“ขอรับ!”
ผู้นำตระกูลกู้กล่าวด้วยความฮึกเหิม
หากตระกูลซูถูกทำลายตระกูลกู้จะสามารถกลืนกินสมบัติพัสถานทั้งหมดของตระกูลซูและดินแดนกว่าหมื่นลี้ได้ในคราวเดียว
ดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ปกครองโดยตระกูลซูเต็มไปด้วยเมืองของผู้ฝึกตนมากมาย มีประชากรหลายร้อยพันล้านคนนอกจากนี้ยังมีเหมือง สมบัติพัสถาน และทรัพยากรจำนวนนับไม่ถ้วนอีกด้วย
นี่ไม่ใช่แค่ดินแดนธรรมดาๆ
หากพวกเขาสามารถกลืนกินสิ่งเหล่านี้และยึดไว้เป็ของตนได้พลังของตระกูลกู้จะพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าในทันทีกระทั่งถึงขั้นขึ้นเป็สำนักกองกำลังระดับสูงสุด
ในฐานะผู้นำตระกูลเขาจะได้รับผลประโยชน์มากมายบางทีอาจถึงขั้นฝ่าทะลุไปยังระดับเซียนนักบุญใน่ชีวิตของตนได้
“ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณยวนเอ๋อร์หากไม่ใช่เพราะเขา ข้าคงไม่อาจฝ่าทะลุไปยังระดับเซียนนักบุญได้และพลังของตระกูลกู้คงจะไม่เพิ่มขึ้นมากมายเช่นนี้!”
บรรพบุรุษของตระกูลกู้กล่าวเสียงเบาดวงตาเปล่งประกายความพึงพอใจอย่างแรงกล้า
ทุกสิ่งที่ตระกูลกู้มีในตอนนี้ล้วนเป็เพราะลูกหลานที่เขาโปรดปรานที่สุด
เขาปกปิดการมีอยู่ของลูกหลานคนนี้มาหลายปีแล้วถึงเพียงนี้ในที่สุดลูกหลานคนนี้ก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง
“ทั้งหมดนี้เป็เพราะความอุตสาหะของท่านบรรพบุรุษหากไม่ใช่เพราะการสนับสนุนส่งเสริมอย่างเต็มที่ของท่านยวนเอ๋อร์ก็คงจะไม่ได้รับความชื่นชมจากท่านยิ่งใหญ่ผู้นั้นและกลายเป็ศิษย์สายตรงของดินแดนศักดิ์สิทธิ์!”
ใบหน้าของผู้นำตระกูลกู้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน
กู้เฮ่าเป็บุตรชายของเขาและยังเป็อัจฉริยะที่หาตัวจับยากในตระกูลกู้เป็ผู้สังขารเทพศักดิ์สิทธิ์
อย่างไรก็ตามเนื่องจากความเกี่ยวเนื่องกับร่างสังขารเทพศักดิ์สิทธิ์มากล้นจนเกินไปจึงปกปิดการมีอยู่ของเขาตลอดมา ป้องกันไม่ให้ถูกเปิดโปงในเวลาที่ไม่เหมาะสม
จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้บรรพบุรุษของตระกูลกู้ได้ใช้ทรัพยากรทั้งหมดและแนะนำกู้เฮ่าให้รู้จักกับผู้าุโระดับสูงของดินแดนศักดิ์สิทธิ์และในที่สุดก็ได้รับความชื่นชมจากบุคคลสำคัญและถูกยอมรับให้เป็ศิษย์ที่แท้จริง
นี่คือเหตุผลที่ตระกูลกู้กางปีกบินพุ่งถลาสู่ท้องฟ้าได้ [1]
“ยวนเอ๋อร์ไม่เพียงแต่สังขารเทพศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นทว่ายังมีกระดูกเต๋าหมื่นภัยพิบัติอีกด้วยซึ่งเป็การรวมคุณสมบัติศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่สองประการไว้เป็หนึ่งความสำเร็จในอนาคตของเขาเป็สิ่งที่ไม่อาจจินตนาการได้ตระกูลกู้เราอาจกลายเป็ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้เลยทีเดียว!”
ดวงตาของบรรพบุรุษของตระกูลกู้แสดงถึงความคาดหวังและความโลภที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
ตระกูลศักดิ์สิทธิ์เป็ตระกูลชั้นสูงที่อยู่เคียงข้างกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์และเหนือกว่าแม้ตระกูลโบราณ
“ทั้งหมดนี้เป็เพราะการอุปถัมภ์และปลูกฝังอย่างดีของท่านบรรพบุรุษหากไม่ใช่เพราะท่าน ยวนเอ๋อร์จะทะยานสู่ท้องฟ้าได้อย่างไร”ผู้นำตระกูลกู้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ว่าแต่พวกมันถูกจัดการเรียบร้อยแล้วหรือไม่” บรรพบุรุษของตระกูลกู้ถามด้วยเสียงราบเรียบ
“นอกเสียจากคนผู้นั้นแล้วคนอื่นในตระกูลของเหล่าจิ่ว รวมถึงทุกคนที่รู้เื่นี้ ล้วนถูกกำจัดไปหมดแล้วขอรับ!”
เมื่อได้ยินดังนั้นใจของผู้นำตระกูลกู้เต้นแรง ตอบกลับด้วยท่าทีเคร่งขรึม
“ดีแล้วแม้ว่ามันจะลำบากเด็กคนนั้น ทว่าเพื่อยวนเอ๋อร์ เพื่ออนาคตของตระกูลกู้ต้องสละชีพพวกเขา!”
บรรพบุรุษของตระกูลกู้ถอนหายใจด้วยความอนาถใจ
“ทั้งหมดนี้เพื่อตระกูลการเสียสละตระกูลของเหล่าจิ่วนั้นคุ้มค่า หากเป็ลูกของข้าข้าก็พร้อมมอบให้กับตระกูลโดยไม่ลังเล!” ผู้นำตระกูลกู้กล่าวเด็ดเดี่ยว
“การทิ้งกระดูกเต๋าหมื่นภัยพิบัติไว้กับยายเด็กนั่นช่างไร้ประโยชน์มอบให้ยวนเอ๋อร์ก็สมควรแล้ว ให้เขานำพาตระกูลกู้บินทะยานสู่ท้องฟ้า เฮ้อครั้นเหล่าจิ่วไม่เข้าใจประเด็นนี้ให้ชัดเจน ก็ต้องเสียสละตระกูลของเขา!”
“ขอรับ!”
บรรพบุรุษของตระกูลกู้พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
......
“ฆ่ามัน!”
“เ้าเด็กตระกูลกู้กล้าดีอย่างไรถึงมาล่วงล้ำดินแดนของตระกูลซู จงตายซะ!”
“ฆ่าพวกแมวขโมยของตระกูลกู้ให้หมดตระกูลซูไร้คู่ต่อสู้ที่จะต่อกรได้!”
“ลูกหลานของตระกูลซูทั้งหลายพวกเรามาช่วยแล้ว จงยืนหยัดต่อไป!”
ในเวลานั้นเองดินแดนโบราณที่ห่างออกไปร้อยลี้ ประตูวาร์ปมากมายก็เปิดออก ณ ที่แห่งนั้นรถศึกโบราณ เรือรบขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้น ความว่างเปล่าส่งเสียงดังกึกก้อง
“ตึง ตึงตึง…”
นอกจากนี้ยังมีสำนักกองกำลังสีดำที่ยิ่งใหญ่และสง่างามปรากฏขึ้นมาซึ่งเป็กองทัพของตระกูลซู กองทหารที่น่ากลัว และสมาชิกตระกูลซูอีกหลายแสนคน
ผู้นำคือผู้าุโของตระกูลซูหลายสิบคนแต่ละคนมีรัศมีลมปราณที่น่าเกรงขาม พวกเขาทั้งหมดอยู่ในระดับสูงสุดของระดับสำแดงกฎและยังมีผู้าุโหมื่นยุคสมัยอีกหกคน
ด้วยบุคคลผู้าุโจำนวนมากเช่นนี้์และพิภพก็แออัดในทันใดทรงพลังดั่งบรรพตมหาสมุทรย่อยยับบรรลัย ์และพิภพถลาเอนเอียง พลังปราณมหึมาสั่นะเืทั้งสมรภูมิ
กลุ่มผู้าุโของตระกูลกู้ที่รุกรานต่างก็หน้าซีดและตัวสั่นด้วยความกลัว
“ทะ…ทหารจำนวนมากถึงเพียงนั้นศักยภาพทางกองทัพที่น่าสะพรึงกลัว!”
“เหตุใดกองทัพของตระกูลซูจึงน่ากลัวถึงเพียงนี้ช่างน่ากลัวเสียยิ่งกว่ากองทัพเกราะแดงของตระกูลกู้หลายเท่า”
“นี่คือกองทัพที่ได้รับการฝึกฝนโดยราชันดาวตกอย่างนั้นหรือ”
กลุ่มผู้าุโของตระกูลกู้ผู้ที่อยู่ในระดับอนัตตาและผู้าุโระดับนิรันดร์หลายคนต่างก็หวาดกลัวอย่างมากในขณะนี้
พวกเขานึกถึงซูฉางเซิงราชันดาวตกผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในทวีปเจินเซิ่ง
นี่คือกองทัพที่เขาฝึกฝนมาอย่างนั้นหรือ
แม้แต่ผู้าุโระดับนิรันดร์หลายคนเมื่อเผชิญหน้ากับกองทัพสีดำดั่งกระแสน้ำไหลบ่า ยังรู้สึกเสียวๆที่หนังศีรษะจนไม่กล้าเผชิญหน้าโดยตรง
กองทัพในโลกแห่งจินตนาการนั้นไม่ใช่เื่ง่ายถึงเพียงนั้น
หากพวกเขารวมตัวเป็กองทัพจะรวมพลังของทหารทั้งหมดและแผ่ขยายไปสิบๆ เท่า ครั้นปะทุขึ้นมา อาจเอาชนะศัตรูข้ามระดับ และกวาดล้างผู้าุโทั้งหมดก็เป็ได้
“กองทัพอันน่าหวาดกลัว!”
ผู้นำตระกูลกู้ก็หน้าซีดเช่นกันเขาไม่ได้คาดคิดว่าตระกูลซูจะซ่อนสำนักกองกำลังที่น่ากลัวเช่นนี้เอาไว้
ไม่น่าแปลกใจที่บรรพบุรุษของเขาใจเย็นและไม่รีบร้อนที่จะกวาดล้างทำลายตระกูลซู
“สมกับเป็เ้าหนูซูฉางเซิงนั่นแข็งแกร่งจริงๆ น่าเสียดายที่หากเป็เมื่อก่อน ข้าอาจจะเกรงนั่นกลัวนี่ทว่าตอนนี้…”
บรรพบุรุษของตระกูลกู้มีท่าทีเฉยเมย
ด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้ของเขากำจัดกลุ่มผู้าุโของตระกูลซูเหล่านี้ด้วยการสะบัดมือเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอแล้ว
ระดับเซียนนักบุญและระดับที่ไม่ใช่เซียนนักบุญนั้นเป็โลกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเขาสามารถกำจัดผู้าุโระดับนิรันดร์ได้หลายร้อยหรือหลายพันคนด้วยการดีดนิ้ว
“เยี่ยมเยี่ยมมาก สำนักกองกำลังเสริมของตระกูลซูมาถึงแล้ว เ้าแมวขโมยตระกูลกู้เตรียมตัวตายซะ!”
“ฮ่าๆๆผู้นำตระกูลผู้ยิ่งใหญ่!”
ภายในจื่อเสวี่ยนเทียนเมื่อกลุ่มผู้าุโของตระกูลซูเห็นฉากนี้ต่างก็ดีใจจนอดหัวเราะออกมาไม่ได้
หัวใจที่สิ้นหวังในตอนแรกเต็มไปด้วยความหวังแล้วในตอนนี้
“จบเห่แล้ว…”
ซูเหอมีสีหน้าเคร่งขรึม เมื่อเทียบกับสมาชิกตระกูลที่ตื่นเต้นคนอื่นๆหัวใจของเขากลับเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
เพราะเขาเห็นท่าทางไม่แยแสของกู้ฉิงราวกับว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา
สิ่งนี้ทำให้หัวใจของเขาสั่นสะท้าน
เป็ไปได้หรือไม่ว่าทั้งหมดนี้อยู่ในแผนการของตระกูลกู้
“ตระกูลซูจบสิ้นแล้ว!”
กู้ฉิงหัวเราะเบาๆ เพียงปลายนิ้วโจมตีแรงนั่นปะทะเข้ากับซูเหอจนร่างถูกสะท้อนกลับไปด้วยแรงมหาศาลกระเด็นออกไปจากสมรภูมิ
ไม่ใช่เพียงเขาเท่านั้นผู้าุโระดับนิรันดร์คนอื่นๆ ที่กำลังต่อสู้อยู่ทั้งหกคนต่างก็หลุดออกจากสมรภูมิในขณะนี้ผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นบนฟ้าอันห่างไกล และมองลงไปยังคนทุกคน
เมื่อเห็นฉากนี้กลุ่มผู้าุโของตระกูลซูก็งุนงงเล็กน้อยเป็ไปได้หรือไม่ว่าผู้าุโของตระกูลกู้กลัวและกำลังจะหนี
“ซูอวิ๋นข้าไม่คาดคิดว่าเ้าจะมาด้วยตนเองเลย เหตุใดไม่ปกป้องฐานทัพหลักของเ้าเล่าไม่กลัวหรือว่ารากฐานของตระกูลซูจะถูกถอนรากถอนโคนน่ะ”
ผู้นำตระกูลกู้ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศเขามองไปที่กองทัพของตระกูลซูที่กำลังมุ่งหน้ามาไกลๆรวมถึงผู้าุโและซูอวิ๋นที่เป็ผู้นำ ก่อนอดไม่ได้เอ่ยพูดพลางยิ้มเ็าออกมา
“ผู้นำตระกูลกู้คาดไม่ถึงว่าตาเฒ่าแก่ๆ เช่นเ้าก็มาด้วย ทำไมเล่าพวกเ้าทั้งหมดไม่กลัวจะตายอยู่ที่นี่เลยหรือ”
อีกด้านหนึ่งซูอวิ๋นที่นำผู้าุโของตระกูลซูมาถึงก็ตกตะลึงเมื่อเห็นฉากนี้
คิดไม่ถึงว่าผู้นำตระกูลกู้จะมาด้วยตนเองพวกเขามั่นใจถึงเพียงนั้นเลยหรือว่าจะทำลายตระกูลซูได้
“ผู้นำตระกูลไม่จำเป็ต้องเสียเวลาพูดกับพวกเขา จบศึกนี่กำจัดกลุ่มผู้าุโของตระกูลกู้เ่าั้ และทำลายตระกูลกู้เสีย!”
ผู้าุโสูงสุดคนหนึ่งกล่าวด้วยความกระหายเื
เนื่องจากคำมั่นสัญญาของซูฉางเซิงผู้าุโของตระกูลซูทั้งหลายจึงคันไม้คันมือพร้อมที่จะสู้พวกเขาแทบรอไม่ไหวที่จะประมือ และสังหารผู้าุโในระดับเดียวกันสักคนหรือสองคน
“หึๆ เดิมทีเราเพียง้ายึดครองโลกใบเล็กแห่งนี้และทำลายตระกูลซูทีละน้อย ทว่าในเมื่อพวกเ้าทั้งหมดก็รนมาหาที่ตายเช่นนั้นก็จงตายอยู่ที่นี่เสียเถิด!”
ผู้นำตระกูลกู้กล่าวด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
ท่าทางที่มั่นใจและสงบนิ่งของเขาทำให้ผู้าุโของตระกูลซู รวมถึงซูอวิ๋นล้วนหวาดกลัว
ตามที่คาดไว้ตระกูลกู้มีไพ่บางอย่างในมือ
“เชิญบรรพบุรุษลงมือ!”
ขณะที่ทุกคนในตระกูลซูกำลังหวั่นเกรงผู้นำตระกูลกู้ก็โค้งคำนับเล็กน้อย และกล่าวด้วยความเคารพไปยังจุดหนึ่งในความว่างเปล่า
“อืม!”
มีเสียงเฉยเมยดังขึ้น
……
เชิงอรรถ
[1] กางปีกบินพุ่งถลาสู่ท้องฟ้าได้หมายถึง การประสบความสําเร็จที่ทําให้ทุกคนตกตะลึงภายในระยะเวลาอันสั้น