จ่ามาคส์ ปลดเกียร์ พร้อมกับเหยียบคันเร่งจนมิด บรื้นนนน...ทำให้รถเหล็กสีดำพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว พวกเหล่าผีดิบต่างก็หันหน้ามองมาทางต้นทางของเสียงกันแล้ว พวกมันเริ่มขยับตัว บรื้นนนนน.... ผลัก ตุบ ตับ ๆ เสียงชนเข้ากับพวกผีดิบที่ยืนขวางทางดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว พร้อมๆ กับที่พวกผีดิบกระเด็นไปคนละทิศละทาง บางตัวก็กระแทกเข้ามาชนกับกระจกหน้ารถ
บางตัวก็ไส้แตกทะลักออกมา เหลืออีกประมาณ 200 เมตร ก็จะผ่านรอยแตกของโดม และเข้าไปข้างใน รถใหญ่คันที่สองขับตามมาติด ๆ และเตรียมที่จะเข้าประชิด ปิดรอยแตกของโดมเพื่อกันผีดิบที่อยู่ข้างนอกไม่ให้เข้ามายังข้างในของโดมได้อีก จ่ามาคส์ ขับฝ่าพวกผีดิบและพุ่งทะยานเข้ามาจนถึงข้างในของโดมเขา เหยียบเบรกกะทันหันให้รถหยุดลง ทำให้พวกผีดิบที่ขวางทางอยู่ข้างในถึงกับกระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง
จ่ามาส์ อาศัยจังหวะที่พวกผีดิบกระเด็นไปทางอื่นรีบเปิดประตูรถพร้อมหยิบะุและอาวุธปีนไปยืนรอบนหลังรถพร้อมกับเพื่อนๆ ที่อยู่ในรถอีก 5-6 คน จัดการเก็บกวาด พวกที่อยู่ในส่วนหน้า เช่นเดียวกันกับที่ ริค จัดการขับรถคันใหญ่มาประชิดผนังโดมเรียบร้อยแล้ว และกำลังรอพวกของจ่ามาคส์ เก็บกวาดพวกที่อยู่ส่วนหน้า
แอเรียที่ 7 กองกำลังป้องกันตนเองแห่งชาติ ด็อกเตอร์ เอวริส มาวิส ยังคง ก้มหน้าก้มตาทำงานวิจัยของตัวเองอยู่ ในห้องวิจัยของตัวเอง ติด ๆๆ .... เสียงสัญญาณเตือนข้อความเข้าดังขึ้น ด็อกเตอร์ จึงเงยหน้าจากการทำงานและหันหน้ามาสนใจเ้าแล็ปท็อปเครื่องเล็กที่วางแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะทำงานอีกฝั่งหนึ่ง ในใจก็คิดว่าใครกันนะที่ ส่งข้อความมาให้เขา
ด็อกเตอร์ลุกจากเก้าอีและเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานด้านหลัง แล้วยื่นมือออกไปหยิบเ้าแล็ปท็อปเครื่องเล็กมาเปิดอ่านข้อความที่อยู่ข้างใน หน้าจอปรากฏเป็รูปซองจดหมายกำลังสั่นอยู่ และขึ้นว่ามีข้อความใหม่ 1 ฉบับ จากนั้นด็อกเตอร์จึงกดเปิดอ่านข้อความ
มีขอความใหม่จากแร็ปเตอร์ หรอ ด็อกเตอร์คิดในใจ มันจะมีอะไรอีกหรือที่แร็ปเตอร์จะส่งข้อความมาให้ท่านแบบนี้ ไม่รอช้าด็อกเตอร์กดเปิดอ่านขอความที่ส่งมาทันที
"จากแร็ปเตอร์ ถึง ด็อกเตอร์ ผมมีข่าวดีจะมาบอก มนุษย์ทดลองของด็อกเตอร์มีชีวิตรอด 3 คน ยินดีกับด็อกเตอร์ด้วย จากแร็ปเตอร์"
ด็อกเตอร์ อ่านข้อความซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบแทบจะไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเอง เขาไม่รอช้าหยิบวิทยุสื่อสารออกมาและต่อสายตรงไปยังปลายทางทันที ตูด...ๆ...คลิก...เสียกดรับจากปลายสาย
"เรียก จิมและโทมัสมาพบผมด่วนเลย ผมรออยู่ที่ห้องวิจัย " ด็อกเตอร์สั่งการแทบจะทันที
ภายในห้องวิจัย เคที แอนนา และเอ็มม่า ต่างก็ต้องช่วยกันจดจำพิมพ์เขียวของศูนย์วิจัยแห่งนี้กันให้ได้มากที่สุด เพราะในยามคับขันจะมั่วมานั่งเปิดแผนที่ดูก็กระไรอยู่ เพราะห้องวิจัยแห่งนี้ อยู่ลึกลงไปในดินหลายเมตร เทียบดูแล้วน่าจะประมาณตึก 7 ชั้นได้หละมั้ง
แต่แร็ปเตอร์บอกว่าเขาสามารถทำให้ลิฟท์ใช้การได้ หน้าที่ของพวกเธอคือต้องไปให้ถึงลิฟท์เพื่อที่จะขึ้นไปบนพื้นดิน ตลอดระยะเวลาแร็ปเตอร์จะเป็คนบอกเส้นทางคร่าวๆ อีกทีหนึ่ง พร้อมๆ กับบอกจำนวนศัตรูที่ต้องกำจัดด้วยเช่นกัน เมื่อเธอรู้ตัวล่วงหน้ามันจะทำให้พวกเธอมีโอกาศที่จะรอดเพิ่มขึ้นมามากกว่าเดิม
"พวกคุณพร้อมกันหรือยัง? ถ้าพร้อมแล้วผมจะเปิดประตูห้องวิจัยทันที ผมตรวจสอบดูเรียบร้อยแล้วว่าหน้าห้องวิจัยไม่มีพวกผีดิบ พวกคุณยังไม่ต้องกังวล แล้วผมจะติดต่อหาคุณเป็ระยะๆ ขอให้พวกคุณโชคดี " แร็ปเตอร์กล่าว พร้อมๆ กับที่ประตูห้องวิจัยค่อยๆ เปิดออกทีละนิด
ที่ด้านหน้าของศูนย์วิจัย พวกของริค กำลังช่วยกันยิงฝูงผีดิบที่อยู่รอบๆ บริเวณส่วนหน้ากัน จ่ามาค์ สั่งให้ลูกน้องของตนเอง ยิงคุ้มกันและตัวเองก็ะโลงจากตัวรถ และค่อยๆ จัดการกับผีดิบไปทีละตัวๆ
เมื่อริคเห็นว่าทุกอย่างเริ่มปลอดภัยแล้ว จึงสั่งให้คนที่รออยู่บนรถค่อยๆ ทยอยกันลงมา และเดินเข้าไปยังส่วนหน้าของศูนย์วิจัยที่มีพวกของจ่ามาค์รออยู่
"เป็ไงบ้างจ่า" ริคถามจ่ามาค์
"ก็พอได้อยู่เหมือนกันนะ ไม่ยากเท่าไร พวกมันคงเขาไปอยู่ในศูนย์วิจัยกันหมดแล้ว" จ่ามาค์ตอบริค พร้อมกับคิดถึงพวกตัวที่อยู่ข้างใน
"โอเค ถ้าอย่างนั้นเราจะเข้าไปข้างในกัน" ริคบอกพลางก้าวเท้าเดินไปยังทางเข้า
"เดียวก่อนครับคุณริค" เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งพูดขึ้นมาพร้อมกับชี้ไปทางด้านขวาข้างตัวอาคาร
"มีอะไร?" ริคถามช่างเทคนิคคนนั้น
"คือผมอยากได้ไอ้นั่นครับ เราจะเอามันกลับไปด้วยได้ไหม?" ช่างเทคนิคกล่าวพลางชี้ไปที่แผงโซล่าเซลล์
"........." ริคคิดอยู่พักหนึ่งจึงพยักหน้าเป็การตกลง ใช้เวลา 20 นาทีในการขนแผงวงจรพวกนี้ไปไว้ที่รถ เพราะแสงสว่างก็มีความจำเป็มากสำหรับโลกที่โหดร้ายนะตอนนี้ พลางกระจายกำลังพลคุ้มกันช่างเทคนิคในการถอดแผงโซล่าเซลล์
ภายในศูนย์วิจัย เคที แอนนา และเอ็มม่า ก็กำลังเดินตรงไปยังลิฟท์ ที่พวกเธอจะใช้มันขึ้นไปยังพื้นผิวข้างบน ตลอดระยะทางที่ผ่านมาพวกเธอ ต่างก็เจอพวกผีดิบอยู่หลายตัว
พวกเธอเลือกที่จะใช้อาวุธที่เก็บเสียงในการต่อสู้เพื่อประหยัดะุเอาไว้ใช้ในยามจำเป็ เพราะอย่างนั้นตลอดทางที่พวกเธอผ่านมาจึงเต็มไปด้วยซากของผีดิบที่ถูกฟันจนขาดเป็สองท่อน ด้วยคมอาวุธของสาวๆ เมื่อมาถึงลิฟท์พวกเธอไม่รอช้าที่จะเข้าไปข้างในและติดต่อไปยังแร็ปเตอร์ผ่านเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็ก
"แร็ปเตอร์ได้ยินไหม พวกเรามาถึงแล้ว" เคทีพูด
"ผมได้ยินพวกคุณ" แร็ปเตอร์บอกพวกเขาพร้อมกับที่ลิฟท์ค่อยๆ ทำงานเพื่อพาพวกเขาขึ้นไปยังข้างบน
พวกเธออยู่ลึกลงมาใต้ดินถึง 7 ชั้นด้วยกัน และลิฟท์ก็ค่อยๆ ดึกพวกเธอขึ้นไปที่ละชั้นๆ แต่ในขณะนั้น จู่ๆ ลิฟท์ก็เกิดการสั่นอย่างรุนแรงก่อนที่มันจะหยุดอยู่ระหว่างชั้นที่สี่กับสาม พวกเธอต่างก็หาที่เกาะกัน เมื่อลิฟท์นิ่งสนิททุกคนต่างก็มองหน้ากัน
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น" แอนนา ถามเพื่อนๆ ของเธอ
"ไม่รู้เหมือนกัน ลองถามแร็ปเตอร์ ดูไหม?" พลางส่งสายตาไปยังเอ็มม่า
"......" เอ็มม่าเพียงพยักหน้ากับมาเท่านั้น
"แร็ปเตอร์ๆ คุณได้ยินไหม"
"ซ่าาาาๆ....เค...ที..คุ..ณได้..ยิ.น..ไห..ม" เสียงแร็ปเตอร์ตอบกับมาแต่สัญญาณไม่ค่อยชัดเท่าไร มันขาดๆ หายๆ เป็่ๆ
"เกิดอะไรขึ้น แร็ปเตอร์?" เคทีถามแร็ปเตอร์กลับไปทันที
"ผ..ม.ก็ไม่ทร..าบเหมือนกัน เค..ที ระบ..บไฟ..ฟ้าสำร...องไม่เ..พี..ย.งพอ และ..ผมเหลือพลังงา..นอยู่ไม่ถึง 20 % นะ ผมอยากให้พวกคุณรีบออกจากศูนย์..วิจัย..นี้.ให้เร็....วที่สุด ก่อน...ที่ผมจะ..ไม่...สาม...าร.ถช่วยพวกคุณ..ได้ และผมจะตรวจ..สอบดูอีก...ทีว่าเกิด...อะไรขึ้น แล้ว....จะแจ้งให้พวกคุณได้ท....ราบ.."