บทที่ 95 ไม่ให้ท้ายลูกชาย
เล่อเวยใช้ดินสอตอนทำแบบฝึกหัด เธอคิดว่าหลังจากทำเสร็จ เธอจะลบคำตอบออกแล้วเก็บไว้ให้เล่อตงลองทำอีกครั้ง อย่างน้อยๆ เธอก็สามารถอธิบายวิชาภาษาจีน ภาษาอังกฤษและเลขให้เล่อตงล่วงหน้าได้ แม้ตอนนี้เขาจะอยู่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ห้า แต่ก็ไม่เสียหายที่จะเรียนรู้วิชาของระดับชั้นมัธยมต้นเอาไว้ก่อน
แต่เมื่อดูจำนวนแบบเรียนที่หลิ่วไถเฉิงให้มาในตอนนี้ เล่อเวยไม่จำเป็นจะต้องประหยัดมากนัก! เพราะเธอคงไม่สามารถทำมันได้หมด!
ดึกมากแล้ว การอ่านหนังสือใต้แสงโคมไฟทำให้เธอรู้สึกปวดตา เล่อเวยจึงปิดแบบฝึกหัด จี่เฟิ่งกลับมาที่ห้อง กำลังนั่งเย็บผ้าเงียบๆ บนเตียง เล่อเวยจึงกล่อมเธอว่า “แม่คะ อย่าเย็บเลย เดี๋ยวจะปวดตาเอา”
“ใกล้จะเสร็จแล้ว พรุ่งนี้ต้องเอาไปส่งให้เขา”
เล่อเวยจึงหยุดพูด แล้วปรับโคมไฟให้จี่เฟิ่ง ก่อนจะจัดเตียงแล้วนอนมองจี่เฟิ่งเย็บผ้าทีละตะเข็บ
เล่อเวยรู้สึกง่วงนอนเล็กน้อยแต่ก็พยายามฝืนไม่ยอมหลับ เธอยังอยากดูจี่เฟิ่งเย็บผ้าไปเรื่อยๆ จี่เฟิ่งเย็บอีกสองเข็มแล้วหยุดมือ ก่อนจะหันมาลูบหัวเธอ “ถ้าง่วง ก็นอนก่อนเถอะลูก”
เล่อเวยถดตัวมาข้างหน้า กอดเอวจี่เฟิ่งและวางศีรษะลงบนตักของเธอ ช่วงเวลาอันเงียบสงบและอ่อนโยนระหว่างแม่กับลูกเป็นสิ่งที่เล่อเวยได้แต่ฝันถึงเพียงชั่วครู่ชั่วยามในชาติก่อน เธอไม่เคยคิดเลยว่าการได้สิ่งล้ำค่ากลับมาอยู่ข้างกายจะทำให้เธอมีความสุขได้มากขนาดนี้ ดวงตาของเล่อเวยอุ่นขึ้นเล็กน้อย เธออดไม่ได้ที่จะบอกว่า “หนูอยากนอนกับแม่นี่นา”
สีหน้าของจี่เฟิ่งเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน เธอใช้นิ้วสางผมของเล่อเวยทีละน้อย “ช่วงนี้ลูกคงจะเหนื่อยมาก”
“ไม่เลยค่ะ” เธอไม่ได้โกหก เมื่อเทียบกับชาติที่แล้ว ตอนนี้เธอมีจี่เฟิ่ง เล่อตง และต่งเซียงอยู่เคียงข้าง มีคนคอยช่วยเหลือเธอมากมาย ดังนั้นเธอจึงไม่เหนื่อยเลยสักนิด “แม่คะ ไว้หนูเก็บเงินได้แล้ว เราไปกวางโจว ซื้อบ้านและปักหลักอยู่ที่นั่นกันนะ ถึงเวลาหนูจะเข้ามหาวิทยาลัย ตงตงก็จะเข้ามหาวิทยาลัยด้วย ครอบครัวเราจะได้มีบัณฑิตตั้งสองคน!”
“ในมหาวิทยาลัย ลูกต้องทำได้ดีแน่ ส่วนตงตง” จี่เฟิ่งชะงักก่อนจะหัวเราะออกมา “ฟังสิ น้องชายเรากรนเสียงดังลั่นเลย”
เล่อเวยกลั้นใจฟังอยู่สักพัก จากนั้นก็หัวเราะออกมา “โธ่ คงจะเหนื่อยมาก เขาทำงานที่ต้องใช้แรงคนเดียวเลย”
“เด็กผู้ชายสมควรจะทำให้มากกว่านั้นอีก” จี่เฟิ่งไม่ใช่แม่ที่ให้ท้ายลูกชาย ย้อนกลับไปตอนเธอยังอยู่ที่บ้านพ่อแม่ เด็กผู้ชายถูกเลี้ยงดูอย่างเคร่งครัด ในขณะที่เด็กผู้หญิงได้รับการเอาอกเอาใจ พี่ชายของเธอทุกคนมีอนาคตที่ดี ดวงตาของจี่เฟิ่งหม่นลงเมื่อคิดถึงพวกพี่ๆ ตั้งแต่ถูกไล่ออกจากบ้านมา เธอก็ไม่ได้เจอพวกเขาและไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไรกันบ้าง
ในอนาคตถ้าเธอมีเงินมากพอ เธออยากกลับไปดูที่บ้าน...แค่ดูเท่านั้น
จี่เฟิ่งไม่สงสัยเรื่องอนาคตที่เล่อเวยวาดเอาไว้ ตามความเห็นของเธอ สิ่งที่ลูกสาวหวังไว้จะต้องเป็นจริงอย่างแน่นอน
เธอดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้เล่อเวยแล้วกล่อม “นอนเถอะเด็กดี แม่อยู่ตรงนี้แล้ว จะไม่ไปไหนอีก”
หลังนอนหลับอย่างสบาย เล่อเวยก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนตีสี่กว่าๆ และไปที่ตลาดเช้าเพื่อซื้อไก่กับเนื้อ แม้ว่าการทำอาหารเช้าจะสร้างรายได้และเป็นงานหนัก แต่เธอก็ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย
ตอนเปิดร้าน เล่อเวยขอให้เล่อตงช่วยดูแผงให้ก่อน ส่วนเธอไปที่สมาคมขนส่ง เพื่อไปเจอกับหลี่หราน ทำการพูดคุยตกลงกันไว้ล่วงหน้า
เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจที่จะปล่อยให้อวี๋ซู่หลันกับจี่เฟิ่งไปหารถกันเอง เป็นการดีกว่าถ้าจะหารถเช่าให้พวกเธอล่วงหน้าและให้หลี่หรานช่วยแนะนำคนขับที่ไว้ใจได้ให้สักสองคน ไม่สำคัญว่าเธอจะต้องจ่ายเพิ่มหรือไม่ แต่เธออยากได้คนที่แข็งแรงและไว้ใจได้
เมื่อหลี่หรานได้ยินเรื่องนี้ เขาก็ตบหน้าอกตัวเองด้วยความมั่นใจ “ไม่มีปัญหา เอางี้ ฉันจะไปกับต้าเฉียงเอง ไม่ต้องห่วง ฉันจะพาแม่ของเธอกับอวี๋ซู่หลันกลับมาอย่างปลอดภัย!”
บทที่ 96 ถึงหน้าประตู
เล่อเวยมองหลี่หราน เขาค่อนข้างสูงและมีความรับผิดชอบ เล่อเวยจึงไม่มีอะไรให้ต้องกังวล
เธอคิดว่าพาผู้ชายสองคนไปด้วยน่าจะกำลังดี หากไปมากกว่านี้ อาจจะดูเหมือนพาพวกไปรุม แต่ถ้าน้อยเกินไป ก็คงไม่เพียงพอหากมีอะไรเกิดขึ้นจริง
ถึงแม้อวี๋ซู่หลันจะเป็นคนไปที่นั่น แต่เล่อเวยเชื่อว่าเธอจะไม่ลงไม้ลงมือกับใคร
ตอนเช้า จี่เฟิ่งยังยุ่งอยู่กับการทำซาลาเปาเลยยังออกไปไม่ได้ หลังจากปิดร้านในตอนเที่ยง เธอกับอวี๋ซู่หลันก็ไปที่ฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของตลาดเจิ้นซี หลี่หรานกับเฉินต้าเฉียงรออยู่ที่นั่นแล้ว เล่อเวยรู้ว่าหลี่หรานเป็นคนรอบคอบและระมัดระวัง เธอจึงไม่ได้ให้เงินกับเขาแต่ส่งให้เฉินต้าเฉียงแทน “พี่หลี่ พี่เฉิน ฉันต้องรบกวนพวกพี่สองคนด้วย”
อวี๋ซู่หลันจะเป็นคนบอกแผนการทั้งหมดกับพวกเขา ส่วนเรื่องเวลานัดหมาย เธอจะหารือกับพวกเขาระหว่างทาง เล่อเวยพยายามไม่คิดถึงรายละเอียดพวกนั้น
ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดความกังวลไม่รู้จบ คงจะดีกว่าถ้าปล่อยให้คนอื่นจัดการบ้าง
สำหรับเธอ เล่อเวยจะตามต่งเซียงไปที่เมืองชีหลี่ และฝากเติ้งหยางไว้กับเล่อตง
พวกเธอสองคนจะไปที่สถานีตำรวจเมืองชีหลี่เพื่อจัดการเรื่องของเติ้งซานเป่าให้เด็ดขาด
เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพื่อไม่ให้แผนของเธอล่าช้าจนเกินไป สกุลเติ้งอ้างว่าพวกเขามีปัญหากัน แต่ก่อนหน้านี้เพราะต้องการซ่อนตัวเติ้งหยาง พวกเขาทั้งหมดกลับให้ความร่วมมือกันภายใต้แรงกดดันจากยายเฒ่าเติ้งไม่ใช่เหรอ
เล่อเวยจะไม่ให้โอกาสสกุลเติ้งอีก
เมื่อเธอมาถึงเมืองชีหลี่ เล่อเวยไม่ได้ไปที่สถานีตำรวจในทันที แต่แวะไปที่ตลาดก่อน เธอต้องการพบกับหญิงเจ้าของร้านอาหารเล็กๆ คนนั้น เพราะเล่อเวยยังไม่แน่ใจว่าสถานีตำรวจที่เมืองชีหลี่จัดการกับเติ้งซานเป่าอย่างไร สิ่งที่เธอรู้มีเพียงเติ้งซานเป่าถูกกักตัวอยู่ที่นั่น และบ้านที่พวกเธอเช่าไม่มีโทรศัพท์ หลังจากที่เล่อตงแจ้งตำรวจในคราวนั้น พวกเขาก็ทิ้งเบอร์โทรศัพท์ของอวี๋ฉางเซิ่งไว้เพื่อเป็นเบอร์ติดต่อ หลิ่วไถเฉิงเป็นคนบอกเรื่องนี้กับเล่อเวยตอนที่เขามาหาเมื่อสองสามครั้งก่อน
ต่งเซียงซื้อผลไม้และอาหารกระป๋องจากตลาด เล่อเวยอดถอนใจไม่ได้ เพราะมันราคาแพงเกินไป แอปเปิลกับกล้วยไม่กี่ลูก บวกกับลูกพีชสีเหลืองสองกระป๋องราคาสิบหยวนกว่าๆ
รู้ไหมว่าเธอขายซาลาเปาไส้ผักสองร้อยลูก ไม่รวมค่าแรงและค่าใช้จ่ายอื่นๆ คิดเฉพาะค่าวัตถุดิบล้วนๆ ยังได้น้อยกว่าสิบหยวนเลย!
ต่งเซียงไม่ยอมให้เล่อเวยจ่ายให้ เธอบอกว่าตัวเองเป็นคนทุบข้าวของในร้านเสียหาย แต่หญิงเจ้าของร้านกลับไม่เรียกเก็บเงินเลยสักหยวน ต่งเซียงจึงใช้เงินของตัวเองเพื่อซื้อของฝาก ไม่เช่นนั้นเธอคงรู้สึกละอายใจ
เล่อเวยเข้าใจเรื่องนั้นดี เลยไม่ได้แย่งจ่ายเงิน ต่งเซียงหิ้วของฝากและพาเล่อเวยไปยืนที่หน้าประตูร้านอาหารเล็กๆ แห่งนั้นก่อนจะมองเข้าไปในร้าน ทุกอย่างที่เคยพังเสียหายได้รับการซ่อมแซมแล้ว ถึงแม้จะไม่ใช่ช่วงเวลาขายอาหาร แต่ก็ยังมีคนนั่งดื่มอยู่ข้างใน
พวกเธอไม่เห็นหญิงเจ้าของร้านอยู่ในนั้น
“เฮ้ เธอสองคนทำอะไรน่ะ เอ๊ะ นั่นมันเมียไอ้หมอนั่นไม่ใช่เหรอ”
เล่อเวยหันไปเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังทำท่าตกใจ “นายคือน้องชายคนนั้น!”
“ฉันก็มีชื่อนะ ฉันชื่อลู่หมิง! แล้วฉันก็จำเธอได้ สาวน้อยยอดนักสู้ เธอสุดยอดมาก!” ลู่หมิงตื่นเต้นที่ได้เห็นเล่อเวยมากกว่าตอนเห็นต่งเซียงเสียอีก “พวกเธอสองคนมาทำอะไรที่นี่”
“พวกเรามาหาพี่สาวของนาย ว่าแต่ ฉันยังไม่เคยถามชื่อพี่สาวของนายเลย” ต่งเซียงยกของฝากในมือเพื่อแสดงถึงมิตรภาพ “ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอหน่อย”
“พี่สาวฉันชื่อลู่จวน ตามฉันมาเถอะ ในร้านมีลูกค้าอยู่ อย่าเข้าทางหน้าร้านเลย ตอนนี้พี่เขาน่าจะอยู่ในครัว” ลู่หมิงพาพวกเธอเดินผ่านประตูหลังเพื่อเข้าไปในเขตตัวบ้าน เล่อเวยมองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบ สมัยนี้ร้านค้าในตลาดมีหน้าร้านเชื่อมติดกับที่พักชั้นหนึ่ง ไม่เหมือนกับร้านค้าอิสระในยุคหลังๆ
เมื่อเข้าไปในตัวบ้าน สิ่งที่เห็นไม่ใช่ครัว แต่เป็นห้องโถงสี่เหลี่ยมเล็กๆ
“ไม่ต้องเปลี่ยนรองเท้าหรอก เข้ามานั่งก่อนสิ เดี๋ยวฉันไปตามพี่สาวมาให้!”