ดาวฟู้ดด้า 1
“ทำไมต้องอยากมาอยากจัดงานที่ดาวนี้ด้วยเนี่ยยยย”เสียงบ่นยาวของชายหนุ่มหนึ่งในกลุ่มดังขึ้นอย่างไม่ชอบใจทำไมนักสำรวจที่เน้นสำรวจที่ดาวระดับยูแบบเขาต้องมีภารกิจมาที่ดาวฟู้ดด้าที่ล่มสลายแล้วด้วย่นี้รับงานเกรดต่ำไปนะคุณหัวหน้าเซน
“ก็พวกเขาบอกแล้วไงว่าอยากจัดงานรำลึกถึงดาวดวงนี้”ชายหนุ่มอีกคนนามว่าโอเว่นที่มาด้วยกันว่าอย่างหน่ายๆกับน้องเล็กของกลุ่มที่บ่นไม่หยุด
“ใช่งานรำลึก 1000ปี หลังจากที่อุกกาบาตมาเยือน”หญิงสาวหนึ่งเดียวของกลุ่มอย่างสเตเฟียว่า
“แต่มันก็อีกสองปีกว่าจะถึงไม่ใช่หรือไงทำไมรีบจัง” เสียงน้องเล็กยังคงบ่นอุบ
“ทำๆไปเถอะน่า รับงานมาก็ทำให้สำเร็จรีบวางอุปกรณ์เถอะ”เสียงชายอีกคนที่ดูมีอายุมากสุดในกลุ่ม(แต่ไม่ได้แก่นะ)สั่งขึ้น
“ครับ/ค่ะ หัวหน้า” ในเมื่อมีเสียงสั่งแล้ว พวกเขาก็รีบทำงานทันทีโดยรีบนำอุปกรณ์ที่ใช้มาเริ่มงานส่วนหนึ่งเป็หุ่นยนต์ที่ถูกปล่อยให้สำรวจไปรอบๆพื้นที่ และมันไม่ได้ส่งแค่ภาพมาให้เท่านั้นมันยังสามารถตรวจวัดค่าข้อมูลต่างๆมาให้ด้วยซึ่งพวกเขาส่วนหนึ่งก็จะรั้งอยู่จุดที่จอดยานบินจะเคลื่อนที่ไปต่อก็ตอนที่สิ้นสุดจุดที่จะบังคับหุ่นยนต์ได้หรือไม่ก็เจออะไรน่าสนใจจนต้องเข้าไปสำรวจเองเพราะหุ่นยนต์ก็สำรวจได้ระดับหนึ่งเท่านั้น อย่างไรเสียก็ต้องใช้คนเข้าไปร่วมด้วย
“แต่จะว่าไปก็สนุกอีกแบบนะได้ลอยไปลอยมา” ชายหนุ่มคนแรกที่บ่นออกมาก่อนหน้าหรือมีชื่อว่าเทียนอี้ว่าขึ้นเมื่อเขาทำท่าเหมือนว่ายน้ำไปมาบนอากาศและสายตาก็มองภาพโฮโลแกรมตรงหน้าที่ฉายออกมาจากแท็บเล็ตส่วนกลางที่เชื่อมกับอุปกรณ์ด้วย
“ทำเป็เล่นไปได้นะเทียนอี้ถ้าหากเกิดพลาดข้อมูลอะไรไประวังไว้เถอะ หัวหน้าไม่ปล่อยนายแน่”สเตเฟียว่าออกมาอย่างเตือนๆ
“อือๆผมจะจับตาดูไว้ตลอดเลย”เทียนอี้รีบเอ่ยออกมาและชูแท็บเล็ตให้อีกคนดูว่าเขาตั้งใจทำงานอยู่จริงๆไม่ได้แอบเล่นเกมอยู่แต่อย่างใดถึงแม้คอนโทรลแบนด์ส่วนตัวของเขาที่อยู่บนข้อมือขวาจะเปิดเพลงคลอไปด้วยก็ตาม
“เฮ้อจริงๆเลย” เธอได้แต่มองชายหนุ่มจากบนพื้นอย่างเหนื่อยใจคนอื่นตอนนี้ก็แยกเดินออกไปสำรวจใกล้ๆไปด้วยโดยใช้พาหนะขนาดเล็กอย่างสกู๊ตเตอร์แต่เธอไม่ได้ไปไหนเพราะรั้งอยู่ที่ยานกับเ้าน้องเล็กอย่างเทียนอี้ที่ติดเล่นนั่นแหละไม่รู้ตอนสอบได้คะแนนเกือบเต็มได้ยังไง
“อะ นั่นๆตัวอะไรหละ”หลังจากฟังเพลงจนจะเข้าเพลงที่สี่แล้วเทียนอี้ก็เหมือนเจออะไรสักอย่างเข้าจากในจอแสดงภาพโฮโลแกรมที่ฉายออกมาจากแท็บเล็ตเครื่องที่เขาดูแลอยู่
“อะไรล่ะ ไม่ต้องมาล้อเล่นเลยนะ”ส่วนสเตเฟียที่นั่งอยู่บนพื้นได้โดยใช้รองเท้าเพิ่มแรงโน้มถ่วงเอ่ยออกมาเสียงเย็นอย่างไม่เชื่อใจอีกฝ่ายเสียเท่าไหร่ก็เธอเคยโดนหลอกมาก่อนนี่นา
“จริงๆลองเปิดดูจากเครื่องของผมสิ”แต่คราวนี้เทียนอี้ยืนยันหนักแน่นไม่ได้พูดเล่นแต่อย่างใด พร้อมส่งสายตาจริงจังให้หญิงสาวรุ่นพี่ที่มองขึ้นมาจากพื้นด้วย
“อาๆจะดูก็ได้”สเตเฟียยอมเชื่อและเลือกลดหน้าจอหลักที่เธอดูอยู่ให้เล็กลงแล้วเปิดภาพจากหุ่นยนต์จากเครื่องที่เทียนอี้ดูแลขึ้นมาดู
“เห็นหรือยังฝั่งขวาของภาพเหมือนจะมีอะไรลอยอยู่ด้วย เดี๋ยวผมจะให้หุ่นยนต์เข้าไปใกล้กว่านี้”เทียนอี้ว่าขึ้นพร้อมที่ภาพเลื่อนเข้าไปใกล้มากขึ้นทั้งจากการเคลื่อนที่เข้าไปของหุ่นยนต์และการซูมภาพด้วยอีกส่วน
“นั่นนั่นมันคนไม่ใช่หรือ” สเตเฟียจ้องภาพอย่างตั้งใจและโพล่งออกมาเมื่อเห็นชัดแล้วว่าสิ่งที่เทียนอี้ชวนดูคืออะไร
“จริงด้วย เด็กหนุ่มคนหนึ่งสวมชุดนักเรียนอยู่ด้วย” เทียนอี้ที่สำรวจชัดแล้วว่าออกมา
“เื่นั้นช่างก่อนเถอะเราต้องไปช่วยเขาก่อน ไม่รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า”สเตเฟียว่าขึ้นพร้อมกับรีบติดต่อไปหาเพื่อนร่วมทีมอีกสามคนที่แยกย้ายไปคนละด้านทันที
“เราเจอเด็กหนุ่มคนหนึ่งในทิศตะวันออกห่างจากยานประมาณ103 กิโลเมตรขอให้คนที่อยู่ใกล้ช่วยเข้าไปตรวจสอบด้วย”เสียงของหญิงสาวพูดออกไปตามเครื่องมือสื่อสารที่เชื่อมต่อกันทันที
“รับทราบ”และอีกสามคนที่ออกไปสำรวจก็เร่งเดินทางไปยังทิศทางที่หญิงสาวร่วมทีมว่าทันทีพร้อมเปิดภาพจากจอหุ่นยนต์เครื่องที่เที้ยนอี้รับผิดชอบและดูแผนที่นำไปทางอีกด้วย
ด้านเพเนียสที่สลบไปั้แ่ตอนเที่ยงของเมื่อวาน(เวลาของพื้นที่ที่เขาอยู่ก่อนหน้าอย่างโรงเรียน)วันนี้เขาตื่นขึ้นมารับรู้คร่าวๆว่าเป็ตอนสายๆ แล้วก็พบว่าตัวเองมาอยู่ในที่แปลกๆเสียได้แปลกขนาดไหนนะหรือ ขนาดที่ว่าตัวเขาลอยได้นะสิและรอบๆตัวก็มีเศษซากเศษหินอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมดนี่คงจะทำให้เขาสมกับคำว่าขยะแห่งดวงดาวสินะ
“นี่ฉันต้องมาตายอยู่ที่นี่หรอเนี่ย”เพเนียสมองไปรอบๆ เขารู้ได้เลยว่าไม่อาจทำอะไรได้สักอย่างถึงแม้ตัวจะลอยได้แต่ไม่ใช่ว่าจะขยับไปไหนได้ง่ายๆเสียหน่อยและยังเคลื่อนที่คล้ายหนอนด้วยเพราะมือเท้าเขาถูกมักติดกันเขาเหมือนเมฆที่ลอยไปตามลมช้าๆก็เท่านั้นไหนจะาแที่สู้เอาเป็เอาตายกับคนพวกนั้นอีกรอดมาได้ก็มาตายที่ใหม่อย่างนั้นหรือ แล้วเขาจะมีทางรอดทางไหนบ้างเนี่ยมองไปทางไหนก็ไม่เห็นสิ่งที่จะช่วยให้เขาไปได้เลย
“หมดสิ้นแล้วสินะ”เพเนียสได้แต่เอ่ยปลงตกกับชีวิตทั้งชีวิตเขายังไม่ได้ทำประโยชน์อะไรเป็ชิ้นเป็อันเลยไปเรียนที่ดาวระดับบีเพื่อที่จะได้มีความรู้ก้าวไกลก็ไปเจอกับพวกแบ่งชนชั้น จะย้ายโรงเรียนก็ไม่ได้อีกเพราะไม่มีเงินมากพอแล้วเขาจะมาตายในที่ที่ไม่มีใครหาเจออีกนะหรือแล้วพวกคนชั่วที่ตั้งใจจะปล่อยให้เขาตายแบบนั้นหละจะให้พวกมันได้เสวยสุขจริงๆนะหรือ
“เจอแล้วเป้าหมายห่างออกไปเพียง 500 เมตร”หนึ่งในทีมสำรวจอย่างซึลยอนเอ่ยขึ้นให้เพื่อนร่วมทีมได้รู้แล้วรีบเร่งสกู๊ตเตอร์ลอยเข้าไปหาเป้าหมายหรือก็คือคนที่เห็นในภาพนั่นเอง
“ฉันก็จะถึงแล้วระวังตัวด้วย” หัวหน้าเซนที่ยังมาไม่ถึงก็รีบว่าออกมาอย่างเป็ห่วงเพราะไม่รู้ว่าคนๆนั้นจะคนร้ายหรือคนโชคร้ายกันแน่
“ครับ”ซึลยอนตอบแต่ก็รีบเข้าไปดูใกล้ๆทันที เพราะดูจากรูปการแล้วไม่น่าจะเป็บุคคลอันตรายแต่อย่างใดและเขากลัวว่าถ้าช้าอาจจะช่วยชีวิตคนๆนั้นไม่ทันเอา
วึดดดด
เสียงเครื่องยนต์ของสกู๊ตเตอร์ที่ไม่ดังมากนักขับลอยเข้ามาจนห่างจากตัวของเพเนียสไม่มากเท่าไหร่แล้วก่อนที่เขาจะส่งเสียงเรียกออกมา
“คุณครับคุณคุณ ได้ยินผมไหม” ซึลยอลส่งเสียงดังมาเข้าหูของเพเนียสก่อนที่เพเนียสจะค่อยเอี่ยวตัวหมุนไปยังทางที่มีเสียงคนเรียกให้เขามีความหวัง
“คะ ครับผมได้ยิน ช่วยผมด้วย” เพเนียสเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าและแห้งเขารู้สึกตื้นตันและมีความหวังเข้ามาในจิตใจอีกครั้งเนื้อตัวเขาที่กำลังอ่อนล้าเืสูดฉีดช้าลงเริ่มกลับมาเต้นเร็วอีกครั้งเมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตอีกคนที่อยู่ไม่ห่างกันนี้
“ได้ผมจะเข้าไปช่วยเดี๋ยวนี้”ซึลยอนว่าก่อนจะรีบขับสกู๊ตเตอร์เข้าไปจนถึงตัวของเพเนียสทันทีและดึงตัวของเพเนียสให้ลงไปนั่งพักบนพื้นเสียก่อนโดยมีเขาที่สวมรองเท้าเพิ่มแรงโน้มถ่วงพาลงไปและก็รีบแก้เชือกที่มัดข้อมือและข้อเท้าให้ทันทีซึ่งในใจซึงยอลได้แต่คิดว่าใครกันช่างโหดร้ายกับแค่เด็กได้
“ขอบขอบคุณมากครับ” เพเนียสเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มที่อ่อนแรงและเสียงที่ขาดห้วงแหบพร่าเพราะขาดน้ำมานานหลายชั่วโมง
“ไม่ต้องรีบขอบคุณหรอกนี่กินอาหารเสียก่อนนายคงหิวแย่”ซึลยอนว่าขึ้นก่อนจะรีบเอาถุงอาหารสังเคราะห์แบบเหลวออกมาจากกระเป๋าสะพายเขาฉีกถุงบรรจุอาหารสังเคราะห์เหลวก่อนจะยื่นให้อีกคนอย่างใจดี
“ขอบคุณครับ”ถึงอีกคนจะว่าอย่างนั้น แต่เขาก็เอ่ยคำขอบคุณก่อนจะรับเอาถุงอาหารเหลวมาดูดกินช้าๆและพอมีแรงก็ดูดกินเร็วขึ้นจนมันหมดในเวลาไม่นานพอๆกับที่เพื่อนร่วมทีมอีกสองคนของซึลยอนอย่างเซนและโอเว่นมาถึงพอดี
“ซึลยอนเป็ยังไงบ้าง”หัวหน้าเซนที่มาถึงรีบสอบถามทันทีเมื่อเห็นว่าลูกน้องได้เข้าช่วยเหลือคนแล้ว
“ดูเหมือนจะอ่อนแรงมากครับและมีร่องรอยเหมือนถูกทำร้ายมาด้วย” ซึลยอนตอบไปตามที่เห็นร่องรอยบนหน้าและร่างกายทำให้เขาคิดไปแบบนั้น
“อึก พะพวกคุณมาช่วยผมหรือครับ” เพเนียสยังคงถามออกไปและรอคำตอบอย่างมีความหวังคนตรงหน้าก็ดูเป็คนดีไม่น้อย
“จริงๆพวกเรามาสำรวจดาวดวงนี้น่ะแต่จะปล่อยนายทิ้งไว้ก็ใช่ที่ สรุปก็มาช่วยนายกลับไปนั่นแหละ”คนเป็หัวหน้าทีมอย่างเซนเป็คนตอบ
“ครับขอบคุณพวกคุณมากๆ” ไม่มีคำไหนที่เขานึกออกแล้วในตอนนี้ด้วยคำว่าขอบคุณเท่านั้นที่ออกมาจากใจเขาตอนนี้เท่านั้นจนน้ำตากำลังจะไหลออกมาเพราะความตื้นตันใจ เขาไม่ได้เสียน้ำตาเพราะถูกทำร้ายเลยสักหยดแต่มันกลับพรั่งพรูออกมาเพราะเจอคนใจดีกลุ่มนี้ต่างหาก
“เลิกขอบคุณก่อนเถอะน้องชายแล้วก็เช็ดน้ำตาก่อน เราพาเขากลับยานก่อนดีไหมครับหัวหน้า” โอเว่นว่าขึ้นพร้อมส่งทิชชู่ให้เขาเช็ดหน้าเช็ดตา
“กลับเลยก็ได้อย่างไงวันนี้ก็สำรวจเท่านี้ก่อนก็แล้วกัน” คนเป็หัวหน้าพยักหน้าเห็นด้วยก่อนทั้งสามจะพาคนอีกหนึ่งที่าเ็และพึ่งเจอกลับยานทันที
-ที่เทียนอี้บ่นว่าทำไมต้องมาทำภารกิจที่ดาวระดับนี้ด้วยเพราะส่วนใหญ่พวกเขารับภารกิจสำรวจดาวระดับU เป็หลัก ซึ่งดาวฟู้ดด้าอยู่ระดับF เขาอาจรู้สึกว่าไม่สมกับความสามารถของพวกเขา เพราะแน่นอนอยู่แล้วการสำรวจดาวระดับยูที่ยังไม่มีคนอาศัยต้องเป็อะไรที่ต้องได้ประโยชน์มากกว่าอยู่แล้วอย่างเช่นว่า เจอแหล่งทรัพยากร หรือเจอดาวใหม่ที่สามารถอยู่อาศัยได้ซึ่งพวกเขาจะได้รับส่วนแบ่งหรือรายได้จากการให้ข้อมูลที่มากกว่า
-เมื่อเกือบพันปีก่อนมีอุกาบาตรขนาดใหญ่หลายลูกที่พุ่งชนเข้ากับดาวเคราะห์หลายดวงของเซเรนิออสทำให้ดาวเ่าั้ที่มีผู้คนอาศัยอยู่ล้วนเสียหายอย่างหนักจนไม่หลงเหลือผู้คนรอดเลยซึ่งทำให้ประชากรลดลงไปเป็จำนวนมาก และหนึ่งในดาวที่เจอเหตุร้ายในตอนนั้นคือดาวฟู้ดด้าที่เป็ดาวที่เก่งกาจและมีชื่อเสียงในเื่อาหาร พวกเขาหวงแหนสูตรอาหารอย่างมากทำให้ไม่เคยเผยแพร่ให้ใครเช่นเดียวกับรักดาวเกิดที่ถ้าคนจากดาวอื่นอยากกินอาหารก็ต้องเดินทางมาที่ดาวเท่านั้นทำให้ดาวฟู้ดด้าเจริญเป็อย่างมากจะมีก็แค่คนส่วนน้อยที่ออกไปอาศัย(หรือแต่งงานกับคนดาวอื่น)อยู่ดาวดวงอื่นแล้วนำพาความรู้เื่อาหารไปด้วยเท่านั้นจึงทำให้สูตรอาหารหลงเหลือมาถึงปัจจุบันบ้าง