"เจ็บสิ"
"เจ็บจะตายอยู่แล้ว!"
เย่ฉวนเพิ่งเคยรู้สึกอยากตายเป็ครั้งแรก!
มันเคยเป็เพียงความเ็ปของเืเนื้อภายนอกร่างกาย แต่คราวนี้เขารู้สึกได้ว่าอวัยวะภายในและเส้นเืทั้งหลายกำลังแตกเป็ริ้ว ๆ นี่เป็ความเ็ปในระดับที่ชายหนุ่มไม่เคยััมาก่อน!
"เ้าต้องอดทนไว้!"
เย่ฉวนกัดฟันอย่างอดกลั้น ทั้งร่างยังไม่หยุดสั่น
เขาปรารถนาอย่างยิ่งที่จะผ่านมันไปได้ แต่เขาก็รู้ดีว่าเขาทำไม่ได้ เมื่อหมดสติไปแล้วครั้งหนึ่ง ก็เป็ไปได้ว่าคงไม่อาจฟื้นขึ้นมาได้อีก!
"ถ้าข้าไม่ฟื้น จะเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวข้า?"
"นางอายุเพียงสิบสองปี! คนในคฤหาสน์ตระกูลเย่จะเมตตานางหรือไม่?"
เมื่อคิดได้ดังนี้ เย่ฉวนก็เงยหน้าขึ้นและร้องคำรามออกมา มือทั้งสองกำแน่นและใบหน้าก็เต็มไปด้วยสีสันที่บ้าคลั่ง "มาเลย เจ็บมากกว่านี้อีกสิ ฮ่า ๆ ข้าทนได้... ข้า... เ็ปเหลือประมาณ ยังไงก็ช่วยเพลาลงหน่อยเถอะ…"
เวลาค่อย ๆ ผ่านไปทีละน้อยจนเย่ฉวนไม่รับรู้แล้วว่าทั้งหมดนี้ใช้เวลานานเท่าใด ร่างกายของเย่ฉวนซวนทรุดลงเหมือนกับสายน้ำกระเพื่อมหลังจากมีอะไรตกลงไป ร่างของเขาเริ่มกระตุกคล้ายกับคนเป็โรคลมชัก
อาการชักกระตุกนี้ยังคงดำเนินอยู่ประมาณหนึ่งในสี่ชั่วยาม และเมื่อหยุดลง ร่างของเขาก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ!
เย่ฉวนนอนแผ่ราบไปกับพื้น เขาไม่เหลือแรงจะขยับตัวแล้ว!
ในเวลาเดียวกันนั้น ข้างนอกหอคอยแห่งเรือนจำก็ได้มีเมฆจำนวนมหาศาลรวมตัวกันบนท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ตระกูลเย่ซึ่งในไม่ช้าฝนก็เริ่มตกลงมา แต่ทว่าพื้นอื่นที่รอบด้านข้างท้องฟ้ากลับแจ่มใสและมีแสงแดดจ้า พร้อมกันนั้นข้างบนท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ตระกูลเย่ สายรุ้งอันบางเบาค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเงียบงัน และเมื่อรุ้งสายแรกโผล่ขึ้นมา รุ้งสายที่สองก็ปรากฏขึ้นตาม เช่นเดียวกับรุ้งสายที่สามที่กำลังค่อย ๆ ปรากฏขึ้นภายในหอคอยแห่งเรือนจำนั้น จู่ ๆ เย่ฉวนก็ตัวสั่นขึ้นมาเล็กน้อยและรุ้งสายที่สามก็พลันหายวับไป
นี่คือนิมิตแห่ง์และโลกมนุษย์!
ทุกคนในเมืองชิงปั่นป่วน!
อัจฉริยะได้ถือกำเนิดขึ้นแล้วระหว่างสองพิภพ เมื่อมีเหตุการณ์ผ่านด่านหรือทะลวงเลื่อนขั้นได้ พวกเขาจะดึงดูดนิมิตของทั้ง์และโลกมนุษย์ หากจะว่ากันตามจริงแล้ว เื่นี้ก็เคยเป็เพียงตำนานเื่เล่าเท่านั้น แต่มาบัดนี้เหตุการณ์อัศจรรย์ได้เกิดขึ้นแล้วในเมืองชิง ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังข้างบนท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ตระกูลเย่
ณ คฤหาสน์ตระกูลเย่ ผู้เฒ่าสูงสุด บรรดาผู้าุโและทุกคนในครอบครัวต่างมารวมตัวที่ลานกว้างกันพร้อมหน้า ผู้เฒ่าตระกูลเย่คำนับฟ้าและกล่าวอย่างตื่นเต้น "ขอบคุณ์ที่เมตตาครอบครัวตระกูลเย่และเย่หลาง!"
ทุกคนในตระกูลเย่คุกเข่าและคำนับลงพร้อมกัน!
ในเวลานี้ ทุกคนในคฤหาสน์ตระกูลเย่ต่างยินดีปรีดาอย่างที่สุด!
ภายในคฤหาสน์ชาเตอเหลียน
ชายชรามองไปที่นิมิตแห่ง์และโลกเหนือคฤหาสน์ตระกูลเย่พลันทำสีหน้าน่าเกลียด "เ้าเย่หลางช่างยิ่งใหญ่อะไรปานนั้น! เขาสามารถดึงดูดนิมิตแห่ง์และโลกมาได้... ใครก็ได้ ไปตามนายท่านตระกูลจางและตระกูลหลีมาที่นี่ที บอกว่าข้ามีเื่้าหารือ"
ในเมืองชิง ิญญานกพิราบผู้พิทักษ์นับไม่ถ้วนโผขึ้นฟ้าแล้วบินไปทุกทิศทุกทาง ภาพนี้เป็ที่น่าอัศจรรย์ใจแก่ผู้พบเห็นนัก!
เื่ที่ตระกูลเย่มีผู้ถูกเลือกอยู่หนึ่งคนนั้นไม่ได้เป็ความลับแต่อย่างใด และถึงแม้ว่าผู้ถูกเลือกนั้นจะหาได้ยากยิ่ง แต่ผู้ที่มีพร์ถึงขนาดดึงดูดนิมิตแห่ง์และโลกมาได้นั้นกลับหายากยิ่งกว่า
เป็ที่รู้กันดีว่าต่อแต่นี้ไป ตระกูลเย่ได้ถูกยกระดับให้สูงขึ้นแล้ว!
ไม่ใช่เพียงแต่ในเมืองชิง แต่ยังหมายถึงทั่วในแคว้นเจียงทั้งหมดหรือแม้แต่ในทวีปชิงก็ตาม
ขณะนี้ทุกคนในคฤหาสน์ตระกูลเย่เกือบจะพากันลุกฮือด้วยความตื่นเต้น นอกจากนี้เบี้ยเลี้ยงส่วนตัวของแต่ละคนยังถูกปรับขึ้นเพิ่มอีกหนึ่งเดือนด้วยเพื่อเป็สินน้ำใจ และไม่เพียงเท่านั้น ผู้เฒ่าตระกูลเย่ยังได้ตรงเข้าไปหาปรมาจารย์เพื่อให้ท่านได้มอบตำแหน่งปรมาจารย์หนุ่มให้แก่เย่หลางอีกด้วย
ปรมาจารย์หนุ่มนั้นเป็ตำแหน่งที่แตกต่างจากผู้สืบทอดของตระกูล ตำแหน่งผู้สืบทอดนั้นหมายถึงทายาทสายตรงในลำดับถัดไป แต่ในขณะเดียวกันตำแหน่งปรมาจารย์หนุ่มนั้นมีศักดิ์และอำนาจมากเป็อันดับสองรองจากประมุขสูงสุดแห่งตระกูลเย่แต่เพียงผู้เดียว แม้ว่าผู้เฒ่าตระกูลเย่จะกระทำเกินกว่าอำนาจ แต่เขาก็ไม่สน นั่นเพราะในเร็ว ๆ นี้เย่หลางกำลังจะกลายเป็อัจฉริยะแห่งยุคที่นานปีจะมีให้พบได้สักหนึ่งหน กระนั้นแล้วปรมาจารย์สูงสุดจะสามารถทำอะไรเขาได้?
ในวันข้างหน้า วาสนาทั้งหมดของตระกูลเย่คงต้องพึ่งพาเย่หลางแล้ว!
ที่ลานหน้าคฤหาสน์ เย่หลางเงยหน้าขึ้นมองนิมิตบนท้องฟ้า คิ้วขมวดเป็ปมแน่น.
เขาทะลวงเลื่อนขั้นได้แล้ว!
เขาได้เลื่อนจากขั้นที่หก ผสานลมปราณเข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณ!
แต่กระนั้นเย่หลางก็ยังคลางแคลงใจอยู่ เมื่อสองชั่วยามที่แล้วเขาสำเร็จพลังขั้นหลอมรวมลมปราณได้ แต่นิมิตแห่ง์และโลกมนุษย์กลับเพิ่งมาปรากฏเอาตอนนี้! ดังนั้นแล้วเขาจึงไม่อาจแน่ใจได้ว่า นิมิตแห่ง์และโลกมนุษย์คราวนี้นั้นเกิดจากเขาหรือไม่!
ไม่นานนัก เย่หลางก็ยิ้มออกมาอย่างเ็า "หึ หากไม่ใช่ข้าแล้วใครกันเล่าที่จะมีความสามารถในการดึงดูดนิมิตแห่ง์และโลกนี้? ดูเหมือนว่าชีวิตนี้ โชคชะตาจะกำหนดให้ข้าเป็ผู้พร์อันสุดยอด!"
หลังจากกล่าวได้ดังนั้น เย่หลางก็หมุนตัวและเดินจากไป
ณ หอคอยแห่งเรือนจำ
เย่ฉวนนอนอยู่บนพื้น เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจรู้ได้ ในตอนนั้นเองเสียงของสตรีลึกลับก็พลันดังขึ้นภายในห้อง "ลุกขึ้นซะ แล้วดูที่ร่างกายของเ้า!"
เย่ฉวนค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นและก้มลงมองร่างของตัวเอง เขาชะงักไปทันทีเพราะตอนนี้ผิวของเขามีประกายสีทองจาง ๆ!
"นี่มันอะไรกัน?" เย่ฉวนมองไปรอบๆด้วยความสับสน
สตรีลึกลับกล่าว "ขั้นกายาทองคำนั้นหมายถึงการปลูกฝังทองคำลงภายในกายหยาบของเ้าให้หลอมรวมกลายเป็หนึ่งเดียวกัน ร่างกายคือรากฐาน เ้าจึงจำเป็จะต้องมีพื้นฐานเสียก่อน แต่การที่พื้นฐานของเ้าจะดีหรือไม่นั้น ก็มิได้เป็ตัวตัดสินว่าเ้าจะไปได้ไกลแค่ไหน คนธรรมดาก็ได้แต่เพียงฝึกฝนเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกายภายนอกแต่ละเลยความมั่นคงจากอวัยวะภายใน ทว่าในความเป็จริงแล้วต้องเริ่มฝึกฝนจากภายในจึงจะดีที่สุด ต่อเมื่อกล้ามเนื้อ กระดูก และอวัยวะภายในทั้งหมดของเ้าแข็งแรงเท่านั้นจึงจะสามารถทนรับต่อแรงปะทะจากภายนอกได้ แม้ว่าเ้าจะได้รับความเ็ปเหนืุ์ในตอนนี้ แต่มันก็จะเป็ประโยชน์ในภายภาคหน้า หรือหากเ้าลองมองให้ดี เ้าก็จะเห็นประโยชน์ของมันั้แ่ตอนนี้แล้ว"
เย่ฉวนสูดลมหายใจเข้าจนลึกแล้วประสานมืออย่างช้า ๆ ขณะนี้เขารู้สึกได้เลยว่าลมปราณภายในปั่นป่วนพลุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่าง!
เมื่อรู้สึกได้เช่นนี้ เย่ฉวนก็เกิดความยินดีเหลือประมาณ
จริงดังที่สตรีลึกลับกล่าว ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็สองเท่าจากเมื่อก่อน!
ไม่เพียงเท่านั้น หากจะพูดถึงความแข็งแกร่งแล้ว เทียบกับเมื่อก่อนหน้านี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย อาจกล่าวได้ว่าชายหนุ่มไม่รู้สึกกดดันเลยสักนิดหากตอนนี้จะต้องประมือกับคู่ต่อสู้ตัวฉกาจแบบตัวต่อตัว ยกตัวอย่างเช่น ผู้เฒ่าตระกูลเย่ที่ถึงแม้จะมีลำดับพลังอยู่ในขั้นผสานลมปราณ แต่ก็ใช้ชีวิตแบบสุขสบายมาตลอด ไม่เคยต้องได้รับความยากลำบากอะไร
เย่ฉวนรีบร้อนถามเมื่อฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ "ท่านผู้าุโ ตอนนี้น้องสาวข้าได้รับความเจ็บป่วยทุกข์ทรมาณจากพิษธาตุเย็น ท่านพอจะช่วยได้หรือไม่?"
สตรีลึกลับนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถาม "เด็กหญิงตัวเล็กคนนั้นน่ะหรือ?"
เย่ฉวนพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว
สตรีลึกลับพลันกล่าว "แน่นอน ข้ามีหนทางรักษานาง แต่น้องสาวของเ้าไม่อาจเข้ามาในหอคอยแห่งนี้ได้"
"ทำไม?" เย่ฉวนงงงวย
สตรีลึกลับตอบ "จิติญญาของหอคอยนี้กำลังหลับใหลอยู่ในห้วงลึกแห่งภวังค์ แม้ว่าตอนนี้มันจะยอมรับเ้าเป็เ้านาย แต่เ้าก็ยังไม่ได้กฎแห่งเต๋าเลยแม้แต่ข้อเดียว ดังนั้นเ้าจึงไม่สามารถพาคนอื่นมาที่นี่ได้ หรือหากเ้าดึงดันจะพาใครสักคนเข้ามา มันก็จะกำจัดคนแปลกหน้าผู้นั้นทันทีโดยสัญชาตญาณ"
เมื่อได้ยินดังนี้ใบหน้าของเย่ฉวนก็สลดลง "ดูเหมือนคงมีแต่ข้าจะต้องพาน้องสาวเข้าไปหาหมอในเมืองหลวงเท่านั้น"
ขณะนี้เขาเองก็เปรียบเสมือนลูกนกที่ใกล้จะแตกรัง กล่าวคือหากเขา้าที่จะบรรลุขั้นหลอมรวมลมปราณให้ได้ เขาก็ต้องตามหากระบี่ิญญาเพื่อจะดูดซับเข้าไป แต่กระบี่ิญญานั้นสูงค่ามากจนมิอาจประมาณค่าได้ ทั่วทั้งเมืองชิงอาจจะมีแค่เล่มเดียวเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงเื่ที่ตระกูลเย่จะมีในเลย! แต่ในสถานที่ที่เจริญรุ่งเรืองในแคว้นเจียงอย่างเมืองหลวง ไม่แน่ว่าอาจจะมีกระบี่ิญญาอยู่บ้างก็ได้!