ตอนที่ 22 : ข่าวร้ายกลายเป็จริง ตอนจบ
ทั้งกลุ่มใช้พลังกายราว 60% ในการวิ่งมาจนถึงเป้าหมาย
กับคนที่เป็มนุษย์อย่างิเซียนและเกวน นี่ถือว่ารวดเร็วแล้วหากใช้เกณฑ์มาตรฐาน แต่สำหรับคนอื่นนั้นยังเรียกไม่ได้ว่าออกกำลัง
เบื้องหน้าของทุกคนคืออาคารร้าง มีลักษณะเป็โดมคล้ายอาคารแข่งกีฬาในร่มที่ถูกทิ้งร้าง เศษผนังภายนอกถูกกระเทาะตามอายุขัยแสดงให้เห็นความน่ากลัวตรงที่สามารถพังทลายได้ทุกเมื่อ แม้แต่การใช้เป็แหล่งมั่วสุมยังไม่คุ้มความเสี่ยง แถมตำแหน่งก็อยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควร
แต่สำหรับพวกชินที่ไม่อยากจะสร้างความลำบากให้กับคนในตัวเมือง รวมถึงเป็จุดที่ไม่น่าจะมีใครเข้า อาคารนี้ถือเป็ตัวเลือกที่ดีมาก
ทั้งกลุ่มเดินเข้าไปในตัวอาคารอย่างระมัดระวัง
แต่ชินนั้นรู้อยู่แล้ว... จากทั้งประสาทััและอุปกรณ์ตรวจจับความร้อนจากใต้หน้ากากว่าไม่มีใครอื่นนอกจากคนที่น่าจะเป็มิวซึ่งรออยู่โถงกลาง
อัลเฟรดนำหน้าตามด้วยไดอาเหมือนเคย หนนี้เกวนขยับเข้ามาใกล้ชินมากขึ้นแม้จะมีโอลิเวียอยู่อีกฝั่งก็ตาม ทำเอาริวกับิเซียนที่เดินตามหลังมาอดคิดไม่ได้ ว่าตรงนี้เองก็มีอีกสนามรบเกิดขึ้นเช่นกัน
“โอ๊ะ มากันแล้วสินะ!”
ห่างออกไปไม่ไกล เสียงใสกังวานดังขึ้นทักทายก่อนที่เท้าของพวกชินจะย่างเข้าไปถึงเสียอีก
เมื่อมั่นใจว่าเป็พวกอัลเฟรด เธอจึงค่อย ๆ ปลดฮู้ดที่สวมอยู่ลง เผยให้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มราวเด็กอายุ 13 บวกกับส่วนสูงราว 150 ซม. ซึ่งถือว่าเตี้ยพอสมควร
ดวงตากลมโตสีฟ้า โทนเดียวกับสีผมทำทรงสั้นประบ่าอย่างน่ารักน่าชัง ทั้งหมดนั่นประกอบเป็เด็กสาวที่ดูคล้ายเด็ก ม.ต้น เธอมีส่วนสูงน้อยยิ่งกว่าิเซียนเสียอีก
ดูภายนอกััได้ถึงความบอบบางขนาดนี้ ชินเองก็คิดว่าสมแล้วที่เกวนยังต้องเป็ห่วง แต่แม้จะเด็กสักเพียงใดก็เป็คนที่อยู่ในโลกเื้ั
ไม่ว่าจะในแง่ไหน แต่เธอต้องมีฝีมือซ่อนอยู่แน่นอน
“ขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยากนะครับ มีใครลอบเข้ามาไหม?”
“สำหรับเื่นั้นก็มีข่าวดีกับข่าวร้ายล่ะนะคะ อยากฟังอันไหนก่อนเอ่ย”
คำพูดขี้เล่นสมเป็เด็กออกมาจากปากของเธอ แต่ท่าทางนั้นดูเป็ผู้ใหญ่กว่าที่ชินคาดนัก
“เล่ามาเถอะเฟ้ย!” กลับกัน ริวนั้นรีบร้อนสุด ๆ ไม่สิ... ออกไปทางหงุดหงิดเสียมากกว่าทั้งที่ไม่จำเป็
เพราะว่ากันตามตรง... ในประเทศอาณาเขตของตัวเองนั้น ไม่มีความจำเป็ต้องกังวลเื่ที่จะถูกศัตรูพบตัวเลยซักนิด นั่นเพราะผู้ปกครองอาณาเขตสามารถตรวจจับศัตรูได้ตลอดเวลา
“นายเนี่ยไม่มีอารมณ์ขันเลยนะ เพราะเงี่ยถึงได้ไม่เนื้อหอม” มิวแลบลิ้นใส่ริว ชินเดาไม่ถูกแล้วว่าคน ๆ นี้เป็ผู้ใหญ่จริงหรือเปล่า
แต่ที่แน่... ริวที่คิ้วกระตุกตามคำยั่วยุทันทีนี่แหละเด็กของจริง
“วะ ว่าไงนะยัยเปี๊ยกนี่!”
“ “ว่าใครเปี๊ยกยะ!” ”
“อึ๊ย!”
เป็ฝ่ายดุเขา แต่กลายเป็ริวที่สะดุ้งเพราะถูกดุมาจากสองฝั่งทั้งิเซียนและมิว
และน่าจะเป็เพราะเกรงใจิเซียน... ริวจึงไหล่ตกไม่พูดอะไรไปเลย
“อะแฮ่ม! ถ้างั้นก็... อย่างที่คาดล่ะนะ มีคนเข้ามาในเขตและคาดว่าเป็ศัตรู 7 คนล่ะ แต่ก็มีแค่ทางนี้นะ โชคดีที่ไม่มีศัตรูมาจากอีกฝั่งนึง”
ในระหว่างพูดมิวก็แหล่มองชินเป็พัก ๆ สงสัยจะเป็เื่ปกติไปแล้วที่คนดังอย่างแองกริคราวน์จะตกเป็เป้าสายตา
ส่วนทางชิน เขาไม่ได้สนใจสายตาแบบนั้นเหมือนเคย เพราะคิดว่าเอาเวลาไปทำอย่างอื่นคงจะคุ้มค่ากว่า
เช่นการทำความเข้าใจเื่ที่เด็กสาวที่ชื่อมิวคนนี้พูด
ภูมิศาสตร์ของเขต 60 นั้นถูกแบ่งออกเป็สองฝั่งมีทะเลจีนใต้ขั้น
ดังนั้นหากมีผู้ปกครองของฝั่งเราอยู่ฝั่งนึง และให้คนของเราอีกคนอยู่อีกฝั่งนึง ถ้าเกิดผู้ปกครองพลาดท่าก็จะไม่เสียดินแดนนั้นไปในทันที เพราะต้องทำการกำจัดศัตรูให้หมดไปจากอีกฝั่งหนึ่งด้วย
มองในแง่นี้แล้วประเทศเกาะจึงนับเป็จุดยุทธศาสตร์ชั้นเยี่ยม
บางทีที่อัลเฟรดเล็งอินดรานีเซียที่เป็หมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกคงไม่ใช่เื่บังเอิญ
ไม่สิ... ไม่ใช่แค่นั้น
การที่าาอันดับที่ 1 ตั้งใจบุกยึดออสตราเลีย บางทีก็คงเพื่อย่นอาณาเขตของตัวเองในการเข้ายึดอินดรานีเซียได้ง่ายขึ้นด้วยเหมือนกันก็เป็ไปได้
เพราะไม่ว่ายังไง ถ้าหากยึดอินดรานีเซียที่มีหมู่เกาะจำนวนมากมายได้ การใช้กลยุทธ์ดังกล่าวนั้นย่อมมีประสิทธิภาพสูงสุด
แต่ยังไงก็ตาม... ถ้าผู้ปกครองดินแดนคนนั้นเป็คนอ่อนแอ ยังไงก็ต้องเสียดินแดนให้ศัตรูอยู่ดี ขึ้นอยู่กับว่าจะยื้อยั้งในเขตตัวเองได้นานแค่ไหนจนกว่าอีกฝ่ายจะพบตัวเท่านั้น
“แล้วข่าวดีล่ะจ๊ะ?”
ระหว่างที่ชินคิดโน่นคิดนี่ไดอาก็เอ่ยถามต่อ ทางมิวที่เป็ฝ่ายถูกถามยิ้มแย้มออกมาแทบจะทันที
“ฮิฮี่! สงสัยคงจะหลับลึกกันสินะเลยไม่รู้ เพราะข่าวดีก็คือแผนลับของท่านาาสำเร็จยังไงล่า! พวกเรายึดเขตที่ 673 ได้แล้ว!!!” มิวชูสองนิ้วในท่า Victory อย่างร่าเริงสมกับเนื้อหาที่ป่าวประกาศ
“ “โห!” ”
ทุกคนต่างส่งเสียงดีใจออกมากันใหญ่ ตอนนี้ใบหน้าของทุกคนคงกำลังเต็มไปด้วยรอยยิ้มเตรียมฉลองชัย
จะมีข้อยกเว้นก็คงแค่ชินกับโอลิเวียที่ไม่ค่อยจะรู้เื่ด้วย
ประเทศ ‘บรัน’งั้นเหรอ... จะว่าไปก็เป็เขตประเทศเล็ก ๆ ที่อยู่ติดกับมาลาเชียในฝั่งนี้
มีแผนในการยึดหลายประเทศในเวลาเดียวกันแบบนี้ แถมยังทำสำเร็จไปแล้วอย่างนึง คงต้องประเมินกำลังรบของกลุ่มนี้ใหม่แล้วสินะ
ชินชื่นชมไม่น้อย ตระหนักอีกครั้งว่าอัลเฟรดเป็ชายที่ประมาทไม่ได้ดังว่า
ในตอนนั้น มิวก็เดินย่องเข้ามาหาชิน เธอช้อนสายตามองด้วยส่วนสูงที่ต่างกันกว่า 2 ไม้บรรทัด
“คุณเองเหรอคะแองกริคราวน์?”
“อา”
ชินตอบกลับสั้น ๆ ท่าทางขี้สงสัยพลางยกนิ้วชี้แตะริมฝีปากราวเด็กน้อยของมิวทำให้ชินเองก็ไม่กล้าวางท่าน่ากลัว
“จะว่าไงดี... ไม่เหมือนกับที่คิดไว้เลยนะคะเนี่ย นึกว่าจะน่ากลัว แล้วก็เป็ตาลุงยิ่งกว่านี้ซะอีก” มิวเผยรอยยิ้มแต่สีหน้าท่าทางยังออกไปในทางเกรงใจ
ไม่สิ... กำลังกลัวอยู่ต่างหาก
แต่เพราะกลัว ก็เลยสร้างความพอใจให้กับคู่หูของแองกริคราวน์แทน
“น่าเสียดายนะคะที่ไม่ใช่ตาลุง... เพราะภายใต้หน้ากากนั่นเป็หนุ่มหล่อชนิดที่คุณเห็นต้องใจละลายแน่นอน”
“เอ๊ะ! งะ งั้นเหรอ?”
มิวเผลอก้าวถอยหลังไปก้าวนึงด้วยรอยยิ้มแหย ๆ เจอโอลิเวียพูดโอ้อวดแถมยังยืดอกมั่นใจราวกับเป็เื่ของตัวเองทำเอามิวไปไม่เป็เหมือนกัน
“แหม... แต่ที่บอกว่าหล่อมันก็จริงแหละ” เกวนก็ใส่ไฟเพิ่มเข้าไปอีก การพูดไปด้วยเกาแก้มไปด้วยยิ่งมีเลศนัยชอบกลจนทำเอาโอลิเวียอารมณ์เปลี่ยนมาจ้องเกวนเข้า
“เธอก็อีกคนเหรอ”
คงมีแต่ทางชินที่ต้องกุมขมับ แต่ก็คงพูดไม่ได้ว่าไม่ชอบ
“อะแฮ่ม! การแนะนำตัวคงต้องเอาไว้ทีหลังนะครับ รายละเอียดตอนยึดเขตที่ 673 สำเร็จก็ด้วย... ตอนนี้ต้องโฟกัสกับการยึดอินดรานีเซียก่อน”
อัลเฟรดเห็นว่าสถานการณ์ยังไม่ถึงจุดที่จะคลายความกังวล เขาหันความสนใจทุกคนกลับมายังศึกที่กำลังจะเกิด ท่าทางของทุกคนสับเปลี่ยนเป็จริงจังในทันที
“คิดว่าอีกฝ่ายก็ไม่น่าเจอตัวเราหรอกครับ แต่ว่า———”
“เอ้อ ขอขัดตรงนี้หน่อยนะคะ”
มิวชูมือขึ้นสูงขัดจังหวะ แต่อัลเฟรดก็ไม่ได้ว่าอะไร
และเื่ที่ถึงกับต้องขัดคอาาของตัวเอง ก็เป็เื่สำคัญจริง ๆ เสียด้วย
“ตอนยึดเขต 673 เมื่อวานเราเจอศึกสามทางอย่างที่คาด เราเอาชนะได้โดยการแอบตามกองกำลังของาาที่ครองพื้นที่แถวยุโรปและเอาชนะพวกนั้นหลังจากที่สู้กับอีกพวกจนล้าน่ะค่ะ... พวกเขาสามารถตามหาผู้ปกครองดินแดนของเขต 673 ได้ในเวลาไม่นานด้วยอุปกรณ์บางอย่าง จริง ๆ ก็ว่าจะเอามาด้วยแหล่ะ แต่พอโค่นศัตรูได้เครื่องนั่นก็ะเิตัวเองทันทีเลย รอบคอบกันจริงๆ”
“อุปกรณ์ติดตาม?”
อัลเฟรดมีปฏิกิริยากับเื่ที่มิวเล่าทันที ตอนนี้เขาใส่หน้ากากอยู่จึงไม่อาจบ่งบอกสีหน้าได้ แต่น้ำเสียงก็บ่งบอกอย่างชัดเจนว่ากำลังร้อนใจ
มิวพยักหน้ารับตามทันที คนที่เจอมากับตัวย่อมแปลกใจกว่าใครอยู่แล้ว
“ใช่ค่ะ... ไม่รู้ว่าที่มาเป็ยังไง แต่เครื่องนั้นเหมือนจะสามารถใช้ตามหาตำแหน่งของผู้ปกครองดินแดนได้ในรัศมี 100 เมตร คิดว่าคงใช้เวลาพอสมควร แต่ถ้าเป็แผนระยะยาวยังไงก็หาเจอแน่”
คำตอบของมิวทำชินขมวดคิ้วตามทุกคน เพราะถ้าเครื่องนั่นมีจริง สถานการณ์ของานี้ก็ต้องเปลี่ยนอีกครั้ง
100 เมตรกับการหาคนในประเทศเล็ก ๆ งั้นเหรอ? สำหรับกรณีแบบนี้คิดว่าไม่น่าจะนานในการหาตัว
แต่จะยังไงก็ตาม... ทุกวันนี้เทคโนโลยีมันพัฒนาได้รวดเร็วมาก
หากมีอุปกรณ์ที่สะดวกแบบนั้นอยู่จริง การพัฒนามันเพื่อเพิ่มระยะการค้นและความแม่นยำขึ้นก็คงขึ้นอยู่กับเวลาแล้วล่ะ
เพื่อความปลอดภัย... คงต้องตั้งสมมติฐานไว้ว่าเ้าเครื่องนั่นเป็แค่รุ่นต้นแบบไว้ก่อน
ในความหมายก็คือ ต้องคิดเผื่อในกรณีที่อีกฝ่ายมีอุปกรณ์ค้นหาระยะกว้างกว่านี้ไว้ด้วยเพื่อความรอบคอบ
แต่ถ้าเป็แบบนั้น... แสดงว่าการที่พวกเรารวมตัวอยู่กับมิวที่น่าจะเป็ผู้ปกครองดินแดนนั้นไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว
แถมที่เคยคิดว่าต้องจัดการมือที่สามหลังจัดการผู้ปกครองดินแดนได้
ถ้ามีเ้าเครื่องนี้ก็จะอำนวยความสะดวกด้วย
แต่ในกรณีที่ศัตรูมีเครื่องนี้แทน... มันก็จะเป็ฝันร้ายเลยล่ะ
“...ทราบเงื่อนไขในการใช้ไหมครับ?” อัลเฟรดถามสิ่งที่ควรถามในทันที ซึ่งเป็ข้อสงสัยเดียวกับชิน
“ขอโทษด้วยค่ะ รู้แค่เท่าที่บอกไปนั่นแหล่ะ” มิวยักไหล่น้ำเสียงรู้สึกผิด เกวนเลยขยับเข้าไปใกล้แล้วก็ลูบศีรษะพลางบอกว่า ไม่เป็ไร ๆ
ชินได้แต่คิดว่าสมเป็เธอดี
แต่ว่า... แบบนี้อาจจะแย่ก็ได้
ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม... เื่ที่มิวเล่ามานั้นมีจุดอันตรายยิ่งกว่าที่คาดในความคิดของชิน
“ชื่อมิวใช่ไหม?” ชินเอ่ยถาม เกวนเลยผละมือออกจากมิว
“อ่ะค่ะ! มะ มีอะไรเหรอคะ?”
มิวตอบกลับอย่างตะกุกตะกักนิดหน่อย ดูเหมือนเธอจะกลัวชินอยู่จริง ๆ
แต่ชินมีเื่ที่ต้องสนใจมากกว่า
“ศัตรูที่ลอบเข้ามาในเขตของเธอน่ะ ั้แ่เมื่อไหร่?”
“ก็ั้แ่เมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน... !!!?”
เมื่อได้ยินคำตอบของมิว อัลเฟรด เกวน ไดอาและิเซียนก็ตะลึงจนถึงกับดีดหลังตรง ไม่แม้แต่เ้าตัวที่ตอบคำถามนั้นเอง
“แย่แล้ว... ลืมคิดเื่นี้ไปซะสนิทเลย” มิวบ่นอุบพร้อมขมวดคิ้วแน่น เธอหยิบหน้ากากที่ห้อยไว้ที่เอวมาสวมอย่างรวดเร็ว
หน้ากากที่เธอสวมคือแมวน้ำด้วยภาพวาดจากลายมือเด็กดูน่ารักน่าชัง แต่ท่าทางที่เปลี่ยนเป็ระแวดระวังในพริบตานั้นกลับสะท้อนภาพลักษณ์คนละแบบออกมาจากตัวหน้ากาก
“เฮ้ย! ศัตรูเข้ามาก่อน 1 สัปดาห์แล้วมันยังไงเล่า!? อธิบายให้ฉันเข้าใจด้วยสิเฟ้ย!” มีเพียงริวเท่านั้นที่ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่
อัลเฟรดเดินเข้ามาใกล้ริว เขายกนิ้วชี้ขึ้นขวางปากของหน้ากากตัวเองพร้อมทำเสียง ชู่! เพื่อให้ริวลดเสียง
“ศัตรูที่เข้ามาก่อน 1 สัปดาห์แต่ยังไม่ลงมืออะไรอย่างเป็รูปธรรม ก็แสดงว่าเขากำลังเคลื่อนไหวลับ ๆ เพื่อทำบางอย่างอยู่ยังไงล่ะครับ...”
“ก็แล้วมันอะไรเล่า”
ริวลดเสียงตัวเองลงอย่างว่าง่าย เขาพูดกระซิบกับอัลเฟรดด้วยเสียงที่เบาลงกว่าปกติ
...แต่คำตอบของอัลเฟรดก็แทบจะทำเอาเขาะโออกมาด้วยความตื่นตระหนกเลยทีเดียว
“ยกตัวอย่างเช่น... กำลังใช้เครื่องนั่นแกะรอยหาผู้ปกครองดินแดน... แกะรอยหามิวอยู่ยังไงล่ะครับ”
“!!!?”
ริวแทบจะหลุดใ เขาคงกำลังอดกลั้นเสียงที่เกือบจะหลุดออกมา
ภายใต้สภาพการณ์ที่ไม่รู้เงื่อนไขในการแกะรอยของอีกฝ่าย พวกชินในตอนนี้จึงเสี่ยงอันตรายมากถึงมากที่สุด ยิ่งไม่ต้องนึกถึงการที่ศัตรูใช้เวลาไปกว่า 1 สัปดาห์แล้วในการควานหาตัวมิว สถานการณ์ปัจจุบันจึงเสี่ยงขึ้นมหาศาลอย่างคาดไม่ถึง
...เรียกได้ว่า ต่อให้พวกนั้นรู้ตำแหน่งของมิวแล้วก็คงไม่มีอะไรแปลกเลยซักนิด
สัญญาณของสิ่งนั้นก็กำลังจะมา...
ชินััท่าทางแปลก ๆ ของโอลิเวีย เธอยกมือขวาขึ้นป้องหูที่อยู่ใต้หน้ากาก เป็สัญญาณขอความช่วยเหลือบางอย่างจากชิน
โอลิเวียัับางอย่างได้เธอเลย้าขยายขอบเขตการค้นหา
ชินที่เข้าใจเื่นั้นขยับเข้าไป วางมือบนไหล่ของโอลิเวียเพื่อใช้ ‘ไนท์’ ของตัวเองขยายขอบเขตการค้นหาของเธอเหมือนทุกที
“มาสเตอร์คะ ในระยะ 500 เมตร มีกลุ่มคนที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเป็แบบแผน คาดว่าเป็ศัตรูค่ะ มาจากทิศสิบนาฬิกา 4 คนและทางหกนาฬิกา 3 คน”
ชินได้ยินคำตอบจากโอลิเวียก็หันไปมองมิวเมื่อขอคำยืนยัน
แล้วพอมิวเปิดใช้ตราอัศวินตัวเองจนตราหลังมือส่องแสงสีแดง คำตอบที่ทุกคนไม่อยากคิดถูกก็เกิดขึ้น มิวพยักหน้าให้ทุกคนอย่างกังวล
“จากสองกลุ่ม มีผู้มีสัญลักษณ์กลุ่มละ 2 คน”
คำยืนยันดุจดั่งสายฟ้าฟาดผ่านศีรษะผ่านลงไปถึงปลายเท้าของทุกคน
สายตาภายใต้หน้ากากคมกริบปรับตัวพร้อมรับการโจมตีทุกเมื่อในทันที
“หนีได้ไหมครับคุณโกลเด้นด็อก” อัลเฟรดถามอย่างรีบร้อน
“สายไปแล้วค่ะ... ศัตรูใกล้เข้ามาแล้ว”
ตู้ม!!!
เสียงะเิดังสนั่นขึ้นยืนยันคำพูด
สายตาทุกคนหันไปยังต้นเสียง ห่างออกไปตรงจุดที่หลังคาถล่มลงมาอย่างแรงทำให้เกิดฝุ่นคละคลุ้งไปทั่ว สายตาทุกคนจับจ้องไปยังกลุ่มเงาที่ซ่อนอยู่ใต้ฝุ่นนั้นห่างไปไม่ไกล
ทว่ามันยังไม่จบแค่นั้น
ตู้ม!!!
เสียงสิ่งก่อสร้างถล่มดังเป็รอบที่สอง
มาจากประตูใหญ่จากอีกทิศตรงข้าม เผยตัวกลุ่มคนลอดเข้ามาผ่านฝุ่นคลุ้งมากถึง 4 คนด้วย ทั้งกลุ่มแต่งกายในลักษณะคล้ายคลึงกัน เป็ชุดเกราะเบาสีแดงเข้ม แตกต่างตรงหน้ากากที่สวมนั้นแตกต่างกันในแต่ละคน
หน้ากากจิงโจ้ หมีโคอาล่า สัตว์มีลักษณะคล้ายหนูอย่างพอสซัม ตามด้วยวอมแบท ทั้งหมดคือสัตว์ที่หาได้ไม่ยากในออสตราเลีย นั่นไม่ต่างจากการประกาศศักดาตัวเอง
เฉกเช่นเดียวกับอีกฟากนึงที่นำมาโดยเด็กสองคน สวมหน้ากากรูปเด็กสาวและเด็กชายยิ้มแป้น ทางเด็กผู้หญิงสวมกี่เพ้าสีแดง ส่วนเด็กชายสวมเสื้อถังจวง (เสื้อคอจีน) สีเขียว
และคนสุดท้ายที่ตามมาหลังสุด... คือคนที่ชินกับโอลิเวียแปลกใจเพราะไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก
“ไม่คิดว่าคุณจะอยู่ที่นี่ด้วย... บังเอิญจังเลยนะครับ”
ชายหนุ่มผู้เป็หนึ่งในอัศวินกองกำลังพิเศษที่แข็งแกร่งที่สุดของจีน ผู้เคยประมือและพ่ายแพ้ให้กับชินเมื่อไม่กี่วันก่อน
“ไอ้คุณ... แองกริคราวน์!!!”
ชายหนุ่มผู้สวมหน้ากากเสือโคร่ง... หู่ (เสือ) ได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง พร้อมเสียงะโลั่นสะท้อนความเกลียดชังอย่างล้นเหลือที่มีต่อชิน
❖❖❖❖❖
