หนึ่งอาทิตย์ก่อนถึงวันกำหนดคลอด เท้าสองข้างของพีรฉัตรบวมขึ้นกว่าเดิมและปวดท้องเตือนเริ่มถี่ขึ้น คุณหมอนิลกาฬจึงให้ภรรยาเข้ามานอนแอดมิทรอคลอดที่โรงพยาบาลของตัวเองเลยเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินคลอดก่อนกำหนด และเ้าของโรงพยาบาลอย่างหมอนิลกาฬก็เตรียมทีมผ่าตัดคลอดให้สแตนด์บายอยู่ที่โรงพยาบาลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
ตอนนี้ในห้องพัก VVIP ระดับเ้าของโรงพยาบาล เหมือนมีการรวมญาติเพราะทุกคนมาให้กำลังใจคนท้องที่ต้องมานอนอยู่โรงพยาบาลเพื่อรอคลอดเป็อาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็คุณพ่อจุมพล พี่สาวคนสวยอย่างพิมพ์ชนกที่อุ้มลูกสาวตัวน้อยอย่างน้องพริ้มตามด้วยสามีอย่างอิทธิพล ฝั่งของนิลกาฬก็มีคุณพ่ออาทิตย์กับตัวแทนคนงานในบ้านอย่างป้าสายบัว ที่ขออาสาทำอาหารมาให้ทุกๆ คนได้ทานร่วมกันกับคนท้องในทุกๆ เย็น เพราะกลัวพีรฉัตรจะเหงา ตอนกลางวันนิลกาฬก็เอางานมาทำที่ห้องนี้และอยู่เป็เพื่อนภรรยา ตอนกลางคืนคุณสามีก็จะขึ้นมานอนบนเตียงด้วย จนคนท้องลืมไปเลยว่านอนอยู่โรงพยาบาล เพราะทุกคนช่วยกันทำบรรยากาศให้เหมือนอยู่ที่บ้าน
ตอนนี้พีรฉัตรต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนใกล้รุ่ง เพราะโดนก่อกวนจากลูกน้อยในครรภ์ที่ดูเหมือนจะดิ้นแรงยิ่งกว่าเดิม จนร่างอวบรู้สึกว่าตอนนี้เหมือนโดนถีบและเจ็บท้องถี่ขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงมีอาการร้าวไปที่หลังจนทนเจ็บไม่ไหว เลยต้องจับมือของสามีที่โอบเอวตัวเองอยู่
“พี่นิล ซี๊ดดด พี่นิลครับ พรีนปวดท้องมาก เหมือนจะคลอดแล้วเลย”
นิลกาฬสะดุ้งตื่นทันทีที่ได้ยินเสียงเมียรักเรียก ประเมินดูแล้วเมียรักจะเจ็บท้องคลอดลูกแล้ว ซึ่งก่อนกำหนดคลอดตั้งสองวัน ใบหน้าสวยตอนนี้มีเหงื่อผุดขึ้นมาเต็มกรอบหน้าและไรผมพร้อมมือเรียวที่กำมือร่างสูงแน่น
“อดทนนะที่รัก พี่ว่าพรีนจะคลอดแน่เลย เดี๋ยวพี่ให้ทีมที่ทำคลอดเตรียมห้องแป๊บเดียวนะครับ”
ร่างสูงจุมพิตหน้าผากที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อของภรรยา จากนั้นก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาทีมแพทย์ที่เตรียมไว้สำหรับทำคลอดให้ภรรยา หลังจากที่จัดการสั่งงานเสร็จร่างสูงก็โทรไปบอกทางบ้านของคุณจุมพลผู้เป็พ่อตาและคุณอาทิตย์ผู้เป็พ่อ ต่อ จากนั้นก็เข้ามาปลอบประโลมและให้กำลังใจภรรยา
“ไม่ต้องกลัวนะที่รัก เดี๋ยวพี่เข้าไปอยู่ในห้องผ่าตัดด้วย หนูไม่ต้องกังวลนะครับ อีกไม่นานเราก็จะได้เจอเทวดาตัวน้อยของเราแล้วครับ อดทนไว้นะเมียพี่ หายใจเข้าออกลึกๆ ยาวๆ ผ่อนคลายครับ”
รอไม่ถึงสิบนาทีเปลนอนพร้อมเ้าหน้าที่ก็เข็นเข้าห้องเพื่อมารับผู้ป่วยระดับ VIP ไปที่ห้องผ่าตัดโดยมีสามีผู้ป่วยซึ่งเป็ถึงเ้าของโรงพยาบาลเดินจับมือภรรยาไปด้วยไม่ห่างด้วยความห่วงใย เมื่อไปถึงห้องผ่าตัดเหล่าทีมแพทย์ทำคลอดและทีมวิสัญญีแพทย์ก็เข้ามารับผู้ป่วยเข้าไปเพื่อทำการผ่าตัดคลอดต่อ ส่วนคุณหมอนิลกาฬก็เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดปราศจากเชื้อที่อบฆ่าเชื้อแล้วเดินไปนั่งให้กำลังใจภรรยาอย่างใกล้ชิด ลำพังผ่าตัดคลอดคนธรรมดาก็เครียดพออยู่แล้วแต่นี่ผ่าตัดภรรยาของผู้อำนวยการโรงพยาบาลและตัวสามีเองเป็ถึงคุณหมอเข้ามานั่งอยู่ในห้องด้วยทำเอาทีมทำคลอดเลยค่อนข้างเกร็งและเครียดก่อนปกติ
“อดทนไว้นะที่รัก เจ็บหน่อยนะครับหนูเก่งอยู่แล้ว เดี๋ยวก็เห็นหน้าลูกแล้วครับ”
เสียงผู้อำนวยการโรงพยาบาลพูดให้กำลังใจภรรยาดังมาเรื่อยๆ เป็ระยะๆ จนกระทั่ง ถึงวินาทีสำคัญที่สูติแพทย์ยกเอาเด็กออกมาจากท้องมารดาได้
“อาจารย์นิลคะ ท่านจะตัดสายสะดือลูกเองไหมคะ” สูติแพทย์ถามผู้เป็บิดาของทารกน้อย
“ไม่เป็ไรครับ เชิญอาจารย์จัดการได้เลยครับ”
ถึงแม้ร่างสูงจะอยากจะเป็คนตัดสายสะดือให้ลูกเอง แต่ก็ไม่อยากที่วางมือข้างหนึ่งที่ลูบศีรษะของภรรยาส่วนมืออีกข้างก็กุมมือภรรยาไว้เพื่อให้กำลังใจว่าที่คุณแม่ และอีกทั้งไม่อยากจะเข้าไปก้าวก่ายการทำงานของทีมแพทย์ด้วย
“แอ้ อุแว้ แอ้ แอ้ อุแว้ อุแว้”
เสียงทารกน้อยร้องไห้เสียงดังลั่นเมื่อพ้นจากท้องแม่ออกมาสู่โลกภายนอก หลังจากที่ตัดสายสะดือเสร็จสูติแพทย์ก็ยกทารกน้อยมาวางไว้ที่อกของมารดาเพื่อให้คุณพ่อและคุณแม่ได้ดูอย่างใกล้ชิด
“เด็กผู้ชายนะคะ”
“ลูกพ่อ ที่รักดูลูกของเราซิครับ น่าชังมากเลย ร้องเสียงดังลั่นเลย”
“ลูกแม่”
คุณพ่อคุณแม่ยิ้มทั้งน้ำตาด้วยความปีติยินดี เพียงเห็นหน้าลูกน้อยแค่ชั่วเวลาไม่นานก็ตกหลุมรักเด็กน้อยคนนี้อย่างไม่มีข้อแม้เสียแล้ว จากนั้นสูติแพทย์ก็ส่งทารกน้อยต่อไปให้พยาบาลเพื่อเช็ดทำความสะอาดพร้อมกับตรวจเช็กสภาพร่างกายต่อ
“เดี๋ยวเสร็จแล้วเปลจะมารับคุณพรีนไปที่ห้องพักฟื้นนะคะ” สูติแพทย์กล่าวกับคุณแม่คุณพ่อหลังจากที่เย็บปิดแผลให้คุณแม่เรียบร้อยแล้ว
“เป็ไงบ้างลูกพ่อเจ็บแผลไหม”
คุณจุมพลถามลูกชายหลังจากที่คุณแม่หลังคลอดมาอยู่ที่ห้องพักแล้ว ตอนนี้พีรฉัตรหายเพลียจากการผ่าตัดคลอดแล้ว และมีสามีที่ดูแลเป็แพทย์ประจำตัวไม่ห่าง
“ยังเจ็บอยู่ครับคุณพ่อ แต่ไม่มากเท่าไหร่พรีนทนได้ครับ”
“พวกพ่อไปดูหน้าหลานมาแล้วนะ น่ารักน่าชังมาก ขาวจั๊วะเลย”
คุณอาทิตย์บอกกับลูกสะใภ้ คุณปู่ถึงกับน้ำตาคลอพอเห็นหน้าหลานคนแรกที่ไม่คิดว่าจะมี ขอบคุณฟ้าที่ท่านเมตตาประทานทายาทมาไว้ให้สืบสกุลต่อ ส่วนป้าสายบัวก็ไม่น้อยหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นพอเห็นคุณหนูตัวน้อยของบ้าน
“อีกเดี๋ยวคุณพยาบาลก็จะเอาลูกมาให้ดูแล้วครับ”
นิลกาฬบอกภรรยาหลังจากที่ประเมินดูสภาพแล้วว่าภรรยาน่าจะอุ้มลูกน้อยไหวแล้ว เพราะคุณแม่พอเริ่มหายเจ็บแผลก็เริ่มงอแงอยากเห็นหน้าลูกที่อุตส่าห์อุ้มท้องมาตั้งเก้าเดือน ไหนจะต้องคอยประคบประหงมตอนที่เสี่ยงต่อการแท้งนั่นอีก ตอนอยู่ในห้องผ่าตัดก็สะลึมสะลือเห็นหน้าลูกไม่ชัดเท่าไร
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ขออนุญาตค่ะ เอาน้องมาส่งค่ะคุณแม่”
พยาบาลสาวเข็นเปลนอนเด็กเข้ามาในห้องพักฟื้นของภรรยาผู้อำนวยการโรงพยาบาล เพื่อเอามาส่งให้คุณแม่ได้เลี้ยงดูตามที่ท่านผู้อำนวยการสั่ง
“ขอบคุณมากครับ ไม่อะไรแล้วครับ ออกไปเถอะเดี๋ยวที่เหลือผมจัดการต่อเองครับ”
ผู้อำนวยการหนุ่มบอกกับพยาบาล จากนั้นก็ช้อนเอาตัวลูกชายตัวน้อยออกมาจากเปลเด็กอุ้มประคองมาหาภรรยาอย่างระมัดระวังก่อนที่จะส่งต่อลูกน้อยให้เข้าไปอยู่ในอ้อมอกผู้เป็มารดาที่นั่งรออยู่บนเตียง เด็กทารกที่ตัวขาวแก้มเยอะจ้ำม่ำที่ถูกห่ออยู่ในผ้านุ่มสีฟ้าอ่อนบิดี้เีไปมาสร้างรอยยิ้มให้ผู้ใหญ่ทั้งหลายในห้องเป็อย่างมาก โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ พีรฉัตรรับเอาลูกชายจากสามีเข้ามาอุ้มไว้ในอ้อมแขนแนบอก เหมือนเด็กน้อยจะรู้ความพอเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนมารดาก็ซุกหน้ากับหน้าอกของมารดาทันที
“ดูซิอ้อนแม่ใหญ่เลย หลานตา น่าชังจริงเชียว พวงแก้มจะเยอะไปไหน หึม ตกลงตั้งชื่อว่าอะไรนะลูก”
คุณตาถามขึ้นหลังจากที่นึกขึ้นได้ เพราะเรียกกันแต่หลานตา หลานปู่ ลูกพ่อลูกแม่อยู่
“พรีนกับพี่นิลตกลงแล้วครับว่าจะเอาชื่อที่คุณปู่กับคุณตาตั้งให้”
“ชื่อจริง พนัชกร ธีรวัฒนาวัฒน์ ชื่อเล่นน้องพู่กัน ครับ”
คุณพ่อมือใหม่ตอบคุณปู่กับคุณตาเพราะว่าชื่อนี้ท่านทั้งสองเป็คนหามาเอามาให้เลือก คุณแม่กับคุณพ่อเลยช่วยกันเลือกจากหลายๆ ชื่อที่คุณปู่กับคุณตาให้มา
“น้องพู่กันเหรอ ชื่อน่ารักจังหลานป้า ชอบไหมคะ ชอบใช่ไหมคะ ชอบชื่อพู่กันใช่ไหมคะ น่าชังจังเลย ดูซิดั้งโด่งมาก”
พิมพ์ชนกเข้าไปหยอกหลานบ้างเพราะตอนนี้ได้ส่งลูกสาวน้องพริ้มไปให้สามีอุ้มแทน ตอนนี้น้องพริ้มเด็กหญิงวัย 5 เดือนก็กำลังอ้วนจ้ำม่ำ อุ้มนานๆ ไม่ไหวเพราะจะปวดแขนปวดเอวเอาได้ เด็กชายที่โดนหยอกเหมือนรู้ความทำท่าจะยิ้มให้คนเป็ป้า ยิ่งสร้างความเอ็นดูให้ทุกคน