ตอนที่ 19 มนต์จำแลงของาาสมิงดำ2
สองชั่วโมงผ่านไป...........
ตุบตุบ ตุบ
หลังจากที่ทุกคนทำธุระกันเรียบร้อยแล้วตะวันก็ตกดินพอดีเลย ซึ่งในเวลานั้นทุกๆ คนก็ได้เดินเข้ามารวมตัวเพื่อรับประทานอาหารเย็นกัน............
“ก่อนจักเข้านอนกัน ก็ให้จัดเวรยามกันเหมือนเดิมนะโว้ยโดยให้เริ่มจากไอ้ผาเป็เวรที่หนึ่ง และคนต่อไปก็ให้เหมือนเดิม!”ผู้ใหญ่บ้านได้สั่งขึ้นให้ในขณะที่ทุกคนกำลังกินข้าวกันอยู่ซึ่งให้จัดเวรยามกันเหมือนอย่างเคย โดยให้พันผาเป็เวรที่หนึ่ง และคนต่อๆไปก็ผลัดเหมือนเดิม.......
ขอรับพ่อผู้ใหญ่!
“ข้าขอพูดเสริมนิดหน่อยนะขอรับ พ่อผู้ใหญ่!”ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นพันผาก็ยกมือขึ้นมาเพื่อที่จะขอพูดอะไรสักหน่อย.......
“ได้สิไอ้ผา!” ผู้ใหญ่บ้านได้หันไปหาพันผาก่อนจะอนุญาตให้พูด........
“ขอบน้ำใจขอรับพ่อผู้ใหญ่” พันผายืนขึ้นพร้อมกับกล่าวคำขอบคุณผู้ใหญ่สุขก่อนจะหันหน้าไปทางทุกๆ คนที่นั่งล้อมวงกันอยู่แล้วพูดขึ้นมาว่า“ข้าได้รับคำเตือนมาจากท่านพญาคชสารพงไพรมาว่าคืนนี้ให้ทุกคนนอนเกาะกลุ่มกันเอาไว้ ไม่ว่าจักเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงสักเพียงใด ก็จงอย่าได้ออกจากกลุ่มหรือบริเวณรอบกองไฟโดยเด็ดขาดจบ!” พันผาได้พูดเตือนทุกคนตามที่พญาคชสารพงไพรบอกตนมาให้ทุกคนได้รับรู้........
แค่นั้น?
“ใช่! ท่านพญาคชสารบอกข้ามาเท่านี้ละขอรับ!”พันผาพยักหน้ายืนยันคำพูดของเขา..........
หืม!
“คืนนี้คงจักไม่ธรรมดาเสียแล้ว เอาละทุกคน!จงจำคำเตือนจากท่านพญาคชสารพงไพรเอาไว้เสียให้มั่นจงอย่างได้ออกไปข้างนอกกลุ่มโดยไม่จำเป็เด็ดขาดไม่ว่าจักเป็เื่ร้ายแรงเยี่ยงใดก็ตาม แต่หากมันร้ายแรงมากก็ให้บอกกันเข้าใจไหม?เอาละพวกเอ็งไปนอนกันได้!” ผู้ใหญ่สุขได้เตือนทุกคนให้เข้าใจอีกครั้งก่อนจะบอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไปเข้านอน...........
“ขอรับผู้ใหญ่!”
ตุบตุบ ตุบ
“นอน นอนได้แล้ว!”
เวลาประมาณหนึ่งทุ่มสามสิบนาที..........
หลังจากที่ทุกคนได้แยกย้ายกันไปเข้านอนกันแล้วซึ่งขณะนี้ก็เป็เวลาของเวรที่หนึ่งพอดี.........
อ้า!
“ท่านพ่อคิดเื่ของาาสมิงดำอยู่กระนั้นหรือขอรับ! ?” กล้วยถามพันผาด้วยความสงสัย
หลังจากที่เขาได้สังเกตเห็นสีหน้าของพันผาที่กำลังคิดวิตกอยู่ในขณะนี้...........
“ใช่แล้วละลูก พ่อกำลังคิดถึงเื่นั้นอยู่!”พันผาได้ตอบกลับกล้วยไปในทันที ซึ่งเขากำลังคิดถึงเื่าาสมิงดำอยู่เพราะเขาไม่รู้ว่ามันจะกระทำการอะไรบ้างในคืนนี้......
“ลูกคิดว่าคงจักไม่มีเหตุร้ายแรงอันใดเกิดขึ้นหลอกขอรับท่านพ่ออย่างน้อยพวกเราก็ยังมีพ่อช้างใหญ่คอยช่วยดูแลอยู่!”กล้วยพยายามพูดปลอบใจพ่อของเขาไปตามประสาเด็กๆ ซึ่งกล้วยคิดว่ามีพญาคชสารพงไพรช่วยดูแลอยู่ยังไงคืนนี้ก็คงจะไม่มีอันตรายใดๆอย่างแน่นอน...........
เฮ้อ!
“พ่อทำามามากมาย เห็นความตายมาก็มิใช่น้อย แต่นี่มันเป็เสือระดับาาซึ่งคาดเดาใจยาก แถมไม่รู้ว่ามันจักจู่โจมพวกเราในรูปแบบใด!”พันผาได้เล่าประสบการณ์และความรู้สึกของตนเองให้แก่ลูกชายของเขาได้ฟัง..........
“พวกเราคงจักไม่โชคร้าย กลายเป็เหยื่อให้ไอ้าาสมิงดำมันง่ายๆกระนั้นหลอกขอรับท่านพ่อ เพราะทุกคนล้วนแล้วแต่เป็ผู้มีฝีมือกันทั้งนั้นลูกคิดว่าทุกคนรับมือมันได้อยู่แล้ว!” กล้วยพูดตอบพันผาไปด้วยความเชื่อมั่นว่าทุกคนในที่ตรงนี่ล้วนแล้วแต่มีฝีมือที่เก่งกาจกันทั้งนั้นซึ่งไม่น่าจะพลาดไปเป็เหยื่อของาาสมิงดำง่ายๆ อย่างแน่นอน...........
“พ่อก็หวังให้มันเป็อย่างนั้น!”
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปเวลาสองทุ่มตรงพอดี..........
ฮ้าย!!
หาวววววว!
“กะลาจมน้ำครบสามอันแล้วท่านพ่อ! ได้เวลาเปลี่ยนเวรยามแล้ว”หลังจากที่ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกล้วยได้ะโขึ้นเพื่อบอกว่ากะลาจมน้ำครบทั้งสามอันแล้ว........
“ดีเลย ถ้างั้นพ่อจะเคาะกะลอเพื่อเปลี่ยนเวรก่อน แล้วพวกเราไปนอนกัน!”พันพาหันไปตอบกลับกล้วยทันที ก่อนจะหยิบกะลอขึ้นมาและเคาะเพื่อส่งสัญญาณเปลี่ยนเวรยาม.......
ป๊อกป๊อก ป๊อก
หือ?
“ถึงเวลาเปลี่ยนเวรแล้วหรือเนี่ย? หาววววววว!!”
ตุบตุบ ตุบ
“พี่ผา! พี่กับกล้วยกลับไปนอนพักเถอะเวรยามต่อจากนี้ข้าดูแลต่อเองไว้ใจน้องได้เลยพี่!”ไอ้โอ่งเวรคนที่สองได้ลุกขึ้นและเดินออกจากที่นอนเพื่อเข้ามาเปลี่ยนเวรทันที หลังจากที่มันได้ยินเสียงกะลอดังครบสามครั้งซึ่งก็เป็เวลาประมาณสองทุ่มพอดี........
เวลาดึกผ่านไปเรื่อยๆในที่สุดหกชั่วโมงก็ได้ผ่านเลยไปโดยไม่ที่ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นจนกระทั่งเวรยามคนที่หกได้เข้ามาเปลี่ยนจาก่เวลาเที่ยงคืนไปหาตีหนึ่ง จู่ๆก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น..........
ตุบตุบ ตุบ
โยม!โยม! โยม!
ก่อนที่จะมีเสียงร้องะโของผู้ชายที่ดูเหมือนจะเป็พระดังขึ้นพร้อมกันกับร่างของพระรูปหนึ่งที่วิ่งเข้ามาปรากฏให้เวรยามคนที่หกได้เห็นซึ่งเวรยามคนที่หกนี้ก็คือไอ้ยอดนั่นเอง และเมื่อพระรูปนี้มาถึงเกือบจะใกล้ตัวของไอ้ยอดพระรูปนี้ก็หยุดฝีเท้าลงแล้วพูดขึ้นต่อว่า......
“โยมอาตมาหลงทางมา! ช่วยอาตมาด้วย!”พระธุดงค์รูปนี่ได้ะโขึ้นเพื่อขอความช่วยเหลือจากไอ้ยอดแต่ทว่ากลับไม่ยอมเข้ามาใกล้ๆ ............
“นั่นมันพระนี่! ทำไมพระรูปนี้ถึงได้มาเดินป่าในยามวิกาลเช่นนี้วะ!?” ไอ้ยอดอุทานขึ้นด้วยความสงสัยอย่างมากหลังจากที่มันได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือจากพระธุดงค์รูปหนึ่งซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลและไม่ยอมเข้ามาใกล้ๆ มัน............
“หลวงพ่อ! เหตุใดไม่เข้ามาใกล้ๆ ละขอรับ แล้วท่านมาจากใดทำไมถึงได้มาเดินป่ากลางค่ำกลางคืนเช่นนี้! ? ในเวลาอย่างนี้มันอันตรายนะขอรับหลวงพ่อ!”ไอ้ยอดส่งเสียงะโดังออกไปเพื่อสอบถามพระภิกษุที่ยืนอยู่ตรงนั้นว่าทำไมไม่เข้ามาใกล้ๆ และทำไมถึงมาอยู่ในป่ากลางค่ำกลางคืนเช่นนี้ ทั้งๆที่่เวลาแบบนี้ไม่น่าจะออกมาเดิน.........
“อาตมภาพ ได้เดินธุดงค์อยู่ในป่ามาหลายวันแล้วซึ่งอาตมภาพได้หลงป่าและหาทางออกไปเจอ แถมน้ำที่พกติดตัวมาก็หมดเสียแล้วแต่ช่างเป็โชคดีของอาตมายิ่งนักที่ได้พบกับโยมไม่ทราบว่าโยมพอจะแบ่งน้ำให้กับอาตมาฉันสักขันเพื่อดับกระหายจักได้หรือไม่?”พระธุดงค์ได้ตอบกลับไอ้ยอดด้วยสีหน้าที่ดูอิดโรยและอ่อนแรงเพราะว่าตนได้เดินหลงป่ามาหลายวัน แถมน้ำที่พกติดตัวมาก็หมดพระรูปนี้จึงขอให้ไอ้ยอดแบ่งน้ำให้ตนสักขันเพื่อฉันแก้กระหาย..........
“ได้ขอรับหลวงพ่อ! ว่าแต่เชิญนิมนต์ท่านเข้ามาข้างในก่อนเถอะขอรับกระผมจักได้ตักน้ำถวายท่านได้ฉันให้ชื่นใจ ตรงที่ท่านยืนอยู่มันมืดเกินไปกว่าจะเดินไปถึงท่าน น้ำก็คงหกหมดพอดี เกรงว่าท่านจักไม่ได้ฉันนิมนต์เข้ามาก่อนขอรับ!” ไอ้ยอดะโบอกให้พระเดินเข้ามาที่บริเวณใกล้ๆกับกองไฟก่อน เพราะตรงที่พระรูปนี้ยืนอยู่นั้นมันมืดเกินไปเขากลัวว่าจะเดินหกล้มจนทำให้น้ำที่ตักไปหกพื้นจนหมดแล้วพระจะไม่ได้ฉัน........
“อาตมภาพ มิเข้าไปรบกวนเวลาหลับเวลานอนของพวกโยมดอกรบกวนให้โยมคนเดียวจักดีกว่า ตักน้ำมาให้อาตมาสักขันแค่นี้ก็ประเสริฐแล้วพ่อคุณ!”พระธุดงค์ยังคงพยายามพูดบอกให้ไอ้ยอดตักน้ำออกไปให้ตนข้างนอกจะดีกว่าเพราะไม่อยากรบกวนคนอื่นๆ ที่นอนอยู่.......
“ได้ขอรับ! ถ้าอย่างนั้นก็นิมนต์ท่านรอประเดี๋ยวนะขอรับ!”ซึ่งได้ยอดก็ได้ลุกขึ้นไปตักน้ำทันทีเมื่อเห็นว่าพระรูปนี้ไม่สะดวกและไม่อยากรบกวนพวกตนที่กำลังนอนอยู่...........
ตุบตุบ ตุบ!!
จุ๋ม!!ซ่า! ซ่า!
“เท่านี้ก็คงจักพอแล้วกระมัง! ? เอาล่ะ! เอาไปให้พระท่านดีกว่า!”
หมับ!
“ช้าก่อนไอ้ยอด มึงจักตักน้ำออกไปให้ผู้ใดวะ! ?”
ทันใดนั้นเองผู้ใหญ่บ้านที่กำลังนอนอยู่ก็พลันได้ยินเสียงไอ้ยอดกำลังพูดคุยอยู่กับใครสักคนหนึ่งก่อนจะได้ยินเสียงของไอ้ยอดเดินกลับมาตักน้ำผู้ใหญ่สุขจึงได้ลุกขึ้นเดินออกจากที่นอนของตนเข้าไปหาไอ้ยอดก่อนจะไปถึงตัวและยื่นมือไปจับแขนไอ้ยอดเอาไว้พร้อมกับถามมันว่าจะตักน้ำออกไปให้ใคร........
อ๊ะ!
“เอ้า! พ่อผู้ใหญ่เองหรอกรึ? ทำเอาข้าตกอกใหมดเลย!”ไอ้ยอดอุทานขึ้นอย่างใก่อนที่จะสงบลงเมื่อเห็นว่าคนที่จับแขนของตนเป็ผู้ใหญ่บ้านก่อนจะพูดต่อไปว่า“ข้ากำลังจักตักน้ำออกไปถวายพระธุดงค์ที่หลงทางมาขอรับพ่อผู้ใหญ่!”ซึ่งเขาได้บอกเหตุผลที่ตนมาตัดน้ำก็เพราะกำลังจะเอาน้ำกินออกไปถวายพระธุดงค์ที่หลงทางมาตรงโน้น..........
“พระธุดงค์กระนั้นรึ? ท่านอยู่ตรงไหนวะไอ้ยอด!?”ผู้ใหญ่สุขถามไอ้ยอดด้วยสีหน้าที่สงสัยว่าพระธุดงค์ที่ว่านั้นอยู่ตรงไหนก่อนจะหันไปมองซ้ายทางและทางขวาเพื่อดูให้เห็นว่าพระธุดงค์ที่ว่านั้นอยู่ตรงไหน...........
“ทางนั้นขอรับผู้ใหญ่!”ไอ้ยอดรีบชี้นิ้วไปยังไปตำแหน่งที่พระธุดงค์ยืนรออยู่ให้ผู้ใหญ่บ้านได้รับรู้ในทันที.........
ไหนๆ ?!
ตุบตุบ ตุบ
“เกิดอะไรขึ้นขอรับผู้ใหญ่ ไอ้ยอด! ?” ซึ่งเวลานั้นเองพันผาก็ได้เดินเบาๆเข้ามาพร้อมกับเปิดปากถามผู้ใหญ่บ้านกับไอ้ยอดว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นเพราะเขาได้ยินเสียงของทั้งสองคนพูดคุยกันมาได้สักพักแล้วมันจึงทำให้เขามีความรู้สึกสงสัยและคิดว่ามันผิดปกติเขาจึงได้ลุกขึ้นจากที่นอนและเดินเข้ามาหาทั้งสองคนทันที..........
หือ?!
“พี่ผา! พอดีมีพระธุดงค์หลงทางมาจากไหนไม่ก็ไม่รู้มายืนะโขอให้ข้าช่วยเอาน้ำให้ท่านอยู่ตรงโน้นซึ่งข้าก็กำลังจักตักน้ำกินไปถวายท่านอยู่พอดี!”ไอ้ยอดได้หันไปบอกพันผาในขณะที่ยืนถือขันน้ำว่าตนได้พบพระธุดงค์หลงทางมาขอความช่วยเหลือรูปหนึ่ง ซึ่งขอให้ตนแบ่งน้ำกินให้และเขาก็กำลังจะตักน้ำไปถวายพระอยู่พอดี.........
“พระธุดงค์กระนั้นรึ! ? เป็ไปได้อย่างไรกันดึกดื่นป่านนี้แล้วพระที่ไหนจะออกมาเดิน อีกอย่างพวกพระที่ออกมาเดินธุดงค์กรรมฐานในป่าเยี่ยงนี้ส่วนใหญ่แล้วพวกท่านล้วนแต่มีความอดทนและมีญาณสูงไม่น่าจะหลงป่าถึงกับขนาดขาดน้ำจนมาขอความช่วยเหลือเช่นนี้ได้”พันผารู้สึกว่าเื่นี้มันดูแปลกๆ เพราะเท่าที่เขารู้มานั้นพระที่ออกธุดงค์มักจะมีพลังจิติญญาที่สูงและมีความอดทนอยู่มาก ซึ่งไม่น่าจะมาใน่เวลานี้.......
“นั่นสิ! ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกันกับไอ้ผาเหมือนกัน นี่มันแปลกเกินไปแล้ว!”ผู้ใหญ่บ้านเองก็คิดเช่นเดียวกันกับพันผาเพราะหากพระท่าน้าขอความช่วยเหลือจริงๆ คงจะเข้ามาใกล้ๆในระยะที่สามารถมองเห็นได้ แต่ทำไมพระรูปนี้ถึงยืนอยู่ห่างออกไปแบบนั้น.......
“ถ้าเช่นนั้นไอ้ยอด! มึงจงพาพวกข้าออกไปพบกับพระธุดงค์ท่านนั้นทีหากมีเื่อะไรเกิดขึ้นพวกเราจักได้ช่วยเหลือกันได้ทันเวลา”พันผาได้พูดบอกให้ไอ้ยอดพาตนและผู้ใหญ่บ้านไปพบกับพระธุดงค์รูปนั้นด้วยเพราะเขากังวลว่าพระรูปนี้จะไม่ใช่พระจริงๆ เพราะเขาคิดถึงคำเตือนที่ได้มาจากท่านพญาคชสารพงไพรก่อนหน้านี้..........
“ข้าเข้าใจแล้วพี่ผา! เช่นนั้นข้าจักนำพวกท่านไปหาพระท่านนั้น!”ไอ้ยอดพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะตอบรับและเตรียมที่จะพาทั้งสองคนเดินไปหาพระธุดงค์.........