ไอเท็ม: เรดโพชั่นระดับต่ำประเภท: ใช้งานรายละเอียด: ของเหลวสีแดงบรรจุในขวดเล็กทรงกระบอกมีสรรพคุณในการฟื้นฟูพลังชีวิตได้เล็กน้อย และยังช่วยในการรักษาบาดแผลได้อีกด้วยการใช้งาน: สามารถเรียกใช้งานได้ทั้งจากช่องสัมภาระหรือผ่านคำสั่งลัดหากอยู่ในการต่อสู้ราคา: 100 เทล
‘ยาขวดนึง ทำไมมันแพงจังวะครับ’ ผมมีเงินในตัวแค่ยี่สิบเทล ได้มาจากถุงน้ำลาย 5 เทลและที่เหลือก็มาจากแผ่นขนลามะอีก 15 เทล“เงินไม่พออะ ซื้อไม่ได้สักขวด” ผมหันไปบอกแดนนี่“ลองไปขอตังคนอื่นกันไหม? แบบเกมสมัยก่อนไง วิถีแห่งความคลาสสิค” แดนนี่เสนอ “เพราะผมก็ไม่มีสักดอล… เอ้ย! เทลแหละไม่ใช่ดอล”“ไม่ต้องใช้ยาหรอกผมว่า ลุยกันทั้งแบบนี้นี่แหละ” ผมเสนอ แดนนี่หันมามองผมครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบผมว่า...“เตือน แล้ว นะ” แดนนี่พยายามเลียนเสียงดุและพูดเน้นพยางค์“ครับเชฟ!” ผมรับมุก“โกโก!” เขาเดินนำออกจากร้านไปก่อนตามเคย
ณ เนินเขาเยลโลว์เฮย์บริเวณประตูทิศใต้ของเมืองอัลปาป้าแสงแดดเบิกฟ้าลามะออกหากิน ตอนนี้พวกมันไม่ได้หลับใหลอีกต่อไปแล้ว ในที่สุดผมก็ได้โอกาสกลับมาแก้แค้นพวกลามะอีกครั้งและครั้งนี้ผมไม่ได้มาคนเดียว ผมพาเพื่อนมาด้วย ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผมจะได้ต่อสู้แบบปาร์ตี้อย่างที่ผมบอกกับตัวเองไว้ว่าครั้งนี้มันต้องต่างออกไปจากครั้งไหนๆ บางทีการเป็นผู้เล่นโซโล่อาจไม่ได้เก็บเวลไวกว่าปาร์ตี้เสมอไป ครั้งนี้ผมจึงลองแหวกแนวตัวเองด้วยการปาร์ตี้ดูบ้าง บางทีมันอาจจะเวิร์คก็ได้ในระหว่างทางที่เราเดินทางมาถึงที่นี่ ผมและแดนนี่ก็แบ่งปันข้อมูลสกิลของกันและกันมาบ้างแล้ว ทำให้ผมพอจะรู้สกิลของคลาสซอร์ดแมน(Swordman)ที่แดนนี่มีอยู่บ้าง เขาเล่นเป็นนักดาบสายทักษะดาบคู่ สกิลที่เขามีส่วนใหญ่จึงเป็นสกิลที่เน้นความเสียหายเหมือนกับสกิลของผม จะต่างกันก็ตรงที่การโจมตีของเขานั้นจัดเป็นการโจมตีทางกายภาพ ส่วนของผมเป็นการโจมตีที่สร้างความเสียหายทางเวทมนตร์นั่นเองพวกเราเริ่มจากมองหาลามะตัวที่อยู่ไกลจากตัวอื่นที่สุด เมื่อเจอเป้าหมายแล้วเราก็เตรียมเข้าต่อสู้ทันที“ด้วยความเร่าร้อนของเปลวเพลิง... ไฟร์เอมเบลม(Fire Emblem)”ไม้กายสิทธิ์ในมือโบกสะบัด เมื่อวงเวทสีเปลวไฟถูกต่อเติมจนสมบูรณ์ก็ปรากฏเป็นดวงไฟสีส้มโคจรรอบไม้กายสิทธิ์ทั่วทิศทาง จากนั้นผมก็ร่ายมนตร์ถัดไปทันที
ทักษะ: ไฟร์เอมเบลม(Fire Emblem) ขั้น 2ประเภท: เรียกใช้งานคูลดาวน์: ไม่มีเวลาแสดงผล: จนกว่าจะยกเลิก(จะถูกยกเลิกอัตโนมัติหากใช้ทักษะเอมเบลมธาตุอื่น)คำร่าย: ด้วยความเร่าร้อนของเปลวเพลิงรายละเอียด: เรียกสัญลักษณ์แห่งไฟออกมาเพื่อช่วยสนับสนุนการต่อสู้*มีโอกาส 10% ที่การโจมตีปกติจะเปลี่ยนเป็นการใช้ทักษะไฟร์บอลขั้น 1 โดยไม่ต้องร่าย(หากผู้ร่ายมีทักษะไฟร์บอลขั้นที่สูงกว่า จะร่ายทักษะไฟร์บอลขั้นนั้นๆ แทน)
“ด้วยความชุ่มฉ่ำของสายน้ำ… วอเตอร์เอมเบลม(Water Emblem) ”วงเวทสีฟ้าอ่อนค่อยๆ ถูกเติมเต็ม จนทำให้มีดวงไฟสีฟ้าอ่อนเพิ่มขึ้นมาอีกดวงหนึ่ง ราวกับว่ามีดาวหางสองดวงกำลังวนอยู่รอบๆ อาวุธของผม
ทักษะ: วอเตอร์เอมเบลม(Water Emblem) ขั้น 2ประเภท: เรียกใช้งานคูลดาวน์: ไม่มีเวลาแสดงผล: จนกว่าจะยกเลิก(จะถูกยกเลิกอัตโนมัติหากใช้ทักษะเอมเบลมธาตุอื่น)คำร่าย: ด้วยความชุ่มฉ่ำของสายน้ำรายละเอียด: เรียกสัญลักษณ์แห่งน้ำออกมาเพื่อช่วยสนับสนุนการต่อสู้*มีโอกาส 10% ที่การโจมตีปกติจะเปลี่ยนเป็นการใช้ทักษะวอเตอร์บอลขั้น 1 โดยไม่ต้องร่าย(หากผู้ร่ายมีทักษะวอเตอร์บอลขั้นที่สูงกว่า จะร่ายทักษะวอเตอร์บอลขั้นนั้นๆ แทน)
สกิลเอมเบลมทั้งสองทักษะที่ผมร่ายนั้นจัดอยู่ในหมวดบัฟ(Buff) อาจเรียกได้อีกอย่างว่าเวทเสริมพลังหรือเวทเสริมความแข็งแกร่ง โดยระดับปัจจุบันของทั้งสองทักษะคือขั้นสองทำให้โอกาสที่จะติดออโต้แคสต์เพิ่มมาอีกห้าเปอร์เซ็นต์ รวมเป็นสิบเปอร์เซ็นต์นั่นเองและที่ผมสามารถร่ายเอมเบลมสองธาตุได้โดยที่อีกธาตุหนึ่งไม่ถูกยกเลิกนั้นเป็นเพราะทักษะเฉพาะของจอมเวทฝึกหัด ‘เอมเบลมมาสเตอรี่(Emblem mastery)’ เป็นทักษะประเภท ‘ติดตัว’ ที่ให้ผลผลตลอดเวลาหากเจ้าของทักษะยังมีชีวิตอยู่
ทักษะ: เอมเบลมมาสเตอรี่(Emblem Mastery) ขั้น 1ประเภท: ติดตัวรายละเอียด: ทำให้สามารถเรียกสัญลักษณ์แห่งธาตุออกมาได้พร้อมกัน 2 ธาตุ
ตอนนี้แดนนี่ก็พร้อมแล้ว แผนของพวกเราคือการให้แดนนี่อยู่แนวหน้าเพราะเขาเป็นคลาสนักดาบ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่ ‘สายแทงค์(Tank)’ ที่เน้นการป้องกันและรับความเสียหายเป็นหลักก็ตาม ด้วยความที่เป็นสายอาชีพนักดาบก็น่าจะมีค่าสถานะพละกำลังและพลังชีวิตเยอะกว่าสายจอมเวทอย่างผมเป็นธรรมดา ทำให้เขาสามารถหลบและโจมตีมอนสเตอร์ได้อย่างสบายโดยไม่ต้องคอยกังวลเรื่องค่าพลังงานมากนัก ส่วนผมมีหน้าหลักในการสร้างค่าความเสียหายให้กับมอนสเตอร์ให้มากที่สุดหรือเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่าทำหน้าที่เป็น ‘ผู้ทำดาเมจ(Damage Dealer)’ นั่นเองผมพยักหน้าให้แดนนี่ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณว่าพร้อมสู้แล้ว เขาเดินเข้าไปหาลามะ แต่ยังไม่ทันที่จะเข้าถึงตัวก็ต้องถอยหลบน้ำลายที่เจ้าลามะจอมถุยเลเวลสามพ่นออกมา“อ้าว! ไหนบอกมันไม่โจมตีก่อนไง” แดนนี่หันมาโวยวายพร้อมกับคิ้วที่ขมวดจนแทบจะติดกัน ก่อนจะหันไปจดจ่อกับมอนสเตอร์ตรงหน้าอีกครั้ง“เอิ่ม… ก็... ก็ตอนนี้กลางวันไง มันคงตื่นแล้ว” ผมพยายามหาเหตุผลมาแก้ต่างให้กับข้อมูลที่ผิดพลาด แต่ถ้าหากแดนนี่ฟังดูแล้วไม่สมเหตุสมผล เขาอาจจะคิดว่าผมกำลังแถอยู่ก็เป็นได้เมื่อลามะถุยเสร็จ มันก็เล็มหญ้าต่อทันทีโดยไม่ใช้ท่าพุ่งชนเข้ามาอย่างที่ควรจะเป็นผมจึงได้โอกาสในการทวงความชอบธรรมกลับมา “เห็นป่าว มันไม่ได้โจมตีผู้เล่นก่อนสักหน่อย”ในขณะนั้นแดนนี่ที่ได้เข้าประชิดตัวเจ้าลามะจึงเรียกใช้ทักษะที่มีทันที“ครอสสแลช(Cross Slash) ” แดนนี่ง้างดาบทั้งสอง ก่อนจะฟันเป็นรูปกากบาทไปที่หัวของเจ้าลามะตัวนั้น สร้างรอยแผลประทับไว้บนหน้า มันผงะไปครู่หนึ่งแล้วเซไปด้านหลัง พร้อมกับเสียงระบบประกาศว่าได้เข้าสู่การต่อสู้แล้วจากประสบการณ์ครั้งก่อนทำให้ผมรู้ว่าหากมันใกล้จะตายมันจะใช้ทักษะบางอย่างที่จะเรียกลามะตัวอื่นที่อยู่ใกล้เคียงให้มาร่วมสู้ด้วย แต่ผิดคาด...ลามะตัวนี้กลับวิ่งหนีเป็นวงกลมรอบๆ และร้องเรียกพวกทั้งๆ ที่มันยังไม่ได้กะโผลกกะเผลกหรือใกล้ตายเลยด้วยซ้ำ“เห้ย! ไหนบอกว่ามันจะเรียกพวกตอนใกล้ตายไง” แดนนี่ตะโกนมาทางผม ใบหน้าของเขาเคลือบไปด้วยความตกใจ“อ้าว! ก็ครั้งก่อนผมไม่ได้ปาร์ตี้กับนายไง” ผมยังคงใช้วาจาเพื่อหาความชอบธรรมให้กับคำพูดในอดีตของตัวเองนี่อาจจะเป็นฝันร้ายของผมอีกครั้ง ผมจึงบอกให้แดนนี่เข้ามาใกล้กันไว้“โดนน้ำลายไม่ตาย แต่อย่าให้โดนที่หน้าจะทำให้มองไม่เห็น แค่หลบตอนมันชนให้ได้ก็พอ” ผมเตือนแดนนี่อีกครั้งตามข้อมูลที่ผมจำได้จากการเผชิญหน้ากับลามะจอมถุยก่อนหน้านี้“ครับบอส” แดนนี่ขานรับผมและแดนนี่ยืนประเมินสถานการณ์อย่างระวังตัว พวกเรายืนหันหลังชนกัน พร้อมกับเสียงของระบบที่ประกาศชื่อมอนสเตอร์ผู้มาเยือน“ทางผมมีมาเพิ่มสามตัว” ผมบอกแดนนี่หลังจากมั่นใจในจำนวนศัตรูที่มาเพิ่มแล้ว“ทางนี้มีสอง รวมตัวที่โดนครอสสแลชไปเมื่อกี้ด้วย” แดนนี่ตอบกลับตอนนี้พวกเราได้ถูกลามะจอมถุยฝูงนี้ล้อมไว้หมดแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่คิดจะหนีทันใดนั้นผมเหลือบไปเห็นลามะตัวที่โดนแดนนี่ฟันไปก่อนหน้านี้กำลังก้มลงเล็มหญ้า บาดแผลที่เคยถูกฟันกำลังค่อยๆ สมานเข้าด้วยกันอย่างช้าๆ ข้อสันนิษฐานของผมก็ได้รับการยืนยันในทันที ‘พวกมันมีสกิลฟื้นฟู’“อย่าให้มันใช้สกิลกินหญ้า โจมตีไปที่ตัวนั้นก่อน” ผมชี้ไปยังลามะตัวนั้นแดนนี่ได้ยินที่ผมบอก เขาจึงพุ่งไปยังเป้าไปยังลามะตัวเดียวกัน แต่ยังไม่ทันจะถึงเป้าหมายเขาก็ต้องถอยหลบน้ำลายลามะอีกตัวลามะที่เหลือก็สาดน้ำลายมายังผมและแดนนี่ แต่เราทั้งคู่ก็กลิ้งหลบกระสุนห่านั้นไปได้ แต่ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรกทันที แดนนี่ที่มีค่าเฮท(Hate)หรือค่าความเกลียดชังสูงกว่าผมเพราะได้สร้างความเสียหายให้กับลามะก่อนหน้านี้เอาไว้ ทำให้ลามจอมถุยสี่ตัวจากทั้งหมดห้าตัว มุ่งเป้าไปที่เขาก่อน“วิ่ง! แดนนี่วิ่ง! ล่อมันไปที อย่าให้โดนมันชนก็พอ” ผมตะโกนบอก ในขณะที่ผมกำลังโจมตีลามะตัวที่กำลังกินหญ้าโดยไม่ให้มันมีโอกาสได้ฟื้นตัวจากการโจมตีก่อนหน้านี้ อย่างน้อยผมก็พอมีโชคอยู่บ้างเมื่อกระสุนเวทนัดแรกที่ถูกยิงออกไปจากปลายกิ่งไม้ในมือผมกลายเป็นก้อนน้ำที่มีขนาดเท่าลูกฟุตบอล
ทักษะ: ออโต้แคสต์วอเตอร์บอล(Auto Cast Water Ball) ขั้น 1ประเภท: ใช้งานอัตโนมัติคูลดาวน์: ไม่มีคำร่าย: ไม่มีรายละเอียด: เรียกลูกบอลน้ำออกมาเพื่อจู่โจมศัตรู สร้างความเสียหายธาตุน้ำแก่เป้าหมาย หากโจมตีโดนจะส่งผลให้เป้าหมายติดสถานะเชื่องช้า ความรุนแรงของทักษะจะขึ้นอยู่กับค่าสติปัญญาของผู้ร่าย*สถานะเชื่องช้า(Slow) : ลดความเร็วในการเคลื่อนที่และความเร็วในการโจมตีของเป้าหมายลง 25%
ก้อนน้ำและก้อนพลังเวทพุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างจังในขณะที่เจ้าลามะตัวนั้นกำลังเริ่มกินหญ้า ผลจากการถูกโจมตีด้วยวอเตอร์บอลทำให้มันชะงักเล็กน้อย และทิ้งรอยบาดแผลเอาไว้ มวลน้ำที่แตกกระจายทำให้เนื้อตัวของมันเปียกชุ่มลามะตัวนั้นหันมามองผมแล้วพ่นน้ำลายสวนกลับมาทันทีจนผมต้องกลิ้งหลบ จากนั้นมันก็ปรี่เข้ามาหมายจะใช้หัวชน ผมสังเกตเห็นว่าความเร็วของมันเลดลงไปพอสมควร ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากสถานะเชื่องช้าของสกิลวอเตอร์บอลนั่นเองผมจึงเสกก้อนพลังเวทสวนไปอีกชุดหนึ่ง ลูกพลังหนึ่งก้อนนั้นได้กลายเป็นลูกไฟพุ่งเข้าใส่กลางหัวของมันอย่างจังจนมันล้มลงและสลายกลายเป็นแสงไปในที่สุด“ล้มหนึ่ง!” ผมตะโกนบอกแดนนี่ที่กำลังโดนพวกลามะวิ่งไล่กวด“ยังมีอีกสี่โว้ย!” แดนนี่ตะโกนกร้าว ขณะกำลังวิ่งหนีฝูงลามะ เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยน้ำลายของเจ้าพวกจอมถุย