จริงๆ แล้วหลิงซีย่อมมีวิธีที่จะทำให้พวกเขาลืมเื่ราวในวันนี้ไปจนหมดสิ้น ด้วยยาบิดเบือนความทรงจำ มันไม่ใช่ยาพิษแต่จะออกฤทธิ์กับระบบประสาทโดยตรง ยานี้จะทำให้สมองไม่สามารถแยกแยะระหว่างความจริงกับสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นได้ชั่วขณะหนึ่ง และหากในเวลานั้นมีการแต่งเื่ขึ้นสักเื่ซ้อนทับกับเื่ที่เกิดขึ้นจริง สมองจะเลือกจดจำเื่ราวที่ถูกสร้างขึ้นภายหลัง
และยิ่งแต่งเื่ราวให้มีช่องโหว่น้อยเท่าไหร่ เื่ที่ถูกสร้างขึ้นก็จะยิ่งดูสมจริง จนทำให้ไม่อาจแยกแยะได้ว่าสิ่งที่อยู่ในความทรงจำนั้นเป็ความจริง หรือเป็สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นในภายหลัง
แต่วิธีนั้นมันก็ยังมีข้อเสียอยู่ แม้จะไม่ส่งผลร้ายแรงแต่หลิงซีย่อมไม่มีความคิดที่จะทำร้ายสองคนนี้ แม้ว่ามันจะเพียงเล็กน้อยสักแค่ไหนก็ตาม อย่างน้อยก็ในตอนนี้ เขาอยากจะใช้มันเป็วิธีสุดท้ายแล้วจริงๆ หากยังพอมีทางอื่นเขาจะไม่ยอมใช้วิธีนี้อย่างเด็ดขาด…
และอีกอย่างหลิงซีก็ไม่มีความจำเป็ต้องทำแบบนั้นด้วย ถึงเขาจะสามารถจัดการกับความทรงจำของสองคนนี้ได้ แต่คนอื่นๆ ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดแถวนี้ก็ต้องรู้อยู่ดี มันจึงไม่มีประโยชน์ที่เขาจะทำแบบนั้น
หลิงซีย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจว่าสองคนนี้ไม่มีทางหยุดเพียงเท่านี้เป็แน่ และเพราะไม่อาจห้ามได้เขาจึงเลือกที่จะหาประโยชน์แทน ไม่ว่าจะด้วยทางตรงหรือทางอ้อมเขายังมีสารพัดวิธีที่จะทำ ด้วยการกระทำเช่นนี้มันก็ยังมีข้อดีของมันอยู่…
หานหลิน “ข้าว่าสิ่งที่เ้าคิดนั้นไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดหรอกนะ ทำไมเ้าไม่ลองขายสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ให้ทางการได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างที่มันควรจะเป็เล่า หากเ้าทำเช่นนั้นมันย่อมมีประโยชน์มากกว่าเก็บซ่อนเอาไว้หรือทำลายทิ้งไม่ใช่หรือ”
หานหลินคิดว่านั่นเป็สิ่งที่มีประโยชน์กับผู้คนมากกว่า ไม่ใช่เพียงแค่หุ่นเหล็กสองตัวนั้น แต่สิ่งประดิษฐ์อีกหลายชิ้นที่เด็กหนุ่มสร้างขึ้นก็ล้วนแล้วแต่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น จะไม่ดีกว่าหรือหากสามารถนำมันออกมาใช้ประโยชน์แทนการวางมันไว้ในโรงเก็บของกลางป่ากลางเขาเช่นนี้
หลิงซี “แล้วท่านผู้เฒ่าคิดว่าหากหุ่นสองตัวนั้นถูกขายให้ทางการจริง ทางการจะนำมันไปใช้ประโยชน์อย่างไร ใช้พวกมันร่ายรำ ใช้พวกมันปลูกผักทำสวน หรือใช้พวกมันเป็อาวุธทำร้ายผู้อื่นเล่า..ข้าพอจะเดาผลที่ตามมาได้จึงไม่เคยมีความคิดที่จะขายพวกมัน ไม่มีใครอยากให้สิ่งที่ตนเองสร้างขึ้นด้วยความรักและคอยดูแลทะนุถนอมมันอย่างใส่ใจ กลายเป็อาวุธที่ใช้ทำร้ายผู้อื่นหรอก..แม้ข้าจะไม่ใช่คนที่ดีนัก แต่ข้าก็ไม่อยากให้สิ่งที่ข้าสร้างขึ้นกลายเป็อาวุธ เพื่อให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนำไปใช้แสวงหาอำนาจ”
“…” แม้ว่าหานคุนอยากจะแย้งความคิดนั้น แต่เขาก็ไม่รู้ว่าตนเองควรเริ่มพูดจากตรงไหน สิ่งที่เด็กหนุ่มพูดมานั้นไม่ผิด ถึงแม้จะมีจุดยืนที่แตกต่างกัน และเขาเองก็เข้าใจจุดยืนของอีกฝ่ายดี แต่การที่จะปล่อยให้ยุทโธปกรณ์ล้ำสมัยเช่นนี้เป็ได้เพียงของเล่นในป่าแบบนี้มันจะไม่ดูน่าเสียดายไปหน่อยหรือ
ทั้งๆ ที่สิ่งประดิษฐ์เหล่านี้สามารถเป็ได้มากกว่านั้น ในมุมมองของเขาหากมีหุ่นเหล็กเช่นนั้นสักพันตัวขึ้นไป มันก็สามารถสร้างความมั่นคงของแคว้นได้ รวมทั้งมันยังสามารถลดการสูญเสียทหารกล้าในสนามรบต่างๆ ได้อีกด้วย แต่เขาจะอธิบายอย่างไรให้เด็กหนุ่มเข้าใจในความเป็จริงข้อนี้ดี
หานหลิน “อาหลิง ข้าไม่ได้บอกว่าความคิดของเ้ามันผิดหรอกนะ ข้าไม่อาจยืนยันได้ว่าในอนาคตสิ่งที่เ้าสร้างขึ้นจะเอื้อประโยชน์ให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ แต่ไม่ว่ายังไงข้าก็คิดว่ามันก็สมควรถูกนำไปใช้ประโยชน์มากกว่าการที่จะถูกเก็บซ่อนเอาไว้ในป่าเช่นนี้ สิ่งที่เ้าสร้างขึ้นสามารถทำประโยชน์ให้กับผู้คนได้อีกมากมาย มันจะดีกว่าไหมหากนำมันออกมาใช้ประโยชน์ อันที่จริงข้าว่าราชสำนักย่อมมีหนทางที่จะป้องกันไม่ให้สิ่งที่เ้าสร้างขึ้นเอื้อประโยชน์ให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็แน่ เ้าไม่จำเป็ต้องกังวลเื่นั้นนักหรอก”
หานหลินพยายามพูดให้อีกฝ่ายคลายความกังวล เขารู้ว่าอาหลิงไม่้าให้สิ่งที่ตนเองสร้างขึ้นกลายเป็เครื่องมือแสวงหาอำนาจ หรือเป็อาวุธทำร้ายผู้อื่น แต่ในทางกลับกันหากสามารถตัดเื่ผลประโยชน์ออกไปได้ มันก็จะเป็ดั่งปราการเหล็กที่สามารถปกป้องผู้คนได้อีกมากมาย
“ไม่เอา ยังไงก็ไม่เอา พวกท่านเป็ใครกันแน่ทำไมถึงเอาแต่พูดเื่พวกนี้ไม่ยอมเลิกรา พวกท่านกำลังโกหกอะไรข้าอยู่หรือไม่ หรือว่าการที่พวกท่านมาที่นี่เพราะมีจุดประสงค์บางอย่างั้แ่แรก”
“...” หานคุน
“...” หานหลิน
“...พวกท่านเป็คนไม่ดีหรือ”
คนทั้งสองได้แต่มองเด็กหนุ่มอย่างไม่รู้ว่าตนเองควรจะพูดอะไร การที่เขาถามออกมาตรงๆ เช่นนี้ แล้วเขาคิดว่าเขาจะได้คำตอบแบบไหนกัน ว่าก็ว่าเถอะมีคนเลวที่ไหนจะบอกคนอื่นอย่างตรงไปตรงมาบ้างว่าตนเองเป็คนเลว ไม่ว่ายังไงเด็กก็ยังคงเป็เด็กอยู่วันยังค่ำ แม้จะเป็คนที่เก่งและมีความสามารถมากขนาดไหน แต่เื่บางเื่เขาก็ยังไม่อาจทำความเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่งได้จริงๆ
“..ถึงพวกข้าจะไม่ใช่คนที่ดีสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่คนเลวหรอกนะ เอาเป็ว่าตอนนี้เ้าก็อย่าได้สงสัยเื่ความเป็มาของพวกข้านักเลย ข้าเองก็ไม่ได้อยากโกหกเ้า ขอให้เ้ารู้เอาไว้แค่ว่าพวกข้าไม่เคยคิดร้ายต่อเ้า..ไม่ว่าอย่างไรข้าก็เป็พ่อบุญธรรมของเ้า แล้วมีหรือที่ข้าจะคิดร้ายกับลูกชายของตัวเองได้” หานคุนยังไม่วายพูดเื่นี้ขึ้นมาเพื่อทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดนี้
“เฮ้อ! ข้าไม่ได้อยากมีพ่อบุญธรรมสักหน่อย ท่านผู้เฒ่ามาแต่งเข้าบ้านข้าไม่ดีกว่าหรือ”
..และมันก็ได้ผลเสมอ
“ไม่แต่งและข้าก็จะอยู่ที่นี่ต่อด้วย…”
“..เช่นนั้นเย็นนี้ท่านผู้เฒ่าอยากกินอะไร เดี๋ยวข้าจะเข้าครัวทำให้”
“อะไรก็ได้ พวกข้าไม่เลือกกินอยู่แล้ว อีกอย่างขอเหล้าอุ่นซักกาด้วยนะ”
“เช่นนั้นพวกท่านรอสักครู่เดี๋ยวข้าจะไปหยิบมาให้”
“อืม ไปเถอะ”
เมื่อเห็นว่าหลิงซีเดินออกไปแล้วพวกเขาจึงได้เริ่มปรึกษากันเล็กๆ น้อยๆ
“เด็กคนนั้นฉลาดมากหากได้รับการขัดเกลาที่เหมาะสม อนาคตย่อมต้องไปได้ไกลแน่” หานหลินพูดขึ้น ด้วยเขาเองก็รู้สึกถูกชะตากับเด็กหนุ่มไม่น้อยหากเขาได้มีโอกาสอบรมสั่งสอนเด็กคนนี้ให้เติบโตขึ้นไปในทางที่ถูกที่ควร แคว้นหยางย่อมมีผู้ที่มีความสามารถอย่างยิ่งเพิ่มขึ้นมาอีกคนเป็แน่
“ถึงบางครั้งจะเอาแต่ใจตัวเองไปสักหน่อย แต่ก็ไม่ถือว่าแย่ล่ะนะ ถึงจะมีเื่ที่ต้องสอนกันอีกเยอะเลยก็เถอะ” หานคุนพูดขึ้นแล้วถอนหายใจออกมา
“..ว่าแต่เ้าคิดจะรับเขาเป็ลูกบุญธรรมจริงๆ หรือ”
“แล้วไม่ดีหรือหากเด็กนี่อยู่กับข้าอย่างไรก็ย่อมดีกว่าอยู่กระท่อมกลางป่าเช่นนี้อยู่แล้ว อีกอย่างเ้าคิดว่าจะสามารถปล่อยเด็กคนนี้ให้อยู่ที่นี่ต่อไปได้จริงๆ หรือ ในเมื่อพวกเราสามารถมาที่นี่ได้คนอื่นก็ย่อมสามารถมาที่นี่ได้เช่นกัน แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่าอาหลิงจะไม่ถูกชักจูงไปในทางที่ผิดในอนาคต ข้าคิดว่าไม่ว่าอย่างไรการเก็บเด็กคนนี้ไว้ใกล้ตัวน่าจะเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว ยิ่งมีเ้าคอยอบรมสั่งสอนยิ่งไม่มีอะไรต้องห่วง” หานคุนพูดขึ้นอย่างรู้ทัน
“แต่ก่อนอื่นเ้าคงต้องทำให้เขายอมรับเ้าเป็พ่อบุญธรรมให้ได้ก่อนกระมัง หรือไม่ เ้าก็ขายตัวเองให้เด็กนั่นไปเสียมันอาจจะง่ายกว่าก็ได้”
“..ปากเสีย นั่นมันลูกข้า”
“ทำให้เขาเรียกเ้าว่าพ่อบุญธรรมให้ได้ก่อนเถอะ สหายเอ๋ย..”
“....”