ขณะทิมล็อกประตูรถอยู่นั้นโจก็เงยขึ้นมองด้านหน้าของตัวบ้าน มันเป็ตัวอาคารทรงสูงอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างโทรมมีระเบียงยาวรายล้อมไว้อันเป็ลักษณะของทาวน์เฮ้าส์แบบเอ็ดเวิร์ด
“โจสำหรับเื่เมื่อคืนนี้....”
ทิมเอ่ยขึ้นขณะเอากุญแจใส่กระเป๋ากางเกง
“ฉันไม่้าพูดถึงเื่นั้นอีก”
โจคู้ไหล่ลง
“ที่จริงงานมันก็สนุกดีหรอกนะฉันว่าเราลืมมันเสียดีกว่า”
แต่ที่จูดี้ทำกับคุณมันน่าตำหนิมาก....”
“ก็แค่ผู้หญิงขี้หึงคนหนึ่งเท่านั้นล่ะน่าทิมต่อสู้เพื่อแย่งชิงผู้ชายคนเดียวกัน ผู้หญิงก็อย่างนี้แหละเหมือนกันหมดทุกคนมันเป็สัญชาตญาณดิบมากกว่า”
“อ้าว! แล้วคุณไม่คิดจะต่อสู้บ้างหรอกเหรอ ?”
“เพื่ออะไรเพื่อนิคน่ะเหรอ ?”
เธอฝืนยิ้มให้เขา
“ฉันว่าเราไปดูเขาระลึกชาติกันจะดีกว่า”
แต่ทิมกำลังมองหน้าเธออย่างจะเตือน
“โจคนดีคุณช่วยจำไว้หน่อยได้ไหมว่าผู้ชายนี้เขาเป็เพื่อนของเพื่อนนะอย่าทำอะไรหักหาญเกินไปนัก”
“ฉันไม่เคยคิดจะหักหาญเอากับใครทั้งนั้นแหละทิม”
เธอใช้นิ้วหัวแม่มือเกี่ยวสายกระเป๋าถือขึ้นคล้องไหล่
“ตอนนี้ฉันทำหน้าที่เป็นักสังเกตการณ์ที่ดีที่สุดอยู่แล้วและขอรับรองว่าจะไม่วิจารณ์อะไรออกมาเลยแม้แต่คำเดียว”
ผู้หญิงคนหนึ่งในชุดกระโปรงยาวเดินมาเปิดประตูบ้านด้านหน้าให้พวงผมรัดรวบไว้หลวมเป็หางลา ในมือถือกระดานเหน็บเอกสารอันหนึ่งไว้
“คุณเฮชแชมกับคุณคลิฟฝอร์ดนะคะ”
เธอเอ่ยขึ้นเหมือนจะยืนยัน
“คนอื่นๆเขามาพร้อมกันหมดแล้วล่ะค่ะเชิญตามฉันมาได้เลย”
ห้องโถงทางเดินที่ค่อนข้างสลัวปูไว้ด้วยพรมเนื้อหนาสีน้ำตาลเข้มทำให้ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าขณะที่คนทั้งสองเดินตามเธอผู้นั้นผ่านห้องต่างๆหลายห้องที่ปิดประตูไว้และขึ้นบันไดต่อไปยังชั้นสองห้องนั้นเป็ห้องใหญ่หันหน้าออกสู่สวนไม้ดอกแคบๆ ทางด้านหลังของตัวบ้านทั้งสองได้พบบิลล์ วอลตันกับคนอื่นอีกสิบสองคนซึ่งนั่งรอกันอยู่ในเก้าอี้ที่จัดขึ้นเป็รูปวงกลม วอลตันยื่นมือมาให้ัั
“สบายดีหรือ?”
เขาถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
“เออ ทิมผมทำตามที่คุณขอร้องมาแล้วนะผมบอกให้ทุกคนที่นี่ทราบกันแล้วว่าวันนี้มีนักข่าวชายหญิงมาร่วมสังเกตการณ์ด้วยก็ไม่มีใครคัดค้านหรอก”
เขาเป็บุรุษร่างเล็กอายุประมาณห้าสิบเรือนผมสีน้ำตาลค่อนข้างยุ่ง โจจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สีเขียวขณะััมือกับเขา
จากที่ใดที่หนึ่งข้างนอกมีเสียงเด็กเล่นกันอยู่ในท่ามกลางแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ดังเอะอะเกรียวกราวเธอได้ยินเสียงะโด้วยความตื่นเต้นเสียงลูกบอลที่ถูกเตะเต็มแรงแต่ทว่าภายในห้องนี้บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความเงียบสงบดังที่คาดหมายไว้เธอมองเห็นเด็กสาวสองคนนั่งเคียงกันอยู่ในเก้าอี้ปลายแถวสีหน้าบอกความตื่นกลัวบ้างที่นั่งถัดจากเด็กสาวสองคนเป็ผู้ชายสวมเสื้อสเว็ตเตอร์คอตลบกำลังกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับเพื่อนและหัวเราะกันเบาๆ
สภาพภายในห้องเห็นได้ชัดว่าเป็ห้องทำงานที่ค่อนข้างกว้างบรรยากาศน่าสบาย ไม่มีความเป็ระเบียบเหมือนห้องทำงานทั่วไปผนังด้านหนึ่งเต็มไปด้วยหนังสือส่วนฟากที่อยู่ตรงข้ามประดับด้วยภาพเขียนแบบญี่ปุ่นโจเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เหลืออยู่ส่วนทิมเลื่อนร่างเข้าไปนั่งทางด้านหลังของเธอเขาถอดครอบเลนส์กล้องถ่ายรูปออกและเอาวางลงบนเก้าอี้ข้างตัว
วอลตันเดินไปที่หน้าต่างรูดผ้าม่านเข้ามาครึ่งหนึ่งปิดบังแสงสีทองยามพลบค่ำลงจากนั้นก็เดินไปกดสวิตซ์โคมไฟตั้งโต๊ะแล้วจึงหันมายิ้มกว้างให้กับทุกคนที่นั่งรวมกันอยู่ภายในห้อง
“ท่านสุภาพสตรีและท่านสุภาพบุรุษครับก่อนอื่นผมขอต้อนรับทุกท่านที่ได้มารวมกันอยู่ ณ ที่นี้ผมหวังว่าในค่ำวันนี้ท่านจะได้รับทั้งความรู้และความสนุกไปพร้อมกันแต่ก่อนที่เราจะเริ่มดำเนินรายการผมอยากบอกกับทุกท่านว่าไม่มีสิ่งใดที่ท่านต้องกลัวเลยไม่มีผู้ใดจะรับการสะกดจิตได้ถ้าเขาไม่้า”
เขาเหลือบตามองมาทางโจที่กำลังหยิบโน้ตออกมาจากกระเป๋าถือและเอาวางไว้บนเข่า
“ปกติแล้ววิธีการดำเนินงานของผมก็คือทำการทดลองง่ายๆเสียก่อน เพื่อหาว่ามีใครในพวกท่านเหมาะสมเป็ผู้รับการทดลองสะกดจิตที่ดีได้และจากกลุ่มผู้ที่ผมเห็นว่าเหมาะสมผมจะขออาสาสมัครเพื่อรับการสะกดจิตในขั้นลึกเพื่อย้อนอดีตถ้าเป็ไปได้”
“ผมขอเน้นว่าสิ่งที่ผมกล่าวมานี้ไม่ใช่จะเกิดขึ้นได้เสมอไปเพราะมีอยู่หลายครั้งที่ผมพบว่าในท่ามกลางผู้เข้าชมไม่มีผู้ใดเหมาะสมเข้ารับการสะกดจิตในขั้นลึกได้เลย”
เขาหัวเราะด้วยน้ำเสียงแจ่มใส
“เพราะเหตุนี้ล่ะครับผมจึงพอใจกับวิธีการสะกดจิตหมู่ที่มีผู้เข้าร่วมั้แ่สิบคนขึ้นไปเพราะมันทำให้ผมมีโอกาสเลือกได้มากขึ้น”
โจขยับตัวอย่างอึดอัดยกขาขึ้นไขว่ห้างเหลือบตามองไปรอบๆก็เห็นทุกคนที่นั่งรวมกันอยู่ในห้องกำลังมองหน้าวอลตันอย่างตั้งอกตั้งใจฟังในทุกสิ่งที่เขาพูดคล้ายกับถูกสะกดจิตไปแล้วครึ่งหนึ่งเสียด้วยซ้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลของวอลตันชักชวนใจผู้ฟังให้เคลิบเคลิ้มตามเขาไปได้
“เอาละครับ”
เขาเดินไปนั่งตรงขอบโต๊ะทำงานหันมาเผชิญหน้ากับทุกคน
“ตอนนี้ผมอยากให้ทุกคนมองมาที่นิ้วผม”
เขายกนิ้วชี้ขึ้นช้าๆจนอยู่ระดับเดียวกับดวงตา
“เมื่อผมยกมือขึ้นท่านจะพบว่ามือของตัวเองพลอยยกตามขึ้นมาด้วยราวกับมันมีิญญาของมันเอง”
โจรู้สึกว่านิ้วมือของตัวเองรัดอยู่รอบดินสอที่ถือไว้กระชับแน่นเข้ามือทั้งสองข้างยังคงวางอยู่บนตักอย่าง แแ่จากปลายหางตาเธอมองเห็นมือของผู้ชายผู้ที่นั่งอยู่ติดกันกำลังบิดอย่างพร้อมจะเคลื่อนไหวแต่แล้วก็ตกลงบนเข่า เธอสังเกตเห็นลูกกระเดือกที่เคลื่อนขึ้นลงขณะเขากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืนใจเต็มที
เธอหันกลับไปมองวอลตันผู้กำลังมองดูปฏิกิริยาที่กำลังเกิดอยู่กับทุกคนอย่างไม่สนใจเท่าไร
“เอาละครับดีมากตอนนี้ผมอยากให้ทุกคนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบาย เพ่งสายตามองมาที่แสงไฟบนโต๊ะทำงานข้างหลังผมนี่ก็ได้แสงนั่นมันจัดจ้าจนตาคุณทนไม่ไหว ถ้าเป็เช่นนั้นก็ลองหลับตาลงพักสายตาเสียสักครู่ก็ได้นะครับ”
น้ำเสียงทุ้มมีอิทธิพลอย่างใหญ่พลวงมันคล้ายจะปลอบประโลมทุกคนให้คล้อยตามในสิ่งที่เขาพูด
“ดีมาก ตอนนี้แม้ว่าคุณพยายามลืมตาขึ้นแต่ก็พบว่าตัวเองทำไม่ได้เอาเสียเลยเปลือกตาของคุณปิดสนิทแสงไฟนั่นมันสว่างมากจนคุณไม่อยากมองดูมัน”
โจมีความรู้สึกว่าเล็บแข็งๆกำลังจิกลงไปกลางใจมือเธอโน้มตัวไปข้างหน้ากวาดสายตามองไปตามแถวที่คนอื่นนั่งอยู่ มีอยู่สองคนกำลังกะพริบตาถี่อย่างต่อต้านส่วนที่เหลือนั่งกันอยู่อย่างเงียบกริบเปลือกตาปิดสนิท วอลตันกำลังยิ้มเขาลุกขึ้นเดินไปบนพื้นพรมช้าๆ
“ตอนนี้ผมแตะมือของคุณละนะครับทีละคนๆ และเมื่อผมจับมือของคุณให้ยกขึ้นคุณจะพบว่าไม่สามารถบังคับให้มันลดลงได้”
ในน้ำเสียงมันมีอำนาจบางอย่างแฝงอยู่เขาเดินเข้ามาหาผู้ชายคนที่นั่งอยู่ข้างโจ ไม่สนใจเธอแม้แต่น้อยดวงตาของผู้ชายคนนั้นเบิกกว้างบอกความตื่นใวอลตันเอื้อมมาจับข้อมือของเขาและยกมือที่อ่อน เปลี้ยขึ้นแล้วก็ปล่อยออก
โจแปลกใจที่เห็นมือนั้นยกค้างอยู่ในอากาศวอลตันมิได้พูดอะไรออกมาอีกเขาเดินผ่านไปยังคนอื่นที่นั่งอยู่ในแถว จากทางเื้ัโจได้ยินเสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้น
ครู่ต่อมาวิธีการก็เสร็จสิ้นลงวอลตันกำลังเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานเอ่ยตามหลังขึ้นว่า
“ดีมากเลยครับทุกท่านผมขอบคุณมาก ตอนนี้ขอให้ท่านลดมือลงและลืมตาขึ้นได้แล้วสำหรับตอนนี้ผมขอเชิญทุกท่านดื่มกาแฟกันก่อนเพื่อที่เราจะพิจารณากันว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป”
โจเลียริมฝีปากอย่างใจคอไม่ดีนักรู้สึกว่ามันแห้งกรังั้แ่ตอนที่เธอจับตามองดูมองดูปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับผู้ชายผู้นั่งข้างตัวอยู่แล้วเขาลดมือลงช้าๆดูมันเป็ความเคลื่อนไหวตามธรรมชาติอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องใช้ความพยายามบังคับเลยเธอเหลียวมองไปทางทิมผู้นั่งอยู่ข้างหลัง เขาหลิ่วตาให้พร้อมกับยกนิ้วให้เธอด้วยก่อนจะเอนหลังลงพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์
และราวกับมีสัญญาณลึกลับบางอย่างเกิดขึ้นเมื่อประตูห้องเปิดออกพร้อมกับร่างของผู้หญิงคนที่เปิดประตูให้เดินเข็นรถใส่เครื่องดื่มเข้ามาบนรถคันนั้นมีเหยือกดินเผาขนาดใหญ่บรรจุกาแฟไว้เต็มพร้อมด้วยถ้วยชุดเธอเลื่อนรถไปตามแถวของผู้ชมโดยไม่พูดจาอะไรเลยไม่ได้เงยหน้าขึ้นสบตาใครในห้องด้วย โจจับตามองดูภาพที่เกิดอยู่ตรงหน้าอยากเปล่งเสียงหัวเราะออกมาดังๆ เมื่อสังเกตเห็นความเคร่งขรึมบนใบหน้าของทุกคน
เมื่อทุกคนได้รับกาแฟกันเรียบร้อยแล้ววอลตันก็ทรุดตัวลงนั่งอีกครั้ง สีหน้าของเขาหมกมุ่นขณะคนกาแฟในถ้วยจนเมื่อผู้หญิงคนนั้นลับร่างไปแล้วเขาจึงเอ่ยขึ้น
“ผมรู้สึกยินดีที่จะกล่าวว่าในค่ำวันนี้มีอยู่หลายท่านทีเดียวที่แสดงออกมาให้เห็นว่าตกอยู่ภายใต้อำนาจของการสะกดจิตได้โดยง่ายสิ่งที่ผมตั้งใจจะทำต่อไปก็คือว่ามีใครบ้างที่อยากอาสาออกมานั่งตรงนี้”
เขาชี้ไปที่เก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ข้างโต๊ะทำงาน
“ถือกาแฟติดมือมาด้วยนะครับเราจะได้คุยกันว่าผมจะทำยังไงต่อไป”