นายตัวปัญหาเดินจากไปแล้วด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย ทิ้งให้ฉันอยู่กับพี่เคตามลำพังด้วยบรรยากาศมาคุอย่างน่าประหลาด
อะแฮ่ม!
ฉันทำเป็กระแอมไอแก้เขิน วางตัวไม่ถูก
"นี่หลินกับคุณสายชล..." พี่เคถามพลางชี้ฉันสลับกับไนล์ที่เดินตัวปลิวห่างออกไปแล้ว “เป็...คู่หมั้นกันงั้นเหรอ ทำไมพี่ไม่เคยรู้เื่นี้เลยล่ะ” คิ้วเรียวสวยของเขาขมวดแทบชนกันด้วยซ้ำตอนเอ่ยประโยคหลัง แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็เดาไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ดี
พี่เคมองฉันอย่างรอคำตอบ ทำฉันอึกอักชั่วครู่ก่อนตัดสินใจพูดออกมา
"หลินกับเขามีแผนจะแต่งงานกันค่ะ"
พี่เคทำหน้าคล้ายกับเพิ่งล็อกความสงสัยของตัวเองลง ทั้งรถ ที่เห็นว่าฉันใช้ในพักหลัง และคอนโดฯ ที่เขาเคยมารับมาส่ง ซึ่งฉันเคยบอกเป็นัยว่าทั้งหมดเป็ทรัพย์สินของชายที่เพิ่งประกาศตัวว่าอาจเป็เ้าบ่าวในอนาคตของฉัน
"พี่ไม่เคยรู้เลยว่าเราคบอยู่กับคนอื่น" พี่เคแสดงอาการราวกับผิดหวังในเสี้ยววินาที
ฉันสนิทกับเพื่อนในออฟฟิศ เราแชร์เื่ส่วนตัวกันหลายเื่ แทบเป็ไปไม่ได้เลยหากฉันคบใครสักคนถึงขั้นตัดสินใจแต่งงานแล้วพวกเธอจะไม่รู้ล่วงหน้าเลยรวมถึงพี่เค
"พี่เคอยากได้ไฟล์ไฟล์พรีเซนเทชั่นใช่ไหมคะ เดี๋ยวหลินรีบเตรียมให้ดีกว่า อีกครึ่งชั่วโมงก็จะได้เวลานำเสนองานแล้ว" ฉันเสเปลี่ยนเื่ และรีบหมุนตัวเพื่อจะก้าวออกไปจากเขา เพื่อหลีกหนีสถานการณ์ชวนอึดอัดนี้โดยเร็วที่สุด
"เดี๋ยวสิหลิน ทำไมมันเร็วนักล่ะ"
คำถามของพี่เคหยุดเท้าฉันไว้ เขาคงไม่อยากปล่อยผ่านเื่นี้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม …เพื่อคลี่คลายความสงสัยของตัวเองเพียงเท่านั้น
"พี่เคต้องสนใจเื่ของหลินด้วยเหรอคะ" ฉันถามอย่างจริงจัง นึกสงสัยเช่นกันว่าทำไมเขาจึงดูอยากรู้เื่นี้นัก ในเมื่อมันแทบไม่สลักสำคัญเลยในเมื่อเขาไม่เคยมองฉันเกินเลยเป็อย่างอื่นมากกว่าน้องสาว
เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้น
"พี่ลองกลับไปคุยกับดาดูแล้ว แล้วก็พบว่าสุดท้ายเราก็จบลงเหมือนเดิม" เขาสารภาพ หัวใจของฉันหล่นวูบ "พี่เสียใจนะที่ปฏิเสธหลินไปวันนั้น" น้ำเสียงของเขาแ่ลงจนแทบจับใจความไม่ได้
ความโกรธ ความเสียใจประเดประดังเข้ามาในวินาทีเดียวกัน
"หลินแค่เป็ตัวแทนของพี่ดาเหรอคะ"
เขาตอบไม่ได้ เพราะมันคงเป็เพราะเหตุนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย
"หลินรอพี่เคมาตลอด 2 ปีเต็ม แต่พี่เคไม่เคยเห็นหลินในสายตาเลยด้วยซ้ำ แต่พี่เคมาพูดตอนที่ตัวเองไม่เหลือใคร และหลินก็กำลังจะเริ่มต้นใหม่"
เขาพ่นลมหายใจ ทว่าฉันกลับเดาความคิดนั้นไม่ออก
เราต่างเงียบครู่หนึ่ง เพื่อสงบสติอารมณ์ฟุ้งซ่านที่ครอบงำอยู่ เพราะตอนนี้สิ่งที่เราต้องโฟกัสคืองานไม่ใช่อารมณ์หรือเื่ส่วนตัว
เราขยับปากคล้ายมีย่างอยากพูดพร้อมกัน แต่เขาผายมือให้ฉันพูดก่อน
"หลินจะเตรียมไฟล์งานให้นะคะ"
พี่เคขบฟันจนกรามเป็สันนูน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ห้วนจัดไม่แพ้กัน
"ขอบใจนะ"
เราทั้งคู่ต่างแสดงความเป็มืออาชีพ แยกย้ายกันทำหน้าที่ของตัวเอง สะกดกลั้นสิ่งที่อยู่ในใจเอาไว้อย่างมิดชิด
การนำเสนอเป็ไปอย่างราบรื่น ไนล์แอบยิ้มให้ฉันสองสามครั้งตอนเราบังเอิญสบตากัน พลางขยับปากให้กำลังใจ ‘ดีมาก’ จนฉันต้องถลึงตาดุๆ กลับ ไม่เช่นนั้นแล้วกรรมการคนอื่นคงแอบคิดเป็แน่แท้หากฉันชนะการ Bidding อีกถูกครหาคำโตว่าฉันใช้เส้นสาย ในฐานะว่าที่ลูกสะใภ้เ้าของบริษัท
…
"เป็อะไรน่ะ หน้ามุ่ยเชียว" ฉันยกแขนกอดอก ละสายตาจากวิวริมระเบียงหันไปมองต้นเสียง ไนล์ซับเหงื่อด้วยผ้าขนหนูหลังเสร็จจากการออกกำลังกายตอนหัวค่ำ วันนี้เขากลับมาถึงก่อนเพราะฉันติดประชุมลากยาวถึงงานเลี้ยงกับเพื่อนร่วมทีม และเลี้ยงขอบคุณสำหรับการทุ่มเททำงานหนักจากพี่เคสำหรับทุกคนในทีม
"ฉันกำลังนึกสงสัยน่ะค่ะว่าทำไมคุณถึงปากสว่างนัก" ฉันไม่ได้บอกสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ แต่พูดถึงเื่เมื่อเช้าแทน
"อ่อ… ที่แท้ก็เพราะเื่นั้นนี่เอง" เขาไม่ได้ทุกข์ร้อน แน่นอนล่ะเพราะเจตนาแท้จริงก็คือแกล้งกวนประสาทฉันเล่น
"คุณเสียมารยาทมากนะคะที่ชิงพูดเื่แต่งงานก่อนฉัน"
"ยังไงหมอนั่นก็ต้องรู้อยู่ดี" สรรพนามที่เขาใช้เรียกบุคคลที่ 3 แสดงความไม่เป็มิตรอย่างเปิดเผย
"แต่ฉันยังไม่อยากบอกเขาตอนนี้นี่คะ"
"สำหรับเธอคงยากใช่ไหมล่ะที่จะบอกเื่แต่งงาน ฉันเลยช่วยให้มันง่ายขึ้นไงไม่ดีเหรอ" เขายิ้มนิดเหมือนเพิ่งได้แสดงตัวเป็ฮีโร่สร้างวีรกรรมน่าประทับใจให้มนุษยชาติหมาดๆ ก็มิปาน
"ที่คุณทำแบบนั้นเพราะอยากแกล้งฉันต่างหาก ไม่มันไม่ช่วยให้อะไรง่ายขึ้นเลยสักนิด" ฉันสรุป พร้อมทำหน้าบูดบึ้งกว่าเดิม
"อันที่จริงนะหลิน ฉันอยากบอกเขาต่างหากว่าเธอคือผู้หญิงของฉัน”
ฉันกะพริบตาถี่ๆ อึ้งทึ่งเพราะคำพูดของไนล์
“ก็… เธอกำลังจะเป็แม่ของลูกฉันนี่อีกอย่างเราก็กำลังจะแต่งงานกัน ฉันพูดผิดตรงไหนกันล่ะจริงไหม” เขาพูดติดขัด พลางยกมือลูบต้นคอคล้ายคนกำลังประหม่า
ชิ!
ฉันเบือนหน้าหนี
“แหมม แต่ฉันก็เข้าใจหรอกนะว่าทำไมเธอถึงหลงชอบผู้ชายคนนั้นนัก” ขนาดผู้ชายแมนๆ สุดเนี้ยบอย่างไนล์ยังเข้าใจได้ว่าเพราะอะไรฉันถึงชอบพี่เค “สกิลการพรีเซนต์งานยอดเยี่ยม เทสการแต่งตัวดี หน้าตาก็หล่อใช้ได้ แถมตัวสูงปี๊ด” ไนล์ร่ายลักษณะของบุคคลที่ 3 ตามการสังเกตของเขา “แต่เสียดาย ดูผอมแห้งไปหน่อย” และแล้วเขาก็หาจุดอ่อนที่ตัวเองเหนือกว่ามาเกทับจนได้
“เพราะรู้เหตุผล คุณถึงแกล้งฉันใช่ไหมล่ะคะ” ฉันหรี่ตาถามอย่างรู้ทัน แล้วเดินแทรกตัวกลับเข้าไปด้านใน ตรงไปหยิบขวดน้ำผลไม้มารินใส่แก้วแล้วยกดื่ม พลางเหล่ตามองไนล์อย่างคาดโทษ
“เปล่า... ฉันหวังดี” เขายืนยันคำเดิม
“หวังดีกับตัวเองสิไม่ว่า” ไนล์ยักไหล่ไม่ยี่หระต่อคำครหาของฉันแล้วเดินเลี่ยงไปที่ห้องแต่งตัว ปล่อยให้ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างใต้เสื้อยืดสำหรับออกกำลังกายของเขาแทนการหันมาต่อปากต่อคำ
"พี่เคแตกต่างจากไนล์แทบสิ้นเชิง หากไม่นับเื่การทุ่มเทแรงกายแรงใจในการทำงาน ไม่ว่าด้วยเื่การแต่งตัว พี่เคบุคลิกแบบหนุ่มมาดติส เสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซต์กับกางยีน รองเท้าหนัง ผมยาวประบ่า คมเข้ม น่ามอง ส่วนไนล์มีมาดคุณชายเนี้ยบั้แ่หัวจรดเท้า พวกเขาเหมือนสีเอิร์ธโทนนุ่มนวล อบอุ่น ทันสมัย เป็ตัวของตัวเองทว่ากลับต่างกันอย่างสุดขั้ว