ณห้องโถงขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ที่ใจกลางห้องมีโต๊ะสีขาวขนาดใหญ่คล้ายกับโต๊ะประชุมตั้งอยู่ มีเหล่านักเวทห้าคนที่นั่งล้อมรอบโต๊ะตัวนั้นอยู่ สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดคล้ายกำลังกังวลกับบางสิ่งบางอย่างอยู่ นักเวททุกคนที่นั่งอยู่มีระดับต่ำสุดคือระดับนักรบและสูงสุดคือระดับอัศวินขั้นที่หก
“นายท่านเหตุการณ์เมื่อครู่มันคืออะไรกันแน่ “
เป็เสียงเอ่ยถามจากนักเวทศีรษะล้าน หน้าตาดูดุดัน ดวงตาข้างหนึ่งของเขาบอดสนิทปิดไว้ด้วยผ้าปิดตา มีเพียงดวงตาข้างเดียวที่ยังมองเห็นอยู่ เสียงของเขาทำลายความเงียบของทั้งห้องไป นักเวทอีกสามคนต่างจ้องมองไปยังผู้ที่ถูกเรียกว่า”นายท่าน”เพื่อรอคำตอบ
“แม้จะเป็เพียงเสี้ยวนาทีแต่สิ่งที่ข้าััได้คือพลังอันแข็งแกร่งบางทีมันอาจจะมีพลังมากกว่าข้า พลังของมันคล้ายกับ..สัตว์อสูร ”
ชายผู้ถูกเรียกว่านายท่านตอบกลับมาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความกังวล ชายผู้นี้แต่งกายด้วยชุดเกราะสีทองเหลือบดำเล็กน้อย ชุดเกราะของชายผู้นี้เปล่งประกายของมาราวกับอัศวินศักสิทธิ์ แม้จะเข้าสู่่วัยกลางคนแล้วแต่ใบหน้าของชายผู้นี้ก็ยังคงมีร่องรอยความงามสง่าอยู่ไม่น้อย บนใบหน้ามีหนวดเขลาขึ้นอยู่บ้างเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นราวกับพญาราชสี แม้จะมีสีหน้าเคร่งเครียดแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งท่าทางของผู้สูงศักดิ์ นี่คือดยุคโคเว่นผู้ปกครองเมืองเบอเนียร์แห่งนี้
“ว่าไงนะ!! สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่านายท่าน ..หรือว่ามันจะเป็สัตว์อสูรระดับองครักษ์ “
ตาข้างเดียวของชายผู้นั้นเบิกกว้างขึ้นกว่าเก่าด้วยความไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ทั่วทั้งห้องกลายเป็เคร่งเครียดยิ่งกว่าเก่า สัตว์อสูรนั้นจะแบ่งระดับออกเป็สิบระดับ ต่ำ กลาง สูง ปีศาจ ขุนพล องครักษ์ จอมปีศาจ ราชันย์ปีศาจ จักรพรรดิ และเซียนปีศาจ ผืนป่ารอบเมืองเบอเนียร์นั้นส่วนใหญ่จะพบเจอเพียงสัตว์อสูรระดับต่ำและระดับกลาง ส่วนสัตว์อสูรระดับสูงก็พอมีให้เห็นอยู่บ้างนานๆครั้ง แต่ก็มีข่าวลือว่าที่ใจกลางป่ามีสัตว์อสูรระดับปีศาจอาศัยอยู่จึงทำให้มันกลายเป็เขตหวงห้ามไป สัตว์อสูรระดับั้แ่ปีศาจขึ้นไปพวกมันจะเริ่มมีสติปัญญาขึ้นคล้ายกับมนุษย์ การจะต่อสู้พวกมันหาใช่เื่ที่ง่ายดายเช่นสัตว์อสูรทั่วไปแม้จะเป็นักเวทระดับนักรบก็ยากจะต่อกรกับมัน แล้วหากมีสัตว์อสูรที่เป็ถึงระดับองครักษ์ปรากฏในเขตเมืองเบอเนียร์แล้วล่ะก็นั่นก็นับเป็เื่ที่ร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีนี้เลยก็ว่าได้
“เื่นี้ยังไม่อาจจะสรุปได้มันเป็เพียงการคาดเดาของข้าเท่านั้น สั่งทหารและคนของตระกูลฮาร์เกนตรวจตราให้ทั่วเขตเมืองเบอเนียร์ ถ่ายทอดคำสั่งของข้าไปยังห้าตระกูลใหญ่ ! ให้ทุกตระกูลส่งคนออกไปตรวจตรารอบอาณาเขตทั้งกลางวันและกลางคืน!! บางทีเื่นี้อาจจะเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ฝูงก็อบลินโจมตีคนของตระกูลฮอบสัน หากมีเื่ผิดปกติใดๆให้รีบรายงานข้าโดยเร็ว “
“รับทราบนายท่าน!! “
เหตุการณ์ปั่นป่วนและโกลาหลเช่นนี้เกิดขึ้นอีกหลายแห่งทั่วทั้งเมืองเบอเนียร์ โดยผู้ที่สร้างความปั่นป่วนนั้นกำลังนั่งพักผ่อนฟื้นฟูพลังเวทอย่างสบายใจอยู่ในโรงแรมหาได้สนใจใดๆไม่ แอเรียสสูญเสียพลังเวทไปจำนวนมากจากการใช้สังเวยโลหิตเพื่อปลุกพลังของดาบอสูรมายา ร่างกายของเขาสูญเสียโลหิตไปจำนวนไม่น้อย โชคดีที่เขายังมีเม็ดยาอาบจันทราติดตัวไว้ยามฉุกเฉิน หลังจากที่กินมันเข้าไปไม่นานพลังเวทและอาการาเ็ที่ได้รับก็ค่อยๆฟื้นฟูจนหายดี
“ในที่สุดพลังของข้าก็ฟื้นฟูกลับมาเป็ปกติ“
แอเรียสลุกขึ้นยืนแล้วตรวจสอบไปยังร่างกายของตน ประกายสายฟ้าเล็กๆกระจายออกมาจากฝ่ามือยามที่แอเรียสตรวจสอบพลังในร่าง เมื่อเห็นว่าร่างกายและพลังเวทกลับมาอยู่ในสภาพที่ปกติดีแล้วแอเรียสก็เดินทางออกจากโรงแรมทันที
แต่ก่อนที่แอเรียสจะทันได้ออกจากโรงแรมชูก้าสาวลูกครึ่งอสูรคนเดิมรีบวิ่งมาหาแอเรียสด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล ชูก้าคิดว่าเพราะบริการของโรงแรมไม่ดีพอจึงทำให้แอเรียสไม่พอใจแล้วรีบออกไปจากโรงแรมไปเช่นนี้ นางรีบมาขอโทษแอเรียสเป็การใหญ่กว่าแอเรียสจะอธิบายให้นางเข้าใจได้ว่ามีธุระสำคัญหาใช่ไม่พอใจในบริการของโรงแรมก็ต้องใช้เวลาอีกหลายนาที แม้จะรู้สึกปวดหัวที่มาต้องคอยอธิบายให้กับนางฟังแต่ก็ทำให้แอเรียสรู้สึกประทับใจกับการบริการของโรงแรมแห่งนี้ รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของแอเรียสยามที่เดินจากมา
ทันทีที่ออกมาจากโรงแรมแอเรียสก็ยังคงไม่ได้มุ่งหน้ากลับไปยังตระกูล เป้าหมายต่อไปของเขาคือร้านของคาเทอร์แม้ว่าเ้าของร้านจะดูพูดมากจนน่ารำคาญไปบ้างแต่เขาก็รู้สึกว่ามันเป็ร้านที่ไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพลานนัก สิ่งที่เขา้าในตอนนี้คือทรัพยากรบ่มเพาะ มันเป็เป้าหมายของแผนการั้แ่แรกแล้ว ที่เขาทำทุกอย่างทั้งการปรุงยาหรือนำเม็ดยาอาบจันทราไปขายโรงประมูลเป้าหมายทั้งหมดก็เพื่อให้ได้เงินมาใช้สำหรับทรัพยากรบ่มเพาะ
เมื่อออกมาจากโรงแรมเขาก็เริ่มเห็นท่าทีที่ผิดปกติของเหล่าผู้คน ใบหน้าของผู้คนยังเต็มไปด้วยความแตกตื่น บางคนเต็มไปด้วยความหวาดกลัวบางคนก็เต็มไปด้วยความสงสัย เสียงพูดคุยในเวลานี้แทบจะมีแต่หัวข้อของปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ แม้เหตุการณ์นั้นมันจะสงบลงภายในเวลาไม่กี่นาทีก็ตาม
“อาเพศ!! มันต้องเป็อาเพศ จะต้องมีผู้ใช้เวทมนตร์อันชั่วร้าย เวทมนตร์มืดเวทมนตร์ชั่วร้าย !! “
เสียงของชายแก่ที่พูดพร่ำราวกับคนเสียสติ
“ ไม่แน่ว่า..มันอาจจะสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าท่านเ้าเมือง“
“ ระวังปากของเ้าไว้ด้วย หากใครมาได้ยินเข้ามันจะเป็เื่ใหญ่ !!“
นักเวทสองคนที่ยืนอยู่บนหลังของบ้านหลังหนึ่งสายตาสอดส่องไปทั่วบริเวณรอบๆเมืองเบอเนียร์ ทั้งสองกำลังพูดคุยกันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล มันทั้งคู่เป็หนึ่งในทหารหลายร้อยคนของตระกูลฮาร์เกนที่ได้รับมอบหมายให้ออกมาสำรวจค้นหาความผิดปกติ
แอเรียสขมวดคิ้วด้วยความเคร่งเครียดตลอดทางเดินไปจนถึงร้านของคาเทอร์เขาได้ยินเสียงพูดคุยจากผู้คนถึงเื่ปรากฏการณ์แปลกประหลาดนั่น เขารู้ดีว่าสาเหตุทั้งหมดมาจากการตื่นของดาบอสูรมายา แม้ตอนนี้มันจะเป็เป็เพียงอาวุธเวทระดับสูงและยังไม่ตื่นโดยสมบูรณ์ แต่แอเรียสรู้ดีว่ามีเสี้ยววินาทีที่จิติญญาของมันคล้ายตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์เสียงกู่ก้องของจิติญญาดาบกู่ก้องไปทั่ว แม้จะมีเพียงแอเรียสเท่านั้นที่เป็ผู้ได้ยินเสียงของมันก็ตาม
“ เชิญก่อนท่านลูกค้า !! เอ๊ะท่านนั่นเอง หากข้าจำไม่ผิดท่านเป็ศิษย์ของนักปรุงยาที่เคยมาซื้อสมุนไพรไปให้สัตว์อสูรที่เลี้ยงไว้ใช่หรือไม่ เชิญๆๆเชิญเข้ามาในร้านข้าก่อน ไม่ทราบว่าวันนี้อาจารย์ของท่าน้าสมุนไพรแบบไหนดี ? วันนี้มีสมุนไพรใหม่ๆเข้ามาด้วยล่ะท่านอยากจะลองเข้ามาดูหน่อยไหม หากไม่สนใจก็ไม่เป็อะไร…….. “
ทันทีที่ย่างก้าวเข้ามาถึงหน้าร้านชายรูปร่างอ้วนท้วมคนเดิมก็เดินออกมาต้อนรับเขาตามด้วยคำพูดที่ร่ายยาวออกมาอย่างไม่มีหยุดหย่อนเช่นเคย แม้จะรู้สึกปวดหัวเล็กน้อยแต่แอเรียสก็เริ่มรู้สึกเคยชินกับชายผู้นี้เสียแล้ว
“เฮ้ย!! คาเทอร์ข้าจำได้ว่าพวกข้าสองคนมาก่อนเ้าเด็กนั่นนะ “
เสียงดังมาจากอีกฝั่งหนึ่งของร้าน เป็ชายหนุ่มรูปร่างผอมบางอายุประมาณสิบแปดปีที่กำลังจ้องมองมายังคาเทอร์และแอเรียสด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ ด้านข้างชายหนุ่มเป็ชายรูปร่างสูงใหญ่อายุน่าจะไล่เลี่ยกันมือข้างหนึ่งถือกระบองสีดำมองดูน่าเกรงขาม ทั้งสองคนเป็นักเวทในระดับนักเวทฝึกหัดขั้นที่สองและสาม
“ พวกเ้าทั้งสองมัวต่อรองราคาไปมาจนข้าแทบจะไม่เหลือกำไร นี่ข้าทำการค้านะไม่ใช่แจกฟรี !! “
คาเทอร์ะโออกมาด้วยความหงุดหงิด น้ำเสียงและท่าทีของเขาแตกต่างไปจากที่ปฏิบัติกับแอเรียสราวหน้ามือกับหลังมือ พลังเวทระดับผู้ใช้มนตราถูกะเิออกแรงกดดันของพลังทำให้ทั้งสองคนนั่นถึงกับหน้าถอดสี เมื่อโดนแรงกดดันของระดับที่เหนือกว่าพวกมันจึงได้แต่ก้มหน้าแล้วสงบวาจาลง คาเทอร์หันกลับมาส่งใบหน้าที่เต็มด้วยรอยยิ้มให้กลับแอเรียสอีกครั้งราวกับว่าเป็คนละคนกับเมื่อครู่
“ อย่าไปสนใจเ้าพวกน่ารำคาญนั่นเลย ไม่ทราบว่าวันนี้ท่านลูกค้า้าซื้อสิ่งใด “
“ ข้า้าผลึกเวทระดับต่ำสองร้อยก้อน ผลึกเวทระดับกลางอีกหนึ่งร้อยก้อน ร้านเ้ามีเพียงพอหรือไม่ “
แอเรียสไม่ได้ใส่ใจกับเื่ราวที่เกิดขึ้นมากนัก
“ ท่าน้ามากมายถึงเพียงนั้น !? ขอเวลาข้าสักครู่ ท่านรอข้าอยู่ตรงนี้อย่าพึ่งรีบไปไหนล่ะ“
แม้จะรู้สึกทึ่งกับจำนวนผลึกเวทที่แอเรียส้าแต่คาเทอร์ก็รีบวิ่งเข้าไปยังห้องเก็บผลึกเวทซึ่งอยู่ภายในร้าน พุงกลมๆของเขากระเพื่อมไปมาตามแรงโน้มถ่วงทำให้ดูคล้ายกับลูกบอลขนาดใหญ่ที่กำลังเด้งไปมา
“ ข้ารู้สึกว่าข้าจะมีมันอยู่นะ…นี่ไงเจอแล้ว !!โชคดีที่ข้ายังพอมีสำรองไว้บ้าง “
ใช้เวลาเพียงชั่วครู่เขาก็วิ่งกลับออกมาพร้อมกับผลึกเวทที่ใส่ไว้ในแหวนมิติ แม้จะมีรูปร่างอ้วนท้วมแต่เขากลับทำสิ่งต่างๆได้อย่างว่องไว การเคลื่อนไหวของเขาแม้จะดูเหมือนเคลื่อนไหวธรรมดาแต่แอเรียสก็สังเกตเห็นว่ามันมีสายลมจางๆช่วยให้เขาเคลื่อนไหวได้รวดเร็วขึ้น หากคาดเดาไม่ผิดคาเทอร์คงจะเป็นักเวทวายุ
“ ผลึกเวทระดับต่ำราคาก้อนละหนึ่งร้อยเหรียญคริสตัล ระดับกลางราคาหนึ่งพันเหรียญคริสตัล ทั้งหมดคิดเป็เงินหนึ่งแสนสองหมื่นเหรียญคริสตัล แต่สำหรับท่านข้าคิดเพียงหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญคริสตัลเท่านั้น “
คาเทอร์คิดคำนวณราคาออกมาด้วยความว่องไวโดยไม่ขาดหล่นตรงไหนเลยแม้แต่น้อย และเขาก็ไม่ลืมที่จะลดราคาพิเศษเพื่อที่จะเอาใจแอเรียส ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ฉีกกว้างจะแทบจะถึงใบหู ยามที่เขายิ้มกว้างแบบนี้มันทำให้ดวงตาของเขาหรี่เล็กลงจนแทบจะมองไม่เห็นมัน
“ท่านลูกค้า…ข้าเกรงใจว่าท่านจะมีปัญหาบางอย่าง ดูเหมือนแหวนมิติที่ท่านสวมอยู่มันเป็เพียงแหวนมิติระดับต่ำ มันไม่น่าจะใส่ผลึกทั้งหมดลงไปได้ ไม่ทราบว่าท่านมีแหวนมิติวงอื่นอีกหรือไม่ “
ที่นิ้วมือของแอเรียสสวมใส่ไว้เพียงแหวนมิติระดับต่ำ แหวนมิติระดับต่ำนั้นมีพื้นที่เพียงหนึ่งลูกบาศก์เมตรเท่านั้น
“ ไม่มี ข้ามีเพียงวงเดียวเท่านั้น “
“ ฮี่ๆๆถ้าเช่นนั้นท่านสนใจจะซื้อแหวนมิติระดับกลางหรือไม่ ? ร้านของข้าพอจะมีขายอยู่นะ ข้าว่ามันน่าจะสะดวกสำหรับท่านมากกว่า ไม่แน่วันหน้ายามที่ท่านเป็นักปรุงยาท่านอาจจะต้องใช้มันก็ได้“
คาเทอร์ยื่นหน้ามาใกล้พร้อมกับรอยยิ้มที่ฉีกกว้าง สองมือประกบกันอยู่ด้านหน้า ดวงตาเป็ประกายระยิบระยับ หลังจากที่ทำการค้าขายกับแอเรียสมาถึงสองครั้งทำให้คาเทอร์รู้ว่าศิษย์ของนักปรุงยาผู้นี้ดูจะร่ำรวยอยู่ไม่น้อยจึงเริ่มเสนอการขายสินค้าชิ้นใหม่เมื่อมีโอกาสทันที
“เอ่อ…ข้าขอบอกเ้าอีกครั้ง! อย่ายื่นหน้าของเ้ามาใกล้ๆหน้าข้าแบบนี้อีก มันก็จริงของเ้าเอาเป็ว่าข้าซื้อแหวนมิติวงที่อยู่ในมือเ้าเลยก็แล้วกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาขนย้ายไปยังแหวนวงใหม่ “
ยามที่ใบหน้ากลมๆนั้นยื่นมาใกล้แอเรียสก็ก้าวถอยหลังมาโดยไม่รู้ตัว เขาไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ที่จะมาแนบชิดกับบุรุษเพศ
“ เอ่อ..ท่านลูกค้าวงนี้มันเป็แหวนมิติระดับสูง “
“ ข้ารู้แล้ว คิดรวมมาในราคาของผลึกเวทเลย รีบหน่อยข้ามีธุระอีกมากต้องรีบไปทำ “
“ ได้เลยขอรับท่านลูกค้า !! รวมราคาทั้งหมดก็เป็เงินหนึ่งแสนหกหมื่นเหรียญคริสตัล “
ดวงตาของคาเทอร์ระยิบระยับราวดวงดาว จ้องมองไปยังแอเรียสราวกับบ่อเงินบ่อทอง นานแล้วที่คาเทอร์ไม่เคยเจอลูกค้าที่ใช้เงินอย่างมือหนักถึงเพียงนี้ เพียงวันเดียวใช้เงินมากถึงเกือบสองแสนเหรียญ เื้ัของเด็กหนุ่มผู้ลึกลับคนนี้ต้องไม่ธรรมดาเป็แน่ ภายในใจของคาเทอร์ร่ำร้องออกมาด้วยความยินดี ‘์ช่างประทานโชคให้ข้าโดยแท้ เพียงวันเดียวข้าก็ค้าขายได้มากมายถึงเพียงนี้ มันมากกว่าเงินที่ข้าค้าขายรวมกันในปีนี้ด้วยซ้ำ’ ร้านค้าของเขาเป็ร้านที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่พอถึงรุ่นของเขามันกลับย่ำแย่ลงทุกวัน ลูกค้าก็แทบจะไม่มีเข้าร้านมีส่วนมากก็เป็ประเภทมาก่อกวนเหมือนกับเด็กหนุ่มสองคนที่ยืนจ้องเขม็งมายังเขา แอเรียสนับเป็ลูกค้าที่พระเ้าประทานมาให้เขาอย่างแท้จริง
“เอ่อ…ท่านลูกค้าข้าขอทราบนามของท่านได้หรือไม่“
ก่อนที่แอเรียสจะจากไปคาเทอร์รีบสอบถามชื่อของลูกค้าคนสำคัญเอาไว้ นี่จะเป็ชื่อที่เขาสลักไว้ในใจอย่างไม่มีวันลืม แม้อีกฝ่ายจะเป็เพียงนักเวทระดับััเวทแต่เขาก็จะปฏิบัติกับอีกฝ่ายอย่างสุภาพสูงสุด หากบ่อเงินบ่อทองเช่นนี้หลุดหายไปล่ะก็เขาคงเศร้าเสียใจจนแทบร่ำไห้ออกมาเป็สายโลหิต
“ เรียกข้าว่าลาส “
แอเรียสไม่ได้บอกชื่อจริงออกไป เขายัง้าจะปกปิดตัวตนของเขาเอาไว้
หลังจากที่แอเรียสเดินออกมาจากร้าน เขายังคงได้ยินเสียงคาเทอร์กล่าวคำขอบคุณออกมายกใหญ่ แต่นอกจากสายตาของคาเทอร์ที่มองมายังแอเรียสด้วยความประทับใจมันยังมีสายตาอีกสองคู่ที่จ้องมองมายังแอเรียสด้วยความโกรธเคือง
“ข้าว่าเรากำลังจะรวยกันแล้วล่ะ“
ชายหนุ่มรูปร่างผอมเลียริมฝีปากมองไปยังแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่สวมฮู้ดสีเทาที่กำลังเดินออกจากร้านไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโลภ
“ รวย ? เราจะหาเงินจากไหนกัน หรือว่าเ้ามีเงินแล้ว ? “
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่จ้องมองไปยังสหายของมันด้วยความสงสัย
“ เนลเ้านี่มันโตแต่ตัวจริงๆหัดใช้สมองน้อยๆของเ้าคิดบ้างสิ“
เมื่อเห็นท่าทางอันโง่งมของสหายชายหนุ่มอีกคนได้แต่กุมมือไปที่ขมับด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ ทั้งสองคนนี้เป็สหายที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาั้แ่เด็ก ชายหนุ่มรูปร่างใหญ่นั้นมีชื่อเนลเป็นักเวทปฐีแม้จะรูปร่างใหญ่และดูแข็งแกร่งแต่กลับไม่ค่อยมีสติปัญญามากมายนัก ส่วนชายหนุ่มอีกคนหนึ่งชื่อฮันเป็นักเวทวายุมักเป็ผู้ออกความคิดต่างๆ
“ จะทำแบบนั้นอีกแล้วรึ “
“ ใช่แบบทุกครั้งนั่นแหละ “
รอยยิ้มอันเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าของพวกมันทั้งสองคน มันมองหน้าอย่างรู้ใจกัน พวกมันทำเื่ราวเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว พวกมันเป็นักเวทไร้สังกัดจึงไร้เงินสนับสนุนจากผู้ใด เมื่อก่อนพวกมันก็ทำเพียงล่าสัตว์อสูรเพื่อหาเงินเหมือนกับนักเวทคนอื่น แต่เมื่อไม่นานมานี้ฮันก็ออกความคิดว่าการรีดไถเงินจากพวกนักเวทที่มีระดับต่ำกว่าพวกมันจะเป็การได้เงินง่ายกว่าและไม่ต้องเสี่ยงชีวิตมากนัก ส่วนใหญ่แล้วมันจะเลือกเหยื่อเป็นักเวทระดับััเวทหรือไม่ก็ผู้ที่มีระดับต่ำกว่าพวกมัน หากยอมจำนนแต่โดยดีก็อาจจะมีเจ็บตัวเล็กๆน้อยๆ แต่หากผู้ขัดขืนพวกมันก็จะลงมืออย่างไร้ความปราณีเคยมีครั้งหนึ่งที่มีผู้ขัดขืนพวกมันก็ได้พลั้งมือสังหารไป