[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT)

    Episode 8 การป้องกันฉุกเฉิน (3.1) (รีไรต์)

    ผมไม่อาจฆ่ากงพิลดูได้ เพราะเขายังมีประโยชน์ต่อซีนาริโอในอนาคตแต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถทำให้กงพิลดูยอมเดินออกมาจากพื้นที่ส่วนตัวนี่ได้สักที

            เมื่อต้องตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้และต้องการจะคลี่คลายความยุ่งยากวิธีที่ดีที่สุดคือโฟกัสอยู่กับสภาพการณ์โดยรวมของปัญหาจะมีประโยชน์มากกว่า

            ถ้าหากปัญหาคือหมอนี่เอาแต่อยู่ใน ‘พื้นที่ส่วนตัว’ ของตัวเองเช่นนั้นก็ทำลายไอ้ ‘พื้นที่ส่วนตัว’ ที่ว่านั่นเสียก็หมดเรื่อง

            “อึก...ดึงฉันออกไปที”

            “ไอ้ลูกหมา...”

            เพียงแต่การจะใช้วิธีเช่นนี้จำเป็นต้องมีพละกำลังอันแข็งแกร่งพลังอันล้นหลามที่สามารถทำลาย ‘พื้นที่ส่วนตัว’ ได้ในคราวเดียวเพราะอย่างนั้นผมถึงได้รีบร้อนเร่งให้อีฮยอนซองวิวัฒนาการไว ๆ

            “อ๊ากกกกก!”

            ผู้คนที่ร่วงหล่นลงไปยังชั้นใต้ดินบีสามและติดอยู่ในซอกหินที่พังทลายพากันส่งเสียงร้องครวญครางไม่หยุด

            ปฏิบัติการสำเร็จลุล่วง

            ‘กรีนโซน’ หายไปแล้ว พวกเจ้าของที่ดินสูญเสีย ‘ห้อง’ ท่ามกลางเศษดินเศษฝุ่นกงพิลดูมีสีหน้าโกรธแค้นและกำลังมองตรงมาทางนี้วินาทีที่เขาจะอ้าปากพูด เสียงของบีฮยองก็ดังแทรกเข้ามาในหูเสียก่อน

            — นี่เจ้าทำเรื่องบ้าอะไร!โอ๊ยยยยย!

            ‘เงียบหน่อย’

            — เจ้าบ้า!พวกโทแกบีในชุงมูโรสติแตกกันใหญ่เพราะเจ้าเนี่ย!

            ลำพังข้อความจากพวกกลุ่มดาวที่ดังวิ้ง ๆเข้ามาในหัวก็ทำผมปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว

            [กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ชอบความวุ่นวายที่คุณก่อขึ้น]

            [กลุ่มดาว ‘แม่ทัพหัวโล้นผู้ผดุงความยุติธรรม’ ชอบการปฏิวัติของคุณ]

            [กลุ่มดาว ‘มังกรทมิฬแห่งนรกอเวจี’ ชอบการทำลายล้างและความโกลาหล]

            [คุณได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 300เหรียญ]

            “จะ...จับไอ้เวรนั่นไว้!”

            “ฆ่ามัน!”

            พวกสมาชิกสมาพันธ์หยัดกายลุกขึ้นทีละคนสองคนแล้วเริ่มตะโกนเสียงดังใส่พวกเราผมกับอีฮยอนซองพากันวิ่งลงไปยังชานชาลาชั้นล่าง

            [สกิลเฉพาะตัว ‘ลิสต์ตัวละคร’ถูกเปิดใช้งาน!]

             

    <ข้อมูลตัวละครฉบับย่อ>

    ชื่อ : อีฮยอนซอง

    คุณลักษณะ : ผู้ทวงคืนความยุติธรรม(หายาก)

    สกิลเฉพาะตัว : [ดาบปลายปืน Lv.2],[อำพราง Lv.2],[ความอดทน Lv.1], [ความยุติธรรม Lv.2], [ทักษะการใช้อาวุธ Lv.3]

    อักขระ : [ทำลายขุนเขา Lv.1],[ผลักขุนเขา Lv.2]

     

            การวิวัฒนาการของอีฮยอนซองประสบความสำเร็จอย่างราบรื่นอันที่จริงตอนนี้อาจจะเป็นแค่ก้าวแรกเท่านั้น แต่แค่อีฮยอนซองสามารถใช้งาน ‘ทำลายขุนเขา’ ได้ก็ช่วยให้พลังของกลุ่มผมแข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว

            “คุณฮยอนซองใช้มันได้อีกกี่ครั้งครับ”

            “มากสุดก็น่าจะแค่ครั้งสองครั้งครับ”

            อีฮยอนซองหอบหายใจ สีหน้าอ่อนล้าพอสมควร

            แน่นอนอยู่แล้ว อักขระระดับ ‘ทำลายขุนเขา’ เป็นอาวุธร้ายที่ต้องใช้ทั้งความแข็งแกร่งและพลังเวทมหาศาลหากพูดถึงเรื่องพลังทำลายล้างเพียงอย่างเดียวแล้วมีสกิลประเภทใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายอยู่ไม่มากนักหรอกที่จะสามารถเอาชนะ ‘ทำลายขุนเขา’ ได้

            มองตรงไปเห็นสมาชิกกลุ่มที่แยกย้ายกันไปทั่วชั้นใต้ดินแต่ละชั้นวิ่งกลับมารวมตัวกันทางด้านนี้ผมถามยูซังอาที่วิ่งนำกลุ่มมา

            “ไม่มีที่ไหนยังไม่ถูกทำลายใช่มั้ยครับ”

            “ทำลายหมดแล้วค่ะ!”

            “ไม่นึกเลยนะคะว่า ‘ห้อง’ จะถูกทำลายได้ด้วยวิธีแบบนี้พวกเราช่วยกันทุบพื้นแล้วจู่ ๆ มันก็ระเบิด...”

            จองฮีวอนที่วิ่งตามหลังมาพูดเสริม

            ยูซังอา จองฮีวอน และอีกิลยอง พวกเขาแต่ละคนแยกย้ายกันไปรับผิดชอบ ‘กรีนโซน’ ขนาดเล็กนอกจาก ‘กรีนโซน’ ของกงพิลดูแล้วกรีนโซนที่เหลือก็มีขนาดไม่เกินสำหรับสามที่ บางโซนมีขนาดไม่แน่ชัดแต่ของพวกนั้นมีใครบางคนคอยช่วยจัดการให้แล้ว

            — เฮ้!ไม่ได้ยินที่ข้าพูดเหรอ นี่เจ้าคิดจะทำอะไร!

            อีกด้านหนึ่งบีฮยองยังคงเอาแต่ส่งเสียงโวยวายผ่านช่องการสื่อสารโทแกบี

            ‘จะกังวลอะไรนักหนา’

            — ลืมไปแล้วหรือไงในชุงมูโรไม่ได้มีแต่ ‘ช่อง’ ของข้านะ ไม่รู้จริง ๆ หรือว่าทำเรื่องบ้าแบบนั้นลงไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

            แน่นอนว่าผมรู้ บางทีพวกกลุ่มดาวในช่องที่มี ‘กงพิลดู’ คงจะคลั่งกันไปแล้ว

            ‘กงพิลดูอยู่ช่องใคร’

            — ...ช่องเจ้าบีรยู BIR-3642

            ‘บีรยู? โทแกบีที่เคยมาแทนแกเมื่อตอนก่อนหน้านี้?’

            — ใช่ เจ้านั่นแหละ

            ‘คนติดตามช่องเป็นพวกไหน’

            — ช่องนั้นเน้นพวก ‘แสวงหาความบันเทิง’

            บีรยูคือโทแกบีที่ชื่นชอบในการ ‘แสวงหาความบันเทิง’ เป็นหลักเพราะแบบนี้สินะ การออกอากาศเมื่อตอนนั้นถึงได้รุนแรงนัก ดีละถ้าอย่างนั้นปฏิกิริยาตอบสนองในช่องคงร้อนแรงกว่าที่ผมคาดการณ์ไว้พวกนั้นคงจะอึดอัดใจกันแย่แล้ว

            พอเดินลงไปตามบันไดที่ใช้เปลี่ยนไปยังรถไฟสายสี่ก็พบเข้ากับใบหน้าที่น่ายินดีดาบซามูไรกวัดแกว่งไปมากลางอากาศ

            “ทำลายหมดแล้ว?”

            “อื้อ ง่ายจะตาย”

            ห้องที่อีจีฮเยรับผิดชอบเป็นพวก ‘กรีนโซน’ ที่มีขนาดตั้งแต่ห้าจนถึงแปดที่มันยากเกินกว่าจะปล่อยให้จองฮีวอนจัดการลำพังผมเลยขอร้องให้เธอมาช่วยกันอีกแรง นี่แหละถึงจะสมกับเป็นอวตารของวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ไม่ใช่เป็นลูกศิษย์ของยูจุงฮยอกนั่น เท่านี้ก็ไม่มี ‘กรีนโซน’ เหลืออยู่ในชุงมูโรแล้ว

            “ว่าแต่คราวนี้จะทำไงต่อล่ะพวกนั้นวิ่งกรูมานี่อย่างกับคนบ้า อ๊ะ มาโน่นแล้ว”

            อีจีฮเยหันไปมองด้านหลังผมก่อนจะพูดกระแหนะกระแหน

            “บอกไว้ก่อนครั้งนี้ฉันไม่ช่วยแล้วนะ”

            “ฉันก็ไม่ได้หวังให้เธอช่วยหรอก”

            จองฮีวอนเหลือบมองอีจีฮเยที่ก้าวถอยไปข้างหลัง

            “เด็กนั่นเป็นใครคะ”

            จะว่าไปจองฮีวอนยังไม่รู้จักอีจีฮเยสินะแต่ผมก็ไม่มีเวลาแนะนำให้เธอรู้จักด้วย

            — เฮ้อ...เจ้าเสร็จแน่ไอ้หนุ่ม

            ข้อความจากระบบดังขึ้นพร้อมกับเสียงของบีฮยอง

            [ซีนาริโอล่ารางวัลเกิดขึ้นแล้ว!]

             

    <ซีนาริโอล่ารางวัล - ว่าจ้างลอบสังหาร>

    ประเภท : ย่อย

    ระดับความยาก : C

    เงื่อนไขการเคลียร์ : เหล่ากลุ่มดาวในช่อง#BIR-3642เรียกร้องให้มีการสังหารบุคคลหนึ่ง กรุณากำจัด ‘คิมดกจา’แห่งสถานีชุงมูโร

    กำหนดระยะเวลา : 10 นาที

    รางวัล : 2,000 เหรียญ

    กรณีล้มเหลว : -

     

            ผมคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าสถานการณ์แบบนี้จะต้องเกิดขึ้น

            น่าสนุกดีตอนนี้อวตารทั้งหมดในสถานีคงจะมารวมตัวกันที่ชานชาลารถไฟสายสามเพื่อตามล่าผมจองฮีวอนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถามขึ้น

            “ถ้าฆ่าคุณดกจาตอนนี้จะได้เงินสองพันเหรียญเหรอคะ”

            “ทำไมครับ จะฆ่าผมเหรอ”

            “เห ไม่หรอกค่ะถ้าให้สักสองแสนเหรียญ ฉันอาจจะลองคิดดู”

            ผู้หญิงคนนี้เธอรู้หรือเปล่าว่าเงินสองแสนเหรียญมันมีค่ามากขนาดไหน

            “คุณดกจา มาหลบข้างหลังผมครับ”

            อีฮยอนซองก้าวออกมายืนข้างหน้าผม ข้าง ๆมีจองฮีวอนคอยเฝ้าระวังยูซังอากับอีกิลยองเองก็ก้าวขึ้นมาประกบผมคนละข้างพวกเขาทำราวกับสร้างเกราะป้องกันรอบด้านให้โดยมีผมอยู่ตรงกลาง จองฮีวอนหัวเราะ

            “ได้เวลาใช้หนี้คืนสักที”

            “คุณดกจา พวกเราจะขวางไว้ให้เอง”

            ผู้คนที่มีท่าทางเป็นศัตรูอย่างเห็นได้ชัดมารวมตัวกันอยู่รอบๆ พวกเราพวกสมาชิกสมาพันธ์ที่กำลังโกรธแค้นนั่นย่อมแน่นอนอยู่แล้วแต่นี่กระทั่งพวกผู้เช่าที่หูตามืดบอดกับเควสต์ล่ารางวัลเองก็มาด้วยผมมองอีกิลยองที่กำอาวุธในมือไว้แน่นก่อนจะเปิดปากพูด

            “ไม่ต้องกังวล”

            ผมตบไหล่อีกิลยองเบา ๆ แล้วมองจ้องไปยังทางรถไฟ

            “เพราะคนที่พวกนั้นจะต้องสู้ด้วยไม่ใช่พวกเรา”

            การย้อนกลับรอบที่เท่าไหร่กันนะผมจำได้ว่าเคยอ่านฉากทำนองนี้มาแล้วแน่ ๆเนื่องจากไม่มีเวลาเหลือแล้วผมจึงไม่สามารถตรวจสอบให้มั่นใจได้ว่าเป็นการย้อนกลับรอบที่เท่าไหร่รู้แค่ว่าทันทีที่ยูจุงฮยอกผู้บ้าคลั่งจากการย้อนกลับซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาถึงสถานีชุงมูโรเขาเคยจัดการ ‘กรีนโซน’ ทั้งหมดจนพังราบคาบ

            ดังนั้นสถานการณ์ในตอนนั้นเองก็คงจะเหมือนกับตอนนี้

            [‘กรีนโซน’ ทั้งหมดในสถานีถูกทำลาย ระบบซีนาริโอหลักเกิดความปั่นป่วน]

            [ระดับความยากถูกปรับเปลี่ยนโดยอัตโนมัติเพื่อให้เข้ากับกำหนดการซีนาริโอที่เหลือ]

            [เนื้อหาของซีนาริโอมีการอัปเดต!]

             

    <ซีนาริโอหลัก #3 - การป้องกันฉุกเฉิน>

    ประเภท : หลัก

    ระดับความยาก : B-

    เงื่อนไขการเคลียร์ : ‘กรีนโซน’ ทั้งหมดในสถานีถูกทำลายสัตว์ประหลาดที่กำหนดไว้ให้ปรากฏตัวขึ้นในแต่ละวันที่เหลือจะถูกปล่อยออกมาในคราวเดียวจงต่อสู้กับสัตว์ประหลาดที่ไหลทะลักออกมาตลอดระยะเวลาที่เหลือแล้วเอาชีวิตรอดไปให้ได้

    ระยะเวลาซีนาริโอ : 8 ชั่วโมง

    รางวัล : 1,000 เหรียญ

    กรณีล้มเหลว : -

     

            เดิมทีระยะเวลาซีนาริโอที่เหลือคือสามวันถ้าซีนาริโอ ‘กรีนโซน’ ระเบิดออกในคราวเดียวสัตว์ประหลาดที่จะถูกสร้างขึ้นตลอดระยะเวลาที่เหลือก็จะถูกปล่อยออกมาพร้อมกันกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ...

            [การป้องกันฉุกเฉินเริ่มต้นขึ้นแล้ว!]

            เกมการป้องกันก็จะเริ่มขึ้นยังไงล่ะ

            “อะ...อะไรวะ!”

            ผู้คนที่พยายามเข้ามาใกล้ผมส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกเมื่อได้ยินเสียงร้องของสัตว์ประหลาดที่วิ่งตรงเข้ามาจากนอกประตูชานชาลาไม่นานหลังจากนั้นก็เกิดเงาของฝูงสัตว์ประหลาดที่พากันหลั่งไหลราวกับคลื่นยักษ์

            “บ้าไปแล้ว! พวกนั้นมันอะไรกัน!”

            เพียงพริบตาชานชาลารถไฟสายสามก็ตกอยู่ในความโกลาหลใบหน้าของผู้คนซีดเผือดหลังจากเห็นสัตว์ประหลาดไหลทะลักมาจากทั่วทุกสารทิศพวกเขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามี ‘ซีนาริโอล่ารางวัล’ อยู่

            ทันทีที่โกลล์หลายตัวซึ่งวิ่งอยู่หน้าฝูงกัดสมาชิกสมาพันธ์ไปหนึ่งคนหลายคนก็ตื่นตระหนกจนได้แต่ส่งเสียงกรีดร้องแล้วกระจายกันไปคนละทิศละทาง

            โอกาสมีแค่ตอนนี้เท่านั้นผมตะโกนไปทางสมาชิกกลุ่ม

            “วิ่งไปตรงฝั่งเปลี่ยนสายรถไฟครับ!”

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT) ที่คุณอ่าน