที่ปรับเป็กระจกใส อดรู้สึกประหม่าไม่ได้ ทุกอิริยาบถเหมือนถูกสแกนและบันทึกตลอดเวลา
“ของอยู่นี่นะ” ผมบุ้ยหน้าไปทางกล่องพัสดุที่วางปากประตูห้องส่วนตัว เขาขอบใจสั้นๆ แล้วไม่พูดอะไรต่อ อุตส่าห์ได้ของเล่นใหม่ทั้งที ไม่ะโโลดเต้นหรือแสดงท่าทางดีใจสักนิด ชายหนุ่มล้วงกระเป๋าท่าทีวางมาดในครัว กำลังรอให้ไอรินทำน้ำส้มคั้นตามคำสั่ง เพียงครู่เดียวเครื่องจักรก็รินของเหลวสีส้มออกมา เขายกดื่มสด ๆ โดยไม่เติมน้ำเชื่อม
ผมที่กำลังตัวงอบนโซฟาหาวฟอดใหญ่อีกครั้ง เอามือปิดปากแทบไม่ทัน
“นอนยังไม่พออีกเหรอ” เพื่อนว่าซ้ำ
“นอนชดเชยกลางคืน จริงๆ ชดเชยไปถึงอดีตเลย” ผมพูดจริง ก่อนจะมาโลกนี้แทบไม่เคยนอนครบแปดชั่วโมง การดิ้นรนใช้ชีวิตในเมืองกรุงไม่ใช่เื่ง่ายที่จะได้นอนเต็มอิ่ม “ใครจะไปขยันเหมือนท่านล่ะ ขนาดวันเสาร์ยังไปทำงาน”
“แค่ไปสอนพิเศษเด็กประถมกับมัธยมก็เหมือนไปนั่งคุยกับเพื่อนนั่นแหละ ดีกว่า นั่งว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำ” ผมเชื่อที่เขาพูด แน่ละสิก็เขาหัวดีนี่ ความรู้ความจำระดับผมคงเทียบไม่ติด
“เล่นแบตเทิลเอิร์ธถึงไหนแล้ว”
ผมยืดอกตอบอย่างภาคภูมิใจ “เหลืออีกสิบเลเวลก็แมกซ์แล้ว ส่วนเกมเดย์ฮันต์ก็เหลืออีกสาม”
“โห ไว้ใจได้จริง ๆ แบบนี้อีกสามวัน ท่านก็น่าจะไม่มีอะไรทำแล้ว เพราะทุกตัวคงเลเวลเต็มกันหมด” เพื่อนชื่นชมด้วยน้ำเสียงประชด ผมไม่ได้เก่งมาจากไหน ก็ฝึกเล่นเหมือนคนปกตินั่นแหละ ่แรกสู้กับคอมพิวเตอร์เพื่อลองเชิง จากนั้นก็ค่อยฝึกกับคน จนตอนนี้ใครหน้าไหนมาท้าก็พร้อมชนหมด มีพร์รึเปล่าไม่แน่ใจ ที่แน่ ๆ คือมีเวลาว่างถมเถ ั้แ่ยกเลิกภารกิจตามหาบ้านก็ไม่มีอะไรทำ
“นายก็ซื้อเกมใหม่สิ” ผมเอ่ย ธรณีจ้องมาด้วยสายตาประหลาด จึงแก้ให้ “...ท่าน...ก็ซื้อเกมใหม่สิ”
ช่วยไม่ได้ ผมไม่ชินกับการเรียกเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันด้วยคำสรรพนามทางการเช่นนี้ เคยขออนุญาตแล้วแต่เหมือนเ้าตัวจะลืม ตอนที่ออกความเห็นว่าเื่นี้ไร้สาระ กลับโดนสวนกลับมาด้วยคำสอนโบราณว่า มีแต่ผู้ที่อยู่ในคอมฟอร์ตโซน [3] เท่านั้นที่จะเห็นการเรียกร้องเป็เื่ไร้สาระเพราะตัวเองไม่เดือดร้อน คำสรรพนามไม่แบ่งชนชั้นพวกนี้ก็ริเริ่มมาจากข้อเรียกร้องของผู้ถูกกดขี่นั่นแหละ อย่างไรก็ดีธรณีพูดปิดท้ายทำนองว่า เขาไม่มีสิทธิ์บังคับให้ผมเรียกแบบไหน ตามใจเลย ดีนะที่ผมตัดสินใจไม่เรียก กู-มึง
“เราซื้อเกมครั้งสุดท้าย น่าจะหนึ่งปีก่อน ตอนนั้นยังไม่ได้เป็ซูเปอร์โหวตเตอร์ (Supervoter) ”
ผมเก็บความสงสัยของคำที่เพื่อนพูดถึงไว้ในใจ คงเป็ตำแหน่งทางการเมืองบางอย่าง ซึ่งไม่ได้กระหายใคร่รู้มากนัก กิจวัตรของธรณีหลังเลิกงานคือขลุกตัวอยู่ในห้องเพื่อทำงานเสริม ศึกษากฎหมาย ไม่ก็อ่านข่าวการเมือง ยุ่งจนไม่มีเวลาเล่นเกม ชายหนุ่มจัดการน้ำส้มเสร็จแล้วก็สืบเท้าเข้ามาหา
“ถ้าท่านไม่นอนแล้ว เราขอเปลี่ยนนะ” ธรณีกล่าวเรียบ ๆ ใครจะกล้าขัดเ้าของห้อง ผมลุกขึ้นยืนเป็เชิงอนุญาต เตียงค่อยๆ เปลี่ยนกลับเป็โซฟายาวสีฟ้าตามคำสั่งเสียงของเขา
“ถ้าซื้อ ท่านจะเอาเกมแนวไหน เล่นแนวอื่นบ้างไหม” เขาถามขณะที่หย่อนก้นลงบนเบาะอันอ่อนนุ่ม
“ไม่อ่ะ อันเดิมดีแล้ว “ผมปฏิเสธพลางนั่งลงข้าง ๆ เหตุผลเดียวคือเกมแนวแอ็กชันชูตติง [4] ไม่ต้องใช้คิดให้หนักหัว เพื่อนสนิทสมัยมัธยมที่ชื่อ ปฐี ชอบเกมแนวนี้เหมือนกัน แค่ยืนดูเขาเล่นก็สนุกแล้ว น่าเสียดายที่ไม่ได้เจอนานแล้ว ถ้าเจอตอนนี้คงหน้าตาประมาณธรณี อันที่จริงใบหน้าทั้งคู่มีเค้าโครงที่คล้ายกันจนน่าประหลาด เคยแอบคิดเหมือนกันว่าจะเป็ปู่หลานกัน จนกระทั่งธรณีไล่ลำดับวงศาคณาญาติให้ฟังก็ไม่ตรงกับใคร เพื่อนมัธยมผู้ใจดีเคยให้ผมยืมแผ่นเกมกับแผ่นหนังเป็ประจำ เมื่อก่อนเคยเล่นเกมลับสมองอยู่่หนึ่ง ตอนนั้นยังบ้าดูหนังแนวหลังหายนะกับแนวเสียดสีสังคม แต่พอสิบปีหลังเปลี่ยนเป็ชื่นชอบพวกเบาสมองแทน อย่างเล่นเกมแนวยิง ไม่ก็ดูหนังตลก
ผมเพิ่งสังเกตว่าชายผอมสูงติดวัตถุชิ้นเล็ก ๆ ไว้ที่กระเป๋าเสื้อด้านซ้าย มีแวบหนึ่งที่นึกถึงเหตุการณ์ชุมนุมไม่กี่เดือนก่อนที่ผมจะจากมา
“ทำไมต้องติดโบสีขาวด้วย เกี่ยวกับการเมืองรึเปล่า” ผมทัก โบสีขาวเป็สัญลักษณ์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีหรือผู้บริสุทธิ์ ยังจำเหตุการณ์่นั้นได้ดี สัญลักษณ์นี้ถูกนำมาใช้เพื่อการเคลื่อนไหวหลังจากเหตุการณ์การอุ้มหายผู้ลี้ภัยทางการเมืองในกัมพูชา เรียกร้องให้รัฐบาลยุติความรุนแรงต่อผู้เห็นต่าง
“บางทีคนเราก็แค่ชอบอะไรบางอย่างโดยไม่มีสาเหตุ หรือถ้ามีเหตุผลจริง ๆ มันอาจมาจากชาติที่แล้วก็ได้ ใครจะไปรู้ ที่แน่ ๆ ไม่เกี่ยวกับการชุมนุมหรอก ในเมื่อไม่มีความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์มานานแล้ว” คำตอบของธรณีช่างดูยียวนเหลือเกิน สรุปง่ายๆ คือ ติดเพราะความติสท์ส่วนตัว อยากทำอะไรแหวกแนวก็ทำ
ธรณีบอกให้เอไอเปลี่ยนไปช่อง 98 ซึ่งเป็ภาพผู้ประกาศข่าวชายคนหนึ่งกำลังพูดถึงสิ่งที่เรียกว่า การดีเบตประชามติ (Referendum debate) ในหัวข้อเื่ระบบการเลือกตั้งเมื่อ่กลางวันที่ผ่านมา เป็เื่คุ้นเคยที่เคยถกเถียงกันมาทุกยุคสมัย ถามประชาชนว่าจะเปลี่ยนจากการเลือกตั้งแบบ MMM ซึ่งเขตมากกว่าบัญชีรายชื่อด้วยอัตราส่วน 4:1 ไปเป็ MMP ซึ่งมีอัตราส่วนเท่ากัน 1:1 หรือไม่ [5] แต่ทว่าผมก็ไม่เข้าใจระบบแม้แต่น้อย
“ขอให้ประชาชนทุกคนร่วมโหวตภายในสองสัปดาห์นะครับ” ชายหนุ่มในทีวีกล่าวปิดท้าย
“เวทีดีเบตไม่ใช่จัดเหมือนเกมโชว์ ให้แต่ละฝ่ายตอบโต้วิสัยทัศน์กันไม่ใช่เหรอ ทำไมประชาชนต้องโหวตนะ” ผมนึกถึงรายการทีวีที่เคยดู่ใกล้เลือกตั้ง เลยเสี่ยงถามคำถามโง่ ๆ ออกไป
เป็ไปตามคาด ธรณีย่นคิ้วพร้อมค้อนสายตากลับมา “ตลกละ ไม่งั้นจะจัดไปทำไม การดีเบตเป็วิธีดีที่สุดที่จะได้ข้อมูลเป็กลาง ยิ่งกว่าข่าวทุติยภูมิเสียอีก เพราะมีแต่เ้าตัวเท่านั้นที่จะรู้ว่าการสรุปแบบนี้ตรงกับที่ตัวเองพูดไหม...แสดงว่าเวลาว่างของท่านยังไม่เคยดูการดีเบตสักครั้งสินะ”
ผมพยักหน้าอย่างไม่อาย เพื่อนจึงเริ่มสาธยายให้ฟังถึงวิธีขั้นตอนการดีเบตอย่างละเอียด ผมฟังผ่าน ๆ จับใจความได้แค่ว่าจะมีสองฝ่ายมาถกเถียงกันเื่หนึ่ง แล้วใช้ประชามติโหวตตัดสินในตอนท้าย ผมสารภาพว่าไฟในตัวมอดไปตั้งนานแล้ว จึงแสร้งหันไปสนใจทีวี
{ ถึงกระนั้นอีกฝ่ายก็ยังพล่ามไม่หยุดเหมือนอัดอั้นมานาน มีแค่เื่การเมืองที่จะชักจูงเขาออกจากโหมดเงียบขรึมได้
“ดีเบตประชามติเริ่มการตั้งหัวข้อหนึ่งที่หวังให้ประชาชนตัดสิน จากนั้นก็เชิญตัวแทนฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายค้านขึ้นมาสลับกันพูด ถกเถียงกันโดยมีคณะกรรมการที่เป็กลางคอยสรุปสั้น ๆ ออกมาในรูปแบบของตารางเปรียบเทียบเหตุผลสนับสนุนเป็ข้อ ๆ ถ้าผู้พูดคนไหนคิดว่าสรุปไม่ถูกก็มีสิทธิ์แย้งให้แก้ไขได้ การนำเสนอแบบให้ข้อมูลสองทางเป็รูปแบบมาตรฐานของการนำเสนอความจริง รูปแบบรายการที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าสารคดีหรือบทความ ล้วนให้ข้อมูลทั้งข้อดีข้อเสีย บางทีก็สลับกันให้แขกรับเชิญที่เห็นต่างกันมาพูดคนละสัปดาห์ก็ได้” ธรณีอธิบายเหมือนเป็ห้องสมุดเคลื่อนที่
“อ้อ อย่างนั้นเองเหรอ” ผมแกล้งพยักหน้าเป็ระยะ ไม่ให้เสียมารยาท
“ถ้าอยากเป็กลางให้สุดโต่งกว่านี้ ก็ต้องนี่เลย เว็บไซต์ เรียลลิสติซิซึม (Realisticism) จะรับเฉพาะข้อมูลดิบมานำเสนอโดยไม่ให้แก้ไขใด ๆ แม้แต่เพิ่มแคปชัน [6] และที่สำคัญก็คือ ใคร หรือฝ่ายไหนจะนำเสนอก็ได้...ท่านยังฟังอยู่ใช่ไหม”
“อ๋อ ฟังสิ” ผมหันมาทางเขา ทำตาโตราวกับอยากรู้อยากเห็น
“เื่การดีเบต ถ้าไม่มีเวลาดูแค่กระดานสรุปก็ยังดี แต่ก็แนะนำให้ดูแบบเต็มนะ เพราะหลาย ๆ ครั้ง ถ้าไม่ฟังเื่ทั้งหมดก็ไม่มีวันเข้าใจ” ธรณีเริ่มยกตัวอย่างเปรียบเทียบเรื่อยเปื่อย “สมมุติว่ามีนักธุรกิจที่บ้างานคนหนึ่ง ชอบทำงานลืมวันลืมคืน บอกว่าการดูแลลูกเป็อุปสรรคที่จะทำให้เขามีรายได้เพิ่ม ท่านจะมองยังไง”
“ยังไงเหรอ” ผมลองคิดตาม แน่นอนว่าไม่ได้โลกสวย “ถ้าเขาไม่พร้อมทำหน้าที่พ่อ เขาก็ไม่ควรมีลูกั้แ่แรกสิ”
“แต่ถ้าฟังทั้งประโยคจะได้ว่า การดูแลลูกเป็อุปสรรคที่จะทำให้เรามีรายได้เพิ่ม การทำงานก็เป็อุปสรรคที่ทำให้ลูกมีความสุขเช่นกัน ดังนั้นจึงต้องรักษาสมดุลระหว่างงานและการใช้ชีวิต เห็นมั้ย ความหมายคนละเื่เลย” ธรณีเล่าต่อ ผมพยักหน้าอือออไปงั้น ๆ ก็พอเข้าใจประเด็น แต่ตัวอย่างที่ยกมาดูทื่อไปหน่อย
“ถ้าเป็ท่านจะโหวตอะไร” ธรณีถามขึ้นในตอนจบ เซ้าซี้จนน่ารำคาญ
“อะไรก็ช่าง มันไม่สำคัญเท่าเื่ปากท้องหรอก” ผมตอบส่ง ๆ ดูเหมือนว่าทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ
“เกี่ยวอะไร ทำไมจะทำพร้อมกันไม่ได้ในเมื่อสำคัญทั้งคู่ ท่านคิดว่าสองเื่นี้มันแยกออกจากกันได้จริง ๆ หรือ ยังไงเื่เศรษฐกิจรัฐบาลก็มีโครงการที่ต้องดีเบตเรื่อย ๆ อยู่แล้ว”
“ใจเย็นก่อน เราหมายถึงไม่รู้ เพราะไม่ใช่คนยุคนี้ ไม่มีความรู้พอจะตอบ” ผมพยายามใช้เสียงอ่อนโยนที่สุด หวังให้เพื่อนสงบลง ธรณีถอนใจสั้น ๆ แล้วหันไปดูข่าวต่อเงียบ ๆ งงว่าเื่แค่นี้ทำไมต้องหงุดหงิดด้วย คนรู้จักหลายคนบาดหมางกันก็เพราะเื่การเมืองนี่แหละ สักแต่ทำให้ปวดเศียรเวียนเกล้า ผ่านมากี่ปีก็พูดแต่เื่เดิม ๆ วนไป พรรคนั้นแตกคอกับพรรคนี้แล้วไปซบอกพรรคโน้น เปลี่ยนช่องไปดูสารคดียังดีกว่า }
[1] Action Camera เป็กล้องขนาดเล็กที่ออกแบบมาให้กันกระแทกและกันน้ำ ใช้ในกิจกรรมที่สมบุกสมบัน เช่น กีฬาเอ็กซ์ตรีม การดำน้ำ ติดตั้งบนโดรน หรือติดบนหมวกกันน็อกขณะขับขี่ยานพาหนะ
[2] Cloud / Cloud Computing เป็เทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลหรือโปรแกรมผ่านอินเทอร์เน็ต แทนที่จะเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว
[3] Comfort zone สภาวะทางจิตใจหรือสถานการณ์ที่บุคคลรู้สึกคุ้นเคย ปลอดภัย และไม่ต้องเผชิญกับความเครียดหรือกดดันมากนัก มักใช้ในเชิงการพัฒนาตนเอง
[4] Action-Shooting เกมแนวแอ็กชันที่ต่อสู้ด้วยการยิงปืนเป็หลัก เช่น Call of Duty หรือ Doom
[5] MMM - Mixed Member Majoritarian System ระบบแบบผสมเน้นเสียงข้างมาก ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แยกที่มาของ ส.ส.เขตและแบบบัญชีรายชื่อออกจากกันชัดเจนด้วยบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ การจัดสรรที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อมาจากคะแนนบัตรเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อโดยตรงโดยไม่มีคะแนน ส.ส.เขตมาเกี่ยวข้อง ในที่นี้ตั้งไว้ 4:1 คือ สส.เขต 400 สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน
MMP - Mixed Member Proportional System ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม หรือระบบเยอรมัน ใช้บัตร 2 ใบ แต่คะแนนเลือกตั้งผ่านบัตรบัญชีรายชื่อจะถูกนำมาคำนวณจำนวน ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค จากนั้นแต่ละพรรคจะได้รับการเติมจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพิ่มเข้าไปจาก ส.ส.เขตเดิมที่มีอยู่ เพื่อให้เทียบเท่าจำนวน ส.ส.พึงมี แต่หากมีจำนวน ส.ส.เขตเท่ากับหรือสูงกว่าจำนวน ส.ส.พึงมีอยู่แล้วก็จะไม่ได้เพิ่ม ในที่นี้ตั้งไว้ 1:1 คือ สส.เขต 250 สส.บัญชีรายชื่อ 250 (แต่อาจมีที่นั่งเพิ่มได้ตามสัดส่วน สส.พึงมี)
[6] Caption ข้อความสั้น ๆ ที่อธิบายภาพ วิดีโอ หรือเนื้อหาอื่น ๆ เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือสร้างอารมณ์ร่วมกับผู้ชมมักใช้ในสื่อโซเชียลมีเดีย