บทที่ 10
มารอธรรมชั่วร้ายประกาศศึก
เป็เวลากว่าครึ่งชั่วยาม* แล้วที่ซุนเย่เดินสำรวจไข่อสูรทั้งหมดที่อยู่ในห้องของาาอสูร ในคราแรกเขาคิดว่าคงมีแค่ไม่กี่สิบใบ แต่ผิดคาด เพราะจำนวนทั้งหมดที่พบเห็นยามนี้อาจมากกว่าร้อยใบก็เป็ได้! แม้จะบอกว่านี่คือห้องนอนของาาอสูรจริง ๆ แต่ตลอดทางเดินยาวเข้าไปจนถึงตัวตั่งนอน ล้วนมีแต่ไข่อสูรที่วางประดับตกแต่งจนสวยงามแบบพิลึก ๆ
เขาไม่ค่อยอยากให้ใครเข้ามารบกวนเท่าไหร่จึงให้หานจิวฝูไปตรวจดูสินค้าของตนเองเสีย แล้วจึงเข้ามาเลือกดูไข่อสูรสามใบด้วยตนเอง แต่ผ่านไปแล้วกว่าห้าสิบใบก็ยังไม่เจอใบไหนที่ถูกใจเขาเลย แม้จะมีตำราบอกข้อมูลของสัตว์อสูรตามลักษณะภายในของเปลือกไข่ กระนั้นก็ไม่ค่อยมีตัวที่ขนฟูเท่าไหร่ คิดไว้แล้วไม่มีผิดว่าสัตว์จำพวกพยัคฆ์หรือราชสีห์หายากในแผ่นดินจินจริง ๆ อีกทั้งตามปกติมันจะออกลูกเป็ตัว พอเป็สัตว์อสูรที่ต้องอยู่ในสภาพถูกห่อหุ้มด้วยเปลือกไข่ก็เลยยิ่งหายากเข้าไปอีก
เขาตัดสินใจหยุดเดินดูแล้วหันมาสนใจตำราในมืออย่างเต็มที่ อย่างน้อยก็ควรเลือกที่ถูกใจจากในนี้เสียก่อนแล้วค่อยเดินหาว่ายังมีอยู่หรือไม่
“ตัวอะไรกัน?” เขามองภาพวาดของสัตว์ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนในตำรา
มันมีลักษณะหัวกลม จมูกแหลม ขาสั้น ตัวสั้น แต่หางยาวและป้อม ไม่สิ ขนฟูมาก! ขนบริเวณรอบดวงตา แก้ม และปาก เป็สีขาว ตรงขาสี่ข้างเป็สีดำ และทั่วทั้งลำตัวเป็สีออกแดง ช่างน่ารักจริง ๆ ที่ใต้ภาพวาดเขียนไว้ว่า มันคือเสี่ยวสงเมา* ไม่ต้องคิดให้มากความอีกต่อไป เขาออกเดินตามหาไข่ใบนี้ทันที
เพียงไม่นานก็หาจนเจอ มันมีแถบสีแดงสลับขาวในแนวนอน ขนาดของมันไม่ใหญ่มาก และที่สำคัญ มันมีอยู่สามใบพอดี! คาดว่าเ้าตัวนี้คงหายากมากเลยกระมัง ต้องขอแสดงความเสียใจกับาาอสูรจินเพ่ยฉีแล้ว ในเมื่อออกปากให้เขาเอาไข่ของสัตว์อสูรขั้นสูงไปได้สามใบและเป็ตัวอะไรก็ได้ เช่นนั้นเขาขอรับไข่ของเ้าก้อนขนสีแดงที่เป็หมีก็ไม่ใช่หมาก็ไม่เชิงไปทั้งหมดสามใบเลยก็แล้วกัน!
“เ้าพวกนั้นมัน......เสี่ยวสงเมา”
ยามเมื่อาาอสูรได้เห็นไข่ที่เขาโอบอุ้มอยู่ทั้งสามใบก็กลายเป็ยิ้มไม่ออกกันเลยทีเดียว
“เฮ้อ! ข้าผิดเองสินะที่พูดจาไม่ระวังปาก เ้านั่นหายากมากเสียด้วย ไม่คิดว่าจะถูกใจเ้าได้”
“สีของมันหายากทั้งยังเป็หนึ่งในสีที่ข้าชอบ ขนาดดูแล้วก็ไม่น่าใหญ่มาก พกสะดวกดีขอรับ”
“เอาเถอะ ๆ ในเมื่อเลือกแล้วข้าก็ย่อมให้ได้ ส่วนหีบที่ใส่ขนสัตว์อสูรทั้งหกสิบหีบข้าจะให้ข้ารับใช้ไปช่วยขนขึ้นรถม้าก็แล้วกัน แล้วจะอยู่ที่นี่กันอีกสักคืนรึไม่?” เขาหันไปหาคุณชายรองหานให้เป็ผู้ตอบคำถามนี้
“อันที่จริงก็อยากกลับเลยขอรับ หมดธุระแล้วคงไม่จำเป็ต้องอยู่ต่อให้ท่านาาอสูรได้ระคายเคืองสายตา” ท่าทางจะเก็บกดมาตลอดสองวันเลยสินะ คุณชายรองหาน “แต่คงไม่ได้แล้วขอรับ เพราะข้าเพิ่งได้รับข้อมูลจากผู้ติดตามมาว่า ที่บริเวณชายแดนแผ่นดินจินและแผ่นดินหาน มี ‘วงกตวังวน’ ปรากฏขึ้นมาแล้วขอรับ”
“ว่าอย่างไรนะ!?” ตึง! าาอสูรถึงกับทุบที่วางแขนเสียงดัง บรรยากาศเคร่งเครียดขึ้นมาทันตา “ครั้งนี้มันเลือกมาที่ชายแดนของแผ่นดินข้ารึนี่!”
ซุนเย่ไม่เข้าใจว่าวงกตที่ว่าคืออะไร จึงกระตุกชายชุดของคุณชายข้าง ๆ พร้อมส่งสายตาเป็เชิงถามไปให้
หานจิวฝูตอบ “วงกตวังวน มันเป็เขาวงกตประหลาดที่จะปรากฏขึ้นทุก ๆ สิบปีเป็เวลาเจ็ดวันบนแดนมนุษย์ที่ไหนสักแห่ง รูปร่างลักษณะภายนอกก็แตกต่างกันออกไปทุกครั้ง ว่ากันว่าผู้ที่พลัดหลงเข้าไปิญญาจะถูกพัดพากลับไปยังอดีตที่เ็ปที่สุด หากิญญาไม่สามารถรู้สึกตัวได้ก่อนที่วงกตจะหายไปก็จะต้องติดอยู่ในวังวนแห่งความเ็ปนั้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด”
“เพราะรูปร่างที่แปรเปลี่ยนไปทุกครั้ง ก็เลยกังวลว่าผู้ไม่รู้ความจะพลัดหลงเข้าไปสินะขอรับ”
“ก็ประมาณนั้น แต่ปัจจุบันมีการจัดกำลังพลคอยเฝ้าทางเข้าของมันเอาไว้ตลอด แม้ต่างกันออกไปทุกครั้ง แต่ขนาดความใหญ่ของมันก็ยังเด่นสะดุดตาเกินกว่าจะหลบซ่อนหรือกลมกลืนไปกับบ้านเมืองได้ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรประมาทอยู่ดีจึงไม่ควรเสี่ยงเดินทางกลับในตอนนี้”
“ตัวข้าในฐานะาาอสูร หากไม่ไปตรวจตราดูด้วยตนเองเห็นทีจะไม่ได้ ครั้งสุดท้ายที่ข้าได้เห็นมันก็นานนับสามสิบปีได้ เพราะมันไม่ได้ปรากฏขึ้นในแผ่นดินจินมานานมากแล้ว ส่วนคุณชายรองหาน ถึงอย่างไรเ้าก็เป็ลูกแห่งจอมมาร คงไม่อาจละเลยความปลอดภัยในเขตแดนของข้าได้ ขอความกรุณาอย่าเข้าไปใกล้เขตนั้นก็แล้วกัน”
“ขอรับ” น่าแปลกที่เ้าตัวยอมรับอย่างว่าง่าย เห็นทีเ้าวงกตนั่นคงอันตรายจริง ๆ สินะ
การพูดคุยจบลงเพียงเท่านั้น แล้วาาอสูรก็เดินออกจากห้องโถงไปด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ส่วนซุนเย่ก็ถูกส่งกลับไปยังเรือนนอนของตนทันที
มองขึ้นไปบนท้องฟ้าก็มีแต่เมฆสีเทาอึมครึ้มแลดูน่ากลัว เสียงฟ้าร้องเบา ๆ ดังเป็ระยะ ๆ แต่ไม่มีเม็ดฝนโปรยปรายลงมาแต่อย่างใด
อยากเห็นให้ชัด ๆ สักครั้งจังเลยนะ เ้าวงกตนั่นน่ะ
ด้านจอมมารหลงเฟยิที่เดินทางไปดูสถานการณ์ฝั่งแผ่นดินจินล่วงหน้าพร้อมกับบุตรคนที่สี่ของสหาย หานชิงหลิน กำลังรู้สึกหงุดหงิดใจที่มาช้าไปก้าวหนึ่ง เพราะยามนี้ดันถูกวงกตวังวนปรากฏขึ้นขวางทางเอาไว้เสียแล้ว
“เ้าเทียนจวินแห่ง์เก้าชั้นฟ้า ในอดีตสร้างมันขึ้นมาเพื่อทดสอบจิตใจของมนุษย์ ยามนี้ไม่มีมนุษย์แล้ว เหตุใดจึงไม่กวาดล้างมันไปพร้อมกับพวกมนุษย์เล่า!?” ด้วยความหงุดหงิดจึงพาลออกปากด่าผู้ที่สร้างอาณาเขตสีดำกว้างใหญ่นี่ขึ้นมา
เบื้องหน้าของมารทั้งสองคือทางเข้าที่เป็หัวของัสองตัวอ้าปากเข้ากัน และอาณาเขตก็ถูกแบ่งแยกเอาไว้ด้วยลำตัวของัสีดำเหยียดยาว มีหมอกสีดำปกคลุมไปทั่วบริเวณ ชาวบ้านที่อาศัยตามเขตชายแดน กำลังพลของทางอสูรและมารก็ช่วยกันอพยพออกไปเพื่อความปลอดภัย เพราะอิทธิฤทธิ์ของมันไม่เพียงแค่หลอกล่อผู้คนให้หลงเข้าไปเท่านั้น แต่หากเข้าใกล้โดยไม่ระวังก็อาจถูกกระชากเข้าไปข้างในได้ด้วยเช่นกัน!
“แบบนี้ ต่อให้เดินเลียบไปตามแนวของลำตัวัก็อาจถูกดึงเข้าไปได้สินะขอรับ” หานชิงหลินกล่าว
“ใช่ เป็ถึงสิ่งเทียนจวินสร้างขึ้นมา แม้แต่ข้าก็ไม่กล้าเสี่ยงกับมัน ข้าไม่ใคร่ได้ห่วงน้องเ้าเื่ราชสีห์สีดำนั่นเท่าไหร่ แต่ข้าห่วงเื่นี้มากกว่า ยิ่งซุกซนอยากรู้อยากเห็นยิ่งนัก”
“ท่านพูดราวกับว่ารู้จักน้องข้ามานานแล้ว”
“......” หลงเฟยิไม่ได้ตอบสิ่งใดกลับไป ในใจย่อมคิดถึงนิสัยของซุนเย่ที่มักจะแสดงออกผ่านทางคำพูดอยู่เสมอ แม้ไม่เคยได้เห็นสีหน้าก็พอจะรู้ได้ว่าเป็มารที่ใฝ่หาคำตอบของความสงสัยในใจของตน สิ่งใดที่ทำให้เกิดคำถามในใจของมารตนนั้นย่อมไม่พ้นเป็แรงผลักดันให้ตามหาคำตอบมันจนได้! เหมือนดั่งเช่นความอยากรู้อยากเห็นในความเ็ปของเขา จนถึงขั้นยอมหลบซ่อนตนเองจากทหารมารเข้าไปทรมานกายทรมานใจในดินแดนแห่งความว่างเปล่านั่นอย่างไรเล่า!
“อีกสามวันจะถึงวันที่หานจิวซือมาที่แผ่นดินจิน เห็นทีคงได้มาก่อนกำหนดเป็แน่แท้”
“กว่าจะมาถึงตรงนี้พวกเราใช้เวลาไปหนึ่งวันเต็ม ๆ แต่หากเป็สถานการณ์ที่เร่งด่วนเช่นนี้ ท่านพ่อคงไม่พ้นเผาผลาญพลังปราณในระดับมหาศาลเพื่อให้มาถึงภายในสองชั่วยามสินะขอรับ”
หลงเฟยิพยักหน้ารับ นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญที่สุดอีกเช่นกัน เพราะสิ่งที่น่าเป็ห่วงที่สุด คือเ้าวงกตวังวนนี่จะสามารถดึงความสนใจของซุนเย่ได้มากน้อยแค่ไหนต่างหาก!
“หลบเร็ว!”
“เหวอ!”
ตู้ม!! การโจมตีที่คาดไม่ถึงเข้ามาอย่างรวดเร็ว! โชคดีที่จอมมารหลงรู้ตัวเสียก่อนจึงกระชากหานชิงหลินให้หลบได้ทันพอดี หากปล่อยให้าเ็ เห็นทีคงโดนสหายบ่นจนปวดหูไปสามวันเจ็ดวันเลยกระมัง
ฝุ่นควันจากพลังปราณที่โจมตีลงพื้นเต็ม ๆ คละคลุ้งไปหมด ไม่ทันได้จางหายไปก็มีการโจมตีระลอกที่สองเกิดขึ้น
พึ่บ! ผ้าแพรสีน้ำเงินแหวกกลุ่มควันออกมา หลงเฟยิใช้ฝ่ามือในการตั้งรับทั้งหมด ออกกระบวนท่าเบี่ยงวิชาผ้าแพรนี้ไปรอบกายไม่ได้ติดขัดเลยสักนิด
ส่วนหานชิงหลินก็สะบัดมือออกไปเพื่อกำจัดกลุ่มควันจนเผยให้เห็นศัตรูในที่สุด ศัตรูปริศนาในชุดสีน้ำเงินสวมหน้ากากสีขาวหยุดใช้ผ้าแพรโจมตี แล้วะโเข้ามาออกกระบวนท่าตัวต่อตัวกับหลงเฟยิ! ทั้งฝ่ามือและขาที่โจมตีอย่างต่อเนื่องไม่อาจทำให้ฝั่งนี้ลำบากได้อีกเช่นกัน เมื่อหมดความอดทนแล้ว หลงเฟยิจึงอาศัยช่องว่างถีบหน้าท้องชายชุดน้ำเงินจนกระเด็นไปไกล พลั่ก!
แค่ก! แค่ก! ดูเหมือนแรงถีบจะมากมายมหาศาลไม่น้อย ถึงทำเอามันหมดสภาพแทบลุกไม่ขึ้น หลงเฟยิตั้งใจจะเดินไปถอดหน้ากากมันออก แต่อีกฝ่ายกลับใช้วิชาผ้าแพรสะบัดดุจแส้โจมตีไม่ยอมแพ้ ฟั่บ! ฟั่บ! กระนั้นก็หวดได้เพียงอากาศธาตุเท่านั้น
ตึง! หานชิงหลินที่เห็นช่องว่างจึงะโเข้าไปด้านหลัง แล้วใช้ฝ่ามือกระแทกเพื่อหยุดการเคลื่อนไหว
“อยู่นิ่ง ๆ ได้เสียทีนะ” ชิงหลินแอบบ่นหน่อย ๆ ถึงยามปกติจะชอบออกแรง แต่ในสถานการณ์ที่มีแต่ปัญหามากมายรอให้แก้ไขอยู่เช่นนี้ การวิวาทช่างน่ารำคาญสิ้นดี!
หลงเฟยิตรงเข้าไปถอดหน้ากากมันออก ยามที่เห็นใบหน้าของชายผู้นี้ ก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาแปลกใจแต่อย่างใด
“นึกแล้วว่าต้องเป็เ้า ‘ชุนฟงซ่างเซียน*’ เป็เซียนอยู่บน์ดี ๆ ไม่ชอบสินะ ถึงได้กล้าลงมาหาเื่ข้าถึงแดนมนุษย์”
“หึ! เผ่ามารร่วมมือให้ที่หลบซ่อนกับเ้าจริง ๆ ด้วย เทียนจวินจะต้องมีคำสั่งให้กวาดล้างเผ่ามารในไม่ช้าแน่!”
“ปากดีเหลือเกินนะ เ้าไม่ได้รู้เหตุผลแท้จริงที่เทียนจวินตัดสินใจกวาดล้างมนุษย์เลยด้วยซ้ำ! ทั้งยังไม่รู้อีกว่าเขตแดนสิบสังเวยที่ใช้ผนึกข้า หากไม่ใช่ผู้เป็เ้าของ มันไม่มีทางแตกออกมาได้ง่าย ๆ หรอกนะ!”
“เ้ามันเป็มารร้าย! อย่าได้คิดดึงเทียนจวินลงมาแปดเปื้อ- อั๊ก!” กล่าวไม่ทันจบคำดีก็โดนหลงเฟยิใช้เท้าหวดหน้าไปเต็ม ๆ จนได้เื
“พูดกับผู้โง่เขลาไปก็เท่านั้น ที่มาโจมตีข้าในวันนี้ คงเป็เพราะลักลอบลง์มาสินะ แก้แค้นให้บิดาที่สังเวยชีพผนึกข้ารึ?”
“อย่าได้เอ่ยปากถึงบิดาข้า! ไม่เช่นนั้น ข้าจะสังหารเ้าเสีย!”
“โง่เขลาเกินกว่าจะเข้าใจจริง ๆ ตัวข้านั้นมีชีวิตนิรันดร์ แม้แต่เทียนจวินยังลบล้างข้าไม่ได้ ซ่างเซียนเช่นเ้าจะเอาอะไรมาสังหารข้าเล่า? บิดาเ้าสังเวยชีวิตเพื่อผนึกตัวตนของข้า ก็ไม่ใช่เพราะพวกเ้าปกป้องพวกที่ทรยศหักหลังข้างั้นรึ!? พวกมันทำข้า ข้าไม่มีสิทธิ์แก้แค้น แต่พอบิดาเ้าต้องสังเวยชีวิตเพื่อผนึกข้า เ้ากลับมีสิทธิ์ตามทวงแค้นได้ตามใจชอบงั้นสิ!?
ดี! ดีจริง ๆ ! กวาดล้างหนี้แค้นครั้งนี้เสร็จแล้ว ต่อไปกวาดล้าง์เลยดีรึไม่!? โทษฐานที่เ้ามาสร้างความโมโหให้แก่ข้า!”
“ท่านหลงเฟยิ ใจเย็นก่อนขอรับ! ตอนนี้ควรส่งชุนฟงซ่างเซียนกลับ์ไปก่อนขอรับ” หานชิงหลินกังวลว่าสหายบิดาจะโมโหไปมากกว่านี้จึงรีบห้ามปรามไว้เสียก่อน
“เอาล่ะ ข้าจะส่งเ้าตัวโง่เขลานี่กลับ์ไป ฝากข้อความนี้ไปถึง ‘สหายเก่าข้า’ บน์ด้วยเล่า!” กล่าวจบ บนฝ่ามือก็มีลูกแก้วสีฟ้าปรากฏขึ้น “ธรรมะจักชนะอธรรมได้ย่อมต้องเกิดจากธรรมะภายในจิตใจหาใช่เพียงร่างกายจอมปลอมแต่จิตใจโสมม! อีกไม่นาน ข้าจักพาตัวตนแห่งความชั่วร้ายที่แท้จริงไปเอาคืนพวกอ่อนหัดเช่นเ้าให้หมดทุกตัว!”
ฉัวะ! อ๊ากกกก
เมื่อกล่าวกับลูกแก้วสีฟ้าจบแล้วจึงเรียกกระบี่ออกมาแล้วฟันเข้าที่ลำตัวของชุนฟงซ่างเซียนจนได้รับาเ็หนัก! ก่อนจะปรากฏแสงสีขาวแล้วพาร่างนั้นให้เลือนหายไป
ทางด้าน์ที่เห็นสภาพของชุนฟงซ่างเซียนและได้รับข้อความจากจอมมารหลงเฟยิแล้ว ต่างพากันอกสั่นขวัญหนี รีบช่วยกันสืบสาวเื่ราวของจอมมารหลงในอดีตให้กระจ่างชัดเพื่อหาคนร้ายในอดีตมาเซ่นสังเวยให้เร็วที่สุด! เพราะแม้แต่เขตแดนสิบสังเวยยังผนึกเอาไว้ไม่อยู่ แล้วทีนี้จะเอาอะไรไปต่อกรกับตัวตนที่แม้จะสับแยกชิ้นส่วนเป็พันก็ยังสามารถฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้เล่า!?
การต่อสู้คือหนทางของผู้โง่เขลา ยอมสยบคือหนทางที่ชาญฉลาดที่สุด! ผู้ใดไม่ได้เกี่ยวข้องล้วนอยากรักษาชีวิตของตนให้รอดพ้นจากมารร้ายที่มีชีวิตอันเป็นิรันดร์ทั้งสิ้น!
“ประกาศศึกกับ์เช่นนี้ จะดีหรือขอรับ?” หานชิงหลินถาม
“แบบนี้แหละดีแล้ว ยามนี้เผ่ามารมีผู้ใช้เพลิงทมิฬทั้งยังมีชีวิตต้องคำสาปที่เป็นิรันดร์ถึงสองตน อย่างไรก็ไม่กล้าเปิดศึกกับเผ่ามารอย่างแน่นอน ปล่อยให้พวกมันระแวงกันเองแล้วหาตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับความแค้นของข้ามาสังเวยถึงที่ เช่นนี้แหละ สาแก่ใจข้ายิ่งนัก!” ดวงตาของหลงเฟยิ ยามนี้วาวโรจน์ไปด้วยไฟแค้นยิ่งนัก!
“เฮ้อ! ท่านจะทำอะไร ท่านพ่อข้าก็สนับสนุนอยู่ดีนั่นแหละ ตอนนี้ข้าห่วงว่าน้องเล็กจะมาเล่นซนแถวชายแดนมากกว่า ได้ยินจากพี่รองมาว่าเขาเหมือนมารดาข้ายิ่งนัก นั่นยิ่งน่าเป็ห่วง”
“หึ นึกถึงมารดาเ้าแล้วยิ่งน่าขัน ข้าก็นึกอยู่เหมือนกันว่าแม่ลูกคู่นี้ชอบมีเื่วิ่งเข้าหาได้ตลอดเหมือนกัน ยืนอยู่เฉย ๆ ก็ถูกแค้นโดยไม่มีสาเหตุ ทำอะไรสักอย่างก็โดนสงสัยไม่ไว้ใจ ยิ่งยามที่เกิดเหตุการณ์ประหลาด ๆ เช่นวงกตวังวนขึ้นก็ถูกดึงความสนใจจนต้องได้เื่ราวใหญ่โตตามหลังมาทุกที”
“เฮ้อ! ยิ่งคิดข้าก็ยิ่งเหนื่อยใจขอรับ หากน้องเล็กเป็เหมือนท่านแม่ทุกส่วนจริง ๆ พี่รองคนเดียวคงเอาไม่อยู่ คงมีแต่พี่ใหญ่ที่รับมือได้จริง ๆ ”
ระหว่างที่สองมารต่างวัยกำลังยืนหวาดระแวงว่าซุนเย่จะมาปรากฏกายที่นี่หรือไม่นั้น ด้านมารเกอผู้เป็หัวข้อสนทนาก็ได้ลักลอบขึ้นรถม้าของท่านาาอสูรมาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“แล้ว......สรุปว่าข้าต้องเป็พี่เลี้ยงเ้ารึ?” าาอสูรจินเพ่ยฉีก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดีแต่อย่างใด กลับมองไปที่มารเกอ เบื้องหน้าด้วยความสนใจ ไม่น่าเชื่อจริง ๆ ว่าก่อนออกเดินทางเพียงแค่จิบชาเดียวเท่านั้นจะสามารถเข้ามานั่งรออยู่ในรถม้าได้อย่างแเี
“ไม่จำเป็ขอรับ ข้าเพียงอยากเห็นวงกตวังวนด้วยตาตัวเองสักครั้งก่อนจะหายไปไม่ได้พบเจออีกเป็สิบปี จึงถือดีอนุญาตตัวเองติดรถม้าท่านมาด้วย ท่านาาอสูรไม่จำเป็ต้องใส่ใจข้าขอรับ”
“ป่านนี้คุณชายรองหานคงร้องไห้จนน้ำตาท่วมวังของข้า เพราะหาเ้าไม่เจอแล้วกระมัง”
“เขาไม่ได้ผูกพันกับข้าขนาดนั้นหรอกขอรับ เราเพิ่งเจอกันแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น และข้ากับเขาต่างก็มีผลประโยชน์เกี่ยวเนื่องกันในการเดินทางครั้งนี้”
“หืม คุณชายนั่นจะคิดแบบนั้นจริงรึ? ข้าเห็นบางครั้งก็มองเ้าลึกซึ้งเหลือเกินนะ”
“ท่านตาฝาดขอรับ”
“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ ไม่ได้หมายถึงเื่แบบนั้นหรอก แต่เป็สายตาที่ข้ารู้จักดีเลยล่ะ เพราะข้าก็มักจะใช้สายตาแบบนั้นมองอสูรเกเรตัวหนึ่งอยู่บ่อย ๆ ”
“......” ด้วยความไม่เข้าใจ เขาจึงไม่ตอบอะไรกลับไป
ความเงียบภายในรถม้าจึงบังเกิดขึ้นอยู่นาน นานจนกระทั่งมาถึงที่หมาย
เมื่อลงจากรถม้ามาแล้ว สิ่งที่เห็นอยู่ในสายตาเป็อันดับแรกก็ทำเอาซุนเย่ถึงกับอึ้งไปนานเลยทีเดียว ลำตัวของัสีดำที่วางกั้นเป็เขตแดนใหญ่มาก ทั้งยังมีกลิ่นอายของความชั่วร้ายแผ่ขยายจนจุกอกไปหมด!
“ดูเหมือนประตูทางเข้าจะอยู่ทางแผ่นดินหานสินะ ถึงจะเสี่ยงไปหน่อย แต่คงต้องหาทางบินผ่านชายแดนข้ามวงกตนี่ไป”
“ท่านบินได้?”
“ข้าเป็ราชสีห์! ข้าหมายถึง ใช้อสูรมีปีกพาบินไปต่างหาก”
“ข้าพาท่านบินไปก็ได้นะขอรับ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”
“โอ้! ลองบอกมาก่อนสิ หากคุ้มค่าให้ขอความช่วยเหลือ ข้าจะลองพิจารณาดู”
“ข้า้าผ้าคลุมจากขนของพยัคฆ์สีขาว”
“เท่านี้?”
“ดูจากที่ท่านกังวลว่าจะสามารถข้ามผ่านเขตแดนไปได้หรือไม่ แสดงว่าวงกตวังวนจะต้องมีชีวิตและสามารถโจมตีศัตรูรอบนอกได้สินะขอรับ”
“ฉลาดดีนี่ มันสามารถดึงผู้คนเข้าไปในนั้นได้หากไม่ระวังตัวให้ดี”
“แต่สำหรับข้า ข้าสามารถพาท่านบินผ่านไปได้ด้วยความเร็วที่แม้แต่เ้าวงกตลึกลับนี่ก็มองตามไม่ทันอย่างแน่นอน มันง่ายดายและปลอดภัยกว่าให้ท่านหาอสูรที่มีปีกพาบินข้ามไปอย่างช้า ๆ เพราะฉะนั้น ข้าขอแค่ผ้าคลุมขนฟูนั่นก็พอขอรับ”
“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ เ้านี่น่าประหลาดใจดีแท้ ได้! ข้ารับข้อเสนอ พาข้าบินไปอย่างปลอดภัยด้วยความเร็วที่เ้าว่า แล้วข้าจะสรรหาผ้าคลุมจากขนพยัคฆ์สีขาวที่หายากมาให้เ้าสามผืนเลย!”
*ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง
*เสี่ยวสงเมา = แพนด้าแดง
*ซ่างเซียน = เซียนขั้นสูง