มหากาพย์ราชันสะท้านภพ

    บทที่17 ผลตอบแทนมหาศาล

    ตอนนี้ เขารู้สึกเหมือนอยู่ในความมืดมิดที่เย็นยะเยือก  มันกัดกินและทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเขาอย่างช้าๆ  ความรู้สึกทุกอย่างเหมือนค่อยๆจะขาดหายไป            “ นี่ข้ากำลังจะตายแล้วสินะ ”            “ หากในอีกสิบสามปีโลกจะถูกทำลายจริงๆ  มันก็คงไม่เกี่ยวข้องกับข้าแล้วใช่ไหม ”            “ ผู้กอบกู้อะไรกัน  รับมอบหน้าที่มาไม่ทันพ้นวันก็จะตายเสียแล้ว ”            “ ช่างเถอะ…”           ความคิดของเขาเริ่มช้าลง สติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดกำลังจะหลุดออกไป            …            พลังงานอันอบอุ่นสายหนึ่ง  ได้เข้ามาปกป้องดวงวิญญาณของเขาเอาไว้ไม่ให้สลายไป  มันค่อยๆฟื้นฟูจิตวิญญาณเขาอย่างช้าๆ           ความรู้สึกถึงสิ่งที่เขาได้ทำมันสูญหายไปนาน  เวลานี้มันกลับคืนมาสู่ตัวเขาอีกครั้ง  และกำลังหลอมรวมเข้ากับดวงวิญญาณของเขาอย่างช้าๆ           “ ความรู้สึกนี้มันช่างสบายจริงๆ”            นี่เป็นความคิดสุดท้ายก่อนที่สติเขาจะดับไป ณ ถ้ำแห่งหนึ่ง         ตอนนี้เป็นเวลาสามวันแล้ว นับตั้งแต่จบการต่อสู้กับจอมมารทั้งสอง  หลวงจีนมารฝาเซี่ยงได้นำเหยี่ยนฮ่าวกลับมาพักฟื้นในถ้ำแห่งนี้  ซึ่งเป็นสถานที่หลบซ่อนของท่านเอง           “ ประสกตื่นแล้วสินะ” หลวงจีนมารมองไปยังเหยี่ยนฮ่าวที่ลืมตาขึ้น            “ มันเกิดอะไรขึ้น…นี่ข้ายังไม่ตายเหรอ ” เหยี่ยนฮ่าวถามขึ้นด้วยเสียงแหบแห้ง            “ ประสกดื่มยาบำรุงถ้วยนี้ก่อน  อาตมาจะเล่าให้ฟัง ” ท่านได้ส่งถ้วยยาให้เหยี่ยนฮ่าวดื่มลงไป  มันถูกสกัดมาจากสัตว์อสูรระดับสูง  เพียงไม่นานร่างกายเหยี่ยนฮ่าวก็ฟื้นตัวเต็มที่  หลวงจีนมารจึงเล่าเรื่องหลังจากที่เหยี่ยนฮ่าวสิ้นสติไปให้ฟัง                       ในตอนนั้นหลังจากที่จอมมารเจี่ยสือเห็นราชันผีดิบโดนจัดการไป ก็เริ่มคลุ้มคลั่งเพราะไม่สามารถหลบหนีออกไปได้   ด้วยความแค้นในตัวเหยี่ยนฮ่าวที่เป็นต้นเหตุให้พวกมันพ่ายแพ้  จึงได้ยอมรับการโจมตีของหลวงจีนมารโดยไม่ป้องกัน  เพื่อที่จะลากเอาตัวเหยี่ยนฮ่าวตายตามไปด้วย           หลังจากที่เหยี่ยนฮ่าวล้มลง หลวงจีนมารกับหลานสาวก็รีบนำตัวตัวเหยี่ยนฮ่าวหลบออกมาทันที  โดยไม่สนใจคำทัดทานจากคนในตระกูลผู้พิทักษ์ ที่ต้องการจะช่วยเหลือ            “ ประสกคงจะแปลกใจใช่ไหม  ว่าเหตุใดอาตมาจึงไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากตระกูลผู้พิทักษ์ ”            “ นั่นเพราะไม่ใช่ตระกูลผู้พิทักษ์ทุกคนหรอกนะ  ที่จะเป็นคนดีเสียสละเพื่อส่วนรวม  หากรอจนพวกพรรคมารที่เหลือถูกกวาดล้างจนหมด  พวกเราก็คงออกมาไม่ได้แล้ว ”            “ ทั้งตัวอาตมาและหลานสาวก็ไม่ถือว่าเป็นมนุษย์อีกต่อไป แม้แต่ตัวประสกเองที่สามารถควบคุมพลังมารนอกพิภพได้ ก็อาจถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด  ที่แย่ที่สุดอาจจะกลายเป็นเช่นเดียวกับหลานสาวอาตมา ”            หลังจากได้ยินสิ่งที่หลวงจีนมารพูด  เหยี่ยนฮ่าวก็รู้สึกสั่นสะท้านในใจ  เพราะเขาก็รู้ถึงสิ่งที่ตระกูลผู้พิทักษ์ทำกับเหยาจิงเอ๋อดี  แล้วนี่ในอนาคตเขาจะโดนตามล่าหรือไม่           เมื่อเห็นสีหน้าเป็นกังวลของเหยี่ยนฮ่าว หลวงจีนมารจึงพูดต่อ            “ ประสกก็ไม่ต้องเป็นห่วงไป  ผู้ที่รู้ความลับของประสกนั้นมีแต่คนที่ไว้ใจได้  พวกเขาคงไม่เปิดเผยออกมาง่ายๆ   ส่วนพวกที่เป็นปัญหาจริงๆยังคงอยู่ด้านนอกโบราณสถาน   นี่เป็นเหตุผลที่อาตมารีบหลบออกมา ”            “ ต้องขอบคุณไต้ซือมากแล้ว ”  เหยี่ยนฮ่าวรีบกล่าวขอบคุณ  “ จริงสิ…แล้วหลานสาวท่านเป็นอย่างไรบ้าง เหตุใดข้าไม่เห็นนาง ”                       “ นี่ก็เป็นสิ่งที่อาตมากำลังจะบอกให้ประสกฟังอยู่พอดี  ตอนนี้หลานสาวอาตมากำลังหลับอยู่ในตัวประสก  ไม่สิ ถ้าจะพูดให้ถูกคืออยู่ในเงามากกว่า ”            “ ประสกสงสัยใช่ไหมว่าตัวเองรอดมาได้อย่างไร   นั่นก็เพราะหลานสาวอาตมาทำได้พันธสัญญาชีวิตและความตาย เพื่อช่วยชีวิตประสก ”            “ นางใช้การประสานดวงวิญญาณเข้าด้วยกัน  แล้วรับเอาความเสียหายส่วนใหญ่ที่ประสกได้รับไป  ซึ่งวิธีเช่นนี้แม้แต่อาตมาก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน   นางบอกเพียงว่าได้มันมาจากความทรงจำในเศษชิ้นหยก  ที่อาตมาใช้หลอมรวมสร้างนางให้เป็นปีศาจสีเลือด  ”           “ นั่นมัน…หรือว่าตอนนี้ดวงวิญญาณของข้า ” เหยี่ยนฮ่าวพูดขึ้นมาอย่างลืมตัว  เขานึกไปถึงความรู้สึกที่ได้บางสิ่งที่เป็นของเขากลับคืนมา  ความรู้สึกนั้นแท้จริงแล้วมันคือเศษชิ้นส่วนดวงวิญญาณของเขาเอง           “ แล้วตอนนี้อาการนางเป็นเช่นไรบ้าง ” เหยี่ยนฮ่าวถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง            หลวงจีนมารมีรอยยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดขึ้น            “ นางสบายดี…เพียงแต่อาจจะต้องหลับใหลอยู่ในเงาของประสกเพื่อฟื้นคืนพลัง  จะว่าไปเหตุการณ์ครั้งนี้อาจจะถือเป็นประโยชน์กับนางมหาศาล ”            “ ความหมายของไต้ซือคือ...” เหยี่ยนฮ่าวมีสีหน้าสงสัย           “ เพื่อที่จะช่วยชีวิตประสก  นางได้หลอมรวมกับนิ้วมืออันนั้นเข้าไป  เพื่อแทนที่เศษหยกที่อาตมาใช้สร้างนางให้เป็นปีศาจสีเลือด  บางทีหลังจากที่นางตื่นขึ้นมา อาตมาอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนางอีกต่อไป ”           “ แต่ประสกไม่ต้องเป็นกังวล  ตอนนี้ประสกกับหลานสาวอาตมาผูกพันกันด้วยพันธสัญญาแล้ว  นางไม่มีทางทำร้ายประสกหรอก ”           “ หลังจากนี้คงต้องฝากประสกดูแลนางด้วยนะ  อย่างช้าที่สุดประมาณหนึ่งปีนางคงจะตื่นขึ้น ” ท่านพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงใจ จากที่ได้รู้จักเหยี่ยนฮ่าวมาช่วงเวลาหนึ่ง  ทำให้รู้ถึงนิสัยใจคออันดีงาม  สามารถฝากฝังหลานสาวของท่านไว้ได้             เหยี่ยนฮ่าวนิ่งไปซักพัก  ก่อนที่จะคิดขึ้นมาได้  ว่าหากไม่ใช่เพราะเหยาจิงเอ๋อ เขาคงจะตายไปนานแล้ว   ทั้งนางยังช่วยให้เขาได้รับดวงวิญญาณที่สมบูรณ์           จะว่าไปมันก็เหมือนกับเป็นเพราะโชคชะตา  ครั้งแรกที่ได้พบกัน ทั้งเขาและเหยาจิงเอ๋อ ต่างก็มีดวงวิญญาณที่ไม่สมบูรณ์   แต่เขาทั้งคู่ก็ต่างฝ่ายต่างก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จนได้รับในสิ่งที่ขาดหายไป           ตอนนี้เขารู้สึกถึงพลังในร่างกายที่เปี่ยมล้น  จิตวิญญาณเขาแข็งแกร่งกว่าก่อนหลายเท่า  เพียงสูดหายใจเข้าไปก็รู้สึกถึงปราณวิญญาณจำนวนมากเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกาย            หากตอนนี้ได้เข้ารับพิธีตรวจพรสวรรค์ใหม่  เขาเชื่อว่าพรสวรรค์ของเขาไม่มีทางต่ำกว่าหยางเจี้ยนแน่นอน           “ ไต้ซือ…ข้าขอถามถึงที่มาของเศษหยกอันนั้นได้หรือไม่ ”            เมื่อได้ยินถึงคำถามของเหยี่ยนฮ่าว แววตาของหลวงจีนมารทอประกายขึ้น  ที่จริงท่านก็พอจะคาดเดาเรื่องราวบางอย่างได้แล้ว  หลังจากที่ขบคิดถึงเหตุผลที่เหยี่ยนฮ่าวควบคุมพลังมารนอกพิภพ และยังประสานกับเศษเสี้ยววิญญาณในชิ้นหยกได้                       “ ชิ้นหยกอันนั้น ถูกค้นพบโดยผู้ก่อตั้งนิกายของอาตมาเมื่อสองหมื่นปีก่อน  ในตอนนั้นภายหลังจากที่อาตมาช่วงชิงวิญญาณครึ่งหนึ่งของหลานสาวออกมาได้  ก็ได้ลักลอบเข้าไปขโมยหยกชิ้นนี้ออกมาจากคลังสมบัติของนิกาย ”                       เหยี่ยนฮ่าวหลังจากที่ได้ฟังที่มาของชิ้นหยก  เขาก็มีคำตอบบางอย่าง เกี่ยวกับดวงวิญญาณของตัวเองที่สงสัยมานาน            แท้จริงแล้วดวงวิญญาณของเขาไม่ใช่ของโลกใบนี้  แต่ได้ตกลงสู่โลกพร้อมกับดาวตกเมื่อสองหมื่นปีก่อน             แต่ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม  ดวงวิญญาณของเขาได้แตกออกเป็นสองส่วน  ส่วนที่เป็นส่วนหลักได้เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในโลกใบนี้ถึงเก้าภพชาติ  อีกส่วนหนึ่งก็อยู่ในชิ้นหยกที่ถูกค้นพบโดยผู้ก่อตั้งวัดหมื่นพุทธ             ส่วนโลกของเขาจริงๆ ก็คงจะเป็นโลกที่เขาเห็นจากความทรงจำหลังประตูหยก  ซึ่งเขาคิดว่าความทรงจำเหล่านั้นคงจะกลับคืนมา เมื่อตัวเขาแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ  หรืออาจบางทีเมื่อเหยาจิงเอ๋อตื่นขึ้นมา เขาน่าจะพอสอบถามนางได้             เหยาจิงเอ๋อน่าจะได้ความทรงจำบางส่วนจาก ชิ้นหยกซึ่งมีต้นกำเนิดเดียวกับโลกใบนั้นในความทรงจำที่เขาเห็น             “  เอาล่ะ…หากประสกไม่มีอะไรสงสัยแล้ว  เราคงต้องจากลากันตรงนี้ ” หลวงจีนมารพูดขึ้น“ ในการต่อสู้ครั้งนั้น อาตมาเผาผลาญพลังชีวิตมากเกินไป   คงต้องใช้เวลารักษาตัวประมาณสามปี  อาตมาจะปิดตายทางเข้าถ้ำนี้ไว้  หลังครบเวลาสามปีอาตมาจะไปตามหาประสกเอง ” “ ขอบคุณท่านอีกครั้งไต้ซือ   ในอีกสามปีคงได้พบกันใหม่ ” เหยี่ยนฮ่าวพูดขึ้นในขณะที่เขาเห็นหินก้อนใหญ่ กำลังเลื่อนลงมาปิดทางเข้าถ้ำนั้น  เขาก็นึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ จนรีบตะโกนออกไป“  ไต้ซือ…ท่านพอจะมีลูกปัดวิญญาณแค้นอีกหลายเม็ดหรือไม่ ” แต่น่าเสียดายที่มันได้ช้าจนเกินไป  ประตูถ้ำได้ถูกปิดตายแล้ว…เหยี่ยนฮ่าวได้แต่ยืนอยู่หน้าถ้ำด้วยความเสียใจ  เหตุใดตนเองจึงลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท  ทำให้พลาดโอกาสดีๆไปเฮ้อ..หลังถอนหายใจออกมายาวๆ  เขาก็หันหลังเพื่อที่จะเดินจากไป “ ประสกอย่าลืมนำถุงสัมภาระ ตรงหน้าถ้ำไปด้วย  นั่นเป็นของขวัญจากอาตมาเอง ” เสียงของหลวงจีนมาดังขึ้นในความคิดของเหยี่ยนฮ่าว   ทำให้เขารีบหาถุงใบนั้นจนเจอแล้วเปิดออกดูภายในถุงประกอบไปด้วย…ถุงเก็บลูกปัดวิญญาณประมาณสองร้อยเม็ดไขกระดูกของสัตว์อสูรระดับสาม ซึงมีส่วนช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกายประมาณสิบจินสุดท้ายคือแหวนมิติ ที่เต็มไปด้วยเม็ดยาที่ใช้ฝึกฝน และหินวิญญาณจำนวนมหาศาล พอที่จะเลี้ยงดูคนนับหมื่นได้สบาย (เขามาทราบภายหลังว่าหลวงจีนมารเก็บแหวนมิติของจอมมารเจี่ยสือมาด้วย  นี่คงเป็นทรัพยากรทั้งหมดของสำนักระดับสี่)!!“ ข้า…รวยแล้ว !”