บทที่ 19 วันนี้เสด็จอาทรงงดงามเหลือเกิน
“ดี ท่านก็เข้ามาสิ”
อวิ๋นอินอินยั่วยุ กระตุ้นจนอวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวพุ่งเข้าหานางราวกับเสียสติ แต่ในตอนที่นางกำลังจะถูกตัวนั้นเอง อวิ๋นอินอินก็หมุนตัววิ่งพรึ่บเข้าไปในตำหนักเซ่อเจิ้งหวางแล้ว ส่วนอวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวที่อยู่เื้ักลับถูกองครักษ์ยกดาบขึ้นมาขวางไว้ที่นอกประตู
“เ้าขวางข้า เหตุใดไม่ขวางนางเล่า?”
นางชี้ไปที่อวิ๋นอินอินที่ทำหน้าได้ใจอยู่ด้านในของประตูตำหนัก พร้อมกล่าวอย่างโมโห
องครักษ์ที่มีสีหน้าเ็า เอ่ยปากอย่างไม่แยแสว่า “นายท่านมีบัญชา องค์หญิงเก้าสามารถเข้าออกตำหนักได้ตามพระประสงค์ องค์หญิงรอง หากท่านทรง้าเข้าไปเช่นกัน สามารถบอกข้าได้ว่าเพื่อจุดประสงค์ใด แล้วข้าจะไปรายงานพ่ะย่ะค่ะ”
“เป็ไปไม่ได้ เสด็จอาจะทรงอนุญาตให้นังปัญญาอ่อนนั่นเข้าออกตามใจได้อย่างไร!”
“เหนี่ยวเหนี่ยว มานี่”
อวิ๋นพิ่นถิงเรียกอวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวที่โมโหจนใกล้จะสูญเสียสติกลับมา พลางยื่นมือไปดึงนางมาไว้ข้างกาย ถลึงตาใส่อย่างไม่พอใจ กล่าวเตือนเสียงเบาว่า “เสด็จพ่อทรงตรัสแล้วว่า เื่การเปลี่ยนสถานะเป็เชื้อสายตรงนั้น รอเพียงให้เสด็จอาทรงพยักหน้า หากยามนี้เ้าทำให้เสด็จอาทรงพิโรธอีกครั้ง จนเสียเื่ของข้า ข้าจะจัดการเ้า!”
อวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวแค่นเสียงอย่างไม่ยินยอม เงยหน้าถลึงตาใส่อวิ๋นอินอินอีกครั้ง
“พี่หญิงใหญ่ พี่หญิงรอง ้าให้ข้าไปทูลเสด็จอาหรือไม่ ให้พวกท่านเข้ามาน่ะ?”
“ไม่จำเป็ต้องให้เ้ามาใจดี…”
“เหนี่ยวเหนี่ยว” อวิ๋นพิ่นถิงใช้สายตาปรามอวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวที่กำลังจะพองขนไว้ จากนั้นหันมามองอวิ๋นอินอินที่ลำพองใจ อดทนต่อเพลิงโทสะในใจพลางกัดฟันกล่าวว่า “อวิ๋นอินอิน เ้าอย่าได้เป็คนต่ำช้าที่ลำพองตัวไป ข้าจะรอ รอจนเสด็จอาทรงเบื่อเ้าแล้ว ถึงเวลานั้น ค่อยมาคิดบัญชีกับเ้า”
กล่าวจบ นางก็ลากอวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวจากไป
“พี่หญิง พวกเราไม่เข้าไปหาเสด็จอาแล้วหรือเพคะ?”
“เ้าปัญญาอ่อนหรือ?” อวิ๋นพิ่นถิงด่าอย่างหมดความอดทน “มีอวิ๋นอินอินอยู่ที่นี่ เสด็จอาให้พวกเราเข้าไปก็แปลกแล้ว!”
“ฮึ อวิ๋นอินอิน นังโง่คนนั้น ไม่รู้ให้เสด็จอาทรงดื่มน้ำแกงมอมิญญาอะไร ถึงทำให้เสด็จอาดีต่อนางขนาดนี้” ใบหน้าของอวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ยิ่งไม่เข้าใจว่าตนมีสิ่งใดที่สู้อวิ๋นอินอินผู้นั้นไม่ได้กัน
อวิ๋นพิ่นถิงหันศีรษะไปมองนางอีกครั้ง ในดวงตาสาดประกายความสงสัย
คงต้องใช้ความพยายามสักหน่อย ตรวจสอบให้ชัดเจนว่าอวิ๋นอินอินผู้นี้อยู่ในตำหนักเซ่อเจิ้งหวางด้วยสถานะเช่นใดกันแน่
อวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวพยักหน้า “หากนางหลอกลวงพวกเรา ข้าจะเป็คนแรกที่เอาแส้เฆี่ยนนางให้ตาย”
สองพี่น้องเดินเคียงข้างกันไป บนใบหน้ามีโทสะและความคับแค้นใจเช่นเดียวกัน
อารมณ์ของอวิ๋นอินอินดีเป็อย่างยิ่ง นางฮัมเพลงเบา ๆ เดินไปที่ศาลาสวนสนของเซวียนเหยียนฟู่
“เสด็จอา เสด็จอา เสด็จอา~…”
เซวียนเหยียนฟู่กินข้าวต้ม ฟังเสียงเรียกหวานที่ใกล้เข้ามา สีหน้าของเขามีความประหลาดใจวาบผ่าน สาวน้อยผู้นี้มาทำอันใดั้แ่เช้า
“เสด็จอา ทรงเสวยอาหารเช้าหรือเพคะ…” อวิ๋นอินอินยืนอยู่หน้าห้องอาหาร ยื่นศีรษะเข้าไปด้านใน ยิ้มอย่างประจบ แต่เสด็จอาผู้หล่อเหลายังเอาแต่กินข้าวต้ม แม้แต่สายตายังไม่เหลือบมองตนเลย
อวิ๋นอินอินเบะปาก ทำหน้าด้านเดินเข้าไป ยืนห่างจากเซวียนเหยียนฟู่เล็กน้อย
รออยู่ครู่หนึ่งก็ยังไม่ได้รับการสนใจ
“ว้าว เสด็จอา วันนี้ทรงหล่อเหลามากเหลือเกินเพคะ อาภรณ์สีขาวเงินชุดนี้ ยิ่งทำให้ท่านดูสูงส่งสง่างามประดุจเทพเซียน” ปากเล็ก ๆ ของอวิ๋นอินอินขยับขึ้นลง ไม่สนใจอาต้าที่กลั้นหัวเราะจนหน้าเขียวอยู่ด้านข้าง
แววตาของเซวียนเหยียนฟู่วูบไหวไปครู่หนึ่ง ใช้ความอดทนที่แข็งแกร่ง ไม่ถีบเ้าหมาน้อยขี้ประจบไร้ยางอายตัวนี้ออกไป
“เสด็จอา ทรงเสวยขนมหวานที่ข้าทำครั้งก่อนแล้วหรือยังเพคะ? อร่อยหรือไม่เพคะ?” ต่อให้ไม่มีการตอบสนอง อวิ๋นอินอินก็ยังคงพูดเองเออเองต่อไป “หากท่านไม่ชอบของหวาน ข้ายังทำของเค็มได้ ของเผ็ดก็ยังได้ หรือว่าหากทรงอยากเสวยอาหารพิเศษแบบไหน ข้าก็ทำเป็เพคะ”
“หมูตุ๋นน้ำแดงดีหรือไม่? หรือว่าวันนี้ข้าทำซี่โครงหมูต้มซีอิ๊วให้ท่านดี ไม่อย่างนั้น…”
“อาต้า พานางออกไป”
ในที่สุดเซวียนเหยียนฟู่ก็ทนไม่ไหว ก่อนที่ความอดทนจะพังทลาย เขาก็ไล่นางออกไปเสียก่อน
อาต้าที่อยู่ด้านหลังมองใบหน้าของอวิ๋นอินอินที่หมกมุ่น หรือว่านางยังประจบได้ไม่ชัดเจนพอ นางเสียใจที่ไม่ได้ทำขนมหวานแล้วเอามาด้วย
“องค์หญิงเก้า เยว่หยายังถูกขังอยู่ในคุกมืดพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไปพามันมาก่อน ทรงรออยู่ที่สวนเสือเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
“อื้อ ได้”
นางเดินไปสองก้าวก็หันศีรษะกลับมาอีกครั้ง “อาต้า สวนเสืออยู่ทางทิศใดกัน?”
ยามนี้ หลานเยว่กับหงรื่อบังเอิญมาทางนี้พอดี ทันทีที่เห็นอวิ๋นอินอิน พวกนางก็รีบวิ่งเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม
“คารวะองค์หญิงเก้าเพคะ”
“พอดีเลย พวกเ้าพาองค์หญิงเก้าไปที่สวนเสือเถิด”
สาวใช้ทั้งสองเมื่อได้ยินว่าจะได้อยู่กับอวิ๋นอินอิน พวกนางก็ยกยิ้มและพยักหน้ารับทันที จากนั้นก็พากันมายืนขนาบข้างกายของอวิ๋นอินอิน แล้วกล่าวอย่างมีความสุขว่า “องค์หญิงเก้า พวกเราไปกันเถิดเพคะ”
ในตอนที่ยังไม่ถึงสวนเสือนั้น อวิ๋นอินอินคิดว่าสวนเสือคงเป็เพียงห้องเล็ก ๆ อย่างมากก็เป็ลานเล็ก ๆ แต่เมื่อมาถึงแล้วจึงได้พบว่า ที่แท้นี่เป็ตำหนักหลังหนึ่ง ด้านในมีห้องนอน ห้องโถง ห้องอาหาร ห้องครัว ห้องซักล้าง สวนด้านหน้าและด้านหลังล้วนมีอย่างพรั่งพร้อม
ไม่เสียทีที่เป็สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของเสด็จอาจริง ๆ สภาพความเป็อยู่นี้ ช่างทำให้คนอิจฉาเหลือเกิน…
รออยู่ในสวนเสือไม่นานเท่าใด อาต้าก็พาเยว่หยามา เยว่หยาที่เดิมโดนขังอยู่ในคุกมืดหนึ่งวันหนึ่งคืนก็มีอารมณ์หงุดหงิดงุ่นง่าน มันเดินตามหลังอาต้าด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ แต่หลังจากเห็นอวิ๋นอินอิน กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
มันแกว่งหางพุ่งไปข้างกายของอวิ๋นอินอิน หัวถูไถไปบนตัวของนาง
“ฮ่า ฮ่า อย่าสิ ข้าจั๊กจี้นะ” อวิ๋นอินอินก้มกายลง จับหัวเสือที่ถูไถร่างของตน จากนั้นออกแรงบีบขยำหน้าเสือสองสามครั้ง กล่าวอย่างเอ็นดูว่า “เยว่หยา วันหลังข้าจะมาดูแลเ้า เ้าจำไว้นะว่าจะต้องเป็เด็กดี”
เยว่หยากะพริบตาปริบ ๆ แลบลิ้นเลียมือของอวิ๋นอินอินทีหนึ่ง ทำเอาอวิ๋นอินอินหัวเราะออกมา
ในตอนที่หลานเยว่กับหงรื่อเห็นเยว่หยา พวกนางก็ใหลบอยู่ที่มุมกำแพง แต่เมื่อเห็นเยว่หยาสนิทสนมกับอวิ๋นอินอินเช่นนี้ พวกนางก็ใจนหุบปากไม่ลง
“องค์หญิงเก้า นายท่านมอบเยว่หยาให้พระองค์แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าให้เสด็จอาทรงวางพระทัย ข้าจะเลี้ยงมันให้กลม ๆ ฟู ๆ เลย”
อาต้าพยักหน้า หันกายไปก็กล่าวกับหลานเยว่และหงรื่อว่า “พวกเ้าอยู่ปรนนิบัติองค์หญิงเก้าที่นี่”
หลังอาต้าจากไป อวิ๋นอินอินก็กวักมือเรียกหลานเยว่และหงรื่อ “พวกเ้าไม่ต้องกลัว เยว่หยาน่ารักและอ่อนโยนมากนะ”
เห็นคนทั้งสองยังหวาดกลัวจนไม่กล้าขยับ อวิ๋นอินอินยื่นมือไปตบปุ ๆ ที่หัวเยว่หยาทีหนึ่ง เป็สัญญาณให้มันนั่งลง หลานเยว่และหงรื่อเห็นเยว่หยาเชื่อฟังเช่นนี้ ก็รวบรวมความกล้าค่อย ๆ เดินเข้ามา เยว่หยาเงยหน้าขึ้นมองพวกนาง จากนั้นก็ก้มศีรษะลงอีกครั้ง
ครานี้ หลานเยว่และหงรื่อก็วางใจอย่างเต็มที่แล้ว เพียงแต่ยังรักษาระยะห่างจากเยว่หยาอยู่
มีขันทีน้อยเข้ามาสองสามคน พวกเขาเดินมาถึงข้างกายของอวิ๋นอินอิน ทำท่าคารวะ จากนั้นก็แนะนำตัวเอง พอได้ยินว่าพวกเขาเป็คนที่ดูแลเยว่หยากินข้าวและอาบน้ำ อวิ๋นอินอินก็ยิ่งรู้สึกว่าขาทองคำท่อนใหญ่นี้ นางเลือกได้ถูกจริง ๆ
สัตว์เลี้ยงยังดูแลดีขนาดนี้ หากตนเองได้รับความชื่นชอบจากเขา เช่นนั้นเขายิ่งไม่ดีกับนางที่เป็หลานสาวยิ่งกว่านี้หรือ
“ตอนเช้าเยว่หยากินอะไรหรือยัง?”
“ทูลองค์หญิงเก้า ก่อนหน้านี้ได้ป้อนให้ในคุกมืดแล้วเพคะ”
“ในเมื่อกินอิ่มแล้ว อย่างนั้นก็ออกไปเดินเล่นเถิด”
อวิ๋นอินอินพาเยว่หยา กับหลานเยว่และหงรื่อ คนทั้งสามกับเสือตัวหนึ่งเดินเล่นไปทั่วตำหนักเซ่อเจิ้งหวาง
“นายท่าน ไม่ดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
ทันใดนั้น คนที่ใส่ชุดเหมือนอาต้า ก็พุ่งเข้าไปในศาลาสวนสนด้วยสีหน้าตื่นตระหนก