ผู้เล่น เทลลเลอร์ 960 คะแนน
นี่คือตัวเลขที่โชว์บอกคะแนนล่าสุดของเทลเลอร์ ที่อยู่บริเวณมุมจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ ซึ่งกำลังถ่ายทอดสดการแข่งขันของเขา ให้ได้ปรากฏต่อสายตาผู้เล่นที่นั่งดูอยู่บนอัศจรรย์ในตอนนี้ และแม้มันจะหนึ่งในหลาย ๆ หน้าจอที่ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ แต่มันก็กลับเป็นที่สนใจของผู้ชม เพราะผู้เข้าร่วมแข่งขันอย่างเทลเลอร์เป็นถึงอันดับที่ 5 ในปัจจุบัน ก็ย่อมเป็นที่จับตามองเป็นธรรมดา กระนั้นเจ้าตัวเองกลับไม่ได้สนใจเรื่องคะแนนเลย ในภาพที่กำลังฉายอยู่นั้นเขากำลังขบกรามแน่น ไม่ใช่เพราะว่าคะแนนที่ลดลง แต่เป็นเพราะเขาสร้างความเสียหายให้ฝ่ายตรงข้ามได้ไม่มากต่างหาก ทั้ง ๆ ที่เวลามันผ่านไปตั้ง 30กว่านาทีแล้ว แต่ก็นั่นแหละตั้งแต่ต้นเทลเลอร์ยังไม่ได้ใช้ทักษะมังกรคลั่งเลย เพียงแต่ใช้แค่ทักษะประจำอาชีพดาบบวกกับทักษะเพลงดาบระบำหงส์ก็แค่นั้น เพราะคิดว่าผู้เล่นคนที่เขากำลังสู้อยู่นี้คงจะชนะได้ไม่ยาก เนื่องจากเห็นเป็นเด็กอายุ 14 ปี แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าเด็กอายุ 14 ปีที่มีอาชีพนินจาคนนี้จะมีฝีมือ
“ฟู่!”
จู่ ๆ เทลเลอร์ก็ผ่อนลมหายใจออก เขาค่อย ๆ คลายฟันที่ขมกันแน่นก่อนจะฉีกยิ้มที่มุมปาก เขาผิดเองนั่นแหละที่ดูถูกคู่ต่อสู้จนเกินไป โดยลืมนึกไปว่าพวกที่ผ่านเข้ามาในรอบที่ 2 ได้นั้นคือพวกหัวกะทิทั้งนั้น เพราะถ้าสามารถสู้ผ่านคนเป็นร้อยภายในห้องคัดเลือกตอนรอบแรกมาได้ก็คงจะต้องมีฝีมืออยู่บ้างแน่ ๆ
“ผมผิดหวังในตัวพี่นะ อันดับ 5 มีฝีมือแค่นี้เองเหรอ” น้ำเสียงที่ดูถูกแบบเด็ก ๆ ที่ฝ่ายตรงข้างพูดออกมานั้นทำให้ร่างของเทลเลอร์กระตุกเล็กน้อย แต่เขาก็ยังไม่แสดงอาการใดออกผ่านทางสีหน้า
“ทำไมไม่ใช้ทักษะมังกรคลั่ง” อีกครั้งที่ฝ่ายตรงข้ามถาม หากแต่เทลเลอร์แค่ส่งเสียงในลำคอเบาๆ ก่อนจะพูดออกมา
“ไม่จำเป็นหรอก” คู่ต่อสู้เอียงหน้าแปลกใจเล็กน้อยที่ฝ่ายตรงข้ามยังมั่นใจในตัวเองอยู่ ทั่ง ๆ ที่ผ่านมาคะแนนของตัวเองกลับลดลงไปมากกว่าของฝ่ายตรงข้ามแท้ๆ
“ถึงตาที่ต้องใช้เพลงดาบนั่นสินะ”
ราวกับเป็นการบอกให้ตัวเองฟัง ซึ่งความจริงที่เขาไม่ยอมใช้ทักษะมังกรคลั่งตั้งแต่ต้นนั้น ไม่ใช่เพราะเห็นคู่ต่อสู้เป็นเด็กอย่างเดียวหรอก แต่เป็นเพราะเขาต้องการทดสอบตัวเองด้วยต่างหาก ว่าถ้าไม่มีทักษะนี้แล้วเขายังจะเหนือผู้เล่นคนอื่นอยู่หรือเปล่า และในเวลานี้เทลเลอร์คิดว่าเขาต้องใช้ทักษะเพลงดาบที่ได้มาใหม่พิสูจน์มันแล้ว
วูบ!
การเคลื่อนไหวของพลังออร่าในตัวเทลเลอร์เริ่มเปลี่ยนไป มันทั้งคงที่และสม่ำเสมอยิ่งขึ้น ซึ่งคู่ต่อสู้ที่อยู่เบื้องหน้าก็จับได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ได้ จนต้องหรี่ตาลงช้า ๆ เพื่อระวังตัว ไม่แน่ว่าเทลเลอร์อาจมีอะไรซ่อนอยู่ก็ได้ที่ยังไม่เผยออกมา เพราะขึ้นชื่อเป็นอันดับที่ 5 แล้วคงต้องไม่หมดมุขต่อสู้แค่นี้แน่ ๆ
“คะแนนเหลือน้อยแล้ว” เทลเลอร์เปรยเบา ๆ แล้วมองคู่ต่อสู้ที่มีวัยแค่14 ปีด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป “ขอโทษที่ให้รอ แต่ยังไงพี่ก็จะเอาชนะน้องโดยไม่ใช้ทักษะมังกรคลั่ง”
พูดจบมือขวาที่กำดาบนรกานต์อยู่ก็ค่อยๆ วาดออกข้างตัวช้า ๆ พร้อมกับปล่อยพลังออร่าลงสู่ดาบอย่างเป็นจังหวะ และชั่วพริบตานั้นเอง ร่างของเทลเลอร์ก็ทะยานพุ่งเข้าหาฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็วทันที
ฟุบ!
ทักษะเพลงดาบภูผาทมิฬ สะบั้นเขาร้อยลูก
เทลเลอร์ตวัดดาบฟาดไปในแนวขวางส่งปราณดาบขนาดใหญ่นับสิบเล่มให้พุ่งม้วนตัวขึ้นสู่อากาศ แล้วฟาดลงจุดที่คู่ต่อสู้ยืนตะลึงค้างอยู่อย่างรุนแรง
ทักษะมายาสุริยะ โล่กำบังพันกร
ฝ่ายตรงข้ามเรียกสติกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเรียกใช้ทักษะสร้างแขนและมือนับพัน ให้พุ่งออกจากหลังของตัวเอง จากนั้นแขนทั้งหลายก็ยืดยาวแล้วโอบล้อมร่างผู้ใช้จนมิด ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่ปราณดาบนับสิบเล่มของเทลเลอร์ฟาดลงพอดี
ตูม!
แขนเหล่านั้นขาดกระจุยกระจายทันทีที่เกิดการปะทะกัน นั่นก็หมายความว่าพลังโจมตีของทักษะดาบอันใหม่ที่เทลเลอร์ได้รับมานั้น สูงกว่าทักษะป้องกันของคู่ต่อสู้ หากแต่เขาก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อพบว่าร่างของผู้เล่นเด็กอายุ14 ปี ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว
“น่าสนใจนี่ครับ ทำไมไม่ใช้ทักษะนี้แต่แรกล่ะ”
ทักษะมายาสุริยะ เปลวไฟปะทุ
เสียงของคู่ต่อสู้ดังขึ้นเบื้องหลังของเทลเลอร์ พร้อมกับการโจมตีที่ไม่คาดถึง โดยการส่งเปลวไฟสีแดงจ้าให้ม้วนตัวเป็นเกลียวแล้วพุ่งเข้าหาร่างของเทลเลอร์ แต่กระนั้นเขาก็ยังฉากหลบด้วยสัญชาตญาณได้ พร้อมกับสวนโจมตีกลับทันทีโดนไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามตั้งตัว
ทักษะเพลงดาบภูผาทมิฬ ลอดช่องหุบเขา
ร่างของเทลเลอร์พลิกหมุนไปด้านข้างเพื่อเบี่ยงตัวหลบพร้อมกับเหวี่ยงดาบออกไปให้พุ่งด้วยความเร็วสูง จนดูเหมือนเป็นเส้นแสงสีขาวเส้นหนึ่ง ที่กำลังทะลวงร่างคู่ต่อสู้จนเป็นรูโบ๋
ฉัวะ!
ทักษะร่างแยกเงา
ทักษะประจำอาชีพของนินจาที่ทำให้ผู้ใช้ สร้างร่างจำลองตัวเองขึ้นมาเพื่อรับการโจมตีแทน และตอนนี้ร่างของเด็กชายวัย 14 ปี ก็กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีดำช้า ๆ ก่อนจะเลือนหายไปในที่สุดพร้อม ๆ กับความรู้สึกที่เหมือนกับว่ากำลังมีใครจะลอบทำร้ายเขาจากเบื้องหลัง
ควับ!
เทลเลอร์หันควับกลับไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อม ๆ กับคว้าดาบนรกานต์ที่ลอยวกกลับมาหาตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะซัดออกไปด้วยทักษะโจมตีที่หมายให้คะแนนของคู่ต่อสู้ลดเยอะที่สุด
ทักษะเพลงดาบภูผาทมิฬ พลิกปฐพี
ท้องฟ้าเกิดมืดครึ้มขึ้นชั่วขณะทันทีที่เรียกใช้ทักษะ ก่อนจากปรากกฏดาบโปร่งแสงขนาดมหึมาพุ่งแทงลงมาจากฟากฟ้า แล้วตรงดิ่งสู้พื้นล่างอย่างรวดเร็วและรุนแรง เป้าหมายก็คือคู่ต่อสู้ของเทลเลอร์นั่นเอง
ตูม!
850!!!
ร่างของผู้เล่นวัย14 ปีคนนั้นปะทะเข้ากับดาบนั่น ๆ เต็ม และแม้จะผนึกพลังออร่าทั่วร่างเพื่อป้องกันได้ทัน แต่ดูเหมือนพลังโจมตีของทักษะจะมากกว่าจนการตั้งรับแบบธรรมดาไม่สามารถเอาอยู่ ตอนนี้ร่างกายคู่ต่อสู้ของเทลเลอร์ค่อย ๆทรุดลงกับพื้นช้า ๆ พร้อมกับกระอั่กเลือดออกมาอึกใหญ่ พลางจับจ้องร่างของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นถึงอันดับที่ 5ในปัจจุบันอย่างไม่วางตา...
“ไหนว่า...มีดีแค่...ทักษะ..มังกร..คลั่งไง” ประโยคพูดดูกระท่อนกระแท่นจากการที่เจ้าตัวฝืนกล่าว และยิ่งพูดมากเท่าไหร่ก็ดูเหมือนจะกระอั่กเลือดมากเท่านั้น
“นั่นน่ะเหรอ” เทลเลอร์เว้นช่วงพูดเสียดื้อ ๆ ก่อนจะวาดดาบออกไปข้างหน้าช้าๆ
“มันคือเทลเลอร์คนเมื่อวานต่างหาก”
ทักษะเพลงดาบภูผาทมิฬ ถล่มเทือกเขา
ตูม!
1,020!!!
‘ผู้เล่นเทลเลอร์สังหารผู้เล่นพะรุงพะรังได้สำเร็จ ได้รับสิทธิ์ผ่านเข้ารอบต่อไปค่ะ...
กรุณารอสักครู่ระบบกำลังเคลื่อนย้ายท่านกลับห้องพักค่ะ...’
+++++++++++++++++++++++
“ผมชื่อศิริไชย ชื่อในเกมส์ก็คือช้างน้อยคอยรัก แล้วคุณล่ะ”
เอกอนแปลกใจเล็กน้อยที่ฝ่ายตรงข้ามบอกชื่อตัวเองเอาเสียดื้อ ๆ หลังจากที่ทั้งเอกอนและคู่ต่อสู้หยั่งเชิงกันมาได้พักใหญ่ โดยไม่มีใครเริ่มเอาจริงก่อน แน่นอนว่าต่างฝ่ายต่างเสียคะแนนไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เหตุเพราะแต่ละคนนั้นมีอาชีพเหมือนกันแต่ต่างกันที่สายธาตุ โดยของเอกอนเป็นธาตุแสง ส่วนผู้เล่นที่บอกว่าชื่อศิริไชยนั้นอยู่ในธาตุโลหะ
“ไม่ต้องคิดมากหรอก ผมแค่อยากรู้จักคุณไว้เท่านั้นเอง คุณเป็นผู้เล่นที่เก่งคนหนึ่งเท่าที่ผมรู้จักมา ถ้าไม่ว่าอะไรผมก็แค่อยากทราบชื่อไว้” ศิริไชยถามย้ำเมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามยังมีทีท่าไม่ใว้ใจในตัวเอง
“ผมชื่อเอกอนครับ และขอบคุณที่ชมแต่ผมก็ไม่ได้เก่งกาจขนาดนั้น อีกอย่างคุณก็มีฝีมือพอตัวเลยทีเดียว” ในที่สุดเอกอนก็ตอบ
“แต่ไม้เท้าดวงจิตมังกรที่คุณถืออยู่ มันก็ทำให้ผมรู้แล้วว่าผลของรอบนี้เป็นเช่นไร”
เอกอนชงักเล็กน้อยที่มีคนรู้จักไม้เท้าที่เขาถืออยู่ด้วย จริงอยู่ที่มันเป็นแรร์ไอเทมแต่ด้วยความยากในการได้มานั้น ไม่น่าจะมีใครรู้ว่ามันชื่ออะไร แต่ก็นั่นแหละหากผู้เล่นที่อยู่ในสายอาชีพนี้แล้ว ก็ย่อมต้องหาข้อมูลไว้เป็นธรรมดาเพียงแค่มันเป็นเรื่องประหลาดนิดๆ ที่ฝ่ายตรงข้ามรู้แม้กระทั่งชื่อของไม้เท้า
“บางอย่างมันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาวุธหรอกนะ” ศิริไชยหลับตาแล้วก้มหัวส่ายหน้าน้อย ๆ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นอีกครั้งพร้อมกับลืมตาตื่น
“ใช่ครับ...มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาวุธ แต่สำหรับคนที่รู้จักความสามารถตัวเองดี จะรู้ว่าสิ่งไหนที่ตัวเองทำได้ แล้วสิ่งไหนที่ตัวเองทำไม่ได้ครับ อีกอย่างผมรู้ว่าคุณยังไม่ได้เอาจริง”
“คุณเองก็เช่นกัน”
“ถ้างั้นจะเป็นอะไรมั๊ย ถ้าคุณเอกอนจะช่วยแสดงฝีมือที่แท้จริงให้ผมเห็นสักครั้ง หากผมแพ้วันนี้อย่างน้อยผมก็จะได้รู้ว่าตัวเองห่างจากคุณแค่ไหน”
“อย่าดูถูกพลังของตัวเองสิ แต่ก็เอาเถอะหากว่าต้องการผมก็จะแสดงให้ดู”
ครืน!
ทันทีที่พูดจบเอกอนก็ปล่อยพลังเวทย์ให้ล้นทะลักร่างออกมาทันที ซึ่งดูเหมือนว่าเป็นการใช้พลังเวทย์ที่สิ้นเปล่า แต่ความจริงไม่ใช่ พลังเวทย์พวกนั้นมันกำลังไหลเข้าไปในตัวไม้เท้าต่างหาก
“แม้จะแพ้วันนี้แต่ผมก็ไม่เสียดายแน่นอน”
ทักษะตำราเวทย์นวโลหะ ดินแดนสรรพาวุธ
วูบ!
เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นรอบตัวของผู้เล่นศิริไชย มันค่อย ๆ ปรากฏวงแหวนเวทย์สีขาวใต้ฝ่าเท้าของเขา พร้อม ๆ กับขยายใหญ่ขึ้นจนมีรัศมี 200เมตร จากนั้นก็มีอะไรบางอย่างค่อย ๆ ผุดขึ้นออกมาจากวงแหวนเวทย์นั้น มันคืออาวุธหลากหลายรูปแบบที่มีทั้งดาบ หอก ทวน กระบี่ มีดสั้น และอื่น ๆ อีกนับร้อยที่ผุดลอยขึ้นรอบตัวของผู้ใช้เวทย์ และพริบตานั้นเองมันก็พุ่งเข้าหาร่างของเอกอนเป็นจุดเดียว
ทักษะมหาเวทย์ดูดดาว ประตูเชื่อมดาว
ปรากฏประตูขนาดใหญ่ผุดขึ้นจากพื้นดินเบื้องหน้าของเอกอน รอบ ๆ ประตูนั้นรายล้อมไปด้วยสัญลักษณ์ของ 12ราศีที่ค่อย ๆ เปล่งแสงจ้าเมื่อบานประตูเปิดออก พร้อม ๆ กับดูดเอาอาวุธนับร้อยหลากหลายรูปแบบนั้น ให้พุ่งหายเข้าไปในประตูจนหมด ก่อนบานประตูจะปิดลง จากนั้นก็หมุนพลิกหันอีกด้านที่อยู่ทางเอกอนออกมา แล้วบานประตูก็เปิดออกอีกครั้งพร้อม ๆ กับปล่อยอาวุธที่ถูกดูดเข้าไปเมื่อครู่ให้คืนกลับไปที่ฝ่ายตรงข้าม
ฟ้าว! ฟ้าว! ฟ้าว!
สรรพาวุธนับร้อยตรงดิ่งหาร่างของศิริไชยอย่างรุนแรง เจ้าตัวถึงกับเบิกตากว้าง แต่กระนั้นก็ยังเรียกสติกลับคือมาได้ ก่อนจะวาดไม้เท้าในมือตัวเองอย่างเร็ว แล้วรีบร่ายเวทย์ป้องกันทันที
“โลหะศักดิ์สิทธิ์ พิชิตทั่วหล้า ปกป้องกายา ตัวข้าด้วยเทอญ”
ทักษะตำราเวทย์นวโลหะ กำแพงแท่งเหล็ก
สิ้นการเรียกใช้ทักษะก็ปรากฏวงแหวนเวทย์สีขาวอีกครั้ง ลอยอยู่เหนือร่างของศิริไชย ก่อนวงแหวนเวทย์นั้นจะเปล่งแสงจ้า และปรากฏแท่งเหล็กนับร้อยหล่นลงมาก่อตัวที่เบื้องหน้าของเขา จนกลายเป็นกำแพงต้านอาวุธที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วได้อย่างทันท่วงที
ตูม!
สองทักษะปะทะกันจนระเบิดตูมใหญ่แล้วค่อย ๆ เลือนจากหายไป ทิ้งไว้เพียงแค่ม่านควันที่ยังมองเห็นร่างที่อยู่เบื้องหลังนั้นอย่างจางๆ
“มหาเวทย์ดูดดาวงั้นเหรอ” ศิริไชยกล่าวออกมาน้ำเสียงของเขานั้นทั้งดีใจระคนตกใจไปด้วยกัน
“เท่าที่ผมหาข้อมูลมา มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้ทักษะนี้ ส่วนคุณก็คงเป็นคนที่สอง ไม่ใช่สิ...” จู่ ๆ ศิริไชยก็หยุดพูดไปเสียดื้อ ๆ พลางมองร่างของเอกอนผ่านม่านควันที่จางลงในที่สุด ด้วยสายตาที่เป็นประกายราวกับเจอของชอบที่ถูกใจ
“คุณคือคนคนนั้นต่างหาก...จอมเวทย์ดวงดาว เอกอน”
ทักษะมหาเวทย์ดูดดาว ลมสุริยะ
สิ้นเสียงของฝ่ายตรงข้าม เอกอนวาดไม้เท้าไปข้างหน้า พร้อมกับปรากฏลมหอบหนึ่งที่ม้วนตัวรอบร่างของเขา ก่อนมันจะระเบิดกลายเป็นลมร้อน ที่พุ่งผ่าอากาศตรงดิ่งเข้าหาร่างของเป้าหมายทันที
ทักษะตำราเวทย์นวโลหะ กำแพงแท่งเหล็ก
อีกครั้งศิริไชยใช้เวทย์ป้องกัน โดยสร้างกำแพงแท่งเหล็กขึ้นมา และเพราะฝ่ายตรงข้ามโจมตีกลับเร็วเกินไปทำให้เขาไม่ได้มีเวลาร่ายเวทย์ ซึ่งเป็นผลให้การป้องกันครั้งนี้ด้อยกว่าครั้งก่อนหน้า
ตูม!
680!!!
แท่งเหล็กระเบิดกระจายออก ทันทีที่ลมร้อยปะทะเข้าอย่างรุนแรง ส่งผลให้ร่างของศิริไชยลอยคว้างกลางอากาศ จากการถูกแรงกระแทกของลมร้อนที่พุ่งผ่านการป้องกันของตัวเองมาได้ และตัวเลขคะแนนที่ลอยออกมานั้นทำให้รู้ว่า แม้เอกอนจะไม่ได้ร่ายเวทย์แต่ทักษะนี้นั้นก็ส่งผลรุนแรงแค่ไหน
“โอกาสหน้าผมขอกลับมาสู้กับคุณอีกนะ”
“ได้ทุกเมื่อ” สิ้นเสียงของเอกอนไม้เท้าดวงจิตมังกรก็เปล่งแสงจ้า พร้อม ๆ กับเขาที่บรรจงร่ายเวทย์อย่างตั้งใจ
“ดวงดาราพร่างพราวร่วมทอแสง ส่งสำแดงฤทธาน่าเกรงขาม ลอยอ้อยอิ่งวนล้อมจันทราคราม จงขับขานลำนำแห่งดวงดาว”
ทักษะมหาเวทย์ดูดดาว ดาราล้อมเดือน
ตูม!
1,390!!!