เจ้าเมืองสวี่ชางยืนขึ้น หันไปพยักหน้ากับบอดี้การ์ดของเขา แล้วการ์ดคนนั้นก็เดินไปที่ประตูบานหนึ่ง ก่อนจะมองมาที่หนิงเอ๋อ
“เด็กสาวผู้นี้ช่างไร้มารยาท! กระทำการลบหลู่สถานที่มีเกียรติเช่นนี้! ข้าในฐานะเจ้าเมือง ย่อมมิอาจปล่อยปละไปโดยง่าย”
ลบหลู่บ้านเอ็งซิ! ก็แค่เด็กๆ เผลอหัวเราะ แล้วทำจานแตกเอง! ไม่ได้ไปตีใคร ไม่ได้ขโมยของใครซักหน่อย .. นี่เอ็งเอาอะไรมาคิดมาพูดกันล่ะเนี่ย!?
เจ้าเมืองสวี่ชาง “เซียวหนิงเอ๋อ จงมายืนอยู่ต่อหน้าข้า เพื่อรับการลงโทษ!”
เฮ้อ ฉันล่ะเหนื่อยใจกับเจ้าบ้านี่! แต่ก็ช่างเถอะ คืนนี้อาจให้แผนโจมตีมันก็ได้ เข้าไปในห้องของมันอัดให้สลบ! แล้วประทับรอยนิ้วมือ กับตราเจ้าเมือง ก็เป็นอันเสร็จสิ้นเรียบร้อยตามกระบวนการ..
จดหมายหย่านั้น หนิงเอ๋อเขียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีลายมือชื่อของเซียวซ่งซาน (ไอ้พ่อ) และถังเซียนอวิ๋น (ท่านแม่) ครบ! ตอนแรกที่ท่านแม่เห็นยังตกใจเลยว่าหนิงเอ๋อเขียนลายมือชื่อได้เหมือนของจริงแบบสุดๆ 555
หนิงเอ๋อก็พูดปลอบใจสาวๆ ในโต๊ะ ก่อนจะออกเดินไป.. ส่วนท่านแม่ก็ไม่ยอมนั่งเฉย เดินไปกับคู่หนิงเอ๋อด้วย.. น้องพลอยเองก็ไม่กล้าขัดท่านแม่ด้วยซิ
ระหว่างทางเดิน หนิงเอ๋อก็เห็นการ์ดของไอ้พ่อ พาคนหลายคนเดินมาด้วย มีทั้งหมด8คน.. 4หญิงที่เดินมา ก็คือ 2ป้า2สาวที่หาเรื่องกับหนิงเอ๋อที่ทางเข้างาน ส่วนชายอีก4คน ก็เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย (ยาม) หน้าโรงแรมนี้นั่นเอง
จนมายืนกันอยู่หน้าโต๊ะหลัก ต่อหน้าผู้ว่ามณฑล เจ้าเมือง และด้านข้างก็มีผู้ทรงเกียรติอีกหลายคน ..
หนิงเอ๋อสังเกต4หญิงที่เดินเข้ามา พวกนางกลัวหนิงเอ๋ออย่างชัดเจน! ดูท่าจะถูกบีบบังคับให้ต้องเข้ามา ส่วนยามทั้ง4นาย ก็ทำหน้าคล้ายกำลังจะตกเป็นแพะรับบาป ต้องรับกรรมที่ไม่ได้ก่อขึ้น!
แล้วผู้ที่เดินเข้ามา ต่างก็ทำความเคารพต่อท่านผู้ว่า และคนอื่นๆ
หนิงเอ๋อ “เซียวหนิงเอ๋อ ขอคารวะท่านผู้ว่าการมณฑล ท่านเจ้าเมือง ใต้เท้า และผู้ทรงเกียรติทุกท่าน เจ้าค่ะ”
เจ้าเมืองสวี่ชาง “เรียนท่านผู้ว่าการ! เด็กสาวผู้นี้นับว่าหยาบช้ายิ่ง ก่อนเข้ามาในงานเลี้ยงก็ก่อเหตุทำร้ายผู้อื่นจนถึงกับสาหัส และยังตั้งใจจะก่อกวนในงานเลี้ยงนี้ไม่เลิก ข้าจึงขอเสนอความคิดเห็น ให้ลงโทษนางอย่างหนักให้เป็นที่หลาบจำ! ”
โฮ่ๆ ไอ้นี่สมองกลับเสื่อมไปมากแล้วจริงๆ .. สติปัญญามันไปอยู่ตรงไหนหมดแล้วนะเนี่ย? เป็นเจ้าเมืองแท้ๆ กลับมากล่าวหาความลอยๆ เอากับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ (ที่ตบมันปลิวได้ใน1ฝ่ามือ!)
หนิงเอ๋อยังคงนิ่งเงียบ จับข้อมือท่านแม่ที่อยากกระโจนไปฟาดหน้ามัน และแก้ต่างแทนหนิงเอ๋อ .. แต่ตอนนี้น้องพลอยกำลังพิจารณาผู้อาวุโสทุกท่านดูก่อน ว่าจะมองพิจารณาเรื่องนี้กันอย่างไร?
สักครู่ ผู้ว่าฯ ก็กล่าวขึ้น “เหตุทำร้ายผู้อื่นจนถึงกับสาหัสรึ? แล้วเหตุใดข้ามิรู้เรื่องเลย? ผู้สาหัสคือใครกัน?”
เจ้าเมืองสวี่ชาง “ผู้สาหัสคือหญิง2คนนี้ขอรับ ตอนนี้นางบาดเจ็บที่คอ ไม่สามารถพูดจาได้สะดวก แล้วยังมีหญิงสาวอีก4คน ยังนอนสลบอยู่ที่เรือนพยาบาล...”
ระหว่างเจ้าเมืองฯ กำลังตอกไข่ใส่ข่าว .. เล่าความเท็จที่แต่งเติมไว้นั้น ศิษย์พี่หวังต้าหู่ ก็เดินเข้ามาทำความเคารพทุกคน แล้วยืนเงียบๆ ข้างตัวหนิงเอ๋อ
กระทั่งเจ้าเมืองเซียวกล่าวถ้อยคำจบ ศิษย์พี่ก็ส่งสายตารังเกียจปนขยะแขยงใส่ แล้วหันมาทำความเคารพ “ท่านผู้ว่า ผู้น้อยขอกล่าวความขอรับ”
ผู้ว่าฯ “เชิญท่านหัวหน้ามือปราบหวัง”
หวังต้าหู่ “สิ่งที่เจ้าเมืองสวี่ชางกล่าวมา ล้วนไม่เป็นความจริง! ความจริงนั้นข้ามองเห็นจากระยะไกล สตรีทั้ง8เป็นผู้หาเรื่องเซียวหนิงเอ๋อก่อน นางจึงเพียงป้องกันตัวเท่านั้น และทั้ง8คนนี้ ข้าได้ตรวจสอบอาการบาดเจ็บแล้ว เป็นเพียงเล็กน้อยเพราะเซียวหนิงเอ๋อออมมือไว้ไมตรีให้มากแล้ว!”
ผู้ว่าฯ “เมื่อครู่ ท่านกล่าวว่าเห็นจากระยะไกลซินะ?”
หวังต้าหู่ชะงักไป ก่อนกล่าว “ใช่ขอรับ”
ผู้ว่าฯ “เช่นนั้น มีผู้ใดอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุขณะนั้นบ้าง? ที่ไม่ใช่ผู้พิพาทกันนี้”
ทุกคนนิ่ง ยามทั้ง4ที่เข้ามาก็อ้ำอึ้ง ไม่กล้ากล่าววาจา
ผู้ว่าฯ มองไปทางหญิง4คน “ไหนพวกเจ้าลองกล่าวมาซิ เหตุการณ์เป็นอย่างไร?”
ทั้ง4คนอ้ำอึ้งเช่นกัน แต่เมื่อเหลือบเห็นสายตามองแรง คล้ายออกคำสั่งอย่างเด็ดขาดจากเจ้าเมืองสวี่ชาง ทั้ง2เด็กสาวก็พากันละล่ำละลัก กล่าวหาหนิงเอ๋อต่างๆ นาๆ โดยสรุปก็คือ “พวกหนูเดินอยู่ดีๆ .. นังนี่ก็เข้ามาตบเอาตบเอา .. เข้ามาด่าว่าต่างๆ นาๆ .. พวกหนูเป็นเด็กดีนะเค้อ! นังเซียวหนิงเอ๋อเป็นเด็กแว๊นที่ชั่วร้าย..”
ตอนนี้บรรยากาศสืบคดีแล้วเรียบๆ ก็แผ่กระจายไปถึงผู้มีเกียรติคนอื่นๆ ให้ซุบซิบนินทากันไป..
“ใช่จริงเหรอ? มีใครเห็นเหตุการณ์ไหม? เด็กสาวผู้นี้จะกล่าวรังแกคนอย่างอุกอาจเช่นนี้ได้จริงๆ รึ?”
“มันฟังดูไม่สมเหตุผลเลย หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจริง เหตุใดพวกนางดูเป็นเช่นนี้เล่า? ดู4คนนั้นซิ หน้าตา เสื้อผ้า ไม่เห็นมาร่องรอยใดๆ ที่ว่าถูกทำร้ายเลยนะ?”
“ข้าเองก็สับสน แต่ข้ารู้สึกว่าเจ้าเมืองน่ะ ต้องการจะลงโทษบุตรสาวของเขาเป็นอย่างมากล่ะ!”