บทที่ 7 เห็ดหลินจือพันปี
เซวียเช่อมองดูอย่างประหลาดใจ
ตะกร้าไม้ไผ่ถูกยกขึ้น แสงจันทร์และสายน้ำลำธารไหลผ่านช่องว่าง เหลือเพียงปลาที่เปียกโชกหนึ่งตัว
ปลาตัวนั้นยาวถึงสี่ฉื่อ หัวกว้างผิดปกติ เกล็ดสีเงินส่องประกายวับวาวใต้แสงจันทร์
เท้าเล็ก ๆ ของซูจือจือเหยียบอยู่บนก้อนหินที่โผล่พ้นน้ำในลำธาร นางเขย่งเท้าอุ้มปลาที่กำลังสะบัดหางขึ้นมา
ปลาตัวนั้นเมื่อตั้งขึ้นยังสูงกว่านางเสียอีก
"อาเช่อ เ้าดูเร็วเข้า!"
เซวียเช่อเบิกตากว้าง ปลาตัวใหญ่จริง ๆ!!
ในลำธารเล็ก ๆ จะมีปลาตัวใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร?!
"เป็ปลาหัวโต รับไว้เร็ว" ซูจือจือพูดอย่างร่าเริงพลางโยนปลาให้เซวียเช่อที่ยืนอยู่บนฝั่ง
เด็กชายตัวน้อยถูกปลาตัวใหญ่กระแทกจนเซถอยหลัง
หนักเหลือเกิน หนักจนเขาแทบอุ้มไม่ไหว
ซูจือจือนำตะกร้าไม้ไผ่จุ่มลงในลำธารอีกครั้ง คราวนี้นางเล่นน้ำไปด้วย สะบัดตะกร้าไปมาสองสามที ก็จับปลาได้หลายตัว แต่ละตัวยาวราวหนึ่งถึงสองฉื่อ
"พอแล้ว ปลาเท่านี้ก็มากพอแล้ว" ซูจือจืออุ้มตะกร้าขึ้นจากน้ำด้วยความพึงพอใจ
"อาเช่อ เ้ามาเป็ลูกน้องข้า ข้าจะแบ่งปลาให้เ้าหนึ่งตัว"
เซวียเช่อลากปลาอย่างยากลำบาก "ไม่ต้องหรอก"
"ฮึ" ซูจือจืออุ้มปลาทั้งหมดใส่ตะกร้า ไม่ให้เซวียเช่ออุ้มอีก
ปลาหัวโตครึ่งตัวถูกยัดเข้าไปในตะกร้าไม้ไผ่ ส่วนหางอีกครึ่งหนึ่งยังโผล่ออกมาด้านนอก
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะกลับ ทันใดนั้นสายฝนละเอียดก็โปรยปรายลงมาจากฟ้า
"ฮัดเช้ย!" เซวียเช่อจาม แล้วพูดออกมาโดยไม่ทันคิด "ขออภัย"
ซูจือจือมองซ้ายมองขวา แล้วจับมือเซวียเช่อ
"ข้าจะหาร่มให้เ้า"
เซวียเช่อพยายามชักมือกลับอย่างเก้อเขิน ไม่เคยมีใครจับมือเขาเช่นนี้มาก่อน แม้แต่บิดาก็ยังไม่เคย
แต่ซูจือจือกลับกำมือแน่น นางมีแรงมาก เซวียเช่อสลัดไม่หลุด อีกทั้งฝ่ามือของนางอบอุ่น ความอบอุ่นนั้นส่งผ่านมาจากมือไม่ขาดสาย
สุดท้ายเซวียเช่อก็ปล่อยให้นางจูงมือไป
"เ้าจะไปหาร่มจากที่ใดกัน? พวกเราไม่ได้พกร่มมาด้วยนี่" เซวียเช่อจำได้ว่าซูจือจือ พกมาเพียงตะกร้าไม้ไผ่ใบเดียว
"พอดีมีอยู่หนึ่งคันตรงนี้"
ซูจือจือหยุดยืนข้างตอไม้แห้ง
ตอไม้แห้งนั้นใหญ่ราวกับต้องใช้คนเจ็ดแปดคนโอบ รากไม้บิดเบี้ยวพันกันไปมา ดูราวกับปีศาจชราในป่า
บนตอไม้มีเห็ดขึ้นอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นมีดอกใหญ่มาก ส่วนบนของเห็ดกางออกราวกับร่ม
เซวียเช่อไม่เคยเห็นเห็ดที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อน แต่เขาก็ไม่รู้สึกประหลาดใจ
ในเวลาเพียงสองวัน เขาได้พบเห็นสิ่งน่าประหลาดใจมามากเกินไปแล้ว เห็ดดอกมหึมานี้จึงไม่อาจสร้างความตื่นตะลึงให้เขาได้อีก
ซูจือจือจับก้านเห็ดด้วยมือทั้งสองข้าง "เด็ดมันลงมา พอดีเอาไว้ทำร่มได้"
เห็ดนั้นเกาะติดกับต้นไม้แ่า ซูจือจือออกแรงดึงสุดกำลัง
สายลมราตรีพัดกรรโชก สายฝนกระหน่ำลงบนตอไม้แห้ง
เซวียเช่อขยี้ตา เมื่อครู่เขาเหมือนเห็นว่าตอไม้แห้งสั่นไหว
ฉึบ! เห็ดดอกใหญ่หลุดออกมา ซูจือจือทรงตัวไม่อยู่ ล้มก้นจ้ำเบ้าพร้อมกับกอดเห็ดไว้
เซวียเช่อเอื้อมมือไปประคองนาง แต่นางลุกขึ้นยืนได้เองแล้ว
ซูจือจือที่มีโคลนเปื้อนเต็มก้น ชูเห็ดใหญ่ในมือขึ้นอย่างดีใจ มันใช้กำบังศีรษะของพวกเขาทั้งสองได้พอดี
"อาเช่อ พวกเรามีร่มแล้ว! ท่านไม่ต้องตากฝนอีกแล้ว"
นางเขย่งเท้าพลางชูเห็ดและหมุนมัน ดวงตาเป็ประกายระยิบระยับดั่งดวงดาว
ใต้ร่มเห็ด สีหน้าของเซวียเช่อที่หม่นหมองมานานถูกแววตาของนางจุดประกายสว่าง ในใจที่มีแต่พื้นที่แห้งแล้งราวกับถูกน้ำฝนชโลมจนชุ่มฉ่ำ หน่อกล้าแทงทะลุผืนดินงอกงาม
"จือจือ ขอบคุณเ้ามาก"
เซวียเช่อรู้สึกว่าเืในกายร้อนผ่าว สายตาเริ่มพร่ามัว
ซูจือจือสังเกตเห็นว่าใบหน้าของเซวียเช่อมีสีแดงผิดปกติจึงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
"อาเช่อ เ้าเป็อะไรหรือไม่?"
เซวียเช่อส่ายหน้า "ไม่เป็ไร"
พูดจบ เขาก็หลับตาลง ร่างโงนเงนล้มไปด้านหลัง
ซูจือจือโยนเห็ดในมือทิ้งทันที
"อาเช่อ! อาเช่อ!"
...
ที่หน้าประตูลานบ้านหลังเล็ก อู่อิงเหนียงสวมเสื้อคลุมกันฝนไว้
นางเดินหาทั่วทั้งหมู่บ้าน แต่ไม่พบซูจือจือ จึงรีบจะออกไปตามหานอกหมู่บ้านทันที
"อาเหริน เ้าคอยอยู่ที่บ้านเถิด หากจือจือกลับมา ก็ให้อาเป่าส่งข่าวมา"
อาเป่ากระพือปีกอยู่บนชายคา ดวงตาอินทรีคู่นั้นยิ่งคมกริบในยามค่ำคืน
ห่าวเหรินพยักหน้า พลางช่วยจัดเสื้อคลุมกันฝนให้อู่อิงเหนียง
"เ้าพาขงหวู่ไปด้วย จะได้มีคนคอยช่วยเหลือ ระวังตัวด้วย"
อู่อิงเหนียงยังไม่ทันก้าวออกจากประตู ก็เห็นเงาร่างเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นในระยะไม่ไกล
ห่าวเหรินและอู่อิงเหนียงเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
"จือจือ!"
คืนนี้ซูจือจือดูทุลักทุเลอยู่เล็กน้อย
เสื้อผ้าของนางเปียกโชกไปด้วยน้ำฝน มีคราบโคลนเปื้อนเป็หย่อม ๆ ทั้งซ้ายและขวา ผมเปียกชื้นเป็กระจุกแนบอยู่ที่หน้าผาก
บนหลังของนางแบกร่างที่หมดสติของเซวียเช่อ ส่วนด้านหน้าสะพายตะกร้าไม้ไผ่ไว้ ในตะกร้ามีหางปลาขนาดใหญ่โผล่ออกมาครึ่งหนึ่ง
อาเป่าบินเข้ามาช่วย ยื่นกรงเล็บออกมาช่วยซูจือจือหยิบตะกร้าที่แขวนอยู่ที่คอออก
ร่างของอู่อิงเหนียงพุ่งเข้ามาตรงหน้าจือจือ
เมื่อเห็นบุตรสาวเปื้อนโคลนไปทั้งตัว ความคิดแรกที่ผุดขึ้นในสมองคือ
เด็กคนนี้ต้องรีบอาบน้ำให้สะอาดก่อน
"ท่านแม่ อาเช่อเป็ลมไป"
น้ำเสียงของนางแฝงความน้อยใจ ดวงตากลมโตดำขลับมองมารดาอย่างน่าสงสาร
ซูจือจือแบกทั้งเซวียเช่อและตะกร้าปลาใหญ่มาตลอดทาง เหนื่อยจนแทบขาดใจ ระหว่างทางยังล้มไปหลายหน
แต่นางกัดฟันไม่ยอมทิ้งอะไรเลย แบกทั้งหมดกลับมาถึงบ้าน
อู่อิงเหนียงเห็นสภาพเด็กทั้งสองเช่นนี้ ความโกรธก็มลายหายไปในทันที เหลือเพียงความเป็ห่วง
"รีบกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วเข้า ข้าจะพาอาเช่อไปหาหมออวี๋"
ห่าวเหรินต้มน้ำร้อนไว้ให้แล้ว เขารีบสั่งให้ซูจือจือไปแช่น้ำ
เด็กหญิงเหนื่อยล้าอย่างหนัก นางแทบไม่ได้ยินสิ่งที่ห่าวเหรินพูดด้วยซ้ำ หลังจากอาบน้ำเสร็จก็ขึ้นเตียงนอน พอศีรษะแตะหมอนก็หลับไปทันที
ห่าวเหรินได้แต่ยิ้มอย่างจนใจ แล้วช่วยห่มผ้าให้บุตรสาว
สายฝนโปรยปรายตลอดทั้งคืน
เสวียเช่อมีไข้ขึ้นตลอดทั้งคืนที่เรือนของหมออวี๋
หมออวี๋ป้อนโอสถต้มให้เสวียเช่อ รอจนฟ้าสาง ไข้ของเด็กชายจึงลด แต่เขายังคงหลับสนิท
เมื่อซูจือจือตื่นขึ้นมาในยามเช้า สิ่งแรกที่นางทำคือไปถามอู่อิงเหนียง
"ท่านแม่ อาเช่อเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ?"
เมื่อคืนที่เซวียเช่อสลบไปกะทันหัน ซูจือจือใมาก
เหล่าท่านลุงท่านอาทั้งหลายในหมู่บ้านถูกฟันสองแผลยังดื่มสุราและลงไปทำนาได้ แต่เซวียเช่อเพียงแค่ไปจับปลากับนางก็สลบเสียแล้ว
ซูจือจือรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก
อู่อิงเหนียงเล่าสภาพของเสวียเช่อคร่าว ๆ "ร่างกายของเขาอ่อนแอ ทนการวิ่งเล่นกับเ้าไม่ไหว"
ซูจือจือร้อนใจจะไปดูเสวียเช่อที่เรือนหมออวี๋
ข้างนอกฝนยังไม่หยุดตก ตะกร้าไม้ไผ่ที่อาเป่าช่วยจือจือหิ้วกลับมาเมื่อคืนยังพิงอยู่ที่มุมกำแพง อู่อิงเหนียงยุ่งจนไม่มีเวลาไปดูด้วยซ้ำ
ซูจือจือเหลือบมองไปที่ตะกร้าไม้ไผ่ตอนที่กำลังจะออกจากบ้าน
"ท่านแม่ ในตะกร้ามีปลาหัวโตที่ข้าจับมา! ข้าอยากกินน้ำแกงหัวปลา"
นางหยิบเห็ดดอกใหญ่ออกมาจากตะกร้า แล้วชูขึ้นบังฝนเหนือศีรษะ ก่อนจะวิ่งไปที่บ้านของหมออวี๋
เมื่ออู่อิงเหนียงได้ยินดังนั้น จึงได้นึกถึงตะกร้าไม้ไผ่ที่บุตรสาวนำกลับมาเมื่อคืน
นางก้มตัวลงข้างตะกร้าไม้ไผ่ แล้วหยิบปลาตัวใหญ่ที่มีความยาวครึ่งตัวคนออกมา
อู่อิงเหนียงคิดในใจ โอ้โฮ! ทั้งหมู่บ้านคงได้กินน้ำแกงปลากันคนละถ้วยแน่
...
บ้านของหมออวี๋อยู่ทางทิศตะวันออกสุดของหมู่บ้าน เป็ที่ที่เงียบสงบ เหมาะแก่การศึกษาวิชาแพทย์อย่างตั้งใจ
ห่าวเหรินตื่นแต่เช้าตรู่ รีบมาดูอาการของเสวียเช่อ
"หมออวี๋ อาเช่อมีอันตรายถึงชีวิตหรือไม่?"
หมออวี๋อดหลับอดนอนทั้งคืน ใต้ตาคล้ำ แต่แววตากลับเป็ประกายด้วยความตื่นเต้น
"ตอนนี้ยังไม่มีอันตราย แต่ร่างกายของเขารักษายากยิ่งนัก"
เขาชื่นชอบที่จะแย่งชิงชีวิตคนมาจากยมบาล ยิ่งเจอโรคที่รักษายาก หรือพิษร้ายแรงถึงชีวิต เขาก็ยิ่งมีแรงฮึกเหิม
"หนึ่งคือมีพิษติดตัวมาั้แ่อยู่ในครรภ์มารดา สองคือั้แ่เด็กมีไอเย็นแทรกซึมเข้าร่างกาย ่ก่อนหน้านี้ถูกพวกค้ามนุษย์พาไปเร่ร่อนกินนอนกลางดิน อีกทั้งเมื่อคืนตากฝนจนเป็ไข้ ร่างกายของเขาจึงทนไม่ไหว"
ห่าวเหรินมีสีหน้าเคร่งขรึม "แล้วหมออวี๋มีวิธีรักษาหรือไม่?"
หมออวี๋หยิบพู่กันเขียนใบสั่งโอสถ
"ในเมื่อส่งมาให้ข้า ข้าย่อมรักษาเขาได้แน่นอน ต้องขจัดพิษในร่างกายก่อน แล้วค่อยกำจัดไอเย็น หากบำรุงรักษาได้ดี เร็วที่สุดสองปี ร่างกายก็จะเป็ปกติเหมือนคนทั่วไป"
สีหน้าห่าวเหรินผ่อนคลายลงไม่น้อย "รบกวนท่านหมออวี๋ด้วย"
หมออวี๋เปลี่ยนน้ำเสียง "แต่ตอนนี้ยังรักษาไม่ได้ การขจัดพิษยังขาดสมุนไพรอีกหนึ่งชนิด"
ห่าวเหริน "สมุนไพรชนิดใด? ข้าจะไปหาซื้อที่ตีนเขา"
หมออวี๋เอ่ยเสียงแ่ "เห็ดหลินจือพันปี"
ห่าวเหรินนิ่งเงียบ
เห็ดหลินจือนั้นหายาก แม้แต่เห็ดหลินจือร้อยปีในร้านขายโอสถก็ยังหาได้ยาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเห็ดหลินจือพันปีเลย
ต่อให้ที่ไหนมีเห็ดหลินจือพันปี แปดส่วนก็คงถูกส่งเข้าวังเป็เครื่องบรรณาการไปแล้ว
หลายปีก่อน วันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮา เคยมีขุนนางท้องถิ่นถวายเห็ดหลินจือพันปีหนึ่งดอก
ห่าวเหรินเคยเห็นมันมาครั้งหนึ่ง มีรูปร่างเหมือนร่ม ก้านใหญ่และแข็งแรง
"โชคดีที่เขายังอายุน้อย ยังมีเวลาอีกมาก หากรอจนถึงวัยเข้าพิธีสวมกว้าน*[1]แล้วค่อยรักษา ต่อให้เทพเซียนลงมาเองก็ช่วยเขาไม่ได้แล้ว" หมออวี๋กล่าว
"ฮือ... อาเช่อ..."
ซูจือจือวิ่งเข้ามาจากด้านนอกด้วยน้ำตานองหน้า ผมปลิวสยายไปตามแรงวิ่ง
นางวิ่งเหยาะ ๆ มาจากบ้านจนถึงหน้าประตูบ้านหมออวี๋ ได้ยินหมออวี๋สนทนากับท่านพ่อ
นางไม่ได้ยินอะไรอื่น เพียงแต่ได้ยินประโยคที่ว่า 'ต่อให้เทพเซียนมาก็ช่วยไม่ได้แล้ว'
ซูจือจือทรุดตัวลงข้างเตียงของอาเช่อ ใบหน้าน้อย ๆ ที่เคยขาวอมชมพูซีดเผือด น้ำตาไหลรินจากหางตา
"อาเช่อ ข้าจะไม่พาเ้าไปจับปลาอีกแล้ว... ข้า... ข้าไม่รู้ว่าการจับปลาจะทำให้คนตายได้..."
"ข้าทำให้เ้าต้องตาย... ฮือ..."
ซูจือจือร้องไห้เสียงดัง ร่มเห็ดในมือหลุดร่วง กลิ้งไปบนพื้นครึ่งรอบ
ห่าวเหรินไม่ได้พูดอะไร เพียงจ้องมองเห็ดขนากมหึมาที่กลิ้งมาหยุดอยู่ข้างเท้าของตน
ลวดลายเงางามเป็ประกาย หมวกใหญ่ราวกับร่ม
เห็ดดอกนี้ใหญ่กว่าต้นที่เขาเคยเห็นในงานวันคล้ายวันพระราชสมภพของไทเฮาเมื่อหลายปีก่อนเสียอีก
*[1] พิธีสวมกว้าน เป็พิธีสำคัญในวัฒนธรรมจีนโบราณที่จัดขึ้นเพื่อแสดงการบรรลุนิติภาวะของผู้ชาย