“ขึ้นรถ!”
เสียงเยือกเย็นที่สั่งการนั้นแทบไม่มีความลังเล
เบอร์รี่ที่ยังอึ้งไม่หายรีบกระโจนขึ้นไปบนเบาะข้างคนขับของรถกระบะคันนั้นทันทีตามสัญชาตญาณ
ปัง!
เธอกระแทกประตูปิดแทบจะพร้อมๆ กับที่เจสสิก้าเหยียบคันเร่งจนมิด!
เอี๊ยดดดดดดดดด!!!
ล้อรถบดขยี้พื้นถนนเสียงดังสนั่น ร่างของเบอร์รี่ถูกกระชากไปตามแรงเหวี่ยง
เมื่อรถหักเลี้ยวเก้าสิบองศาอย่างบ้าคลั่ง
เธอมองเงาตะคุ่มของผู้หญิงข้างๆ ที่ตอนนี้เห็นได้ชัดขึ้นภายใต้แสงไฟข้างทาง
ผู้หญิงในชุดสูทสีดำสนิทที่กำลังควบคุมพวงมาลัยด้วยสีหน้าราบเรียบ
เหมือนกำลังขับรถเล่นในสวนดอกไม้ ทั้งที่ข้างนอกนั่นคือนรกดีๆ นี่เอง
“กรี๊ดดดด! ระวัง!” เบอร์รี่ร้องลั่นเมื่อเห็นผู้ติดเชื้อคนหนึ่งกระโจนเข้ามาขวางหน้ารถ
เจสสิก้าไม่แม้แต่จะผ่อนคันเร่ง เธอหักพวงมาลัยเล็กน้อยอย่างใจเย็น
รถกระบะสะบัดท้ายฟาดร่างนั้นกระเด็นไปไกลราวกับตุ๊กตาผ้าขาดๆ
ภาพสยดสยองตรงหน้าตัดกับพวงกุญแจอัลปาก้าหน้าตาบ้องแบ๊ว
ที่ห้อยต่องแต่งอยู่ตรงกระจกมองหลังอย่างสิ้นเชิง (。ŏ_ŏ)!
“ข้างหน้ามีรถขวาง! เลี้ยวขวาเข้าซอยนั้นเดี๋ยวนี้!” เบอร์รี่ที่เริ่มตั้งสติ
ได้ะโบอกทางทันทีเมื่อเห็นว่าถนนข้างหน้าถูกปิดตาย
“ไม่ต้องสั่ง” เจสสิก้าตอบเสียงเรียบ
แล้วก็หักเลี้ยวพวงมาลัยตามที่เบอร์รี่บอกอย่างแม่นยำ
รถดริฟต์เข้าโค้งแคบๆ นั้นได้อย่างงดงามจนน่าเหลือเชื่อ
“ก็เห็นขับตรงไปอย่างเดียว นึกว่าเหยียบคันเร่งเป็อย่างเดียวซะอีก!” เบอร์รี่อดไม่ได้ที่จะแขวะกลับไป
เจสสิก้าไม่ตอบ เธอเพียงแค่เหลือบมองเบอร์รี่ด้วยหางตาแวบหนึ่ง
ก่อนจะพุ่งทะยานฝ่าความมืดต่อไป ทิ้งเสียงคำรามของฝูงอสูรไว้เื้ั
เจสสิก้าขับรถเข้ามาจอดแอบในโรงซ่อมของปั๊มน้ำมันร้างแห่งหนึ่ง
เธอลงจากรถแล้วกระชากประตูเหล็กม้วนลงมาปิดทางเข้าอย่างรวดเร็ว
เสียงโลหะกระทบพื้นคอนกรีตดังสนั่น เป็เหมือนเสียงประกาศอิสรภาพชั่วคราวจากโลกภายนอก
เธอหันกลับมาที่รถ
เปิดประตูฝั่งเบอร์รี่ที่ยังคงนั่งตัวสั่นอยู่บนเบาะ
“ลงมาได้แล้ว จะนั่งเป็ของตกแต่งรถไปถึงเมื่อไหร่?”
เบอร์รี่ค่อยๆ ก้าวลงจากรถ
ขาของเธอยังพันกันเล็กน้อยจากความตื่นตระหนกที่ยังไม่จางหาย
“ค..คุณฆ่าคนพวกนั้น ง่ายๆ แบบนั้นเลยเหรอ?”
เจสสิก้าหยิบมีดสั้นออกมาจากข้างเอว ก่อนจะใช้ผ้าเช็ดคราบเืเหนียวๆ ออกอย่างใจเย็น
“พวกมันไม่ใช่คนอีกต่อไปแล้ว และถ้าเธออยากรอด ก็เลิกทำตัวเหมือนนางเอกในหนังที่เอาแต่กรีดร้องโหยหวนได้แล้ว”
พูดจบเธอก็เดินหายเข้าไปในความมืดของมินิมาร์ท
ทิ้งให้เบอร์รี่ยืนอึ้งอยู่กับความจริงที่โหดร้าย
ภายในมินิมาร์ทของปั๊ม
ทุกอย่างอยู่ในสภาพเละเทะ ข้าวของตกกระจายเกลื่อนพื้น
เจสสิก้าดูไม่สนใจ เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเป็ระบบ
สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วชั้นวางของ ก่อนจะเริ่มหยิบของใส่ตะกร้าอย่างเร่งรีบ
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมปังกรอบ มันฝรั่งทอด
“จะเอาของพวกนี้ไปต้มกินที่ไหนไม่ทราบ? มีบ้านอยู่แถวนี้เหรอ?” เสียงของเบอร์รี่ดังขึ้นจากด้านหลัง
เธอเดินเข้ามาหยิบบะหมี่ซองออกจากตะกร้าของเจสสิก้าแล้วโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดี
เจสสิก้าหันมาเลิกคิ้วมองเธอ
เบอร์รี่ไม่สนใจสายตานั้น เดินไปหยิบโปรตีนบาร์ ถั่วกระป๋องและน้ำเปล่าแพ็คใหญ่มาใส่แทน
“เรา้าของที่ให้พลังงานสูงและกินได้ทันที อ้อ..แล้วก็เอาแอลกอฮอล์ล้างแผลนั่นมาด้วย”
“จะเอาไปทำอะไร?”
เบอร์รี่หันมายิ้มมุมปากเป็ครั้งแรก “ล้างแผลคุณไง หรือจะเอาไว้ทำค็อกเทลให้พวกข้างนอกนั่นดื่มก็ได้” ( ´ ` )♡
เจสสิก้ามองเบอร์รี่ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“อยู่นิ่งๆ ขอดูแผลหน่อย” เบอร์รี่พูดพร้อมกับเปิดขวดแอลกอฮอล์
เธอเห็นรอยถลอกยาวที่แขนของเจสสิก้าตอนที่อยู่ในรถ
“อย่าแตะตัวฉัน” เจสสิก้าปัดมือออกทันทีตามสัญชาตญาณ
คราวนี้เบอร์รี่ไม่ยอมถอยอีกต่อไป “ฟังนะเจสสิก้า” เธอพูดเสียงแข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ในสถานการณ์แบบนี้ ฉันคือพยาบาล ส่วนคุณคือคนไข้ที่อาจจะติดเชื้อบาดทะยักได้! ถ้าคุณป่วยขึ้นมา ใครจะขับรถ? ใครจะยิงปืน? คุณนั่นแหละที่จะกลายเป็ภาระของฉัน... เพราะฉะนั้น อยู่นิ่งๆ!” (`ロ´)!
เจสสิก้าชะงักไปกับตรรกะที่เถียงไม่ออก
เป็ครั้งแรกที่เธอตกเป็ฝ่ายทำตามคำสั่งจากผู้หญิงที่ดูอ่อนแอ
เธอยอมยื่นแขนออกมาให้เบอร์รี่ทำแผลแต่โดยดี
เพล้ง!
ทันใดนั้น กระจกหน้าต่างของมินิมาร์ทก็แตกกระจาย
ร่างของผู้ติดเชื้อร่างหนึ่งพุ่งทะลุเข้ามา
เบอร์รี่ที่ยังคงทำแผลอยู่หันขวับ
เธอใช้ขวดแอลกอฮอล์ในมือฟาดเข้าไปที่หัวของผู้ติดเชื้ออย่างไม่ลังเล!
ผลัวะ!
ปัง!
เสียงปืนจากเจสสิก้าดังตามมาในเสี้ยววินาที
ะุเจาะเข้าที่กลางหน้าผากของมันอย่างแม่นยำ ร่างนั้นล้มลงแน่นิ่งไป
ทั้งสองคนสบตากัน
เป็การยอมรับในความสามารถของกันและกันเป็ครั้งแรก
แต่เสียงปืนนัดนั้นก็ดังเกินไป
“เวรแล้วไง” เจสสิก้าสบถออกมาเป็ครั้งแรก
เสียงคำรามโหยหวนดังขึ้นจากรอบทิศทาง
พวกมันได้ยินเสียงปืนแล้ว!
ฝูงอสูรคลั่งรักจำนวนมหาศาลกำลังมุ่งหน้ามาที่ปั๊มน้ำมันแห่งนี้!
“วิ่ง!”
ทั้งสองคนวิ่งออกจากมินิมาร์ทกลับไปที่โรงซ่อม
แต่ก็สายเกินไป
ฝูงผู้ติดเชื้อกำลังทุบประตูเหล็กม้วนจนมันเริ่มบิดเบี้ยว พวกมันกำลังจะพังเข้ามา!
เจสสิก้าตัดสินใจทิ้งรถแล้ววิ่งอ้อมไปอีกทาง เบอร์รี่วิ่งตามสุดชีวิต
ทั้งสองถูกไล่ต้อนมาจนมุมที่กำแพงคอนกรีตสูงตระหง่านของโรงพยาบาลจิตเวชบึงกาฬ
ข้างหน้าคือทางตัน ข้างหลังคือฝูงนรกที่กำลังถาโถมเข้ามา
แกร๊ก!
เสียงนกสับของปืนดังขึ้นอย่างว่างเปล่า
ะุหมด!
เจสสิก้าโยนปืนพกทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะชักดาบคาตานะยาวที่สะพายอยู่กลางหลังออกมา
ใบดาบสะท้อนแสงไฟวาววับ
“เราจะทำยังไงกันดี!?” เบอร์รี่ะโถามด้วยความสิ้นหวัง
เจสสิก้าไม่ตอบแต่สายตาของเธอเหลือบไปเห็นประตูรั้วเหล็กด้านข้างของโรงพยาบาล
มันถูกคล้องไว้ด้วยโซ่เส้นใหญ่และแม่กุญแจที่ดูแข็งแรงทนทาน
“ถอยไป ฉันจะฟันโซ่”
“เดี๋ยว! เสียเวลา!” เบอร์รี่ะโขัดขึ้นมาเสียงดัง “โซ่เหล็กหนาขนาดนั้น ดาบคุณก็หักพอดี!”
ความจริงคือดาบคาตานะจากช่างตีดาบยอดฝีมือมีความคมสูงมาก
เจสสิก้ามองเธออย่างหงุดหงิด แต่เบอร์รี่ไม่ได้สนใจ
เบอร์รี่วิ่งตรงไปยังป้อมยามเล็กๆ ข้างประตูรั้วที่ถูกทิ้งร้างทันที
เพล้ง!
หญิงสาวใช้ศอกกระแทกกระจกหน้าต่างเก่าๆ จนแตกกระจาย
ก่อนจะล้วงแขนที่เริ่มมีเืซึมเข้าไปควานหาของบางอย่างข้างใน
“ทำบ้าอะไรของเธอ!?” เจสสิก้าะโถามขณะใช้ดาบฟันปัดป้องผู้ติดเชื้อที่เริ่มเข้ามาใกล้
เบอร์รี่หันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างที่สุด “หานี่ไง!”
ในมือของเธอคือพวงกุญแจสำรองที่แขวนอยู่บนตะขอในป้อมยาม
หญิงสาววิ่งกลับไปที่ประตูรั้ว
เสียบกุญแจเข้าไปในแม่กุญแจแล้วบิดอย่างรวดเร็ว
เสียงปลดล็อกดังขึ้นพร้อมกับที่เบอร์รี่กระชากโซ่ออกแล้วผลักประตูรั้วให้เปิดกว้าง
“ทีนี้ก็ไม่มีใครเป็ภาระใครแล้วนะ เข้าไปได้แล้ว!” ٩(。˃ ᵕ ˂ )و
เจสสิก้าส่ายหัวอย่างไม่ปิดบัง
เมื่อกี้ถ้าไม่เจอกุญแจสำรองจะเป็การเสียเวลามาก
ก่อนที่ทั้งคู่จะแทรกตัวเข้าไปในรั้วและปิดประตูล็อคกลับได้ทันเวลาพอดิบดี
ทั้งสองคนยืนหอบหายใจพิงประตูรั้วเหล็ก
สบตากันท่ามกลางเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดของฝูงอสูรที่อยู่ด้านนอก