หลังจากรออย่างใจเย็นและศึกษาคู่มือนักผจญภัยมาสี่วันในที่สุดเด็กหนุ่มก็ออกมาจากห้องเพื่อเตรียมการสำหรับการเดินทางไกลที่กำลังมาถึง
ในการเดินทางไกลย่อมต้องมีเตรียมการให้พร้อมสรรพไมนาสใช้เวลาซื้อสิ่งจำเป็ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็เสบียงและเครื่องมือในการดำรงชีพที่จำเป็แน่นอนว่าเขามีประสบการณ์จากการดูสารคดีมามากมายที่เกี่ยวกับการเอาชีวิตรอดในป่าจึงรู้อยู่บ้างว่าสิ่งใดมีความจำเป็บ้างสำหรับการเดินทาง
แน่นอนว่าบรรยากาศภายในหมู่บ้านค่อนข้างเงียบเหงากว่าปกติเพราะข่าวการเสียชีวิตของนักผจญภัยถึงสามคนจากสัตว์อสูรในจุดที่ไม่ไกลหมู่บ้านมากนักเขาถึงกับได้ยินมาจากพ่อค้ามาว่าหัวหน้าหมู่บ้านนำทหารยามไปพาตัวฮิวเบิร์ชมาพักอยู่ที่บ้านของตนเพราะความเป็ห่วงเลยทีเดียว
สิ่งนี้ก็ยิ่งทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกอุ่นใจรวมถึงความขอบคุณและนับถือต่อเทรวิสหัวหน้าหมู่บ้านเป็อย่างมาก
ไมนาสใช้เวลาแทบทั้งวันเตรียมทุกสิ่งเกือบจะครบสมบูรณ์แล้วขาดแต่เพียงแผนที่เท่านั้นที่เขาไม่สามารถหาได้จึงคิดว่าคงสามารถหาได้จากร้านไอเทมและยุทธภัณฑ์แน่นอนเขาจึงตรงดิ่งไปยังที่นั่นทันทีเพื่อรับอาวุธที่ตนได้สั่งทำเอาไว้
เมื่อไมนาสเข้ามาในร้านก็พบกับช่างฝีมือราวกับว่ากำลังรอเขาอยู่และไม่เห็นวี่แววของผู้จัดการร้าน
ทันทีที่เห็นนักผจญภัยในชุดที่เพิ่งขายออกไปพร้อมกับกระเป๋าใบเดิมที่ดูบวมเป่งไปด้วยของที่อยู่ภายในช่างตีเหล็กก็จดจำไมนาสได้ในทันที
"โฮ่...มาได้เสียที อาวุธของเ้าเสร็จแล้วเรียบร้อย"ช่างฝีมือร้องทักและยิ้มให้อย่างยินดี
ช่างฝีมือหันไปหยิบดาบและมีดที่อยู่ในฝักอย่างพร้อมทั้งสายคาดเอวที่มีส่วนคล้องติดกับฝักดาบและมีดมาให้เขา
"เ้าคงไม่มีอุปกรณ์สำหรับเก็บของในช่องมิติข้าจึงทำสายคาดเอวไว้ให้เ้าด้วย" ช่างฝีมือพูดออกมาด้วยท่าทีเป็กันเอง
"...ต้องขอบคุณท่านจริงๆ"
ไมนาสที่เห็นว่าดาบและมีดของตนมีพร้อมทั้งฝักและสายคาดเอวทำให้เขารู้สึกถึงความไม่รอบคอบของตัวเองที่ไม่ได้นึกถึงว่าจำเป็ต้องมีของอย่างสายคาดเอวขนาดมีดที่ซื้อไปคราวที่แล้วตนยังต้องหยิบมันออกมาจากกระเป๋าเพื่อใช้งานหากว่าตนไม่มีสายคาดเอวไว้คล้องอาวุธแนบตัวให้พร้อมต่อสู้ตลอดเวลาคงต้องตายอนาจก่อนจะทันชักอาวุธออกมาแน่เมื่อคิดได้ดังนั้นไมนาสก็อยากจะตบกะโหลกตัวเองจริงๆ
ถึงอย่างไรเื่นี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่เขามีประสบการณ์มาก่อนเพราะเขาก็แค่ศึกษาการเอาชีวิตรอดในป่าผ่านทางหน้าจอเท่านั้นไม่ได้มีประสบการณ์ถึงขั้นปฏิบัติจริงแถมจากวิดีโอที่เขาศึกษาโดยส่วนมากก็มักจะนำข้าวของทุกอย่างใส่ใว้ในกระเป๋าไมนาสจึงไม่ได้ตระหนักถึงเื่สายคาดเอวมาก่อนนั่นเอง
"ลองตรวจสอบพวกมันดูว่าเ้าพอใจหรือไม่"ช่างฝีมือกล่าวด้วยสีหน้าคาดหวัง
เมื่อไมนาสชักมีดออกมาจากฝักก็ได้เห็นใบมีดที่มีสีดำทั้งเล่มถึงรูปร่างจะเหมือนกันกับมีดที่หักไปของเขาแต่เขาก็รู้สึกได้ว่ามันมีความปราณีตมากกว่าอย่างเทียบไม่ติดทั้งเหมาะมือและน้ำหนักเบากว่าเล่มเดิมเสียอีก
ส่วนดาบก็ทำให้เขาประทับใจเป็อย่างมากด้วยรูปทรงที่เขาคิดว่าเหมาะสมเป็อย่างยิ่งในการใช้งานทั้งความยาวที่พอเหมาะไม่สั้นไม่ยาวเกินไปขนาดรูปร่างความกว้างของใบดาบที่ถอดแบบมาจากดาบที่เขาเลือกมาเป็ต้นแบบแต่ดูมีความปราณีตและน่าเกรงขามยิ่งกว่าแถมยังน้ำหนักเบาทำให้รู้สึกคล่องมือไม่น้อย ดูแล้วเป็บดาบที่มีประโยชน์รอบด้านสำหรับเขา
"ท่านเป็ช่างฝีมือที่ยอดเยี่ยมจริงๆ"เด็กหนุ่มไม่เชี่ยวชาญเื่ระดับเกรดของไอเทม จึงเอ่ยชมช่างฝีมือออกไปแทน
"ฮ่าๆ...ของมันแน่นอนอยู่แล้วเมื่อเ้าพอใจข้าก็ดีใจมากแล้ว"ช่างฝีมือหัวเราะอย่างชอบใจที่นักผจญภัยตรงหน้ายกย่องชื่นชมตนเองแทนที่จะชื่นชมผลงานที่เขาสร้าง
"ว่าแต่ที่นี่มีแผนที่ขายหรือไม่"ไมนาสรีบถามหาแผนที่ต่อเพื่อหลีกเลี่ยงเื่ราวไม่จำเป็
"หืม...แผนที่!เ้าจะไปจากที่นี่เหรอ?" ช่างฝีมือถามไมนาสกลับพร้อมเหลือบไปมองกระเป๋าใบใหญ่อย่างเข้าใจและแสดงสีหน้าคาดหวังออกมาเล็กน้อย
"ใช่" เด็กหนุ่มตอบออกไป
"ข้าไม่มีแผนที่อื่นนอกจากแผนที่ของพื้นที่เขตปกครองเมืองแรกอรุณหากเ้า้าข้ามีอยู่ชุดหนึ่ง"
"แผนที่เฉพาะพื้นที่เขตปกครอง?"ไมนาสงุนงง
"ถ้าหากเ้าอยากได้แผนที่ที่ใหญ่กว่านี้ก็สามารถหาได้ที่เมืองแรกอรุณ"ช่างฝีมือกล่าวออกไป
"เอาเช่นนั้นก็ได้ถึงอย่างไรเป้าหมายข้าก็คือเมืองแรกอรุณอยู่แล้ว"ไมนาสรีบกล่าวให้ความสนใจในทันที
"งั้นหรอเดี๋ยวข้าจะไปเอามาให้เดี๋ยวนี้" พูดจบช่างฝีมือก็เดินเข้าไปด้านหลังร้านทันที
ไมนาสรู้สึกฉงนเล็กน้อยว่าทำไมต้องไปเอาถึงหลังร้านทั้งๆที่ของอย่างแผนที่ควรจะจัดวางที่หน้าร้านจึงจะเหมาะสมกว่า
ผ่านไปครู่หนึ่งช่างฝีมือจึงเอาแผนที่มาและยื่นให้กับไมนาส
เมื่อรับแผนที่มาเด็ดหนุ่มไม่รีรอที่จะกางมันออกมาดู
สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการเดินทางในพื้นที่ที่ไม่รู้จักนั้นก็คือแผนที่และเขาอยากจะรู้เป็อย่างยิ่งว่าอาณาจักรอรุณเรืองโรจน์นั้นกว้างใหญ่เพียงไหนแต่สิ่งที่อยู่ในมือของเขานั้นกลับเป็เพียงแผนที่ละแวกของเมืองแรกอรุณเท่านั้นเมื่อกางออกดูก็พบว่ามันบ่งบอกเพียงอาณาเขตการปกครองของเมืองแรกอรุณตรงส่วนขอบแสดงเขตรอยต่อรอบด้านที่ติดอยู่กับอาณาเขตของเมืองอื่นๆและทะเลเท่านั้นส่วนใจกลางมีสัญลักษณ์แสดงตำแหน่งที่ตั้งของตัวเมืองและจุดเล็กๆมากมายรอบๆแสดงชื่อของหมู่บ้านและป้อมปราการ รวมถึงภูมิประเทศแบบอยาบๆตรงมุมหนึ่งมีสัญลักษณ์บ่งบอกทิศกำกับอยู่
"ที่นี่มีเข็มทิศขายด้วยหรือไม่"ไมนาสถามหาเข็มทิศอย่างนึกขึ้นได้
"ข้าต้องขอโทษด้วยความจริงแล้วที่นี่ไม่มีเข็มทิศหรือแผนที่ขายหรอกนะแต่ไม่ต้องห่วงไป การจะเดินทางไปเมืองแรกอรุณนั้นไม่ยุ่งยากข้าจะบอกเส้นทางให้ไปถึงได้อย่างสะดวก"ช่างฝีมือยังคงหล่าวด้วยท่าทางเป็กันเอง
เมื่อรู้เช่นนี้ไมนาสยิ่งฉงนหนักกว่าเก่าว่าแผนที่นี้ช่างฝีมือหามาได้ยังไงแต่ก็ยังไม่อยากจะถามอะไรให้มันมากความนัก
ช่างฝีมือก็เริ่มอธิบายถึงเส้นทางที่จะไปถึงเมืองแรกอรุณกับไมนาสซึ่งเป็ทางที่ใช้สัญจรประจำของเหล่าขบวนพ่อค้าและนักผจญภัยซึ่งต้องเดินทางผ่านหมู่บ้านต่างๆก่อนจะถึงเมืองแรกอรุณ
"เ้ายังสามารถขอร่วมเดินทางไปกับขบวนพ่อค้าได้ด้วยเช่นกันเพราะพวกเขาเองก็ยัง้าการคุ้มกันจากนักผจญภัยแต่คงต้องรอหลายวันกว่าที่พวกขบวนพ่อค้าจะออกเดินทาง" ช่างฝีมือกล่าวแนะนำ
แต่ไมนาสไม่สามารถรอได้นานขนาดนั้นเพราะตนก็อยากจะรีบออกเดินทางในขณะที่ยังคงมีเงินมากพอ เพราะหากให้รอต่อไปเงินที่ได้มาคงต้องหมดไปเรื่อยๆเป็แน่และไม่รู้ว่าโอกาสในการหาเงินจะมาถึงตนอีกเมื่อไหร่และเขาเองก็เตรียมพร้อมที่จะออกเดินทางเองคนเดียวอยู่แล้วแต่แรกจึงไม่ได้สนใจคำแนะนำมากนัก
"ราคาค่าแผนที่นี้เท่าไหร่"
เมื่อคิดว่าหมดธุระแล้วเด็กหนุ่มจึงรีบจบบทสนทนาทันที
"เดิมทีมันเป็ของข้าแต่ข้าไม่คิดเงินเ้าหรอก"ช่างฝีมือกล่าวด้วยสิหน้าที่ยากอธิบายเหมือนกับมีบางสิ่งอยากพูดออกมาซึ่งไมนาสเองก็สังเกตเห็นอยู่เหมือนกัน
"เช่นนั้นข้าก็ขอบคุณท่านมากจริงๆ"เด็กหนุ่มกล่าวขอบคุณพร้อมกับหันหลังเตรียมออกจากร้านไป
แต่ในขณะที่มือกำลังจะผลักประตูออกจากร้านไปนั้นไมนาสก็หยุดอยู่ตรงนั้นเหมือนกำลังถอนใจกับตัวเองแล้วหันกลับมาที่ช่างฝีมืออีกครั้ง
"ท่านเหมือนมีอะไรอยากจะพูดกับข้าอยู่นะ?"เด็กหนุ่มถามออกไปในที่สุด การจะให้เขารับแผนที่มาฟรีๆโดยไม่มอบสิ่งใดตอบแทนทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างอธิบายไม่ถูกจริงๆ
"เฮ้อ..."หลังจากมองนักผจญภัยตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ช่างฝีมือถอนหายใจออกมาและเริ่มกล่าวต่อ
"ตอนแรกข้ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะพูดกับเ้าดีหรือไม่แต่เมื่อเ้าเป็คนถามมาเองแบบนี้...ข้าก็จะกล่าวให้เ้าฟังมันเป็ทั้งคำแนะนำและคำขอร้องของข้า"สีหน้าของช่างฝีมือเริ่มเคร่งขรึมมากขึ้น
"..."ไมนาสรอฟังอย่างเงียบงันแต่ภายในใจเริ่มรู้สึกหนักอึ้งอย่างไรตนก็บอกไม่ถูกแต่ก็คุ้นเคยกับมันราวกับว่าได้ย้อนเวลากลับไปคุยกับหัวหน้าแผนกที่กำลังจะมอบหมายงานที่น่าปวดหัวให้เขาไปทำอย่างไรอย่างนั้น
"ข้ามีชื่อว่าเบตันเคยมีสหายสนิทที่เป็ช่างฝีมือด้วยกันชื่อว่าโควาลซึ่งเป็ผู้ที่สร้างชุดที่เ้าใส่อยู่ตอนนี้โควาลเป็ช่างฝีมือมากพร์แม้แต่ข้าก็สู้ไม่ได้ อยู่มาวันหนึ่งลูกสาวคนเดียวของเขาก็หายตัวไปเมื่อพบอีกทีนางก็กลายเป็ศพไปแล้วหลังจากที่ข้าช่วยสืบสาวเื่ราวก็พบว่าคนที่ทำให้นางเป็เช่นนั้นก็คือลูกชายของตระกูลขุนนางพวกมันคือตระกูลไรน์ฮอว์กมีอิทธิพลมากในเมืองแรกอรุณแม้ขนาดพวกข้าไปแจ้งต่อกรมทหารรักษาการของเมือง พวกมันตอบกลับเพียงว่าหลักฐานที่พวกเรามีไม่เพียงพอจะกล่าวหาลูกชายของตระกูลไรน์ฮอว์กได้!"เล่ามาถึงตรงนี้น้ำเสียงและสีหน้าของเบตันยิ่งแสดงความคับแค้นออกมา
ไมนาสที่เห็นดังนั้นก็ได้แต่ฟังโดยไม่กล้าขัดขึ้นมาได้แต่สงสัยว่าเื่ดังกล่าวตนจำเป็จะต้องรู้ด้วยหรือยังไงเพราะฟังแล้วมันก็ไม่น่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาเลยนอกจากชุดที่เขาใส่อยู่
นายช่างเบตันที่เริ่มสงบสติอารมณ์ของตนได้แล้วจึงกล่าวต่อกล่าวต่อ
"ด้วยความคับแค้นใจของโควาลสหายข้าที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยเพื่อแก้แค้นให้ลูกสาวของตนข้าเองก็แค้นเคืองเช่นกัน ถึงอย่างไรข้าก็เอ็นดูนางไม่ต่างจากบุตรสาวของข้าตอนนั้นข้าและโควาลจึงช่วยกันสร้างชุดเกราะที่เพิ่มความสามารถในด้านการลอบสังหารขึ้นมาเพื่อใช้ตอบแทนใครก็ตามที่สามารถลอบสังหารลูกชายของตระกูลไรน์ฮอว์กได้แต่ด้วยความเคียดแค้นของโควาลเขาทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็จเหนื่อย ไม่ยอมพักผ่อนหรือดื่มกินอะไรจนกว่างานจะเสร็จข้าจึงไม่ได้มีส่วนช่วยมากนัก แต่เมื่อผลงานที่ออกมาก็ทำให้เขาผิดหวังอย่างมากด้วยความทุ่มเทกับผลงานไปทั้งหมดของโควาลกลับได้เพียงชุดเกราะต้องสาปนี่กลับมาแทนคุณภาพก็ไม่ต่างอะไรกับของทั่วไปและไม่สามารถหาคนที่มีคุณสมบัติใส่มันได้จึงทำให้โควาลตรอมใจตายในที่สุด"สีหน้าของเบตันมีความเศร้าปรากฎออกมาในที่สุดขณะรำลึกถึงสหายที่จากไปและมองมาที่ไมนาสอย่างมีความหวัง
"ที่ข้าเล่ามาถึงตรงนี้เ้าคงพอนึกออกแล้วสินะนี่ก็คือเงื่อนไขในการปลดผนึกความสามาถที่แท้จริงของชุดเกราะที่เ้าสวมอยู่หากเ้าสามารถสังหารลูกชายของขุนนางตระกูลไรน์ฮอล์กความสามารถที่แท้จริงของชุดเกราะจะเปิดเผยออกมาและทำให้เ้าแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีกทั้งหมดนี้คือคำแนะนำและคำขอร้องจากข้า..."ทันทีที่กล่าวจบสีหน้าของเบตันดูดีขึ้นที่ได้ระบายสิ่งที่อึดอัดอยู่ในจิตใจของตนมาช้านาน
"..." ไมนาสได้แต่อึ้งกิมกี่เื่ราวทั้งหมดที่นายช่างเบตันเล่ามาสุดท้ายแล้ว เหมือนกำลังจะให้เขาไปฆ่าคนแถมจากที่ฟังมาคนผู้นั้นยังเป็ผู้มีอิทธิพลแม้แต่กองทหารรักษาการก็ไม่กล้าแตะต้องแล้วตนจะเอาปัญญาที่ไหนไปจัดการ ยิ่งเป็การฆ่าคนด้วยยิ่งแล้วใหญ่
"ข้าไม่สามารถรับปากได้หรอกนะว่าจะจัดการเื่นี้ให้ท่านได้"ไมนาสรีบกล่าวเป็เชิงปฏิเสธอย่างไม่ต้องคิด
"ข้าไม่ได้บังคับให้เ้าไปทำเสียหน่อยเพียงแค่บอกให้เ้ารับรู้เอาไว้แต่ข้าขอร้องเ้าหากมีโอกาสลงมือก็อย่าให้เสียเปล่า"เบตันยังคงพูดกับไมนาสอย่างคาดหวัง
"คำพูดของท่านข้าจะเก็บคิดดูเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน" ไมนาสไม่อยากจะโต้แย้งอะไรอีกได้แต่กล่าวแบ่งรับแบ่งสู้หวังที่จะออกไปจากสถานการณ์น่าอึดอัดทันที
"ขอให้เ้าโชคดี"เบตันกล่าวอวยพรให้นักผจญภัยตรงหน้าและหวังว่าสักวันเขาจะทำให้เป้าหมายของตนเป็จริงในไม่ช้า
แต่ไมนาสกลับไม่คิดเช่นนั้นเขามีความรู้สึกเหมือนกับตนเองเป็พลทหารที่หลังจากนายพลกล่าวแผนการรบแล้วอรพรให้เหล่าโชคดีก่อนส่งพวกเขาเข้าสนามรบอย่างไรอย่างนั้นจะมีความโชคดีอะไรรอเขาอยู่ในสนามรบอยู่อีกนอกจากชีวิตที่รอดออกมาได้พร้อมกับร่างกายครบส่วนมีเพียงระดับเ้าใหญ่นายโตเท่านั้นที่หากโชคดีเหล่าทหารที่ตนส่งไปนั้นชนะในสมรภูมิก็รับหน้าไปเต็มๆทั้งลาภยศและคำสรรเสริญ
ไมนาสไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้เพราะไม่ใช่เื่ของตนและต้องคอยเตือนตัวเองว่าอย่าไปยุ่งกับเื่ที่ไม่ควร เพราะมันมีแต่จะสร้างเื่น่าปวดหัวมาสู่ตนเอง
เมื่อไม่มีอะไรให้ค้างคาไมนาสก็ออกจากร้านไปในที่สุดและตรงกลับไปยังห้องพักทันทีเพื่อเตรียมออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า
"ข้าคงช่วยเ้าได้เพียงแค่นี้แล้วโควาลสหายข้า"เบตันกล่าวกับตนเองและถอนหายใจออกมา