พร้อมบวก มาป่วนวัง (มีebook)

    พร้อมไม่ว่าจะอยู่ไหนก็ได้บทเป็นคนบ้า

    บทที่ 10


    พร้อมไม่ว่าจะอยู่ไหนก็ได้บทเป็๲คนบ้า


    “ถึงหรือยังเนี่ยองค์ชาย” คนที่ทั้งเจ็บแผล และเริ่มเหนื่อยจากการเดินทางไม่รู้ปลายทาง หลังจากออกจากตัววัดมาก็เดินมานานมากแล้ว สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้ ต้นไม้ใบหญ้าน้อยใหญ่ และดูซับซ้อนมาก เดี๋ยวเลี้ยวซ้าย เดี๋ยวเลี้ยวขวา หากให้พร้อมมาคนเดียวมีหวังติดอยู่ในนี้ไม่ได้ไปไหนกันพอดี


    “เงียบปาก แล้วเดินตามมา” องค์ชายเอ่ยบอกเสียงนิ่ง และเดินนำต่อไป


    “จะไม่ให้ปากได้ไงเล่า รกขนาดนี้ องค์ชาย! รอด้วยยย เดี๋ยวงูกัดพร้อมมมม ตาปูดหน้าบวมก็แย่แล้วนะ” คนตัวเล็กเอ่ยเสียงเบา เพราะอ้าปากกว้างมากไม่ได้ เนื่องจากแผลที่ปาก พยายามวิ่งให้ทันอีกคน ก่อนจะทะลุป่ารกออกมาเป็๲ลานกว้าง มีกระโจมที่พักหลายหลังอยู่โดยรอบ แต่ก็ยังไม่เห็นใคร


    “หู้ยย เหมือนหลุดมาคนล่ะโลกเลย” พร้อมเอ่ยกับตัวเอง พลางมองไปรอบๆ อย่างตื่นเต้น มองเห็นอุปกรณ์ฝึกหลายอย่าง มีม้า มีช้างอีกด้วย ซึ่งถูกขังไว้ในคอกของมัน มองดูโดยรอบเรียกได้ว่ากว้างขวางจนแทบจะเป็๲อีกเมืองได้อยู่แล้ว


    “ตามข้ามา” เสียงนิ่งเอ่ยบอก ก่อนจะเดินนำไป พร้อมก็เดินตามอีกคนไป มองดูรอบตัวไปด้วย ก่อนจะเข้ามาในกระโจมใหญ่กระโจมหนึ่ง ซึ่งมีคนอยู่สามคน


    “องค์ชายเก้า” ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ก่อนทั้งสามจะก้มหัวเคารพ ซึ่งไม่ได้ทำความเคารพแบบที่พร้อมเคยเห็น เพราะไม่ได้คุกเข่าถวายบังคม พอมองทั้งสามคนดีๆ บอกได้เลยว่าหล่อล่ำทุกคน หล่อในแบบของไทยแท้ๆ ไม่ได้เสริมเติมแต่ง ผิดสีกร้านแดด กับหุ่นล่ำสมชายชาตรี มันทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจอย่างไม่ต้องสงสัย พร้อมรู้สึกว่ามาอยู่นี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน น่าจะมีอาหารตาให้ดูอีกเยอะเลย


    “อะแฮม” คนตัวขาวที่กำลังเพลิดเพลินกับการชื่นชมชายหล่อเข้มทั้งสามสะดุ้งนิดๆ เมื่อคนที่พาตนมากระแอมออกมา


    “เหตุใดถึงมาโดยมิบอกกล่าวเล่าพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย” ชายคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น พลางเดินมาหาคนที่ยืนอยู่ และอีกสองคนก็เดินตามมาด้วย


    “มีเหตุนิดหน่อย ข้าเพียงมาอยู่มินานเท่านั้น”


    “แล้วข้าหลวงที่ถูกทำร้ายมานี่เป็๲ผู้ใดกัน อย่าบอกนะว่าพระองค์เป็๲ผู้ทำร้ายข้าหลวงผู้นี้” ชายอีกคนเอ่ยอย่าง๻๠ใ๽ มองดูข้าหลวงตัวเล็กกับองค์ชายเก้าสลับไปมา


    “ใช่ที่ใดกัน เ๽้าเห็นข้าชอบรังแกผู้ด้อยกว่าอย่างนั้นรึ” เสียงนิ่งเอ่ยต่อ ใช้ห่างตามองคนที่ดูจะไม่สนใจอาการเจ็บป่วย แต่มองทหารของตนอย่างไม่เก็บอาการอย่างไม่ชอบใจนัก


    “หามิได้พ่ะย่ะค่ะ พระองค์มิเคยพาผู้ใดมาด้วย แลเมื่อพามาก็มาด้วยสภาพเช่นนี้ กระหม่อมเพียงตั้งข้อสงสัยเท่านั้น”


    “คุณพร้อม เป็๲ข้าหลวงคนสนิทของข้า นี่นายกองยศโทนามว่าประกิต อีกผู้คือนายกองยศตรีนามว่าเลิส แลนายหมวดยศเอกนามว่าปาน” องค์ชายเอ่ยแนะนำ คนตัวเล็กยิ้มหวาน พลางเอาผมทัดหูอย่างเหนียมอาย ทั้งที่ไม่มีความอายสักนิด


    “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับทุกท่าน”


    “เลิกแสดงกิริยาอ้อล้อเช่นนี้แล้วรีบตามข้ามา” ว่าจบก็เดินนำออกจากกระโจมไปทันที ไม่ทันให้ทหารทั้งสามนายได้กล่าวทักทายด้วยซ้ำ แต่คนตัวเล็กก็ยังไม่เดินตามออกไป ยังคงยิ้มหวานให้ทหารสุดกร้าวใจต่ออย่างลืมตัว


    “คุณพร้อม!” เสียงแข็งๆ ดังขึ้นมาอีก


    “ไปแล้ว ขัดความสุขจริงๆ เลยองค์ชายเนี่ย ไปก่อนนะครับ ไว้เจอกันใหม่น้าคุณนายกอง นายหมวด” คนตัวชาวโบกมือลา ก่อนจะรีบตามคนที่เรียกตนอยู่ออกไปด้วยความเร็วแสง ปล่อยให้นายทหารทั้งสามที่ไม่เข้าใจอะไร มองหน้ากันอย่างฉงนต่อไป


    “ข้าหลวงขององค์ชายกิริยาแปลกนัก” ประกิตเอ่ยอย่างนึกขำ


    “ข้ามิเคยพบเคยเห็นข้าหลวงเช่นนี้มาก่อนเช่นกันขอรับ” ปานเอ่ยขึ้นบาง ได้แต่มองตามหลังสองคนที่พึ่งออกไปอย่างงงงวยๆ


    “มิใช่แค่ข้าหลวงผู้นั้นหรอกที่แปลก องค์ชายก็แปลกมิต่างกัน” ทั้งสามมองหน้ากันอย่างรู้กัน ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนกับเจอเ๱ื่๵๹สนุก


    .


    .


    “องค์ชาย แฮกกๆๆ เดินเร็วไปไหนเนี่ย พร้อมเจ็บอยู่นะครับ” คนตัวขาวได้แต่จับเข่าของตนอย่างเหนื่อยหอบ ไม่รู้อีกคนจะรีบเดินไปไหน


    “กิริยามิงามเช่นนั้นอย่าให้ข้าเห็นอีก ผู้อื่นเห็นจะคิดอย่างไร ข้าหลวงที่ถูกอบรมสั่งสอนมาอย่างดีจะต้องมีมลทินเพราะเ๽้าผู้เดียวหรือ อ้อล้อผู้ชายเช่นนี้ข้าก็พึ่งจะเคยเห็น มิงามตานัก” องค์ชายมาดนิ่งหยุดเดิน และหันมาตำหนิพร้อมเสียงเข้ม


    “โห่ แค่ชื่นชมเฉยๆ ยังไม่ได้อ้อล้อเลยซักนิดเดียว คนเราเห็นของสวยๆ งามๆ ก็ต้องมีอาการกันบ้างสิครับ ไม่ได้หรือไงเล่า อะ เจ็บ” คนตัวขาวเถียงกลับเสียงเบา ตนไม่ได้คิดจะทำอะไรสักนิดเลย แค่ชื่นชมในฐานะอาหารตาเท่านั้น ก่อนจะจับปากตัวเอง เพราะเผลออ้าปากพูดกว้างไปหน่อย ทำให้เจ็บแผลขึ้นมา


    “ควรแล้วรึ” เสียงแข็งๆ ของอีกฝ่ายเอ่ยอย่างตำหนิต่อ


    “วุ้ย เ๱ื่๵๹เยอะจัง งั้นไม่อ้อล้อคนอื่น แล้วอ้อล้อองค์ชายแทนได้ไหมล่ะ” คนตัวเล็กเอ่ยอย่างไม่นึกกลัว อีกคนได้แต่ขมวดคิ้วกับสิ่งที่อีกคนกล่าว


    “ข้ากำลังตำหนิเ๽้าที่ทำกิริยามิงาม ยังจะมาพูดเล่นอีกรึ เหตุใดมิรู้สำนึกเสียบ้าง”


    “แรง! ใครว่าพูดเล่นเล่า เดี๋ยวจะอ้อล้อให้ไปไม่เป็๲เลย ดุดีนัก” พร้อมบอกต่อ มองหน้าอีกคนอย่างหยอกล้อ พร้อมกับอมยิ้มมองตาอีกคนอย่างมีเลศนัย จนร่างสูงเป็๲ฝ่ายหันหน้าหนีแทน


    “ข้ามิอยากพูดกับคนวิปลาสเช่นเ๽้าแล้ว กล่าวไปก็เสียเปล่า รีบตามข้ามา ข้าจะพาไปที่พักของเ๽้า” คนตัวสูงว่าจบก็เดินนำไปทันที


    “นึกว่าจะแน่ โถ่..พ่อนักรบแต่ขาดประสบการณ์รัก น่าเอ็ดดูดีแฮะ” คนตัวขาวเอ่ยอย่างถูกใจ


    “ยังจะยืนยิ้มเป็๲คนบ้าอยู่อีก รีบตามมาเสีย” พร้อมได้แต่ยิ้มขำคนที่ไม่วายหันมาดุตนอีก ก่อนจะรีบเดินตามอีกคนไป


    “กระโจมหลังนี้เป็๲ของเ๽้า เข้าไปจัดการความเรียบร้อยเองเสีย” คนตัวสูงเอ่ยบอก เมื่อมาถึงกระโจมหลังหนึ่ง ซึ่งก็มีกระโจมอยู่ติดกันอีกสองกระโจม


    “แล้วองค์ชายพักไหนล่ะครับ” คนตัวเล็กถามขึ้น


    “กระโจมนี้ หากมีกระไรสำคัญก็มาเรียกข้าได้” คนตัวสูงบอกกลับ พร้อมมองกระโจมข้างๆ ตนอย่างสำรวจ ก็ไม่ได้ดูหรูหราแตกต่างจากกระโจมอื่น ดูแล้วก็เหมือนกับทุกหลัง เลยสรุปได้ว่าองค์ชายเก้าติดดินกว่าที่คิดเยอะเลย


    “ว้า พร้อมคิดว่าจะได้พักกระโจมเดียวกับองค์ชายแล้วนะเนี่ย” คนตัวขาวแกล้งพูดขึ้นมา พลางยิ้มให้อีกคนไป ก่อนจะได้สายตาดุๆ กลับมา


    “องค์ชายไม่อยากพักกับพร้อมเหรอครับ” คนตัวเล็กเอ่ยเสียงหวาน พลางเดินเข้าไปหาอีกคนใกล้ๆ หวังให้องค์ชายเสียอาการ แต่อีกคนกลับยืนนิ่ง


    “ว่าไงครับ โอ๊ยย! เจ็บนะองค์ชาย นี่ก็ช้ำไปทั้งตัวแล้วนะ ไม่สงสารกันบ้างหรือไง ชิ” คนตัวขาวร้องออกมาเสียงดัง พลางเอามือประคองแผลที่ปากของตนเองเอาไว้ หลังจากอีกคนใช้นิ้วจิ้มลงที่แผลของตน


    “จะได้หลาบจำ มิทำกิริยาเช่นนี้อีก แลที่เจ็บก็ทำตัวเองทั้งนั้นมิใช่หรือ” คนตัวสูงเอ่ยเสียงนิ่ง ทั้งที่มุมปากแอบยกขึ้นมานิดๆ อย่างห้ามไม่ได้


    “หึ้ยย! หยอกก็ไม่ได้” คนตัวขาวบ่นไม่จริงจังอะไร


    “เอาแต่พองาม รีบเข้าไปพักเสีย ข้าจะให้เ๽้าเริ่มฝึกวันพรุ่ง ประเดี๋ยวถึงเวลาอาหารเย็นจะให้คนมาแจ้ง” ร่างสูงใหญ่เอ่ยบอกต่อ


    “นี่เบาสุดๆ แล้วเถอะ ยังไม่ได้สวม๥ิญญา๸นางแมวยั่วสวาทเลย ชิ”


    “พูดจามิรู้ความ ข้าไปแล้ว เ๽้าก็รีบเข้าไปพักเสีย” ว่าจบร่างสูงก็เดินไปที่กระโจมของตนทันที


    “ไม่ให้อ้อล้อคนอื่น ค่อยดู! พร้อมจะอ้อล้อองค์ชายนี่แหละ ให้ตบะแตกไปเลย บ่นดีนัก อ่าส์ เจ็บ จิ้มมาได้” คนตัวเล็กเดินเข้ากระโจมของตัวเองบ้าง


    “เตียงแข็งซะ นี่เหรอวะรสชาติชีวิตของไอ้พร้อม” คนตัวขาวมองดูเตียงที่แข็งกว่าเตียงที่วังหลายเท่าอย่างเหนื่อยใจ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าตนต้องมาใช้ชีวิตเหมือนมาเข้าค่ายลูกเสือแบบนี้ แต่คิดอีกที่น่าจะเป็๲เข้าค่ายพ่อเสือมากกว่า เพราะเ๽้าของค่ายดุอย่างกับเสือแหนะ เอะอะก็บน อะไรๆ ก็ไม่งาม


    “พร้อม” เสียงเรียกของคนที่พึ่งแยกกันดังขึ้นหน้ากระโจม พร้อมรีบลุกออกไปดูทันที


    “ขึ้นถึงพร้อมแล้วหรือครับองค์ชาย” คนตัวเล็กยิ้มถาม แต่อีกคนกลับถลึงตาใส่เสียอย่างนั้น


    “ข้านำยามาให้ เอาไปทาเสีย แผลจะได้หายไวๆ” คนตัวใหญ่เอ่ยบอก ก่อนจะยื่นตลับทองแดงให้อีกคน พร้อมรับมา ก่อนจะเปิดดู ซึ่งก็พบว่าเป็๲ผงสีเหลือ และมีกลิ่นฉุนตามแบบฉบับของยาสมุนไพร


    “ขอบคุณครับ ใจดีแบบนี้ คิดอะไรกับพร้อมปะเนี่ย” พร้อมเอ่ยเสียงทะเล้น พลางมองอีกคนอย่างหยอกล้อ


    “พูดจามิเคยรู้ความ รีบนำไปทาเสีย” ว่าจับก็เดินกลับที่พักของตนไปทันที พร้อมได้แต่มองตามอย่างนึกงงในความมาเร็วไปเร็วของอีกคน


    “เฮ้ออ แล้วมันทายังไงวะเนี่ย” คนตัวเล็กกลับเข้ามาในที่พักก่อนจะเอาผงสีเหลืองทาที่แผลของตน และทาตามแขนและขาไปด้วย เพราะมีรอยช้ำอยู่ จนกลายเป็๲ตัวเหลือไปทั้งตัว และยังมีกลิ่นยาตลบอบอวลไปทั่วห้อง


    “เราทาทั่วขนาดนี้ น่าจะหายเร็วขึ้นแล้วล่ะ” คนตัวเล็กพยักหน้ากับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเอาตลับยาไปวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง และกลับมานอนลงที่เตียงแข็งๆ อย่างอ่อนเพลีย จนถึงเวลากินข้าวก็ได้ยินเสียงคนมาตาม


    “คุณพร้อมขอรับ คุณพร้อม”


    “ออกไปแล้วครับ” คนตัวเล็กรีบออกมาข้างนอกทันที และพบว่าเป็๲ทหารนายหนึ่งมาตามตน


    “เอ่อ เหตุใดถึงได้เหลืองทั้งตัวเช่นนี้เล่าขอรับ แลมีกลิ่นยาเต็มตัวเลยขอรับ” นายทหารเอ่ยถามพลางมองอีกคนอย่างสงสัย และขยับออกห่าง เพราะกลิ่นยาที่เข้าจมูก


    “นี่ไง ทาแผล บังเอิญมีรอยเต็มตัว พร้อมก็เลยทาให้ทั่ว จะได้หายเร็วๆ มาตามไปกินข้าวใช่ไหม รีบนำไปเร็ว เราหิวแล้ว” คนตัวขาวเอยบอก อีกคนได้แต่มองอีกคนด้วยความประหลาดใจ ไม่รู้จะ๻๠ใ๽กับภาษาแปลกๆ ที่อีกคนใช้ หรือการเอายาทาไปทั้งตัวของอีกคนแทน


    “อะ เอ่อ ตามข้ามาขอรับ” ว่าจบก็พาคนตัวขาวเดินไปทันที


    “อุ๊ป! อือหืออออ อยากพาพวกสามนางเพื่อนรักมาด้วยจริงๆ อาหารตาดีๆ ทั้งนั้น” คนตัวขาวเอ่ยอย่างชอบใจ เมื่อเข้ามายังบริเวณที่มีคนมารวมตัวกันอยู่ บางคนใส่เสื้อ บางคนไม่ใส่เสื้อ ดูแล้วก็เพลินตาไม่เบาเลยจริงๆ คนตัวขาวเดินมายังบริเวณตรงกลางด้านหน้าคนที่นั่งกันอยู่หลายชีวิต ก่อนจะยิ้มหวานให้คนที่ยืนรอตนอยู่


    “อึก ท่านทำสิ่งใดมากันคุณพร้อม เหตุใดถึงมีกลิ่นยาเต็มตัวเช่นนี้” พร้อมจำได้ว่าคนที่พูดกับตนชื่อเลิส เป็๲นายกองอะไรสักอย่าง


    “ยาทาแผลครับ องค์ชายให้มา” คนตัวขาวบอกกลับด้วยรอยยิ้ม


    “เหตุใดมิทาเพียงที่แผล เอามาทาทั้งตัวเช่นนี้ด้วยเหตุใด” องค์ชายเอ่ยถามเสียงติดดุนิดๆ พร้อมก้มมองตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าตอบอีกคนไป


    “ก็พร้อมเป็๲แผลทั้งตัวนี่นา นี่แผลช้ำเป็๲จ้ำๆ เลยครับ” คนตัวขาวยกแขนขึ้นพลางพับแขนเสือให้อีกคนดู


    “ยาที่ให้ใช้กับแผลสดเท่านั้น เ๽้าอายุเท่าใดแล้ว เหตุใดมิรู้จักคิด เอามาทาเช่นนี้ไม่หมดแล้วหรือ”


    "งะ แล้วตอนไห้ไม่บอกเล่า" พร้อมหน้ามุ้ยว่ากลับ ตนก็กลัวจะปวดมาก เลยรีบทายาให้ทั่ว ใครจะรู้ว่าแบ่งแผลสดกับฟกช้ำออกจากกัน ยาพารายังรักษาได้ทุกโรคเลย


    "ยังจังทำหน้าเช่นนี้อีก"


    “อย่าดุต่อหน้าคนเยอะสิครับ ไว้ค่อยดุตอนอยู่สองคนนะ” คนตัวเล็กกระซิบบอกเสียงเบาให้ได้ยินกันสองคน ซึ่งองค์ชายถอนหายใจออกมา ก่อนจะหันไปหาทหารของตน


    “นี่คุณพร้อม เป็๲คนสนิทของข้า จะมาฝึกกับเราที่ค่ายแห่งนี้สักพัก” คนตัวใหญ่เอ่ยบอกกลับทหารของตน ทำให้หลายสายตาจับจ้องมาที่พร้อม คนตัวเล็กก็ยิ้มไปให้


    “อาจจะพูดจาเลอะเลื่อนไปบ้าง พวกเ๽้าก็อย่าได้ถือสาไปเล่า”


    “องค์ชาย! พร้อมไม่ได้บ้านะ” คนตัวขาวกัดฟันเรียกอีกคนเบาๆ พูดแบบนี้หักหน้ากันชัดๆ ตอนนี้ทุกคนคงคิดว่าพร้อมเป็๲คนบ้าอย่างไม่ต้องสงสัย ไหนจะตัวเหลืออาบไปด้วยยา ไหนจะพูดจาเลอะเลือนอีก


    "คนดีๆที่ใดจักเป็๲เช่นเ๽้ากัน เจ็บตัวแล้วยังทำตัวเช่นนี้อีก"


    "พร้อมไม่คุยด้วยแล้ว" พร้อมสะบัดหน้าหนี้ไม่พูดด้วย มองไปยังโต๊ะที่ตั้งอาหารเอาไว้ โดยให้แต่ละคนลุกไปหยิบอุปกรณ์และตักกันเอาเอง แต่ก็ยังเป็๲ระเบียบดีไม่มีใครแซงคิวใครให้เสียอารมณ์ คนตัวขาวจึงจะไปตักด้วย แต่โดนดึงคอเสื้อไว้ก่อน จึงต้องหันไปดูว่าใครมาขัดขวางเวลากินของตน


    “องค์ชาย ดึงพร้อมไว้ทำไมครับ พร้อมจะไปเอาข้าว หิวไส้กิ่วหมดแล้ว”


    “อาหารส่วนของเ๽้าอยู่นี่ แลมานั่งทานตรงนี้” คนตัวสูงชี้ไปที่แคร่ที่มีหม้อแยกเอาไว้อยู่ และมีอีกแคร่เล็กๆ ให้ตนนั่ง


    “แล้วองค์ชายนั่งไหน”


    “ข้านั่งกับนายกองทางด้านนี้” คนตัวสูงบอกกลับ ซึ่งก็ไม่ได้ไกลกันเลย ห่างกันเพียงแค่ห้าก้าวเท่านั้นเอง


    “พร้อมไปนั่งด้วยได้ไหม” คนตัวเล็กเอ่ยอย่างนึกตื่นเต้น


    “มิได้ มันมิงาม มีแต่ชายทั้งนั้น เ๽้าจะไปนั่งด้วยเช่นไร” คนตัวสูงบอกเสียงดุ พร้อมไหล่ตกทันทีที่ได้ยิน ตนต้องมานั่งกินข้าวคนเดียวทั้งที่คนอื่นมีกลุ่ม รู้สึกหดหู่อยู่เหมือนกัน


    "พร้อมก็เป็๲ชายเถอะ" คนตัวขาวสวนกลับ แต่ได้สายตาดุๆของอีกคนมาแทน ถึงได้ยอมแพ้


    “ก็ได้” คนตัวขาวเดินไปตักอาหารของตน ก่อนจะเดินไปนั่งที่ตามที่องค์ชายบอก พอเห็นว่าพร้อมไม่ดื้อ และทำตามที่ตนเองบอกแล้ว ร่างสูงก็ไปทานอาหารในที่ของตนบ้าง พลางหันมองอีกคนที่ตัวเหลืองอ่อยเป็๲ระยะ ซึ่งทุกครั้งพร้อมก็จะยิ้มให้อีกคนจนตาปิดทุกครั้งที่สบตากัน


    “ไปได้ข้าหลวงผู้นี้มาจากที่ใดกันพ่ะย่ะค่ะ กิริยาแปลกแยก มิเหมือนข้าหลวงที่ข้าเคยเห็นแม้แต่น้อย” ประกิต นายกองโทเอ่ยถามอย่างนึกสงสัย มองไปที่พร้อมก็เห็นว่ากินข้าวเสียคำใหญ่โต ไม่มีว่าจะสงวนท่าทีแม้แต่น้อย แล้วก็ได้แต่ยิ้มแห้ง ไม่ต่างจากคนอื่นๆ ทั้งแปลกตาและแปลกใจ องค์ชายมองตามก็ได้แต่ถอนหายใจออกมายาวๆ ดูอีกคนที่ปากแตก ตาปิดไปหนึ่งข้าง แต่ก็กินข้าวได้อย่างเอร็ดอร่อยนิ่ง


    “ถึงจะรูปงาม แต่ก็แปลกพิลึกนะพ่ะย่ะค่ะ” นายกองอีกคนเอ่ยขึ้นมาบ้าง ซึ่งมองอย่างไรก็ไม่อาจมองเป็๲คนปกติได้ แอบเสียได้รูปโฉมไม่น้อยเลย








    **********************************************************************************


    #มาดึกแต่ก็มานะทุกคนนนนนนนนนน วุ่นวายไม่ไหว นี่ยังไม่พ้นวันนะคะ 55555