ตอนที่97 หญิงสาวในฝัน
“เอ๋! พวกเขาหายไปไหนหมด? ไม่มีใครรับโทรฉันเลย”
เด็กสาวบ่นพึมพำด้วยความแปลกใจเธอเก็บโทรศัพท์เข้าไว้ในกระเป๋าสะพายข้างใบเล็ก ก่อนค่อย ๆ ลุกเดินไปที่ประตูห้องคาราโอเกะพิเศษหมายเลขหนึ่ง
เธอเหลือบมองเห็นเพื่อนแต่ละคนต่างเดินพยุงกันทยอยออกไปจากห้อง เป็นการปิดฉากงานเลี้ยงไปในตัว
เธอไม่เป็นกังวลในความปลอดภัยของกงเจียหลิงเท่าใดนักเพราะเพื่อนสนิทที่มึนเมาได้ที่แล้ว มีหูเฉาเหว่ยช่วยประคองออกไปจากห้องอย่างทุลักทุเล
“บ้าจริง! ทำไมมึนหัวขนาดนี้? ดื่มไวน์แค่นี้ มันไม่น่าที่จะทำให้ฉันเมาได้เลย”
เด็กสาวบ่นพึมพำอย่างไม่เข้าใจถึงแม้ว่าเธอจะดื่มไวน์เข้าไปมากแต่ไม่ควรที่จะแสดงอาการมึนเมาและง่วงนอนได้มากขนาดนี้โดยคิดว่าความแข็งแกร่งของตนเองน่าที่จะช่วยทำให้ทนทานต่อฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ได้
ถึงอย่างนั้นเธอกลับพบว่าตนเองมีอาการมึนเมาและง่วงนอนไม่แตกต่างจากเพื่อนคนอื่นสักนิด
ระหว่างเดินออกไปยังที่จอดรถเธอเริ่มตาพร่ามัวมากขึ้นทุกขณะ เมื่อเพ่งมองตรงไปจึงเห็นเป็นภาพพร่าเลือนพร้อมกับร่างของชายคนรักในชุดเครื่องแบบของกองกำลังพิเศษกำลังเดินตรงเข้ามาหาเธอ
ชายหนุ่มที่เธอรักเขาแต่ยังไม่กล้าที่จะเปิดใจยอมรับจึงส่งเสียงทักทายออกไปด้วยความงุนงนว่า
“เอ๋! อาจารย์มังกรดำ คุณมาที่นี่ได้ไง? ทำไมรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ละ?”
เสิ่นลี่อิงรู้สึกคล้ายจะเป็นลมหน้ามืดทันใดเธอเดินเซไปซบเข้ากับอกแกร่งที่พุ่งตัวเข้ามารองรับพร้อมโอบกอดเธอเอาไว้อย่างอ่อนโยน
เด็กสาวพึมพำขึ้นมาเสียงเบาก่อนที่จะผล็อยหลับไปอย่างไม่รู้ตัวว่า“ฮือ...ง่วงจังเลย.....ขอนอนหน่อยนะ”
เสิ่นลี่อิงยืนหลับซบอกหยางจุ้นอย่างไม่รู้สึกตัวเธอรับรู้แค่ว่ามีวงแขนอบอุ่นโอบล้อมตัวไว้ไม่ให้หกล้ม จึงปล่อยตัวหลับอย่างสบายใจ
หลินอี้เฟิงวิ่งตรงมายังห้องพิเศษหมายเลขหนึ่งเขาคำนวณเวลาแล้วคิดว่าไวน์ผสมยาน่าจะออกฤทธิ์ ทว่าเขาต้องเสียเวลาต่อสู้กับกลุ่มชายปริศนาที่ตั้งใจเข้ามาหาเรื่องอย่างไม่รู้ที่มา
เมื่อหาโอกาสสลัดตัวหลุดพันจากการต่อสู้โดยปล่อยให้ลูกน้องเผชิญหน้ากับชายปริศนาไปพลางเขาต้องการมารับตัวเด็กสาวไปดูแลอย่างแนบชิด
ทว่าพอมาถึงทางเดินไปห้องพิเศษหมายเลขหนึ่งหลินอี้เฟิงเหลือบมองเห็นร่างของเด็กสาวตกอยู่ในอ้อมกอดของหยางจุ้น ชายผู้เป็นหนึ่งในสามมังกรแห่งเมืองหลวง
เขายืนนิ่งตกตะลึงด้วยความไม่พอใจก่อนตั้งสติขึ้นมาได้ แล้วสอบถามหยางจุ้นด้วยน้ำเสียงแฝงความโกรธแค้นที่อีกฝ่ายเข้ามาขัดขวางแผนการว่า“หยางจุ้น คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
หยางจุ้นเหลือบมองหลินอี้เฟิงแวบหนึ่งเขาอุ้มแฟนสาวขึ้นมาไว้ในท่าเจ้าสาวเพราะกังวลว่าเธอจะยืนเมื่อยเกินไปก่อนตอบคำถามของอีกฝ่ายเสียงราบเรียบว่า
“มารับแฟนเธอควรได้นอนพักผ่อนแล้ว”
เขาหันหลังเดินหนีหลินอี้เฟิงโดยไม่สนใจท่าทางหรือความคิดของอีกฝ่ายพลางคิดว่าการที่เขาเปิดตัวคบหากับเสิ่นลี่อิงอาจช่วยลดปัญหาของน้องสาวหลินอี้เฟิงที่ชอบมาเกาะแกะเขาได้
ตั้งแต่หยางจุ้นยืนโอบกอดเสิ่นลี่อิงแล้วอุ้มในท่าเจ้าสาวหลินอี้เฟิงกำหมัดแน่นอย่างไม่พอใจและโกรธแค้นหยางจุ้นที่เข้ามาขวางแผนการลิ้มลองเนื้อย่างอันโอชะทว่าเขาไม่สามารถเข้าไปต่อกรกับอีกฝ่ายได้เลย
พอหยางจุ้นเดินไปไกลแล้วเขาได้แต่พึมพำขึ้นมาด้วยความเคียดแค้นชิงชังผู้ที่เข้ามาเป็นคู่ต่อสู้หัวใจว่า
“บัดซบ!เป็นไปได้ยังไงที่เสิ่นลี่อิงจะเป็นแฟนของมัน?มันพูดมั่วสิ้นดีแล้วยังมาแย่งเด็กนั่นไปต่อหน้าฉันอีก”
หลินอี้เฟิงกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาใบหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหจนถึงขีดสุดเขาไม่คาดคิดว่าโอกาสที่ดีจะได้ลิ้มลองเด็กสาว กลับกลายเป็นว่าถูกคนอื่นคว้าไปได้อย่างง่ายดาย
“ไม่ได้การละต้องบอกเฟยเอ๋อร์ให้รีบไปแสดงตัวที่บ้านนั้นเสียที จะมัวแต่นั่งเขินอายอยู่เดี๋ยวก็ถูกเด็กนั่นแย่งไปได้หรอก มันต้องไม่มีโอกาสเป็นแฟนเด็กนั่น หน็อยแน่! บังอาจมาขวางทางฉัน”
เขานึกขึ้นได้ทันทีว่าต้องการตัวช่วยเพื่อให้ได้ตัวเสิ่นลี่อิงกลับคืนมาโดยต้องการยืมมือน้องสาวที่หลงรักหยางจุ้นเป็น
อย่างมาก ให้น้องสาวรุกเข้าหาพ่อแม่ของชายหนุ่มเสียทีเพื่อที่จะได้ปิดกั้นโอกาสของหยางจุ้นในการเป็นแฟนของเด็กสาวที่ตนหลงใหลอยู่
……….
ด้านหยางจุ้นที่อุ้มร่างของเสิ่นลี่อิงตรงมายังรถของตนเองที่มีคนขับรถจอดรออยู่เขาเหลือบมองเห็นสององครักษ์วิ่งมาจากอีกทิศทางหนึ่งด้วยท่าทางตื่นตระหนกจึงบอกพวกเขาออกไปว่า
“ตามไปที่บ้านเธอเลยฉันจะพาเธอไปส่งเอง”
“ครับ!” สององครักษ์ขานรับอย่างเข้าใจพวกเขารู้สึกสบายใจที่เจ้านายอยู่ภายใต้การดูแลของหยางจุ้น
สององครักษ์รู้ดีว่าไม่ควรสอบถามเรื่องราวของเจ้านายในเวลานี้แต่ควรตามไปช่วยคลี่คลายปัญหาที่จะเกิดขึ้นเมื่อกลับถึงบ้านของเจ้านายมากกว่า
หยางจุ้นอุ้มร่างอันไร้สติของแฟนสาวไปนั่งเบาะหลังรถยนต์หรูเขามีรูปร่างสูงใหญ่กว่าเธอมากจึงให้แฟนสาวนอนอยู่บนตักในท่าเจ้าสาวเหมือนเดิมโดยถือโอกาสโอบกอดเธอด้วยความรักใคร่อย่างที่สุด
“กลับไปฟาร์มครอบครัวเสิ่น”ชายหนุ่มเงยหน้าสั่งการลูกน้องซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับรถทันที
เขาไม่สามารถเห็นแก่ตัวด้วยการพาเธอไปพักผ่อนที่อื่นได้นอกจากพากลับบ้านเพื่อให้ครอบครัวเสิ่นสบายใจ ถึงแม้ว่าเธอจะอยู่ในสภาพนอนหลับเหมือนอย่างคนหมดสติไปแล้วก็ตาม
“อิงเอ๋อร์ท่าทางคุณไม่เหมือนคนเมามาก แต่ทำไมถึงได้ง่วงขนาดนี้?หรือว่าพอเมานิดหน่อยแล้วง่วงหลับไป?แบบนี้อันตรายมากเลย อย่าเที่ยวไปดื่มกับคนอื่นเชียวละ”
หยางจุ้นไม่พบกลิ่นผิดปกติบนตัวเด็กสาวเขาสัมผัสได้แต่กลิ่นไวน์โชยออกมากับลมหายใจของเธอจึงไม่ได้สงสัยเรื่องสิ่งปลอมปนในไวน์แต่อย่างใด
แต่เขานึกห่วงใยเธอหากต้องไปดื่มกับคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนโดยที่เขาไม่ได้อยู่ปกป้องด้วยเพราะอาจเกิดภัยได้
ร่างของเสิ่นลี่อิงนอนขดตัวอยู่บนตักของหยางจุ้นเธอแนบใบหน้าเข้ากับอกกว้างด้านซ้ายมือของเขาอย่างใกล้ชิดด้วยความอบอุ่น
ทว่าท่าทางของเธอกลับทำให้ชายหนุ่มรู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาทันใดเขาพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่ลุกโชนขึ้นมากะทันหัน
หยางจุ้นใช้มือขวาจับปอยผมเล็กๆ ที่ปิดบังเสี้ยวใบหน้างามออกไป ก่อนที่จะเปิดหน้าผากเธอเล็กน้อยแล้วก้มลงจุมพิตแผ่วเบา
พลันมีเสียงครางเบาๆ พร้อมกับเสียงพึมพำดังขึ้นมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้มของเด็กสาวว่า
“ฮือ.....อย่าเข้ามา.....ออกไป.....ระวังสายฟ้า.....อย่า.....”
หยางจุ้นตัวแข็งทื่อด้วยความตื่นตกใจที่ได้ยินข้อความจากปากของแฟนสาวเขากำลังนึกเปรียบเทียบใบหน้าของเธอเข้ากับหญิงสาวในชุดโบราณจากความฝันอยู่พอดี
เมื่อได้ยินข้อความบางคำที่ตรงกับเหตุการณ์เสียชีวิตของหญิงสาวแสนสวยคนนั้นเขาไม่อยากคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญและเธอจะเป็นคนเดียวกับหญิงสาวในความฝันขนาดนี้
“อิงเอ๋อร์เป็นคุณจริง ๆ ใช่ไหม?คุณคือผู้หญิงในความฝันของผม ผู้หญิงที่ผมเฝ้ารอคอยอยู่ หากเป็นความจริงก็คงดีผมไม่อยากทุกข์ทรมานเพราะความฝันนั้นอีกแล้ว อิงเอ๋อร์.....ได้โปรดช่วยผมที”
หยางจุ้นพึมพำพลางยกตัวแฟนสาวเล็กน้อยขึ้นมากอดแนบอกเขาอยากให้แฟนสาวเป็นหญิงสาวในฝันอย่างแท้จริงเพื่อที่จะช่วยให้เขาหายจากความทุกข์ทรมานที่ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้
เขาเคยเจ็บปวดทุกครั้งเมื่อตื่นขึ้นมาจนบางครั้งชักกระตุกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว อาการเจ็บจี๊ดอยู่ภายในหัวยิ่งกว่าถูกเข็มทิ่มตำนับไม่ถ้วนจะเกิดขึ้นอยู่นานหลังฝันถึงเหตุการณ์ปริศนา ทำให้เขาไม่อยากเจ็บปวดแบบนั้นอีก
เขาเคยบอกแม่ครั้งหนึ่งเมื่อครั้งยังเด็กแต่พอแม่พาไปตรวจร่างกายหาความผิดปกติ กลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดสักนิด อีกทั้งอาการเจ็บปวดนั้นจะเกิดขึ้นเฉพาะเวลาที่ฝันเรื่องเดิมซ้ำๆ
จากนั้นมาเขาจึงตัดสินใจไม่บอกอาการเจ็บปวดเหล่านี้กับแม่อีกแต่ยอมทนทุกข์อยู่เพียงลำพังโดยมีความหวังว่าสักวันหนึ่งอาการผิดปกติจะหายไปตลอดกาล
กระทั่งเขามีความหวังเมื่อจู่ๆ อาการเจ็บจี๊ดในหัวเพิ่งดีขึ้น โดยมีอาการหลงเหลือเพียงแค่ปวดมึนหัวธรรมดาได้ไม่กี่เดือนก่อนที่จะพบเข้ากับเสิ่นลี่อิง
..........
โด๊สและอูโน่พูดคุยกันระหว่างขับรถตามหลังรถของหยางจุ้นทั้งคู่คาดเดาเกี่ยวกับการเดินทางมาถึงเมืองต้าเสิ้งของหยางจุ้นด้วยความแปลกใจว่า
“กัปตันหยางมาเมืองต้าเสิ้งจะต้องมีเรื่องแน่”อูโน่แสดงความคิดเห็นอย่างมั่นใจ
“นั่นสิ!เป็นไปได้ไหมว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องที่นายท่านให้สอดแนมข้อมูล?” โด๊สแสดงความคิดเห็นอย่างไม่แน่ใจ
“ไม่แน่ใจ.....แต่จะมีเรื่องอะไร?.....ที่ทำให้กัปตันหยางมาถึงที่นี่ได้”อูโน่ส่ายหน้าอย่างไม่แน่ใจเหมือนกัน
เมื่อไม่มีคำตอบที่แน่ชัดในการปรากฎตัวของหยางจุ้นที่เมืองต้าเสิ้งกะทันหันโด๊สเปลี่ยนเรื่องพูดคุยโดยกล่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับศัตรูของเจ้านายที่มากินอาหารในภัตตาคารและยังตามมาที่สถานบันเทิงเอคเซเลนเต้เหมือนกันอีกว่า
“ดูท่าศัตรูจะต้องมีแผนชั่วแน่ไม่งั้นพวกมันจะตั้งใจตามนายท่านมาหรือ?”โด๊สกล่าวถึงหลินอี้เฟิงอย่างมั่นใจ
อูโน่ขมวดคิ้วแน่นด้วยความแปลกใจก่อนตอบเมื่อวิเคราะห์สถานการณ์อย่างละเอียดแล้วว่า
“อันนี้น่าจะชัวร์พวกมันมาทำลับล่อ อยู่แถวห้องร้องเพลงของนายท่านอีกด้วย” อูโน่พยักหน้าเห็นด้วย