นายก็ระวังด้วยนะ ท่านหมอเตือนให้ระวังแผลที่ผ่าตัดด้วย
มานพ :ตอนนี้ข้ารู้สึกสบายมาก จากที่ได้ลองทดสอบฝีมือกับไอ้เพิ่ม ลมปราณ ใช้ได้ดั่งใจนึก แขนขาและเอวควบคุมพลิกแพลงได้ดีกว่าเมื่อก่อน เพลงดาบบรรลุกระบวนท่าล่าสุดที่ฝึกได้
ผู้เอ่ยทักคือ นายป้อม : ผู้ลวงทั้ง2คนมายังค่ายโจร แต่นายก็ระวังนิดนึงแล้วกับ ที่หมอก็เตือนก่อนแล้ว
ป้อม : เื่คณะพ่อค้า พวกแก2คนไม่ต้องกังวล นายท่านสั่งไว้ให้จัดการเื่พวกแกก่อนแล้วค่อยฆ่าพวกนั้นทิ้ง มานพ :พลิกดาบ ผสานลมปราณเกิดเป็ลมหมุนล้อมตัวศรันย์บดบังการมองเห็น
ดาบผสานปราณเพิ่มความคมให้กับดาบ แทงใส่ศรันย์ 3ครั้ง2ดาบแรก เสียงแหวกอากาศดังชัดก่อนถึงตัวศรันย์ จากนั้นเกิดเสียงดังสนั่นจากดาบมาฬทมิฬที่ปะทะปัดป้อง
ดาบที่3แม้ถูกปัดป้องได้ แต่ปราณที่แฝงมากลับพุ่งผ่านแทงใส่ศรันย์ เข้าที่หน้าอกลึกประมาณ1นิ้ว ก่อนปราณจะสลายด้วยเวทย์ที่เพิ่มร่ายป้องกันไว้ก่อนหน้านี้
เืไหลกระฉูดหนึ่งครั้ง ก่อนหยุดด้วยเวทย์ฟื้นฟูจากเพิ่มที่ผสานาแจากภายนอก ศรันย์ขัดใจตัวเองที่ประมาทจนได้รับาเ็ ใจนึกนี่มันฝึกได้ถึงขั้นของสมาเมื่อเกือบ2ปีก่อนแล้วรึ แต่ปราณยัไม่สูงส่งเท่า
หากเมื่อกี้ถ้าเราใช้สายฟ้าทมิฬ โต้ตอบมันก่อนดาบที่3ก็น่าจะทัน
มานพควงดาบเป็วงกลมสลับซ้ายขวา เกิดเป็ลมหมุนแหวกพื้นเห็นเป็กงล้อ พร้อมสบัดพลังไปยังศรันย์ เกิดเป็กงจักรลมหมุน ศรันย์ใช้ท่าเคลื่อนไหวความเร็ว สายฟ้าทมิฬ เพื่อหลบการโจมที่รวดเร็ว ผลคือปรารณกงจักร พุ่งใส่อาคารอิฐ แตกกระจายเหมือนกระถาง บ่งบอกถึงพลังโจมตีที่รุนแรงมาก ศรันย์ประเมินพลังของมานพเปรียบเทียบกับฝีมือครั้งล่าสุด ที่สูงส่งกว่าเดิมมาก จึงทำให้เกิดความสงสัย ว่าเพียงแค่ไม่กี่วัน ทำไมพลังฝีมือถึงเพิ่มมากกว่าเดิมขนาดนี้ ศรันย์ ใช้ท่าสายฟ้าทมิฬ เพื่อเคลื่อนไหวเพิ่มความเร็วและแรงโจมตีมากกว่าเดิม พุ่งใส่มานพ
ดาบมารทมิฬ ฟาดใส่ร่างมานพส่วนที่สวมเกราะ ทำให้คมดาบไม่อาจทำร้ายร่างกายได้โดยตรง
ซึ่งศรันย์ก็ทราบผลอยู่ก่อนแล้วแต่้าทดลองอะไรบางอย่างที่คิดไว้ ด้วยวิชาสมาธิทมิฬ พิชิตปฐี ผลคือแม้ดาบไม่อาจฟันเข้าได้ แต่แรงกระแทกจากดาบทำให้ร่างกายภายในรับแรงะเืจนาเ็ภายในเช่นกัน ซึ่งวิธีนี้ศรันย์เคยใช้กับมอนสเตอร์ปูั์ ที่มีกระดองเหมือนเกราะแข็งมาก ซึ่งในพลังของศรันย์ เมื่อครั้งนั้นไม่มากพอที่จะใช้ลมปราณเสริมคมดาบได้
มานพรู้สึกกระอักกระอ่วนคลื่นไส้จากแรงปะทะสะสมที่ถ่ายทอดจากเกราะเข้าสู่ร่างกาย แต่นั่นเป็เพียงส่วนหนึ่งในแผนของศรันย์ เพราะตอนนี้เค้าเห็นจุดแตกของเสื้อเกราะบริเวณชายโครงที่กำลังแตกร้าวเล็กๆ ปราณสีดำแดงถูกเร่งเคลื่อนเข้าสู่ดาบมารทมิฬ จากนั้นก็พุ่งเช้าใส่ด้วยความเร็วสูงจากท่าสายฟ้าทมิฬ มานพ เหมือนจะรู้เป้าหมายการโจมตีจึงเตรียมยกดาบขึ้นมาป้องกันแต่ความเร็วไม่เท่าศรันย์ เมื่อดาบมารสายฟ้าทมิฬ ฟาดฟันใส่รอยร้าวที่เกราะอย่างจัง เกราะขาดตามรอยดาบจุดยึดด้านหลังเกราะ เป็ลักษณะขึงตึง ทำให้เกราะ แตกหักโดยถูกดึงรั้งไปข้่งหลังจากรอยแตกขาดด้วยพลังดาบ
ศรันย์ ยั้งคมดาบไม่ให้ตัดร่างมานพ ตามคำสั่งของอาจารย์ เื่ห้ามฆ่าพวกกกองกำลังปราบมาร แต่ปรารณยังคงหลงเหลือ ฟาดใส่ชายโครงมานพ ในตำแหน่างเดิมที่เคยได้รับาเ็ มานพตัวลอยตามแรงปราณ เมื่อเกราะบนร่างแตกออกรวมทั้งเสื้อผ้าที่ถูกเผาไปก่อนหน้านี้ เผยให้เห็นท่อนบนที่เปลือยเปล่า ร่างกายที่กำยำด้วยมัดกล้าม มีจุดที่แตกต่างออกไปคือชายโครงที่เคยแตกร้าวเมื่อ5 วันก่อน
ตอนนี้มีสิ่งแปลกปลอม ลักษณะคล้ายปลิงเกาะอยู่ที่ชายโครง โดยมีส่วนที่ยื่นออกมาจากตัวขอวันคล้ายขา ประมาณ 8 ข้าง ยึดฝังเข้าร่่างกายมานพ จากการโจมตีเมื่อครู่ทำให้บริเวรตัวของปลิงมีขาตัวนี้ มีของเหลวไหลออกมาสีม่วงสะท้อนแสง หยดเป็ทางอยู่พักนึง ก่อนที่แผลจะหาย ทั้งมานพยังลุกขึ้นมาพร้อมความกระปรี้กระเปร่าพุ่งตัวเข้าหาศรันย์
พร้อมคมดาบส่องแสงประกาย แทงเข้ากลางหน้าศรันย์ แต่พลาด ศรันย์ เบี่ยงหัวหลบอย่างหวุดหวิด มือข้าวงที่กำดาบไว้เปลี่ยนการโจมตีเป็การชกแบสวนกลับเข้าที่ปลายคางมานพ จนตัวลอยตามแรงหมัด ฟันหน้าที่ผุแตกอยู่แล้ว ตอนนี้หลุดแจกแรงกระแทกของฟันล่างเืไหลกลบปาก ร่วงลงไปนอนสลบ
สิ่งที่เหมือนปลิง คลืบคลานหลุดออกตัวมานพทันทีที่มานพสลบ ทำท่าจะคลานหลบหนี ป้อมะโมาเหยียบที่กลางหลังปลิงแน่นจนขยับไม่ได้ จากก็ใช้ท่อนไม้เสียบทะลุตัวปลิงและจับหงายขึ้นปักคาไว้กับดิน
เพื่อนๆ 3คนที่เหลือช่วยกันลากพยุงมานพ มาไว้ข้างกำแพงผนังบ้านเก่า
ป้อมแสดง ท่าทีให้ทั้ง3หยิบปลิงที่เสียบไม้ไว้นำไปเก็บด้วย ไอ้หนูแกร้ายกาจมาก ไม่คิดเลย ว่าวิชาของเฒ่ามารไร้ปฐี จะร้ายจาจขนาดนี้ ไม่น่าท่านผู้นั้นถึงยอมไปกราบเป็ศิษย์หลายครั้ง
ป้อม: แต่ท่านก็สงสัยเลยอยากเจอแกเองเหมือนกัน ทั่งที่ปฎิเสธท่าน แต่ทำไมกลับรับแกเป็ศิษย์ ขนาดมานพ ได้ผสานกันปลิงเืม่วงแบ้ว ร่างกานฟื้นฟูและพลังเพิ่มพูนก็ยังสู้แกไม่ได้
3คนนั่นรุมแก แต่กลับเป็การแสดงเพลงดาบให้แกแก้ไขกระบวนท่าซะอย่างนั้น พร์แกนี่น่าทึ่งจริงๆ ฝึกดาบแค่ไม่กี่ปี แต่กบับมีวรยุทธเหนือกว่าคนที่ฝึกมามากกว่าเป็10ปี
เพิ่ม : ถาม แกหน่อยนะ ป้อม อะไรคือปลิงเืม่วง
ป้อม: สิ่งนั้นคือมอนเตอร์ที่ท่านหมอคงเดชของเราพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาเพื่อใช้ในการถอนพิษและรักษาโรค แต่ผลที่ได้กลับเหนือกว่าที่เป้าหมายไว้ เพระเมื่อผสานการทดลองแค่้าถอนพิษจากบาดแปลแต่มันกับเกาะแน่นกับร่าวผู้ป่วยทั้งฟื้นฟูร่างกายถอนพิษร้ายทั้งพิษไข้ต่างๆ ร่างกายสมบูรณ์แข็งขึ้นมาทันที ทั้งยังเสริมพลังอย่างไม่น่าเชื่อ อีกด้วย มานพจึงที่าเ็จึงหายเร็วทั้งยังมีพลัเพิ่มพูนอย่างที่เห็นไงล่ะ
เพิ่ม :พวกแกคงไม่ได้ออกปล้นเพราะแค่ต้องทรัพสินแน่ และที่สำคัญทำไมคนของกอสกำลัวปราบมารกบับกลายเป็โจรร้ายไปได้
เพิ่ม : พวกแกทั้ง4คนฝีมือสูงส่ง อีกไม่นานกองกำลังปราบมารก็ถอนกำลังออกจากหมู่บ้านแห่งเหล็กคงไปมีตำแหน่งสำคัญตามเมืองต่างๆแน่
ป้อม: ก็คงอย่างงั้นน ถ้าั้แ่เริ่มทั้ง4คนนี้มีอุดมการณ์ทำเพื่อกองกำลังปราบมารและอาณาจักรของาาอิสสระ
คงต้องใช้คำว่าพวกเรามีภาระกิจที่สำคัญอยู่ซึงพวกแกคงไม่เข้าใจ
ศรันย์ : ข้าขอเดาว่านายใหญ่ของพวกแกก็คือ สมาแน่นอนจุดประสงค์ที่มันอยากเป็ศิษย์ของอาจารย์ข้าก็ พอรู้อยู่บ้าง ท่านไม่ห้ามแต่ไม่สนับสนุนการกระทำของมัน จึงไม่รับมันเป็ศิษย์ เพราะท่านคาดไว้ว่ามันคงสร้างความเดือดให้คนอื่นอีกมากจากเป้าหมายที่ทำมุ่งทำอยู่ แต่หากสิ่งที่มันทำเกินเลยขนาดนี้ เื่ที่ท่านเคยห้ามข้าไว้ก็คงต้องยกเลิกไป
ป้อม: เหมือนนายจะมั่นใจในตัวเองมากเลยนะ ข้าก็อยากรู้ว่าเพลงดาบมารทิมฬไร้พ่าย ที่ล่ำลือกันและเป็วิชาที่ใครๆก็อยากเรียนอยากฝึก จะเหนือกว่าเพลงดาบวาตะอาณาจักรนภาที่ข้าฝึกมารึเปล่า ข้าคงต้องแสดงให้เห็นความห่างในการฝึกดาบ 10 ปีกับแค่2 ปีกว่าๆว่ามันต่างกันแค่ไหน
ป้อม: เพลงดาบธาตุลมของกองกำลังปราบมารเกิดจากการดัดแปลงเพลงดาบวาตะอาณาจักรนภาโดยสุดยอดนแม่ทัพแห่งอาณาจักรนภเป็ผู้คิดคิดค้นและร่วมดัดแปลงให้หลังจากเข้าร่วมกองกำลังปราบมารของาาอิสสระ จนผู้คนต่างลืมเลือนว่ามีเพลงดาบชุดนี้นี้อยู่
ท่านปกรณ์ ถ้ายังไงให้พวกข้าแก้ตัวได้ไหม จิตรภักดิ์ 1ใน 4 นายสิบกล่าวกับ ปกรณ์ผู้ที่ศรันย์กับเพิ่มเข้าใจมาตลอดว่าชื่อป้อม
ปกรณ์ : พอเถอะ เท่าที่ดูไอ้หนูนี่มันแก้เพลงดาบของพวกนายได้พร้อมๆกันที่3คน แวดงว่ามันสังเกตุออกแล้วว่าแคแต่ละคนมีจุดอ่อนที่ไหน มันถึงได้พลิกกระบวนท่าจากตั้งรับเป็ฝ่ายรุกได้ ถ้าพวกนายได้ฝึกเคล็ดที่แท้จริงก่อนดัดแปลงก็คงได้ผลเป็อีกย่างแน่
ปกรณ์ : ข้าก็อยากขอลองวิชาที่ท่านผู้นั่นเคยพูดยกย่องหลายครั้งกับตัวเองซักหน่อย
ศรันย์ตั้งท่าอย่างมั่งคง ปราณสีดำแดงเปล่งล้อมรอบตัวชายหนุ่ม ชัดเจนกว่าทุกครั้งั้แ่เริ่มศึกครั้งนี้
ท่าที่1 ลมร้อนต้นฝน ดาบฟันออกอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องเหมือนลมกรรโชกก่อนฝนตก เล็งเข้าศีรษะหวังสังหารในดาบเดียว
ศรันย์รู้สึกชาวูบที่ปลายหางคิ้ว จากแรงฟาดอัดอากาศของดาบ ที่ตนนั้นหลบได้อย่างหวุดหวิด เกิดรอยแผลปริที่หางคิ้วซ้ายเล็ก
ดาบสีดำถูกฟาดย้อนขึ้นจากจังหวะที่ก้มหลบ พลังปราณสีดำแดงเปลี่ยนเป็ความเร็วในการหลบและโจมตีจนเห็นเป็ร่องรอยปราณ
ปกรณ์หลบดาบที่ฟาดย้อนขึ้นได้ด้วยความเร็วสูง แต่ปราณดาบที่ปลายคมยังคงกรีดผ่านเสื้อเกราะเสียงดังแสบแก้วหูแต่ไม้อาจทำอันตรายปกณ์
ดาบที่ฟันพลาด ของศรันย์ก็ฟันฟาดลงมาซ้ำทันที2ดาบ ปกรณ์เกร็งพลังปราณรับด้วยดาบได้ทั้งหมดจากท่ายืนต้องทรุดตัวตามแรงดาบเป็ท่าคุกเข่าแทน พร้อมฟาดดาบเป็แนวขวางกลางลำตัวใส่ศรันย์ครั้งนี้ศรันย์ต้องเกร็งพลังรับดาบ พร้อมสร้างแรงกระจายเพื่อลดพลังการโจมตี แต่แรงกรแทกจากดาบ แทบทำให้ดาบหลุดมือ ปกรณ์ผสนปราณวายุทำให้ศรันย์แทบเสียการทรงตัว
ปกรณ์เดินพลังปราณ เพลงดาบวาตะอาณาจักรนภา ท่าที่2 พายุงวงช้าง พลังลมก่อเกิดล้อรอบศัตรู บดบังการมองเห็นพร้อมเศษหินหมุนบาดร่างกาย
ศรันย์ ตอนนี้ได้แต่ตั้งท่าป้องกันด้วยมรสุมมาร-ทมิฬ ทั้งเศษหิน กิ่งไม้ ใบไม้ หมุนล้อมตัวศรันย์ แต่ถูกสกัดด้วยปราณมรสุมมาร-ทมิฬสีดำแดง
ปกรณ์ดูได้เปรียบด้วยท่าไม้ตายถึงไม่อาจเอาชีวิตศรันย์ ได้ทันที แต่การที่บุกโดยที่อีกฝ่ายไม่อาจตอบโต้ได้นั้น ก็จะดูเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทั้ง3นายสิบ เฝ้ามองความต่างชั้น ในการใช้กระบวนท่าด้วยความปลื้มใจและมีความหวังในการฝึกวิชา ว่าพวกตนก็น่าจะมีฝีมือระดับนี้ได้ในไม่ช้า
ศรันย์ ประเมินฝีมือด้วยจิตรสมาธิทมิฬ พิชิตปฐี เมือพลังพายุงวงช้าง สิ้นสุด ก็เคลื่อนไหวด้วย มารสายฟ้าทมิฬ พุ่งใส่ปกรณ์ ดาบสีดำเล็งที่ลำคอ แต่ด้วยคสามเร็วของปกรณ์ ก็สามารถสกัดได้ทันก่อนเสียบเข้าลำคอประมาณ 4นิ้ว
ศรันย์ รับแรงสกัดจากดาบเปลี่ยนเป็แรงเหวี่ยงหมุนตัวถีบใส่เข้าหน้าอกปกรณ์ อย่างจัง แม้ไม่อาจทำให้าเ็ แต่ก็สร้างจังหวะได้เปรียบกับ
ศรันย์ อาศัยแรงเหวียงสะท้อนจากการถีบหมุนตัวอีกครั้ง ออกดาบด้วยท่า ทมิฬผ่าพิภพ ที่เพิ่งได้รับการถ่ายทอดจากทรนงเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ฝึกซ้อมใช้จนชำนาญในระยะประชิดยากจะหลบหลีกหรือป้องกันได้ทัน ปราณดาบสีดำแดง ก่อเกิดเป็ดาบั์ พุ่งใส่ร่างปกรณ์ บริเวณเสื้อเกราะอย่างจัง เกราะวิเศษที่แข็งแกร่างกว่าของทั้ง 4 นายสิบถูกผ่าแยกเป็ 2 เสี่ยง ปราณดาบบางส่วนสลายไปบ้าง แต่ยังมีบางส่วน สับเข้าร่างเนื้อปกรณ์ แต่ด้วยปราณเกราะอันสูงส่งของปกรณ์ ก็ป้องกันพลังปราณดาบได้โดยไม่ถึงกับชีวิต เกิดเป็าแบางๆ พอมีเืซึมจากไหล่ขวา เฉียงยาวพาดมาถึงหน้าท้อง ปกรณ์เมื่อพอทรงตัวและตั้งสติกลับมาได้ก็ตั้งหลักถอยห่างจากศรันย์ ประมาณ 10เมตร
ศรันย์ ไม่เข้าซ้ำเพียงตวัดปลายดาบไปยังทั้ง4 นาย10 ที่ตอนนี้เหลือ 3คน เฝ้ามองการต่อสู้ เหมือนเตรียมตัวจะเข้ารุมตน เป็การเตือนว่า เกราะที่สวมใส่กันนั้น ไม่อาจต้านเพลงดาบมารทมิฬ ของตนได้ ทั้ง3ในหายวูบกับอานุภาพเพลงดาบมารทมิฬ
สร้างความรู้สึกโล่งใจแก่เพิ่มที่เป็ห่วงและกำลังเตรียมเข้าช่วยศรันย์ อยู่ ด้วยศิลาเวทย์เพลิงที่เตรียมไว้ใช้
ปกรณ์ : ปราณดาบสูงส่งมาก ไม่น่าเชื่อว่านายจะฝึกมาแค่ 2 ปีกว่า รู็สึกได้เหมือนระดับ 7 ดาบอัศจรรย์ ขนาดปราณเกราะวาตะอาณาจักรนภา ยังต้านปราณดาบที่หลงเหลือไม่ได้ 100% เลย ถึงข้าจะยังไม้ได้ใช้เพลงดาบทั้งหมด แต่ถ้านับจากการประลองแล้งถือว่าข้าแพ้อย่างสิ้นเชิง ถ้าไม่มีเกราะฟ้าวายุคุ้มกาย ข้าคงตายไปแล้ว
ศรันย์ : นายนี่เป็ลูกผู้ชายกว่าไอ้ 4 คนนี่เยอะเลยนะ แพ้ก็ยอมรับ ไม่งอแงเหมือนเด็ก ความจริงก็อยากจะถามเหตุผลกับนายนะ แต่ว่าขอถามอีกคนที่ซุ่มดูอยู่จะดีกว่า
ปกรณ์ : ว่ายังไงดีนายท่าน ให้ข้าลุยต่อไหม
ลมหมุนพุ่งจากบ้านเก่าๆหลังคาไม้พังทะลุด้านข้างระหว่างศรันย์กับปกรณ์ มาหยุดที่กึ่งกลางทั้งคู่ เมื่อลมฝุ่นสลาย
เผยให้เห็นร่่างของชายอายุประมาณ 30 กว่าปี ร่างสูงใหญ่ประมาณ 180 เิเ คิ้วบาง หน้าตาคมสัน ดูสำอาง เหมือนลูกหลานชนชั้นขุนนางในเมือง ไม่เหมือนนักรบ ยกเว้น มัดกล้ามที่ดูแข็งแกร่งเหมือนเหล็กพร้อมรอยแผลเป็ตามส่วนที่ไม่มีเสื้อผ้าปกปิด เช่นท่อนแขน และส่วนมือ ไม่ว่าจะหลังมือหรือนิ้วมือ บ่งบอกถึงประสบการณ์ในการต่อสู้อย่างโชกโชนแทบทิ้งชีิวิต
สวมเสื้อเกราะสีฟ้าเขียว ประดับอัญมณีวิเศษบริเวณอก 3 เม็ด สวมเสืิ้อสีเฟ้าทับเสื้อเกราะ ที่สวมใส่สร้อยคอเป็เหรียญตราสัญลักษณ์ธาตุลม ข้างตัวพกดาบวิเศษเขี้ยววายุ มีผ้าคลุมสีดำเงาคลุมร่าง ป้องกันเวทย์ได้พอสมควร รองเท้า ปลายหุ้มเหล็ก ส้นเหล็กหนา โดยรวมเป็ชายที่ดูสง่า น่าเกรงขาม ดูมีบารมีแตกต่างจากพรรคพวกทั้ง 5 คนที่เจอมา
ศรันย์ : ว่าแล้วต้องเป็นายแน่ๆ นายกองสมา ที่ต้องเป็หัวหน้าทั้งหมดนี่
เพิ่ม : แล้วพวกคณะพ่อค้านายจับพวกนั้นไว้ที่ไหนสมา
สมา : นายเพิ่ม ข้าว่าห่วงเื่จะเกิดต่อจากนี้กว่า คนพวกนั้น ตอนนี้ก็ยังปลอดภัยอยู่ในคุกข้างปราสาทเก่า หลับสบายกันด้วยเวทย์หมอกนิทรา ส่วนไอ้เด็กร้านอาหารตามสั่ง แกนี่มันเหนือความคาดหมายจริงๆ พอเข้าใจแล้วว่าทำไมตาเฒ่านั่นถึงเลือกแกเป็ลูกศิษย์