“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล”

    ตอนที่ 76 เมื่อรักแท้... ไม่ใช่การฉุดรั้ง

    ความสัมพันธ์ของแพรและพี่เอกดำเนินไปอย่างมั่นคงและเรียบง่าย เหมือนสายน้ำที่ไหลเรื่อยแต่ไม่มีวันแห้งเหือด 


    จากความกลัวการผูกมัดในอดีต แพรค่อยๆ เปิดใจให้พี่เอกจนเต็มร้อย เธอเริ่มรู้ซึ้งว่ารักที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องหวือหวา แต่มันคือความรู้สึก "ปลอดภัย" เมื่อมีเขาอยู่ข้างๆ ไม่ว่าเธอจะเจอเรื่องเครียดจากงาน หรือปัญหาใดๆ พี่เอกคือคนที่รับฟังและช่วยเธอหาทางออกเสมอ


    ทุกเย็น แพรจะไปทานข้าวที่บ้านพี่เอกจนกลายเป็นกิจวัตร บางคืนเธอก็เลือกที่จะค้างคืนที่นั่น ความผูกพันหลอมรวมจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน แพรค้นพบว่าความรักที่ค่อยๆ เติบโตจากความจริงใจนั้นแข็งแกร่งกว่ารักที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบหลายเท่าตัว


    เวลาผ่านไป 3 ปี...


    ความพยายามที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาส่งผลให้พี่เอกเรียนจบปริญญาเอกเร็วกว่าที่ใครจะคาดคิด และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.) ประจำคณะอย่างเป็นทางการ 


    ในวันรับตำแหน่งและฉลองความสำเร็จ พี่เอกดูสง่างามในชุดครุยสีเข้ม แววตาของเขามั่นคงและดูมีความรับผิดชอบมากขึ้น


    พี่แอนวิ่งมากอดแพรแน่นพลางหัวเราะร่า “ยินดีด้วยนะจ๊ะยัยแพร! ในที่สุดแกก็ได้แฟนเป็น ผศ. แล้วนะเนี่ย ภูมิใจแทนจริงๆ เลย!”


    แพรยิ้มเขินจนหน้าแดง แต่ในใจเธอเปี่ยมไปด้วยความภูมิใจจนล้นอก หลังพิธีการจบลง พี่เอกเดินฝ่าฝูงชนตรงมาหาเธอ เขาไม่สนสายตาใครอีกต่อไป มือหนาคว้าตัวแพรเข้ามากอดแน่นต่อหน้าทุกคน ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

    “ขอบคุณที่หนูอยู่ข้างพี่มาตลอด 3 ปีนี้นะครับ... พี่ทำได้เพราะมีหนูจริงๆ”


    แพรน้ำตาคลอเบ้า ยิ้มตอบเขาด้วยความรักทั้งหมดที่มี “หนูภูมิใจในตัวพี่เอกที่สุดเลยค่ะ พี่เก่งที่สุดสำหรับหนูเสมอ”


    แต่แล้ว... ความสุขที่เหมือนฝันกลับถูกกระชากให้ตื่นด้วยความจริงอันแสนหนักหน่วง


    เย็นวันนั้น 


    หลังจากงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ จบลง พี่เอกได้รับสายจากพ่อ (ศาสตราจารย์ ดร.ประวุติ) ซึ่งเป็นรองอธิการบดีเกียรติคุณ เสียงของพ่อปลายสายนั้นเข้มและเด็ดขาดจนบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือก


    “เอกภพ... พ่อดีใจที่ลูกทำสำเร็จ แต่พ่อมีเรื่องด่วนต้องคุย ทางมหาวิทยาลัยที่อังกฤษที่เป็นเครือข่ายของพ่อ เขาจัดโปรแกรม Postdoc และเตรียมบรรจุตำแหน่ง รศ. (รองศาสตราจารย์) ให้ลูกแล้ว ลูกต้องไปเรียนและทำงานวิจัยที่นั่น 3-5 ปี หลังจากนั้นค่อยกลับมาสานต่อตำแหน่งสำคัญที่คณะเรา พ่อจัดการเอกสารทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้ว ลูกแค่เซ็นชื่อแล้วเตรียมตัวเดินทางเดือนหน้าได้เลย”


    พี่เอกนิ่งอึ้งไปนาน มือที่ถือโทรศัพท์สั่นอย่างเห็นได้ชัด “...พ่อครับ ลูก... ลูกขอเวลาคิดดูก่อนนะครับ”


    “ไม่มีอะไรให้ต้องคิด เอกภพ” พ่อตอบกลับเสียงแข็ง “นี่คืออนาคตของลูก ของครอบครัว และของชื่อเสียงมหาวิทยาลัยเรา พ่อกับแม่รอวันนี้มานาน อย่าทำให้พ่อต้องเสียหน้า ลูกต้องไป... เพื่อวันข้างหน้าที่ดีกว่านี้”


    สายถูกตัดไป 

    ทิ้งให้พี่เอกนั่งนิ่งงันราวกับร่างที่ไร้วิญญาณ 


    แพรที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและสวมเสื้อยืดตัวโคร่งของเขาสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ แล้วกุมมือเขาไว้เบาๆ

    “พี่เอกคะ... เป็นอะไรไปคะ หน้าพี่ซีดมากเลย”


    พี่เอกหันมามองแพร น้ำตาที่อัดอั้นมานานคลอหน่วยตา เขาตัดสินใจบอกความจริงกับเธอทุกอย่าง ทั้งเรื่องการไปอังกฤษ 3-5 ปี และเรื่องที่พ่อบงการทุกอย่างไว้หมดแล้วโดยไม่มีทางเลี่ยง


    แพรฟังแล้วนิ่งเงียบไปนาน มือที่กุมมือพี่เอกสั่นเทา เธอพยายามฝืนยิ้มทั้งที่หัวใจแตกสลาย “พี่เอก... นี่มันโอกาสทองเลยนะคะ หนู... หนูดีใจกับพี่จริงๆ ค่ะ พี่เก่งขนาดนี้ พี่สมควรได้รับตำแหน่ง รศ. และไปเรียนรู้โลกกว้าง หนูภูมิใจในตัวพี่มากนะคะ”


    พี่เอกมองหน้าแพร น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาอาบแก้ม “แต่พี่... พี่ไม่อยากทิ้งหนูครับแพร พี่ไม่อยากไปไกลจากหนูตั้งหลายปี พี่กลัว... กลัวว่าวันหนึ่งหนูจะเปลี่ยนใจ กลัวว่าระยะทางจะทำให้พี่เสียหนูไป พี่ทิ้งหนูไปไม่ได้จริงๆ”


    แพรปล่อยให้น้ำตาไหลตาม เธอกอดเขาไว้แน่น ซบหน้าลงกับอกกว้างที่เธอใช้พิงหลังมาตลอด 3 ปี “หนูก็ไม่อยากให้พี่ไปค่ะ... แต่หนูไม่อยากเป็นตัวถ่วงในชีวิตพี่ พี่ทำงานหนักมาตลอดเพื่อให้ได้มายืนตรงนี้ หนูจะรอพี่นะคะ... ไม่ว่ามันจะนาน 3 ปี หรือ 5 ปี หนูจะอยู่ที่เดิม จะไม่ไปไหน จะรอพี่คนเดียวตรงนี้ค่ะ”


    พี่เอกกอดตอบเธอแรงขึ้นราวกับจะฝังร่างเธอไว้ในใจ “พี่จะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด พี่สัญญา พี่จะทำงานให้หนักเพื่อให้จบเร็วที่สุดแล้วกลับมาหาหนู พี่จะไม่ให้หนูต้องรอนานเกินไปนะครับ แพร...”


    ทั้งคู่กอดกันแน่นท่ามกลางความเงียบหลังฝนหยุดตก แม้หัวใจจะเจ็บปวดจากการที่ต้องจากลา แต่ในความเจ็บนั้นมีความหวังที่แสนมั่นคงรออยู่ พวกเขารู้ดีว่าความรักที่สร้างมาตลอด 3 ปีนั้นแข็งแกร่งพอที่จะผ่านบททดสอบนี้ไปได้... เพื่อรอวันที่จะกลับมาพบกันอีกครั้งในวันที่ท้องฟ้าสดใสกว่าเดิม


    - ณ สนามบิน -

    ท่ามกลางเสียงประกาศเที่ยวบินที่ดังอยู่เป็นระยะในอาคารผู้โดยสารขาออก 


    บรรยากาศรอบตัวแพรกลับเงียบงันเหมือนมีเพียงเธอและพี่เอกยืนอยู่บนโลกใบนี้ พี่เอกในชุดเตรียมเดินทางดูภูมิฐานแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์


    ก่อนที่จะต้องผ่านประตูตรวจคนเข้าเมือง พี่เอกหยิบซองสีน้ำตาลใบหนึ่งยัดใส่ตัวแพร พร้อมกับบัตรเอทีเอ็ม

    “เงินก้อนนี้ พี่ตั้งใจให้หนูไว้นะครับแพร... ไว้ซื้อของที่หนูอยากได้ หรือเวลาอยากไปเที่ยวพักผ่อน หนูไม่ต้องประหยัดเพื่อพี่นะครับ พี่อยากให้หนูมีความสุขที่สุดในวันที่พี่ไม่อยู่ข้างๆ”


    แพรพยายามจะปฏิเสธ แต่พี่เอกชูนิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากเธอเบาๆ เป็นเชิงห้าม ก่อนจะหยิบของชิ้นสุดท้ายออกมาจากกระเป๋าเป้... มันคือสมุดปกหนังทำมือเล่มหนึ่งที่ดูผ่านการใช้งานมาอย่างใส่ใจ


    “และนี่... พี่อยากให้หนูเปิดดูตอนที่พี่ไม่อยู่ แต่... ถ้าหนูอยากดูตอนนี้ พี่ก็ไม่ห้ามครับ”


    แพรรับสมุดเล่มนั้นมา มือสั่นเทาขณะค่อยๆ เปิดหน้าแรกออก... และนั่นคือวินาทีที่หัวใจของเธอหยุดเต้น


    ภาพแรกในนั้นไม่ใช่รูปคู่ของพวกเขา แต่มันคือ ภาพแอบถ่ายของแพรในชุดนักศึกษา สมัยที่เธอยังเป็นเฟรชชี่เดินร่าเริงอยู่ในคณะ ภาพ


    ถัดมาคือตอนที่เธอนั่งเหม่อในห้องสมุด ภาพตอนที่เธอกำลังหัวเราะกับเพื่อนๆ โดยที่เธอไม่เคยรู้ตัวเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งเฝ้ามองอยู่ไกลๆ

    ยิ่งเปิดไปเรื่อยๆ ภาพความทรงจำก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น... จากภาพแอบถ่าย กลายเป็นภาพที่เขาถ่ายคู่กับเธอในวันที่เธอเริ่มเปิดใจ จนถึงภาพล่าสุดที่เป็นรูปคู่ในวันฉลอง ผศ. ของเขา


    น้ำตาของแพรหยดลงบนหน้ากระดาษอย่างกลั้นไม่อยู่ เมื่อเห็นลายมือบรรจงที่เขียนกำกับไว้ใต้ภาพแต่ละใบว่า “วันแรกที่มองหนู”... “วันที่หนูยิ้มให้พี่ครั้งแรก”... “วันที่พี่รู้ตัวว่าชีวิตนี้ขาดหนูไม่ได้”


    “พี่เอก... นี่มัน...” แพรพูดไม่ออก ความรู้สึกจุกอยู่ที่คอ


    พี่เอกก้าวเข้าไปใกล้ กุมมือแพรที่สั่นเทาไว้แน่น สายตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจที่สะสมมานานนับปี


    “แพรครับ... พี่ไม่ได้เพิ่งมารักหนูตอนที่เราคบกัน 3 ปีนี้นะครับ” พี่เอกสารภาพเสียงสั่น 


    “ความจริงคือ... พี่แอบรักหนูมานานมาก นานตั้งแต่ตอนที่หนูยังไม่รู้จักชื่อพี่ด้วยซ้ำ พี่เฝ้ามองหนูเติบโต ผ่านทุกข์ผ่านสุข ผ่านวันที่หนูร้องไห้เสียใจ พี่รอคอยจังหวะที่หนูเข้มแข็งพอจะเปิดใจรับใครสักคน... และพี่ก็สาบานกับตัวเองว่า ถ้าวันนั้นมาถึง พี่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เป็นคนคนนั้น”


    แพรสะอื้น กอดสมุดภาพเล่มนั้นไว้แนบอกเหมือนมันคือหัวใจของเขา

    “ที่พี่ตั้งใจเรียนจนจบ ผศ. ให้เร็วที่สุด... ก็เพื่อจะสร้างความมั่นคงให้หนู เพื่อให้พ่อแม่หนูเห็นว่าพี่ดูแลหนูได้ พี่ทำทุกอย่างในชีวิตนี้ก็เพื่อรอวันที่เราจะได้สร้างครอบครัวด้วยกันจริงๆ”


    เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารครั้งสุดท้ายดังขึ้น 


    พี่เอกดึงแพรเข้ามากอดแน่นเป็นครั้งสุดท้าย จมูกโด่งกดลงที่หน้าผากของเธอเนิ่นนาน

    “รอพี่นะคนดี... พี่ฝากหัวใจของพี่ไว้ในสมุดเล่มนี้ และฝากไว้ที่หนูด้วย พี่จะรีบกลับมาหาเจ้าของหัวใจของพี่ให้เร็วที่สุดครับ”


    พี่เอกตัดใจหันหลังเดินเข้าประตูไป ทิ้งให้แพรยืนมองแผ่นหลังของเขาผ่านม่านน้ำตา เธอเปิดสมุดภาพหน้าสุดท้าย... ซึ่งมีเพียงตัวอักษรสั้นๆ ที่เขียนว่า:

    “3 ปีหรือ 5 ปี ก็ไม่นานเกินไป... สำหรับการได้รักผู้หญิงชื่อ ‘แพร’ ไปตลอดชีวิต”


    แพรยิ้มทั้งน้ำตา กอดสมุดเล่มนั้นไว้แน่น ความเจ็บปวดจากการจากลาถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่ซึมลึกถึงข้นบึ้งของหัวใจ... เพราะตอนนี้เธอรู้แล้วว่า รักของพี่เอกนั้นยิ่งใหญ่และยาวนานกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้มากมายนัก




    คล้ายกับเรื่อง“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล” ที่คุณอ่าน