ตอนที่ 33 วิกฤต โอกาส ความโหดเหี้ยม
ฝูงจระเข้นับพันตัวเริ่มบ้าคลั่งกระโจมทะยานหมายจะฆ่าเคนจิทักษะเพลงดาบกระจายไปทั่ว ด้วยจำนวนที่คิดว่าเป็นต่อของฝูงจระเข้พุ่งทะยานอย่างไม่ลดละทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เคนจิฟาดฟันดาบทั่วสารทิศเลือดสาดกระจายไปทั่วหนองน้ำกลิ่นคาวเลือดฟุ้งกระจายไปทั่ว ซากศพจระเข้ยิ่งนานยิ่งมากขึ้น บางตนขาดครึ่งบางตนไร้ศีรษะ อวัยวะภายในกลาดเกลื่อนเต็มพื้นที่หนองน้ำบริเวณนั้นการเป็นบ่อเลือดแดงฉานเป็นวงกว้าง
ตามร่างกายเคนจิย้อมไปด้วยสีแดงมันมาจากเลือดของฝูงจระเข้ที่ตกตาย ความกลัวเริ่มกัดเซาะหัวใจของฝูงจระเข้ จากเดิมที่มีอยู่เกือบพันเวลานี้เหลือไม่ถึงหกร้อยเคนจิยืนหอบหายใจถี่ความเหนื่อยล้าเริ่มปกคลุม จากการที่ต้องใช้กำลังล้วนๆไม่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้ ศึกครั้งนี้เคนจิจึงค่อนข้างลำบาก
ขวัญกำลังใจของบรรดาฝูงนักสู้จระเข้กลับมาอีกครั้งอาการที่เหนื่อยหอบของเคนจิแสดงออกจนพวกมันสังเกตได้ พวกมันเริ่มล้อมหน้าล้อมหลังเคนจิและบุกจู่โจมอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง
“ทักษะเพลงดาบจันทราที่1 ล่องนภา!”
“ทักษะเพลงดาบจันทราที่2 ดาราหวนคืน!”
“ทักษะเพลงดาบจันทราที่3 คลื่นดารา!”
ทักษะดาบจันทราถูกใช้อย่างต่อเนื่อง และวนซ้ำกลับไปท่าที่หนึ่ง จากเก้าท่าเคนจิสามารถใช้ได้แค่สามท่าอาการเหนื่อยล้าเริ่มถึงขีดสุด คาตานะในมือเริ่มสั่นไหวรุนแรงเม็ดเหงื่อที่ผุดภายใต้หน้ากากแทบอาบหน้า เสียงหอบได้ยินอย่างชัดเจนเวลานี้ฝูงนักสู้จระเข้เหลือไม่ถึงสี่ร้อยตัว แล้วพวกมันก็คืบคลานมาอย่างเชื่องช้าเตรียมจะโจมตีชุดต่อไป
ทันใดนั้นเองร่างกายเคนจิเกิดการทรุดตัวไปชั่วขณะหนึ่งเรี่ยวแรงที่ขาหายไปชั่วครู่ ดวงตาเคนจิเบิกโพรงทันที พร้อมทั้งสบถในใจ
“เข่าอ่อน! บัดซบเอ้ย!!”
ฝูงจระเข้รอโอกาสอยู่แล้วและเมื่อมันมาถึงหนึ่งในนักสู้จระเข้ ระดับต่ำเข้าประชิดตัวเคนจิทันทีมันฟันดาบที่มีเงี่ยงแหลมคมในมือจากล่างขึ้นบนตั้งแต่ท้องยาวไปถึงหน้าอกของเคนจิรับแรงปะทะจากดาบ ส่งให้เขากระเด็นลอยออกไปไกล
“อั๊ก!! ตูมม!!”
เคนจิกระแทกลงไปในน้ำเสียงดังสนั่นตามทางที่เคนจิลอยไปนั้นไม่ปรากฏสายเลือดสาดตามทาง ท่ามกลางความสงสัยของฝูงจระเข้มันคิดว่าดาบนั้นต้องสร้างบาดแผลสาหัสให้เคนจิแน่นอนพวกมันมองไปยังเคนจิด้วยความสงสัย
เคนจิดันร่างตัวเองขึ้นมาจากน้ำเขาสำรวจร่างกายเขาทันที ตามรอยที่ถูกฟันปรากฏเพียงรอยช้ำสายหนึ่งจากท้องถึงหน้าอกเมื่อมองไปยังนักสู้จระเข้ที่ฟันเคนจิ มันเป็นเพียงมอนเตอร์ ระดับต่ำเท่านั้น
“ทักษะกายาเหล็ก!”
เคนจิถอนหายใจด้วยความโล่งอกแม้จะไม่มีบาดแผลแต่พลังชีวิตก็ยังคงลดอยู่ เมื่อสบโอกาสเคนจิล้วงเข้าไปในช่องมิติต้องการหยิบยาฟื้นอาการเหนื่อยล้า ไม่ทันได้หยิบออกมาจระเข้ระดับต่ำตัวหนึ่งโผล่มาจากด้านหลังกัดไปที่ท่อนแขนเคนจิอย่างจัง
“อั๊กก~~~!”
เคนจิสะบัดคาตานะในมือตัดศีรษะจระเข้ขาดลอยออกไป ปรากฏรอยแผลที่เกิดจากการกัดของมัน จระเข้ตัวนี้ระดับมันสูงกว่า175มันให้ทักษะกายาเหล็กไม่ทำงาน เลือดที่แขนไหลไม่หยุดบาดแผลที่เกิดจากการกัดของพวกมันติดสถานะเลือดไหล พลังชีวิตเคนจิเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องเขาไม่มีเวลาพอที่จะหยิบยาฟื้นพลัง ถ้าล้วงมือไปในช่องมิติ พวกมันจะโจมตีทันทีและรวดเร็วมาก
นักสู้จระเข้ระดับของพวกมันไม่ได้ทำให้เคนจิหวาดกลัวเคนจิสามารถฆ่าพวกมันได้ในการโจมตีเพียงหนึ่งหรือสองครั้งแต่ด้วยที่จำนวนมหาศาลและไม่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้ เคนจิจึงต้องพึ่งพละกำลังล้วนๆเคนจิเริ่มเห็นความสำคัญของ พละกำลัง [STR] เมื่อจบศึกครั้งนี้ต้องทำการเพิ่มแต้มให้กับมัน [STR] ไม่เพียงแต่เพิ่มพลังโจมตี มันยังทำให้สภาวะเหนื่อยล้าลดน้อยลงอีกด้วยทำให้สามารถต่อสู้ได้ยาวนานขึ้น เคนจินั้นไม่เคยได้ใส่ใจในส่วนนี้เพราะเขาไม่เคยตกที่นั่งลำบากแบบนี้มาก่อน
ฝูงจระเข้เริ่มทยอยล้อมหน้าล้อมหลังเคนจิอีกครั้ง พวกมันปิดเส้นทางหนีกลับไปยังชายฝั่งหนองน้ำ และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นด้านหลังนักสู้จระเข้กำลังมีท่อนไม้จำนวนมากกำลังลอยมายังที่นี้ หากมันเป็นขอนไม้จริงๆ ก็คงไม่มีอะไร แต่เคนจิรู้อยู่แล้วว่าพวกมันไม่ใช้ขอนไม้
“ฮ่าฮ่าฮ่ากำลังเสริมมาแล้ว อีก 500ตน แกตาย แกตายแน่!”
เม็ดเหงื่อปกคลุมทั่วใบหน้าเคนจิภายใต้หน้ากากจากจำนวนเกือบสี่ร้อย เพิ่มขึ้นมาเกือบเก้าร้อย ไม่มีทางหนี เรี่ยวแรงใกล้หมดพลังชีวิตลดลงอย่างต่อเนื่อง จะกระโจมทะยานบินหนีพวกมันก็จู่โจมได้อย่างรวดเร็วและลากลงมาเช่นเดิมแรงดึงดูดจากน้ำทำให้เคนจิเคลื่อนที่ช้าลง แม้แต่ทักษะเคลื่อนที่พริบตาที่เคนจิสามารถใช้ได้อย่างดีกลับถูกแรงดึงดูดจากน้ำทำให้เคลื่อนที่ได้ลำบาก มันเป็นวิกฤตของเคนจิจริงๆ
นักสู้จระเข้เริ่มโจมตีอีกครั้งเคนจิตอบโต้กลับไปทันทีและดูช้าลง ตามร่างกายเคนจิเริ่มปรากฏบาดแผล ทั้งรอยดาบและรอยคมเขี้ยวพลังชีวิตลดลงอย่างรวดเร็ว เคนจิคิดในใจว่าวันนี้อาจเป็นวันตายของเขาแน่นอนเคนจิตวัดคาตานะในมือด้วยแรงเฮือกสุดท้าย ศีรษะนักสู้จระเข้ระดับกลางลอยสู่ฟ้าพร้อมกันที่เคนจิทรุดนั่งไปในหนองน้ำ ด้วยท่าทีหมดอาลัยตายอยาก
เสียงหอบหายใจเคนจิถี่ระรัวฝูงจระเข้มองด้วยสายตาเหี้ยมโหด รอยยิ้มของพวกมันเหมือนกับเพชฌฆาต พวกมันคืบคลานมาหาเคนจิอย่างช้าๆขณะที่เคนจิหมดแรงกำลังนั่งรอเตรียมตัวรับความตายที่กำลังมาเยือน ศีรษะจระเข้ระดับกลางที่เคนจิฟันขาดไปเมื่อครู่ตกลงใส่หน้าของเคนจิโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เลือดของมันไหลรินสู่หน้ากากแทรกซึมเข้าไปที่ใบหน้าของเขาเคนจิเบิกตากว้างดวงโตเท่าไข่ไก่ ร่างกายของเขากำลังตอบสนองอะไรบางอย่าง
เลือดที่ไหลซึมผ่านหน้ากากเข้าไปที่ปากของเคนจิ ดวงตาของเคนจิแดงก่ำ เขี้ยวที่แหลมคมยื่นยาวออกมา เล็บมือค่อยๆยาวขึ้นและแหลมคม พลังกำลังเคนจิค่อยๆ ฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องรวดเร็วพละกำลังที่สูญหายค่อยๆ เติมเต็มอย่างต่อเนื่อง จิตสังหารแผ่ออกมาจนฝูงจระเข้ถอยหลังออกไปด้วยความกลัว
“แวมไพร์! มันเป็นแวมไพร์ไม่ได้การแล้ว!! โจมตีครั้งต่อไปให้เล็งที่จุดตายของมัน”
เคนจิหยิบหัวของจระเข้โยนทิ้งไป เขาดันตัวเองลุกอย่างเชื่องช้าสายตาที่แดงก่ำเหลือบมองไปยังฝูงจระเข้ที่กำลังจะบุกโจมตีความหนาวเย็นเสียดแทงไปถึงกระดูกสันหลังของพวกมัน ความหวาดกลัวปรากฏขึ้นในดวงตาบางตัวหกล้มคุกคลานถอยหนี เสียงหัวเราะในลำคอของเคนจิดังเบาๆก็ทำให้หัวใจของพวกมันเต้นระรัว
พลังชีวิตความเหนื่อยล้า บาดแผลตามร่างกายได้ถูกเยียวยา ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น เคนจิเริ่มเปิดศึกก่อนเขาพุ่งไปตัวหัวจระเข้อีกหนึ่งตน เมื่อหัวของมันลอยขึ้นไป เคนจิก็คว้ามันมาทันทีเลือดที่ไหลโชกของมันเคนจิยกมันขึ้นเหนือหัวของตน มันไหลผ่านหน้าของเคนจิเป็นที่สยดสยองในสายตาของพวกมัน
มหกรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้นอีกครั้งเคนจิกับฝูงนักสู้จระเข้ต่อสู้กันอย่างดุเดือด เมื่อเหนื่อยล้าและเสียพลังชีวิตเคนจิจะใช้เลือดของพวกมันทำให้หายเหนื่อยล้าพร้อมกับเพิ่มพลังชีวิตของเขาเวลานี้บึงมรณะถูกย้อมไปด้วยสีแดงของเลือด เศษแขน เศษขาและศีรษะจระเข้ลอยเกลื่อนไปทั่วบึง กลิ่นคาวเลือดฟุ้งจนน่าสะอิดสะเอียนหากมีใครอยู่ในบริเวณนี้ต้องอาเจียนแน่นอน
ดวงจันทร์เริ่มจะลาลับขอบฟ้าแสงแดดอ่อนๆกำลังสาดส่องมาเคนจิกำลังล้างคราบเลือดตามตัวบริเวณระดับน้ำลึกแค่ข้อเท้าเขาไม่ได้อยู่หลังม่านพลังอีกต่อไป เคนจิขึ้นมายังชายฝั่งใช้เวทย์สายลมปัดเป่าร่างกายให้เหือดแห้ง แล้วย่างเดินเข้าไปในป่าโดยไม่หันหลังกลับไปเคนจิสบถออกมาเบาๆ เสียงจากระบบดังขึ้น พร้อมกับการหายตัวไปของเคนจิ
“ชิ!!ดันหนีไปได้ร้อยกว่าตัว”
“ติ่ง! ผู้เล่นได้กำจัดนักสู้จระเข้ ระดับ ต่ำ 860 ตน ระดับผู้เล่นเพิ่มขึ้นเป็น 530 กรุณาอัพแต้มสถานะ”
“ติ่ง! ผู้เล่นได้กำจัดนักสู้จระเข้ ระดับ กลาง 420 ตน ระดับผู้เล่นเพิ่มเป็น 540 กรุณาอัพแต้มสถานะ”
“ติ่ง!ผู้เล่นได้รับเนื้อจระเข้ หนังจระเข้ ระดับต่ำ จำนวนอย่างละ 1,280 ชิ้น ได้รับเหรียญทอง 1,000เหรียญ”
“ติ่ง! ทักษะกายาเหล็ก เพิ่มระดับขึ้นเป็นระดับทอง ขั้นสูงสุด มอนเตอร์ระดับต่ำกว่า 200 ไม่สามารถสร้างบาดแผลให้ผู้เล่นได้”
ดวงอาทิตย์ยามเช้าลอยเด่นขึ้นผู้เล่นกลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งตรงมายังบึงมรณะ พวกเขาหยอกล้อคุยกันถึงการเก็บระดับที่บึงมันมีนักสู้จระเข้เป็นจำนวนมาก ระดับของพวกเขาต้องขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางความหวังของพวกเขา เมื่อหลุดพ้นออกมาจากป่าพวกเขาต้องเอามือขึ้นมาอุดจมูกทันทีภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้บางคนในกลุ่มถึงกับอาเจียนบางคนแขนขาหมดแรงทรุดนั่งไปกับพื้น ดวงตาสั่นไหวอย่างรุนแรง
ในเวลานี้บึงมรณะที่เป็นที่เลื่องลือเต็มไปด้วยฝูงนักสู้จระเข้ตอนนี้บึงได้ย้อมไปด้วยสีแดงของเลือดแถบจะทั้งบึงเศษซากชิ้นส่วนและอวัยวะภายในลอยเกลื่อนเต็มบึง กลิ่นคาวเลือดผสมกลิ่นสาปโคลนตลบอบอวลไปทั่วทั้งบึงมรณะ
“มันเกิดอะไรขึ้น?ฝีมือใครกัน”
“จะรู้ไหมล่ะก็มาพร้อมกัน”
“แล้วจะเอายังไงก็เอาเถอะแหวะ!!!”
“กลับซิกว่าพวกมันจะเกิดต้องรอครึ่งวัน จะรอไหมล่ะ”
“เออรีบไปเถอะ จะอาเจียนอยู่แล้ว เอ้า! นักบวชสลบไปแล้ว กลับไปตั้งหลักที่เมืองก่อน อาจมีข่าวในเมืองก็ได้”
“ฝีมือใครกันแน่โหดเหี้ยมจริงๆ”
พวกเขาแบกเพื่อนในทีมที่สลบกลับเมืองทันทีที่หายเข้าไปในป่า จระเข้ขนาดใหญ่เท่ากับรถบัสก็ปรากฏตัวขึ้นที่บึงมรณะสายตามันสาดส่องไปทั่วซากศพนักสู้จระเข้ แล้วคำรามลั่นอย่างโกธรเคืองจนพื้นน้ำสั่นไหวเป็นระลอกคลื่นอย่างรุนแรง
“โฮกก~~~~กกก !!!”