ความโลภ จุดจบและการเริ่มต้น
พุทธศักราช 3000 เผ่าพันธุ์มนุษย์พัฒนาเข้าสู่จุดสูงสุดได้สำเร็จ เทคโนโลยีล้ำยุคได้เดินทางข้ามทางช้างเผือกกว่าล้านปีแสงได้ในพริบตา
แต่ทุกความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่มนุษย์ยกย่องว่าเป็ที่สุดนั้น ต้องแลกมาด้วยบางสิ่งที่สมน้ำสมเนื้อ การพัฒนาเทคโนโลยีไม่เคยหยุดมายาวนานกว่าพันปี ได้เผาผลาญทรัพยากรโลกอย่างบ้าคลั่ง สภาพอากาศปรวนแปรไม่หยุดนิ่ง อุณหภูมิพุ่งสูงถึง65องศาแทบตลอดทั้งปี
พื้นที่ที่มีหิมะก็หนาวเย็นติดลบ60องศา เทคโนโลยีได้สร้างดินเทียม ฝนเทียม แสงแดดเทียมขึ้นมาเพื่อใช้ในการเพราะปลูกพืชพรรณ แต่ประชากรมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นทุกวันทำให้เกิดสภาวะขาดแคลนอาหารอย่างหนักหน่วง
ประชากรมนุษย์ลดลงอย่างรวดเร็ว มีเพียงบุคคลที่มีอำนาจทางการเงินเท่านั้นที่ยังคงผลาญเงินอย่างบ้าคลั่งเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้
ในวันนี้มนุษย์ทุกคนตระหนักได้ดีแล้วว่าการพัฒนาของเผ่าพันธุ์มนุษย์ตลอดระยะเวลาอันยาวนานหลายพันปี มันได้ทำลายซึ่งมรดกที่ล้ำค่าที่สุด มรดกที่เรียกว่า “ทรัพยากร” ที่บรรพบุรุษได้ส่งต่อกันมาอย่างยาวนานให้หายไปอย่างรวดเร็วด้วยเวลาเพียงพันกว่าปีเท่านั้น
ในขณะที่ทุกสิ่งย่ำแย่ลงอย่างถึงที่สุด บนทองฟ้าอันกว้างใหญ่ได้ปรากฏเงาดำมหึมา มันครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของผืนดินที่ยังเหลืออยู่ไว้ทั้งหมด พร้อมกับเสียงที่ดังก้องกังวาลราวกับสายฟ้าฟาด
“จงพิชิตสุสานแห่งความตาย แล้วรอดสืบต่อไป หรือยอมแพ้แล้วสูญพันธุ์ไปเสีย พวกเ้าจงเลือกกันเอาเอง!”
บนท้องฟ้าปรากกฏจุดดำนับล้านร่วงหล่นลงมาบนพื้นดินราวกับห่าฝน พวกมันคือสัตว์ประหลาดที่แสนจะน่ากลัว พวกมันเห็นมนุษย์เป็แค่อาหาร และเมื่อพวกมันเห็นมนุษย์คนใด พวกเขาจะถูกล่าไม่ต่างกับสัตว์เดรัจฉานทั่วไป
มันเป็ความหวาดกลัวที่ฝังลึกเข้าไปในจิตใจของทุกผู้คน ไม่ว่าวันเวลาจะยาวนานเพียงใด ความหวาดกลัวต่อสัตว์ประหลาดเหล่านี้ก็ยังคงฝังลึกอยู่ภายใน ดินแดนที่ราบหลายแห่งทั่วทั้งโลกถูกยึดครองอย่างรวดเร็ว ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีมนุษย์เหลือจำนวนน้อยลงเรื่อยๆจากการถูกล่าและอดอาหารตาย
จนกระทั่งคนกลุ่มหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับพลังที่ยิ่งใหญ่ กลุ่มคนเ่าั้ได้ยึดครองที่ดินคืนจากเหล่าสัตว์ประหลาดมาได้บางส่วน พวกเขาได้มอบอาหารและความรู้ที่จำเป็ต่อโลกใบใหม่ให้กับทุกคน และได้สอนถึงการใช้พลังที่ยิ่งใหญ่เพื่อดำรงซึ่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ต่อไป
กลุ่มคนเหล่านี้ถูกนับเป็เทพเ้าของเผ่าพันธุ์มนุษย์จวบจนกระทั่ง ณ วันนี้
“เอาหล่ะเด็กๆ ครูเล่าให้พวกเธอฟังจนครูเจ็บคอไปหมดแล้ว วันพรุ่งนี้พวกเธอต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการวัดผล พวกเธอต้องทำให้เต็มที่ เพราะวันพรุ่งนี้จะเป็วันสำคัญที่บ่งบอกว่าอนาคตพวกเธอจะไปได้ไกลแค่ไหน เข้าใจไหมเด็กๆ”
“เข้าใจแล้วครับ!”
“ดีมาก! หมดเวลาเรียนแล้ว เอาหล่ะเด็กๆแยกย้ายกลับบ้านได้!”
ณ ห้องพักครู
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
“เข้ามาได้”
“ครูเหลียงครับ ผมมีเื่อยากถามครับ!”
“หืม… เธออยากรู้เื่อะไรหล่ะ?”
“แล้ว…เอ่อ…แล้ว วีรบุรุษเ่าั้ตอนนี้อยู่ไหนหรอครับ!”
“นั่นสินะ! ครูเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน เอาไว้เมื่อไหร่ที่เธอโตพอ เธอค่อยไปตามหาพวกเขาดีไหมหล่ะ!”
“ครับ…เมื่อไหรที่ผมโตเป็ผู้ใหญ่ ผมจะออกตามหาพวกเขาครับ ลาก่อนนะครับ” เด็กชายได้ฉีกยิ้มกว้างแล้ววิ่งออกจากห้องพักครูไป
“เฮ้ออ!…ตั้ง2500ปีมาแล้ว ไม่มีข่าวของพวกเขาอีกเลย …หวังว่าเมื่อเธอโตขึ้นเธอจะออกตามหาพวกเขาจนพบหล่ะนะ!”
ครูสาวได้มองออกไปทางหน้าต่างพร้อมกับถอนหายใจยาว ไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดสิ่งใด?
เช้าวันถัดมา…
“เอาหล่ะเด็กๆ พวกเธอต้องตั้งแถวให้เป็ระเบียบ เดี๋ยวครูจะแนะนำบุคคลสำคัญให้พวกเธอได้รู้จัก”
“บุคคลท่านนี้คือท่านนักบวชชอญ วันนี้ท่านนักบวชจะเป็คนวัดผลให้กับพวกเธอ"
“สวัสดีเด็กๆ สิ่งที่พวกเธอต้องทำต่อไปนี้ก็คือ ทำสมาธิให้นิ่งไว้แล้วท่องอยู่ในใจ พุทธหนอ พองหนอ จากนั้นยื่นมือมาที่แผ่นป้ายแผ่นนี้ เข้าใจแล้วใช่ไหมเด็กๆ”
“เข้าใจแล้วครับ…”
“เอาหล่ะ ถ้าเช่นนั้น เริ่มได้”
“ฉีซาน สีแดง”
“เฟยหลาน สีเขียว”
“โดม สีเหลือง” …
“ซินไห่ …?”
“เอ่อนี่?… ครูเหลียง เด็กคนนี้เป็พวกไร้สี”
"ชูววว!…เบาๆหน่อยสิคะท่านนักบวช สีหน้าของของซินไห่ดูจะใมากเลย ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ ท่านนักบวชโปรดทำการวัดผลต่อไปได้เลยค่ะ”
“เสี่ยวซิน เธอมากับครูสักเดี๋ยวสิ”
“ครับ”
ณ ห้องพักครู
“เป็อะไรไป?…แค่เพราะวัดผลว่าเธอไร้สี เธอก็ยอมแพ้แล้วหรอ?”
“แต่ว่าครูครับ หือๆ… ผมเป็พวกไร้สี ผมไม่มีพลังวิเศษ แล้วเมื่อผมโตขึ้นผมจะออกตามหาเหล่าวีรบุรุษได้อย่างไรหล่ะครับ หือๆ…!”
“โอ๋ๆ เด็กดี ใช่ว่าไม่มีพลังวิเศษแล้วจะออกตามหาเหล่าวีรบุรุษไม่ได้เสียเมื่อไหร่ ขอแค่เธอตั้งใจฝึกฝนแม้ไม่มีพลังวิเศษครูเชื่อว่าเธอก็สามารถแข็งแกร่งเหมือนกับวีรบุรุษได้เช่นกัน!”
“จริงหรอครับ แค่ผมตั้งใจฝึกฝนก็สามารถแข็งแกร่งเหมือนกับวีรบุรุษได้หรอครับ!”
“แน่นอนสิ เธอไม่เชื่อครูอย่างนั้นหรือ?”
“ผมเชื่อครับ ผมจะฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้แข็งแกร่งเหมือนกับวีรบุรุษในอดีต แล้วออกตามหาพวกเขาให้พบให้จงได้!”
“เด็กดี ครูเชื่อว่าเธอทำได้ สู้ๆ”
“ครับ สู้ๆ”
หลังจากเสี่ยวซินไห่เดินออกจาห้องพักครูไปแล้ว
“เฮ้อออ! ทำไม์ถึงใจร้ายกับเด็กคนนี้นัก บิดาก็หายสาปสูญ มารดาก็เป็โรคร้าย ครูได้แต่อวยพรให้เธอเติบโตไปเป็คนดีแค่นั้นก็พอ”
……………………………
สารานุกรมวันนี้: ว่าด้วยเื่การวัดผล