เช้าวันที่สาม
มือน้อยของลู่อันซีเริ่มไหวติง... ดวงตาัจ้องไปที่ใบหน้าของนางอย่างไม่วางตา
"อันซี.. อันซี..." เยียนสุนกอดกุมมือของนางไว้
อันซีเห็นดังนั้นก็ดึงมือของตนกลับมาโดยทันที.. นางเ็ปทุกข์ทน เเสนเกลียดเเต่ใจรักก็ยังคงหนักเเน่น
"อันซี.. เ้าฟื้นเเล้ว"
"เพคะ"
"อันซีเ้าหิวน้ำหรือไม่ ข้ารินให้เ้า" เยียนสุนหยิบกาน้ำกำลังจะเทให้จอก
"ลำบากพระองค์แล้ว หม่อมชั้นไม่อยากรบกวนฝ่าา กลับไปเถิดเพคะ"
"เ้าโกรธข้า..."
"มิ.... มิได้เพคะ" อันซีนางกล่าวอย่างไรซึ่งความรู้สึกใดๆ เหตุใดอยากให้นางตายสิ้นใยต้องลำบากมาดูแลกัน
"อันซีใยเ้าจึงเ็าต่อข้านัก..."
"เ็ปที่หม่อมชั้นเ็าต่อพระองค์หรือเพคะ"
"ใช่ข้าเ็ป"
.
.
.
.
อันซีนิ่งมองใบหน้าของเยียนสุนชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่หยดน้ำตาจะไหลอาบเเก้มนวลทั้งสองข้างของนาง
อันซียื่นมือไปััที่ใบหน้าของเยียนสุนิย่างถนอม... ััที่เเผ่วเบาของนางทำให้หัวใจของเยียนสุนสั่นไหว..
"ตลอดเวลาสิบปีที่หม่อมชั้นเเต่งเข้าสกุลเยียน นับเเต่เป็ชายาไท่จื่อ.. จนวันนั้นตำเเหน่งมารดาเเผ่นดิน ล้วนเป็พระองค์มอบให้" อันซียิ้มอย่างอ่อนโยน ทั้งน้ำตา
นางค่อยๆ ขยับร่างกายของตนให้ลุกขึ้นโดยที่มีเยียนสุนคอยประคองในลุกนั่งได้
"ฝ่าาท่านจำได้หรือไม่ ว่าเราสองคนพบกันครั้งเเรกที่ใด"
"จำได้สิ เราไม่มีทางลืม ปีนั้นฤดูใบไม้พลิ ข้ายังเป็องค์ชายน้อยออกไปเยี่ยมชมเมืองกับเสด็จพ่อ พบเ้าสาวน้อยถักเปียสองข้าง นั่งกินซาลาเปาอยู่ "
"ดี"
"ดี?? อย่างไรคือดี"
"ดีที่ฝ่าายังไม่ลืม หม่อมชั้นซึ้งใจ"
"เ้าประชดประชันข้า"
"มิกล้าเพคะ"
"เ้ายังพยศอย่างเคย เรามิเห็นเ้าในมุมนานเเล้ว อันซี" เยียนสุนโอบกอดนางไว้
.
.
.
.
"ท่านพี่" อันซีกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเเผ่วเบา