ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 108 ผู้ที่น่าสงสัยมากที่สุด

            วันรุ่งขึ้นก่อนที่มู่ชิงอู่จะมา พ่อบ้านเซี่ยก็ได้ส่งชามาจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาฤดูใบไม้ผลิแต่ก็มีชาฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวอีกสองสามชนิดเช่นกันและทั้งหมดเก็บรักษาไว้อย่างสดใหม่

            ใครว่าในสมัยโบราณมีข้อจำกัดในการเก็บรักษาความสดใหม่กัน? เมื่อเห็นสิ่งต่างๆ ตรงหน้าแล้วหานอวิ๋นซีได้แต่ถอนหายใจด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไม่มีอะไรที่เงินทำไม่ได้

            เมื่อมองไปที่กระป๋องชาแต่ละกระป๋องนางก็ไม่ได้สนใจที่จะทานอาหารอีกต่อไป เข้าห้องตำราและตั้งหน้าตั้งตาทำการทดลอง

            นางยังคงทำเหมือนเดิมโดยแยกส่วนของน้ำชาและใบชาออกจากกัน ลองชิมชาเขียวอีกสองสามครั้งแต่น่าเสียดายที่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าเสียใจมาก

            ทั้งหมดล้มเหลวอีกครั้งแต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอะไร

            นางลองแบ่งประเภทตามวิธีการอบตามสายพันธุ์และตามฤดูกาลการเก็บ ทั้งฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวแต่น่าเสียดายที่ไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน

            หานอวิ๋นซีเดินออกจากห้องตำราก้มหน้าลงด้วยความเศร้าใจเล็กน้อย

            นางสงสัยผิดคนหรือมีอย่างอื่นที่นางมองข้ามไปกันนะ?

            แหล่งกำเนิด?

            จะเป็นแหล่งกำเนิดหรือไม่นะ?

            การแบ่งประเภทของชานอกจากวิธีการอบและฤดูกาลการเก็บแล้ว ก็คงเหลือเพียงแหล่งกำเนิดเท่านั้น

            เมื่อนึกถึงสิ่งนี้หานอวิ๋นซีก็ร่าเริงขึ้นอีกครั้งบางทีการไปโรงน้ำชาเทียนเซียงในวันนี้อาจจะคุ้มค่าก็ได้!

            “หวังเฟยได้เวลาทานอาหารแล้วเพคะ” แม่นมจ้าวพูดเตือน

            เช่นนั้นหานอวิ๋นซีจึงจะได้สติคืนมาในขณะที่นั่งลง แม่นมจ้าวก็พูดอีกครั้งว่า“ท่านอ๋องทรงตื่นแต่เช้าและกำลังชงชาอยู่ที่ลานบ้านเพคะ”

            ตะเกียบในมือของหานอวิ๋นซีหยุดชั่วขณะทว่าเพียงพริบตาเท่านั้นและไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆ

            แม่นมจ้าวมองนางอยู่เป็นเวลานานและพูดอย่างสบายๆว่า “ท่านอ๋องทรงชอบชาจากโรงน้ำชาเทียนเซียงมากที่สุดเพคะ”

            หานอวิ๋นซียังคงเงียบกินเงียบๆ ราวกับว่าไม่ได้ยินอะไร

            หลังจากที่กินอิ่มแล้วเมื่อเห็นแม่นมจ้าวไม่อยู่ หานอวิ๋นซีจึงเดินออกมาจากตำหนักดวงตาของนางล่องลอยไปในสวนขนาดใหญ่โดยไม่รู้ตัว แต่น่าเสียดายที่ไม่เห็นแม้แต่เงา

            จู่ๆแม่นมจ้าวก็ปรากฏตัวขึ้นจากด้านหลังและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “หวังเฟย...”

            หานอวิ๋นซีตกใจสะดุ้งโหยงรู้สึกผิดราวกับตนเป็นขโมย ทันทีที่หันกลับมา ก็พูดอย่างดุร้ายว่า“เจ้ากำลังทำอะไร?”

            แม่นมจ้าวรู้สึกผิดมากพูดอย่างเศร้าสร้อยว่า “คนรับใช้ที่อยู่ด้านนอกรายงานว่าแม่ทัพใหญ่กำลังรอท่านอยู่ที่ประตูหลัง”

            จากนั้นความโกรธของหานอวิ๋นซีก็สงบลงและนางก็รีบร้อนออกไป...

            เมื่อมู่ชิงอู่เห็นหานอวิ๋นซีเดินกะโผลกกะเผลกจึงจะรู้ว่าเท้าของนางได้รับบาดเจ็บ

            “หวังเฟยเท้าของท่านเป็นอะไรไป?”

            ความจริงหานอวิ๋นซีสามารถเดินได้ตามปกติแล้วเพียงแต่กลัวว่าจะมีผลที่ตามมา จึงไม่กล้าใช้แรงมากเกินไปและเดินกะโผลกกะเผลก

            นางกระโดดเข้าไปในรถม้า“พลิกนิดหน่อย ไม่เป็นไร”

            “หวังเฟยเช่นนั้นเปลี่ยนเป็นวันอื่นดีหรือไม่ เท้าของท่าน...”

            แม้ว่าร่างกายที่บอบบางจะไม่เหมาะกับสตรีผู้นี้แต่มู่ชิงอู่ก็ยังลังเล

            “ไม่เป็นไรรีบไปกันเถอะ เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ข้าไม่อยากแพ้” หานอวิ๋นซีเตือนด้วยรอยยิ้มนับถึงวันนี้ การเดิมพันของนางกับมู่หลิวเยวี่ยเหลือเวลาอีกเพียงสิบสองวัน

            มู่ชิงอู่ไม่รู้จะตอบอย่างไรทำได้เพียงขึ้นไปในรถม้า ทว่าเขาไม่กล้าที่จะนั่งรถม้าคันเดียวกับหวังเฟยจึงไปนั่งข้างๆ คนขับรถม้า

            เดิมทีหานอวิ๋นซีต้องการให้เขานั่งด้วยแต่เมื่อนึกถึงคำเตือนของหลงเฟยเยี่ยเมื่อวานนี้นางจึงลังเลอยู่พักหนึ่งและยอมแพ้ไป

            หลงเฟยเยี่ยค่อนข้างเป็นคนหัวโบราณอย่างไรก็ตาม ในโลกนี้ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยหรือสตรีที่แต่งงานแล้วตราบใดที่เป็นสตรีก็ต้อง “มีระเบียบวินัย” หากนางไม่ยับยั้งตนเองก็จะเป็นขี้ปากของผู้อื่นและเป็นปัญหาอีกครั้ง

            ในตอนที่มาถึงโรงน้ำชาเทียนเซียงยังเป็นเวลาเช้าอยู่และมีแขกไม่มากในสวนชา

            โรงน้ำชาเทียนเซียงแห่งนี้ล้อมรอบด้วยภูเขาชาสามลูกมีลำธารอยู่ด้านหน้า สภาพแวดล้อมสวยงามและเงียบสงบ สวนด้านในมีพื้นที่ขนาดใหญ่มากมีลานขนาดใหญ่และขนาดเล็กมากกว่าสามสิบลานในสวนและทางตะวันตกเฉียงใต้ก็ยังมีบ่อน้ำพุร้อนบ่อหนึ่งที่อยู่ภายใต้โรงน้ำชาเทียนเซียงเช่นกัน

            ไม่ต้องพูดถึงกำลังคนและทรัพยากรวัสดุที่ใช้ในการสร้างสวนชาแห่งนี้เลยแค่ที่ดินในเขตชานเมืองของเมืองหลวงเพียงอย่างเดียวก็ประเมินค่าไม่ได้แล้ว

            ว่ากันว่าเจ้าของโรงน้ำชาเทียนเซียงนั้นเป็นคนธรรมดาทั่วไปและที่อยู่ของเขาก็ลึกลับมาก เขาเป็นคนร่ำรวยมั่งคั่งผู้ที่มาดื่มชาไม่มีใครเคยเห็นเขา จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร

            มู่ชิงอู่ได้นัดหมายไว้ก่อนแล้วเมื่อเห็นรถม้าของจวนแม่ทัพ คนรับใช้ที่ประตูก็ไม่กล้าที่จะหยุดไว้และไม่กล้าที่จะเพิกเฉย รีบนำรถม้าไปที่ลานบ้านส่วนตัวทันที

            ลานบ้านนี้เรียกว่าลานจั้วซินหยู่และเป็นลานที่มู่หลิวเยวี่ยมาบ่อยๆ ซึ่งบังเอิญว่าวันนี้นางไม่ได้มาที่นี่

            ทันทีที่หานอวิ๋นซีลงจากรถม้านางก็ถูกดึงดูดโดยทุกสิ่งรอบตัว ลานส่วนตัวแห่งนี้มีความเป็นส่วนตัวอย่างมากล้อมรอบด้วยกำแพงสูงในสวนก็เต็มไปด้วยดอกไม้และโรงน้ำชาแห่งหนึ่งซ่อนอยู่ท่ามกลางดอกไม้

            “หวังเฟยระวังตัวด้วย”

            มู่ชิงอู่ขยิบตาให้นางสาวน้ำชารีบก้าวมาข้างหน้าเพื่อช่วยนางในทันที แต่หานอวิ๋นซีกลับบอกว่าไม่ต้อง

            นางเดินกะโผลกกะเผลกไปตามทางเดินหินเข้าไปในดงดอกไม้และนั่งไขว่ห้างในโรงน้ำชาหากนางไม่มีเรื่องอะไรต้องจัดการ นางคงอยากอยู่ที่นี่สักสองสามวันเพื่อพักผ่อนเสียเหลือเกิน!

            หากสถานที่นี้อยู่ในยุคปัจจุบันมันคงเป็นคลับระดับไฮเอนด์ชั้นสูงสุด เหมาะสำหรับการพบปะแบบลับๆและเหมาะสำหรับการนัดพบกับคนรัก

            “ดูเหมือนว่าหวังเฟยจะชอบที่นี่มาก”มู่ชิงอู่เองก็นั่งลงเช่นกัน

            “มันคงจะดีกว่านี้ถ้าได้ดื่มชาดีๆสักกา” หานอวิ๋นซีพูดติดตลก

            วันนี้มาที่นี่เพื่อดูโรงน้ำชาและมาเพื่อสอบถามเกี่ยวกับการซื้อของมู่หลิวเยวี่ยและบันทึกการเป็นสมาชิก

            หานอวิ๋นซีเชื่ออย่างยิ่งว่ามู่หลิวเยวี่ยไม่มีทางฆ่าพี่ชายตัวเอง หากมีคนยืมมือนางวางยาพิษพิษงูหมื่นตัวก็อาจจะมาจากโรงน้ำชาเทียนเซียงหรือชาที่สหายของนางมอบให้

            กระป๋องชาของโรงน้ำชาเทียนเซียงล้วนมีฉลากหากถูกวางยาพิษโดยโรงน้ำชาเทียนเซียงก็คงจะชัดเจนเกินไปและฆาตกรคงไม่โง่ขนาดนั้น

            หานอวิ๋นซีคิดว่าสหายของมู่หลิวเยวี่ยมีแนวโน้มที่จะวางยาพิษหากชาที่สหายของนางให้มาเป็นพิษ ก็จะต้องเป็นคนที่ให้ชาบ่อยๆ

            การให้ของขวัญเป็นเรื่องปกติมาโดยตลอดอย่างไรก็ตาม การให้ของขวัญนี้ไม่ได้ให้แบบสุ่มและไม่ได้รับแบบสุ่มๆ เช่นกัน

            มู่หลิวเยวี่ยเป็นหญิงสาวที่ฟุ่มเฟือยกับอาหารและเสื้อผ้าเป็นจำนวนมากนางไม่โลภและไม่มีทางขาดชาสักกระป๋องอย่างแน่นอน

            เช่นนั้นแล้วต้องมีเหตุผลในการรับชาเป็นของขวัญจากผู้อื่นบ่อยๆ

            ถ้าไม่ใช่เพราะชานั้นเป็นชาที่ดีเป็นพิเศษและถูกปากมู่หลิวเยวี่ยก็คงเป็นเพราะผู้ที่มอบชาให้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับที่มู่หลิวเยวี่ยในพิธีชงชา

            มู่หลิวเยวี่ยไม่ได้มาที่โรงน้ำชาเทียนเซียงเพื่อซื้อชาเท่านั้นทว่ายังมาดื่มชากับสหายด้วยแน่นอนว่าหานอวิ๋นซีต้องตรวจสอบโรงน้ำชาเทียนเซียงเป็นที่แรกก่อน

            มู่ชิงอู่สั่งชาเขียวระดับศิลปะการชงชาของสาวชงชานั้นเป็นมืออาชีพอย่างมาก กระบวนการทั้งแปดของการล้างการหยิบ การชง การเสิร์ฟ การดื่ม การริน และทำความสะอาดล้วนพิถีพิถันมาก

            หานอวิ๋นซีดื่มไปสองสามถ้วยก่อนจะถามว่า“ชานี้ โรงน้ำชาปลูกเองทั้งหมดเลยหรือไม่?”

            “ทูลหวังเฟยชาที่ชงโดยโรงน้ำชาล้วนมาจากภูเขาชาสามลูกด้านหลังและอบโดยโรงน้ำชา อย่างไรก็ตามแขกสามารถนำชามาเองได้เช่นกันเพคะ” สาวชงชาตอบตามความเป็นจริง

            หานอวิ๋นซีพยักหน้าอย่างครุ่นคิดจากนั้นก็ถามว่า “คุณหนูมู่นำชามาเองด้วยบ่อยๆ หรือไม่?”

            ทันทีที่ถามออกไปสาวชงชาก็ไม่ได้ตอบทันที และมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความลำบากใจ

            สาวชงชาในลานส่วนตัวแต่ละแห่งในโรงน้ำชาเทียนเซียงแขกที่มาใช้บริการลานส่วนตัวไม่น้อยจองลานส่วนตัวตลอดทั้งปีสาวชงชาเหล่านี้กลายเป็นสาวชงชาส่วนตัวและให้บริการเฉพาะคนเดิมๆ เท่านั้น

            ถ้าไม่ใช่เพราะมู่ชิงอู่ในวันนี้หานอวิ๋นซีคงต้องเข้าไปที่ลานซินหยู่ ไม่สามารถเข้ามาที่นี่ได้

            สาวชงชาคอยรับใช้ใกล้ชิดเห็นและได้ยินสิ่งต่างๆ มากที่สุดและสิ่งสำคัญอันดับแรกของพวกเขาคือการรักษาความลับของแขก

            “หวังเฟยถามก็แค่ตอบมา ข้าทักทายหัวหน้าของพวกเจ้าแล้ว” มู่ชิงอู่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            หากต้องสอบสวนมู่หลิวเยวี่ยความจริงแค่ไปถามนางก็ได้คำตอบแล้ว อย่างไรก็ตามมู่ชิงอู่รู้จักนิสัยใจคอของน้องสาวตนเองดีที่สุด การไม่ไปถามจึงจะดีที่สุดหากไปถาม แทนที่นางจะตอบตามความเป็นจริงก็จะสร้างเรื่องโกหกมากมายมาขัดขวางการสอบสวน

            ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงพาหวังเฟยไปที่โรงน้ำชาเทียนเซียงเพื่อตรวจสอบ

            ท้ายที่สุดมู่ชิงอู่ก็เป็นพี่ชายของมู่หลิวเยวี่ยด้วยคำพูดของเขา สาวชงชาก็รู้สึกสบายใจมากขึ้นและตอบกลับทันทีว่า “ทูลหวังเฟยคุณหนูมู่ไม่ได้นำชามาเองทุกครั้งเพคะ ในตอนที่มาด้วยตัวเองจะดื่มชาจากโรงน้ำชาแต่เวลาที่มากับสหาย ส่วนใหญ่จะเป็นสหายที่นำชามาเพคะ”

            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาหานอวิ๋นซีและมู่ชิงอู่ก็ตื่นตัวทันที โดยไม่ต้องสงสัยสถานการณ์นี้เป็นไปตามการคาดเดาของพวกเขา

            “คุณหนูมู่มาดื่มชากับใครบ่อยๆ?” มู่ชิงอู่ถามอย่างรวดเร็ว

            สาวชงชาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า“มีหลายคนมาที่นี่บ่อยๆ องค์หญิงฉางผิง คุณหนูสามของตระกูลเสนาบดีคุณหนูใหญ่ของซ่างซูกรมทหาร คุณหนูเจ็ดของตระกูลหลินและคุณหนูรองแห่งตระกูลหาน...”

            สาวชงชาพูดมาจำนวนหนึ่งแม้แต่มู่ชิงอู่ก็ยังประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าน้องสาวของตนจะมีสหายมากมายขนาดนี้

            สาวชงชาที่พูดมาจนถึงตอนท้ายก็พูดเสริมขึ้นมาอีกว่า“ครั้งล่าสุดคุณหนูใหญ่มาที่นี่พร้อมกับคุณหนูรองตระกูลหานเพคะ”

            “ตระกูลหานไหน?” หานอวิ๋นซีอดไม่ได้ที่จะถาม แม้ว่าจะตระกูลหานของนางเพียงหนึ่งเดียวที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์และมู่หลิวเยวี่ยแต่นางก็ยังต้องการถามให้แน่ใจ

            “เป็นตระกูลหานของตระกูลแพทย์ตระกูลของหวังเฟยอย่างไรล่ะเพคะ” สาวชงชาตอบเสียงเบา

            คุณหนูรองตระกูลหานหานรั่วเสวี่ย บุตรสาวของหลี่ซื่ออย่างนั้นหรือ?

            ความลังเลฉายแววในดวงตาของหานอวิ๋นซีแม้ว่าตอนนี้นางจะมั่นใจในความสงสัยที่มีต่อหลี่ซื่อมากขึ้นแต่นางก็ยังสงบนิ่งอย่างมาก อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการคาดเดาและไม่มีหลักฐานที่แท้จริง

            หากนางล็อกเป้าหมายไปที่หลี่ซื่อในตอนนี้อาจจะพลาดเบาะแสอื่นๆ และพลาดคนที่เป็นผู้ร้ายตัวจริงไปได้

            หานอวิ๋นซีไม่เคยสืบสวนคดีมาก่อนอย่างไรก็ตามนางคิดว่าการสอบสวนคดีและการวินิจฉัยควรเป็นสิ่งเดียวกันที่ไม่สามารถตั้งสมมติฐานส่วนตัวได้โรคที่คล้ายคลึงกันมีมากมายจำเป็นต้องแยกแยะทีละโรคและต้องมีอาการที่ชัดเจนมารองรับการวินิจฉัยมิฉะนั้นสุดท้ายจะเป็นการรักษาผิดและทำร้ายคน

            หานอวิ๋นซีไม่พูดอะไรอีกมู่ชิงอู่ที่ไม่รู้เกี่ยวกับความน่าสงสัยของหลี่ซื่อ เขาเลยถามอย่างจริงจังว่าในบรรดาคนเหล่านี้ ใครดื่มชากับนางบ่อยที่สุด?”

            สาวชงชาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหัว“หม่อมฉันไม่สามารถนับได้จริงๆ เพคะ คุณหนูหลายท่านมาที่นี่บ่อยหม่อมฉันเองก็ไม่ได้จดจำอะไรเป็นพิเศษ”

            “เช่นนั้นคนไหนที่นำชามาบ่อยๆ?” มู่ชิงอู่ถามอีกครั้ง

            คราวนี้สาวชงชาไม่แม้แต่จะคิดและตอบโดยไม่ลังเลว่า“คุณหนูรองแห่งตระกูลหานเพคะ”

            ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้หัวใจของหานอวิ๋นซีก็เต้นไม่เป็นจังหวะ จู่ๆนางก็มีลางสังหรณ์ที่เลวร้ายมากเกิดขึ้น

            มู่ชิงอู่ไม่ได้ถามคำถามเพิ่มเติมในทันทีเขามองไปที่หานอวิ๋นซีด้วยแววตาที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ

            คุณหนูรองตระกูลหานเป็นคนของตระกูลหวังเฟย ซึ่งเป็นน้องสาวต่างมารดาของหวังเฟย

            หากหานรั่วเสวี่ยเป็นฆาตกรละก็ตระกูลหานคงต้องถึงจุดจบเป็นแน่!

            “เจ้าลองคิดดูดีๆว่ายังมีใครอื่นอีกหรือไม่?” มู่ชิงอู่ถามอย่างจริงจัง

            “คุณหนูจากตระกูลเสนาบดีและตระกูลซ่างซู่กรมทหารมักจะส่งชาให้คุณหนูใหญ่เพียงแต่ไม่บ่อยเท่าคุณหนูรองของตระกูลหานที่ดูเหมือนจะให้ทุกครั้งคุณหนูมู่ชอบชาจากคุณหนูรองของตระกูลหานมากเพคะ”

            สาวชงชาตอบคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ในช่วงสองหรือสามปีที่ผ่านมาคุณหนูรองของตระกูลหานส่งให้เป็นของขวัญมากที่สุด โดยเฉพาะปีที่แล้ว นางจะให้ทุกๆหนึ่งหรือสองเดือน”

            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาแม้แต่มู่ชิงอู่ก็เงียบและไม่ถามต่อ

            ความสงสัยตกไปอยู่ที่หานรั่วเสวี่ยมากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย!

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ] ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185