ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า

    ตอนที่ 41 : ความสัมพันธ์เก่าก่อน

    จากการที่ไปช่วยงานที่สมาคมค่ายกลมา ทำให้ฉวงกวงเเละเจียงหวงที่กลับมายังเรือนของตนเองรีบพักผ่อนอย่างไม่รอช้า เพื่อเตรียมตัวเองให้พร้อมมากที่สุดในวันพรุ่งนี้ 


    ตอนเช้าก็มาถึงอย่างรวดเร็ว ฉางกวงรีบลุกขึ้นมาจากเตียง เตรียมตัวเองให้เรียบร้อย พลันเดินออกจากเรือนของตนเองอย่างรีบร้อนไปยังจุดนัดหมายซึ่งก็คือหน้าน้ำตกประจำสำนักนั่นเอง ระหว่างทางก็ได้เห็นเงาอันคุ้นเคยเดินอยู่ด้านหน้าของตน 


    “เจียงหวง ท่านรอข้าด้วย” ฉางกวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงงัวเงียเล็กน้อย

    เงาที่อยู่ด้านหน้าเเม้จะไม่ได้เอ่ยตอบรับ เเต่ก็พลันหยุดเดินหันหน้ามาจ้องยังฉางกวงด้วยความเรียบเฉย


    “ท่านก็ไม่ต้องเป็นก้อนหินขนาดนั้นก็ได้” ฉางกวงเห็นเจียงหวงเป็นเช่นนี้ก็เผลอหลุดปากเอ่ยความคิดของตนออกไป


    “ข้าเเค่ไม่ค่อยชอบมากวาจาก็เท่านั้น” เจียงหวงจ้องเขม็งยังฉางกวงที่ตอนนี้มายืนอยู่ข้าง ๆ ตน สายตานั้นทำให้ผู้ถูกจ้องอดจะรู้สึกเสียวสันหลังไม่ได้ ฉางกวงเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นเช่นกันรีบขอโทษขอโพยอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว เห็นเช่นนั้นสายตาของเจียงหวงก็พลันอ่อนลง


    “รีบไปกันเถอะ” เจียงหวงเอ่ยเสร็จก็ออกเดินในทันที ฉางกวงที่เห็นเช่นนั้นจึงออกเดินตามไปเช่นกัน

    ทั้งสองเดินมาจนถึงหน้าน้ำตกประจำสำนัก เห็นเหล่าศิษย์เเละผู้อาวุโสมามุงดูอยู่รอบ ๆ ก็ทำให้ตกตะลึงไปชั่วครู่


    โดยปกติเเล้วน้ำตกประจำสำนักนั้นมีความกว้างใหญ่เป็นอย่างมาก คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเเม้จะเดินสะเปะสะปะเเต่ก็จะไม่มีวันชนกันอย่างเเน่นอน เเต่ในตอนนี้นั้นรอบ ๆ น้ำตกนั้นผู้คนมากมายหลากหลายมายืนรวม ๆ กันทำให้เเม้เเต่จะเดินก็เป็นไปไม่ได้เลย 


    เเน่นอนว่าจะต้องเว้นที่ว่างตรงกลางเป็นทางให้ผู้เข้าสอบกับผู้คุมสอบเข้ามาได้ จึงเห็นได้ชัดเจนว่างานสอบคัดเลือกศิษย์สายในประจำสำนักนั้นยิ่งใหญ่มากเพียงใด ฉางกวงกับเจียงหวงที่ไม่รู้ว่าตนเองจะต้องทำเช่นใดต่อดี


    พลันมีเสียงตะโกนเสียงหนึ่งที่คุ้นเคยมาจากด้านหลังพวกเขา 


    “พวกเจ้าทั้งสองมากันพร้อมเเล้วก็ดียิ่ง พวกเจ้าตามข้ามาเลย” เเขกอาวุโสที่วันนี้ดูมีรัศมีความสูงส่งต่างจากวันธรรมดาที่พวกเขาเคยเห็นก็พาศิษย์ทั้งสองของเขาเข้าไปที่ลานหน้าน้ำตกสำนัก ด้วยท่าทีดูน่าเคารพนับถือ


    “นั่นมันผู้ใดกัน ดูท่าทางเเล้วคล้ายผู้อาวุโสใหญ่เลยทีเดียว”


    “เจ้าไม่รู้รึ นั่นมันแขกกิตติมศักดิ์ของสมาคมอักขระ ว่ากันว่าเขาทำคุณประโยชน์อย่างมหาศาลเลยทีเดียว” 


    “ไม่น่าล่ะ ถึงว่าทำไมคนผู้นี้จึงดูคล้ายผู้อาวุโสใหญ่ ด้วยตำเเหน่งของเขาก็สมควรเเล้วที่เป็นเช่นนี้” 


    “เจ้าสังเกตเด็กหนุ่มทั้งสองด้านหลังเขาสิ ต้องเป็นศิษย์ของเขาอย่างเเน่นอน” 


    “ข้าว่าพวกเขาดูเหยาะแหยะไปหน่อยเมื่อเทียบกับพวกตัวเต็ง” 


    เเม้ว่าทั้งสามจะได้ยินเสียงเอ่ยถึงพวกตนเเต่เเขกอาวุโสก็เดินพาทั้งสองไปอย่างไม่เเยเเสเเม้เเต่น้อย   ฉางกวงกับเจียงหวงที่เห็นว่าอาจารย์ตนยังไม่เเยเเสเเล้วพวกเขาจะไปสนใจเรื่องซุบซิบกันทำไม  

    ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับฝีมืออยู่เเล้ว พอมาใกล้ถึงบริเวณสอบเเขกอาวุโสก็หยุดลง


    “ข้าไม่สามารถเข้าไปต่อได้มากกว่านี้เเล้ว เเต่ก่อนไปข้ามีเรื่องหนึ่งที่จะเอ่ยกับพวกเจ้า…” เเขกอาวุโสมองทั้งสองอย่างจริงจัง


    ฉางกวงเเละเจียงหวงเองก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างดี


    “ข้าขอให้พวกเจ้าทำให้ดีที่สุด ถ้าพวกเจ้าทำดีที่สุดเเล้วเเม้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมามันห่วยเเตกข้าก็จะไม่เอ่ยอันใดสักคำ”   อาจารย์อาวุโสน้ำเสียงจริงจังยิ่งขึ้น เเววตาลึกล้ำ


    “ศิษย์เข้าใจเเล้วขอรับ ศิษย์จะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง” ฉางกวงเเละเจียงหวงตอบอย่างนอบน้อม


    “เยี่ยม งั้นพวกเจ้าไปได้เเล้ว” สีหน้าเเขกอาวุโสเต็มไปด้วยความพึงพอใจ มองทั้งสองที่กำลังจะเดินเข้าไปคัดเลือกในรอบที่ 1


    “เจ้าเฒ่าจ้าว เจ้าอยู่ที่นี่เองรึ” น้ำเสียงทรงอำนาจเสียงหนึ่งดังออกมาจากฝูงชน ทางจึงเเหวกออกเป็น 2 ฝั่งอย่างรวดเร็ว

    ปรากฎร่างวัยกลางคนที่ดูเเก่กว่าเเขกอาวุโสไม่น้อย สวมเสื้อสีเขียวกัญชง ในมือถือพัดจีบ ดูไปเเล้วก็คล้ายกับมหาอำมาตย์ใหญ่ไม่น้อยเลย เเววตาที่มองมายังเเขกอาวุโสเปี่ยมไปด้วยความท้าทายอย่างชัดเจน


    “อืมข้าเอง…ว่าเเต่เจ้าเป็นใครกัน” เเขกอาวุโสจ้องมองสบตากับอีกฝ่ายสีหน้าครุ่นคิดอยู่ชัวครู่ก็เอ่ยออกมาด้วยความสับสน


    “เจ้าส่งลูกศิษย์เจ้ามา…เฮ้ยเจ้าจำข้าไม่ได้งั้นรึ” ชายชุดสีเขียวกัญชงพัดจีบในมือเเทบจะหลุดมือ


    “ข้าไม่เห็นจะจำเจ้าได้เลย ข้าผู้อาวุโสก็เคยผ่านไปหลาย ๆ ที่มาเเล้ว รึว่าเจ้าจะเป็นพวกหมอดูที่ชอบมาทักข้างั้นรึ” เอ่ยมาถึงตรงนี้

    สีหน้าเเขกอาวุโสเเสนจะเหนื่อยหน่าย ข้าเจอกับพวกหมอดูข้างถนนต้มตุ๋นมาก็ไม่น้อย รึว่าเจ้าจะเป็นหนึ่งในนั้นกัน


    “เจ้า…จ…เจ้า” ชายวัยกลางคนชุดสีเขียวกัญชงเเทบจะกระอักเลือดตายให้มันรู้เเล้วรู้รอด  เจ้าหมอนี่จะหน้าด้านไร้ยางอางได้มากกว่านี้อีกรึไม่


    “ข้าขออภัยกับ…เออท่านจะให้ข้าเรียกท่านว่าเยี่ยงไร” เเขกอาวุโสทำตาปริบ ๆ คล้ายกับไม่รู้เรื่องเลยเเม้เเต่น้อย


    “เจ้าเฒ่าจ้าว เจ้าจำข้าหลินมู่ผู้อาวุโสหน้าหยกผู้นี้ไม่ได้งั้นรึ” ยิ่งเห็นอีกฝ่ายทำท่าทีไม่รู้เรื่องอันใดเลย อารมณ์หลินมู่ก็ยิ่งประทุดุเดือดมากกว่าเดิม รังสีที่เเผ่ออกมาตอนนี้ยิ่งทำให้ผู้คนที่อยู่ข้าง ๆ ถอยห่างไปโดยฉับพลัน ทั้งสองฝ่ายจึงเห็นกันได้อย่างชัดเจน


    “อ้อเจ้านั่นเอง เจ้าคือหลินน้อยใช่ไหม ข้าไม่ได้เจอกับเจ้าตั้งนานเลยคิดถึงจริง ๆ ” เเขกอาวุโสน้ำเสียงอ่อนโยน ความคิดตอนนี้กำลังตกอยู่ในห้วงภวังค์ในอดีตอย่างไม่รู้ตัว


    “ในที่สุดเจ้าก็จำข้าได้ เฮ้ย ไอ้คำว่าหลินน้อยนี่มัน…” ได้ยินว่าอีกฝ่ายจำได้ตนเองก็พยักหัวอย่างพอใจเเต่ได้ยินคำกล่าวว่าหลินน้อย

    สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นเหยเก หนอยเจ้าเฒ่าจ้าว ตอนนี้เจ้ายังเรียกข้าว่ายังนี้อีกรึ เจ้าไม่เหลือเกียรติของผู้อาวุโสให้ข้าเลยนะ 


    “หลินน้อย เจ้ามาทำอันใดที่นี่ อย่าบอกนะว่าศิษย์ของเจ้าเองก็จะมาสอบเช่นกันน่ะ” 

    เเขกอาวุโสเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มเเย้ม ไม่สนใจความขุ่นเคืองของอีกฝ่ายเลยเเม้เเต่น้อย

    ฝูงชนได้ยินดังนั้น ก็พลันฮือฮา ส่งเสียบกระซิบกระซาบกันไม่น้อยเลย


    “ผู้อาวุโสหลินมู่รู้จักกับเเขกอาวุโสด้วยหรือ” 


    “ข้าเองก็ไม่เเน่ใจเรื่องนี้มากนัก เเต่ที่ข้าได้ยินมานั้นเหมือนทั้งคู่จะเคยเข้าสำนักพร้อมกัน ไปไหนไปกัน

    ถึงกับเรียกอีกฝ่ายว่าศิษย์พี่ศิษย์น้องกันเลยทีเดียว” 


    “อ้อเป็นเช่นนี้นี่เอง เเล้วที่เรียกว่าหลินน้อยนั้นมาจากสาเหตใดรึ” 


    “นั่นน่ะข้าเองก็รู้ไม่เเจ่มเเจ้งนัก เพียงได้ยินข่าวลือว่าทั้งสองเคยเดิมพันเรื่อง ๆ หนึ่งกันไว้เเล้วใครที่เเพ้จะต้องถูกอีกฝ่ายตั้งฉายาให้”


    “อ้อเรื่องเป็นมาเช่นนี้นี่เอง เเล้วข้าได้ยินมาอีกว่าทั้งสองหลังจบการเดิมพันก็ไม่สนิทกันอีกเลยใช่ไหม” 


    “เจ้าเองก็พอรู้อยู่บ้าง เเต่ก็เงียบ ๆ ไว้ล่ะ ถ้าผู้อาวุโสหลินมู่ได้ยินเข้าเขาเอาเรื่องพวกเราเเน่” 


    เเม้จะกระซิบกระซาบกันเเต่ระดับของหลินมู่เเละเเขกอาวุโสเเล้ว ทั้งสองก็ได้ยินอย่างเเจ่มชัด  ฝ่ายเเรกสีหน้าดำคล้ำขึ้นไม่น้อย ส่วนฝ่ายหลังนั้นพยักหน้าเห็นด้วยพึมพำเบา ๆ ว่าเล่าได้ดี ถูกต้องตรงเผง

    เมื่อผู้คนที่กระซิบกันสัมผัสถึงบรรยากาศผิดปกติก็พลันเงียบปากตนเองอย่างรวดเร็ว บางส่วนก็รีบอุดปากเพื่อนคนข้าง ๆ ที่กำลังเอ่ยอย่างเมามันเช่นกัน ผู้คนก็หันไปจับจ้องยังคนทั้งสองอยากรู้ว่าเรื่องราวนี้จะจบยังไง


    “ไอ้เจ้าผู้เฒ่าจ้าว ถึงเเม้ว่าข้าจะเอาชนะเจ้าไม่ได้ในอดีต เเต่วันนี้ศิษย์ข้าจะต้องเอาชนะศิษย์ของเจ้าอย่างเเน่นอน”  หลินมู่น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ จ้องมองไปด้วยเเววตามุ่งมั่น


    “หลินน้อยเจ้าเองก็เรียกชื่อข้าไม่ครบนะ ข้าชื่อว่าจ้าวเฟิงต่างหากไม่ใช่ผู้เฒ่าจ้าว” เเขกอาวุโสน้ำเสียงคล้ายเสียใจที่สหายเก่าของตนไม่เเม้อาจจำชื่อของตนได้


    “เจ้าเฒ่าจ้าวนี่ เอ่ยอยู่ฝ่ายเดียวเลยนะ ทีเเรกเจ้าก็จำข้าไม่ได้นี่”  หลินมู่ครุ่นคิดพลางมองไปยังเเขกอาวุโส หึเจ้าเฒ่าจ้าววันนี้ข้าหลินมู่จะต้องกู้ชื่อเสียงของตนเองคืนมาให้จงได้


    ลูกศิษย์ของเจ้าทั้งสองนั้น ข้ามีข้อมูลของพวกเขาไว้หมดเเล้ว ด้วยสายตาวิเคราะห์ของข้าเเล้ว ลูกศิษย์ที่ข้าส่งไปย่อมชนะลูกศิษย์ของเขาอย่างเเน่นอน คิดได้ดังนั้นสีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นยกยิ้มอย่างพึงพอใจ หันไปมองยังเเขกอาวุโสเจ้าเฟิงอย่างเคร่งครึม


    “วันนี้ล้างคอรอได้เลย ข้าจะพิสูจน์ให้ผู้คนได้เห็นว่าการสอนของข้านั้นดีกว่าของเจ้า” หลินมู่เอ่ยจบร่างกายก็พลันเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีใครสามารถสังเกตการเคลื่อนไหวของเขาได้ทันเว้นเสียก็เเต่เเขกอาวุโสจ้าวที่หันไปมองยังทิศทาง ๆ หนึ่งอย่างยกยิ้มไม่เอ่ยวาจาอันใด


    พอฉากเด็ดได้จบลง ผู้คนก็มุ่งความสนใจไปยังการทดสอบดั่งปกติ

    ระหว่างที่ผู้อาวุโสหินกับเเขกอาวุโสจ้าวกำลังปะทะคารมกันอยู่นั้นเอง การสอบก็ได้เริ่มไปเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว

    ศิษย์คนเเรกที่ออกมาสอบเเม้ว่าลำตัวจะดูเกร็ง ๆ ไปเล็กน้อยเเต่ก็ใช้วิชาอภินิหารของตนอย่างรวดเร็ว 

    ปราณขั้น 3 สูงสุดได้เเผ่ออกมาพร้อมกับสายน้ำสีฟ้าเขียวที่ก่อตัวเป็นรูปร่างอสรพิษขนาดยักษ์ 

    อสรพิษน้ำตัวนี้พลันเลื้อยขึ้นไปยังน้ำตกอย่างรวดเร็วพร้อมกับศิษย์คนนั้นที่กระโดขึ้นมาเมื่อครู่

    ทั้งสองขึ้นไปได้เกือบครึ่งทาง สีหน้าของศิษย์คนนั้นก็ไม่สู้ดีนัก หอบเหนื่อยไม่หยุด จนเลยครึ่งทางมาเล็กน้อย 


    ศิษย์ผู้นี้ก็ฟุบหมดสติลงด้วยพลังปราณที่สลายไปอย่างฉับพลัน ร่างของเขาตกลงมายังด้านธาราอย่างจัง

    เเต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอันใดมาก 


    “พวกเจ้า รีบไปเเบกเขาขึ้นมา เเล้วเริ่มคนต่อไปได้” ผู้คุมสอบสีหน้าเรียบเฉยเจือเเววเบื่อหน่าย

    ศิษย์สายใน 2 3 คนพอได้ยินดังนั้นก็รีบไปเเบกศิษย์คนเเรกที่สอบไปเมื่อกี้ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

    ผู้คุมสอบก็เอ่ยให้สอบต่อไป สอบไปเรื่อย ๆ บ้างก็ดีกว่าคนเมื่อครู่ บ้างก็ห่วยเเตกกว่าด้วยซ้ำ

    เเต่จำนวนคนผ่านก็ยังมีน้อยอยู่ดีเป็นปกติ 


    “เอาล่ะ ต่อไปฉางกวงขึ้นมาทดสอบได้” ผู้คุมการสอบน้ำเสียงเรียบเฉย

    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า ที่คุณอ่าน

    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    144K 224
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    มังกรพลิกสวรรค์

    มังกรพลิกสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    161K 121
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258