บทที่ 5
พร้อมที่แปลว่าทำอะไรก็ไม่งาม
พร้อมเดินไปก็แวะสำรวจ สอดส่องสายตามองรอบตัวไปด้วย เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเก็บดอกไม้อยู่จึงย่องเข้าไปหา
"ทำอะไรอยู่เหรอครับ"
"อะ ตะ ใหมดเลยค่ะ เป็ผู้ใดกันคะ เหตุใดมาอยู่ตำหนักนี้ได้ มิรู้หรือคะว่าตำหนักนี้ห้ามให้คนนอกเข้ามา รีบกลับไปเสียค่ะ ก่อนที่คนอื่นจักมาพบ มิเช่นนั้นจักต้องโทษได้หนาคะ" หญิงสาวพูดออกมาเสียยืดยาว ไม่เว้นช่องให้พร้อมได้ตอบแม้แต่น้อย
"ฟังก่อนนะคะ ฟังก่อน ข้าคุณพร้อม เป็เชลยที่ถูกส่งมาเป็ข้าหลวงที่มาอยู่ใหม่จ๊ะพี่สาว"
"อ่อ เช่นนั้นเอง คุณชบาได้ยินมาบ้างแล้วค่ะว่าจักมีข้าหลวงมาใหม่ ดีใจที่ได้เจอนะคะ"
"เหมือนกันครับ อืม..ชื่อชบาสินะครับ"
"ใช่ค่ะ คุณพร้อมพึ่งมาอยู่ ที่แห่งนี้คนน้อยมาก มิเหมือนตำหนักอื่น จักเดินไปเดินมาก็ระวังด้วยหนา เขาจักว่าเป็คนแปลกหน้า อาจเป็อันตรายได้"
"ขอบคุณครับที่เป็ห่วง ว่าแต่ทำไมคนถึงน้อยนักล่ะครับ"
"คนส่วนมากกลัวองค์ชายเก้าค่ะ ทั้งที่ฟังแค่ข่าวลือก็กลัวเสียแล้ว แต่จริงๆองค์ชายมิได้น่ากลัวถึงเพียงนั้นดอกค่ะ เพียงแค่พระองค์ชอบเก็บตัว มิพบปะผู้คน แลมิชอบความวุ่นวายเท่านั้น คุณพร้อมได้ยินข่าวกระไรมาก็อย่าได้เอามาใส่ใจเลยนะคะ เื่ที่พระองค์กระหายเืก็หาใช่ความจริงไม่ พระองค์จัดการคนเลว คุณชบาว่ามันเป็สิ่งที่ถูกแล้วค่ะ คุณพร้อมคิดอย่างนั้นหรือไม่คะ"
"อะ เอ่อ พร้อมก็คิดแบบนั้นครับ คนไม่ดีก็ต้องถูกลงโทษถูกแล้ว"
"อีกอย่างคุณพร้อมอยู่ที่ตำหนักนี้มิต้องชิงดีชิงเด่นกับผู้ใด เป็ตำหนักที่ดีที่สุดแล้วล่ะค่ะ อย่าหลงกลลวงของผู้คนตำหนักอื่นแล้วตามออกไปเด็ดขาดเลยหนาคะ" พร้อมก็ได้แต่พยักหน้ารับ เพราะเ้าตัวก็ได้ยินข่าวมาอย่างที่หญิงสาวพูดจริงๆ และเผลอกลัวไปแล้วด้วย
"เข้าใจแล้วครับ พร้อมจะพิสูจน์ด้วยตัวเอง ไม่เชื่อใครเด็ดขาด ว่าแต่เอามาพูดแบบนี้องค์ชายจะมิว่าเหรอครับ"
"มิเป็กระไรดอกค่ะ เื่นี้ก็ถูกพูดถึงกันทั่ววัง อีกทั้งคุณชบาก็มิได้พูดมิดี แลชื่นชมในความดีขององค์ชายมากด้วยค่ะ จึงมิอยากให้คุณพร้อมเข้าใจผิดด้วยข่าวลือ"
"อ่าา ดูจะชอบองค์ชายมากเลยนะครับ"
"องค์ชายช่วยให้บ้านเมืองสงบสุข คุณชบาเทิดทูนในความดีของพระองค์ค่ะ" พร้อมมองอีกฝ่ายแล้วก็เข้าใจ ทั้งสีหน้าและสายตา เห็นได้ชัดเจนเลยว่าหญิงสาวเป็ติ่งขององค์ชาย แต่ก็เป็เื่ดี เพราะนั่นแสดงว่าเ้านายของตนไม่ได้น่ากลัวถึงขนาดนั้น อย่างน้อยก็ยังมีแฟนคลับอยู่ตั้งหนึ่งคนแล้ว
"ว่าแต่ภาษาบ้านเมืองคุณพร้อมแปลกนัก คุณชบาจะเข้าใจก็มิเข้าใจทั้งหมด"
"เอ่อ เรียกว่าภาษาของพร้อมคนเดียวจะถูกกว่านะครับ แหะๆ" หญิงสาวได้แต่ยิ้มแก้เก้อ เพราะไม่เข้าใจที่พร้อมบอก
"เออ พร้อมไปส่วนมา คุณชบาจะเอาลำไยไปกินไหมครับ" พร้อมถามพลางยืนลำไยให้หญิงสาวไป
"ขอบน้ำใจมากค่ะ แต่มิเป็กระไรค่ะ" หญิงสาวยิ้มตอบกลับ ก่อนจะถามขึ้นมา ซึ่งเป็คำชวนที่พร้อมไม่สามารถตอบรับได้อย่างแน่นอน
"หากคุณพร้อมมิมีสิ่งใดทำแล้ว จักมากรองมาลัยกับคุณชบาก็ได้หนาคะ" พร้อมมองไปที่ดอกไม้ที่ถูกเก็บใส่พานสีทองแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมา
"มะ ไม่ดีกว่าครับ พร้อมขอตัวก่อน ป่านนี้ยายพร้อมคงรอแล้ว" คนตัวเล็กรีบปลีกตัวออกมาทันที และจากการทำความรู้จักกันไป พร้อมรู้สึกว่าหญิงสาวน่ารักและนิสัยดีพอสมควรเลย ไม่พูดเื่ที่พร้อมเป็เชลย แล้วยังยิ้มแย้มพูดคุยด้วยดีอีก ไม่มีแววว่าจะข่มเด็กใหม่แม้แต่น้อย
พร้อมเดินมาถึงที่บ้านก็พบว่าคุณปิ่นกำลังยืนคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ พร้อมหาที่วางลำไย ก่อนจะปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าของตนเอง แล้วคนตัวเล็กจึงรีบเดินเข้าไปหาคนทั้งสอง
“คุณปิ่นครับ” พร้อมเอ่ยทักขึ้น เมื่อเดินเข้ามาถึงบริเวณที่ทั้งสองยืนอยู่ และจากที่ดูอีกคนก็น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับยายของตน
“คุณพร้อมมาพอดีเลยค่ะ นี่คุณปีบ เป็หัวหน้าข้าหลวงที่ห้องเครื่องของตำหนักองค์ชายเก้าค่ะ คุณปีบเธอนำเครื่องนอน แลเสื้อผ้ามาให้เราค่ะ” คุณปิ่นเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม พลางเอ่ยบอกอย่างสุภาพ
“สวัสดีครับ” พร้อมยกมือไหว้ พลางถอนสายบัวให้สุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามลำลึกถึงมารยาทไทยที่เคยเรียนมาให้มากที่สุด แต่ก็คงยังไม่เป็ธรรมชาติพอ จึงทำให้ทั้งคุณปิ่นและคุณปีบมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“เอ่ออ วะ ไหว้พระเถอะค่ะ” อีกคนรับไหว้กลับทันที
“เอ่อ นี่คือคุณพร้อมค่ะ เป็หลานของคุณปิ่นเอง คุณพร้อมเธอมิค่อยสบายจากเหตุของาน่ะค่ะ อาจจักมีกิริยาแลวาจามิค่อยปกตินัก อย่าถือสาเลยนะคะ” พร้อมเห็นยายว่าแบบนั้นก็ได้แต่ยิ้มแห้ง ไม่รู้จะแก้ตัวยังไง เพราะหากให้ทำตัวเหมือนคุณพร้อมตนก็ไม่สามารถทำได้ หรือหากทำได้ก็คงจะไม่เนียน และแปลกมากกว่านี้มากอย่างแน่นอน
“อย่างนั้นเองหรือ น่าเห็นใจนัก ามิเคยสร้างประโยชน์อย่างแท้จริง อย่างไรก็ขอให้คุณพร้อมหายไวๆ นะคะ” คุณปีบเอ่ยกลับ พลางมองอีกคนด้วยความเห็นใจ และสงสาร ไม่ได้คิดรังเกียจรังงอนที่อีกคนเป็เชลยแต่อย่างใด
“ขะ ขอบพระคุณครับ..ค่ะ” พร้อมตอบกลับเสียงตะกุกตะกัก ยอมรับชะตากรรมที่ต้องเป็คนบ้าไปตลอดชีวิตไว้แล้ว
“แล้วนี่ไปที่สวนมาหรือคะ” คนอายุมากกว่าเอ่ยถาม พลางมองไปที่มือของพร้อมที่ถือพวงลำไยอยู่ อีกคนที่พึ่งรู้ตัวรีบเอาซ่อนไว้ข้างหลังทันที เพราะกลัวความผิด
“เอ่อ พร้อมต้องขออภัยจริงๆ ครับ พร้อมไม่รู้ว่าเค้าห้ามเอามากิน ถ้าจะลงโทษ ก็ลงโทษพร้อมคนเดียวนะครับ อย่าลงโทษคุณปิ่น คุณปิ่นไม่รู้เื่อะไรด้วย” คนตัวขาวรีบละล่ำละลักยอมรับผิดทันที
“มิต้องขอโทษดอกค่ะ มิใช่ความผิดดอกค่ะ มิมีผู้ใดห้ามกัน หากอยากจะเข้าไปเก็บมารับทาน ก็สามารถเก็บมาได้เลยค่ะ คุณปีบเพียงจะบอกให้แจ้งแกผู้ดูแลสวนให้เขาไปเก็บให้ มิต้องเก็บเองให้ลำบากเท่านั้นค่ะ” คุณปีบเอ่ยบอกกลับ มองคนที่มีสีหน้าหวาดกลัวต่อความผิดอย่างนึกเอ็นดู ปนสงสารที่อีกฝ่าย แม้จะพูดให้เหมือนคนปกติยังทำไม่ได้เลย ถึงแม้จะไม่เข้าใจภาษาที่พร้อมใช้นัก แต่ก็พอจะจับใจความได้อยู่บ้าง ว่าอีกคนกำลังพูดอะไรอยู่
“อ่าว” พร้อมอุทานออกมาเบาๆ พลางคิดถึงทหารใจโฉด ที่บังอาจมาหลอกตนได้ หากพบอีกรอบจะะโกัดหูให้เข็ด ยังไงก็เป็คนงานไม่ต่างกันมาวางท่าใส่ตนได้
“มีสิ่งใดหรือคะ” คุณปีบถามอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นสีหน้าแปลกๆ จากคนอายุน้อยกว่า แต่พร้อมไม่ได้ฟัง เลยไม่ได้ยิน
“คิดสิ่งใดอยู่คะ มิควรคิดสิ่งอื่นตอนผู้ใหญ่พูดด้วยนะคะคุณพร้อม” คนเป็ยายเอ่ยตำหนิ พลางจับแขนหลานเบาๆ ทำให้คนตัวขาวสะดุ้งหลุดจากความคิดของตน
“อะ เอ่อ ขออภัยครับคุณปีบ เมื่อกี้ว่ายังไงนะครับ” พร้อมถามอย่างงงๆ เพราะตนเผลอไปจริงๆ
“คุณพร้อมคะ” คุณปิ่นเรียกหลานเสียงดุ
“ไม่เป็ไรค่ะคุณปิ่น คุณปีบเข้าใจ มิถือสาอันใดค่ะ"
"คุณพร้อมมิค่อยปกติเช่นนี้ ควรจะช่วยกันสั่งสอน ดูแลรักษาเธอให้หายโดยเร็วนะคะ อย่าเอ็ดเธอนักเลยค่ะ” คุณปีบบอกกลับ พร้อมมองอีกคนที่กำลังยิ้มให้ตนและยายด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ไม่ต่างจากยายของตนอย่างเพลินตา คนที่นี่ทำอะไรเชื่องช้าไม่ทันใจ แต่ก็ดูงดงามเป็ธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่งอะไรมาก ดูจริงใจกว่าที่โลกของตนเองเยอะมากจริงๆ แต่ก็คงต้องดูต่อไป เพราะทุกที่ย่อมมีทั้งคนดีและคนเลวทั้งนั้น
“อย่างไรก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ หากคุณพร้อมมีกิริยามิงามนัก คงจักต้องฝากให้คุณปีบช่วยอบรมสั่งสอนอีกแรงแล้วล่ะค่ะ” คนเป็ยายเอ่ยบอกกลับ
“ยินดีเป็อย่างยิ่งค่ะ อย่างไรตอนนี้คุณปีบขอตัวลาก่อนนะคะ ทั้งสองจักได้พักผ่อนเสียที วันพรุ่งจะให้คนมาพาไปพบองค์ชายค่ะ” หลังจากล่ำลากันเสร็จ พร้อมก็โดนยายพาไปอบรมสั่งสอนที่ข้างบนต่อ โดยที่เ้าตัวก็ไม่ลืมเอาลำไยที่เก็บไว้ขึ้นไปด้วย
“แม้ว่าคุณพร้อมจะมิค่อยสบายนัก แต่คุณปิ่นก็มิอาจปล่อยผ่านได้ อย่างไรก็ต้องอบรมสั่งสอนให้รู้ความ เข้าใจหรือไม่คะ” พร้อมได้แต่นั่งพับเพียบก้มหน้ารับฟัง มีพวงลำไยวางไม่ห่างตัว
"เข้าใจแล้วครับ"
"เข้าใจแล้วค่ะ" คุณปิ่นเอ่ยส่วนขึ้น พร้อมก็รีบพูดตามทันที
"เข้าใจแล้วค่ะ พร้อมจะระวังให้มากค่ะ"
“หากมีครั้งต่อไป คุณปิ่นคงจักต้องลงโทษคุณพร้อมอย่างเลี่ยงมิได้ ตอนนี้ไปพักที่ห้องก่อนเถอะค่ะ” คนเป็ยายที่สั่งสอนหลานเสร็จก็เอ่ยบอก
"ขอบพระคุณค่ะ" พร้อมเอ่ยบอกกลับด้วยรอยยิ้ม และพร้อมที่นั่งจนขาชาอยากจะลุกออกไปเร็วๆ แค่ไหน ก็ทำได้แค่นั่งนิ่งๆ อยู่อย่างนั้น ไม่สามารถไหวติ่งได้ เพราะความชาจากตะคริวแล่นขึ้นมาถึงสันหลังแล้วตอนนี้ คนตัวเล็กไม่สามารถขยับตัวได้จริงๆ
“คุณปิ่นมีของจะให้ค่ะ นี่เป็เครื่องรางที่ได้จากคุณปีบให้แคล้วคลาดปลอดภัย มาค่ะ คุณปิ่นจะใส่ให้” คนเป็ยายเอ่ยบอก ก่อนจะคล้องที่คอของหลานที่ยังมึนงงอยู่
“อะ เอ่อ ขอบพระคุณค่ะ” พร้อมเอ่ยบอก พลางจับสร้อยที่มีเครื่องรางอัดกรอบอย่างดีขึ้นมาดู
“ระ รู้สึกอย่างไรบ้างคะ” คุณปิ่นเอ่ยถามอย่างลุ้นระทึก
“เป็ เป็อะไรเหรอครับ” พร้อมถามกลับอย่างสงสัย มองยายสลับกับของในมืออย่างไม่เข้าใจ ยายที่เห็นพร้อมปกติ ไม่แสดงท่าทางทุรนทุรายก็ได้แต่ถอนหายใจ โล่งใจที่หลานของตนเพียงแค่ป่วย ไม่ได้ถูกผีห่าซาตานที่ไหนเข้าสิง
“มิเป็อันใดก็ดีแล้วค่ะ คุณพร้อมไปพักเถอะค่ะ”
“โอ๊ยยยย!!!!!” ยังไม่ทันที่คนเป็ยายจะเดินไปไหน พร้อมก็ร้องขึ้นเสียงดัง พลางจับขาของตนแน่น อย่างเ็ป
“เป็กระไรคะ!!! หรือผีร้ายจะออกมาแล้ว ใจเย็นๆ นะคะ คุณปิ่นจะเอาว่านไฟมาให้ค่ะ!!” คนเป็ยายร้องขึ้นอย่างใ หันซ้ายหันขวาอย่างคนทำอะไรไม่ถูก ตนก็ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ไม่เคยเจอใครถูกผีสิง มีแต่คนโดยของ โดนยาสั่งเท่านั้น
“มะ ไม่ใช่ผีครับ!! เอ่ออ ตะคริวกิน!” พร้อมร้องบอกเสียงดัง พลางบีบนวดขาของตัวเองไปด้วย คนเป็ยายถอนหายใจอีกครั้งอย่างโล่งอก
“ตกอกใหมดเลยค่ะ คราวหน้ามิทำเช่นนี้แล้วนะคะ ค่อยๆ พูดค่อยจา อย่าเอ็ดตะโรเช่นนี้อีก” คนเป็ยายว่าอย่างอ่อนใจ พึ่งจะสั่งสอนไปไม่นาน ก็ทำเช่นเดิมอีกแล้ว
“ครั้งหน้าจะระวังครับ เอ่ออ ขอนั่งอยู่นี่ซักพักนะครับ พร้อมชาไปครึ่งท่อนแล้ว” พร้อมบอก พลางยิ้มแห้งให้ยาย
“ตามสบายเถอะค่ะ หากหายแล้วก็ให้เข้าห้องไปพักผ่อนเสียนะคะ คุณปิ่นเอาของใช้เข้าไปไว้ให้แล้วค่ะ” ว่าจบยายก็เดินเข้าห้องของตัวเองไป ปล่อยให้พร้อมนั่งนวดขาไปคนเดียว พออาการดีขึ้นคนตัวขาวก็เดินเข้าห้องของตนเองไป พร้อมกับหอบลำไยที่เอามาไปด้วย
“เฮ้ออออ ลำบากเหมือนกันแฮะ แต่ก็สนุกดี น่าจะอยู่ได้แหละพร้อม เรามันยอดนักสู้อยู่แล้ว หลุดจากสองแม่ลูกมหาประลัยได้ ก็ถือว่าดีมากๆ แล้วนะ เข้าใจไหมตัวเรา” พร้อมบ่นกับตัวเองด้วยรอยยิ้มบางๆ พลางกินลำไยที่เอามาไปด้วย ก่อนจะนั่งลงที่เตียงของตน แม้จะแข็งกว่าเตียงที่บ้านของตนไปเยอะมาก แต่ก็ดีมากแล้วสำหรับคนมาขออาศัยแบบตน แถมยังเป็เชลยศึกอีก ดีแค่ไหนที่ไม่ถูกจัดให้นอนในคอกม้าเหมือนในทีวีที่เคยดู
“แล้วตาแก่นั่นก็ตัดหางปล่อยวัดเราเลย ไม่มาดูดำดูดีซักนิด ขอให้ขี้ไม่ออกสามวันแปดวัน สาธุ เพี้ยงๆๆๆ” พร้อมเอ่ยอย่างนึกโกรธ โดยไม่รู้เลยว่าคนที่ตนพูดถึงกำลังจามเสียยกใหญ่
พร้อมนอนลงบนเตียงก่อนจะยิ้มออกมา เพราะได้กลิ่นหอมๆ จากผ้าเตียง คนตัวขาวที่ถูกโอบล้อมด้วยกลิ่นหอมๆ เหมือนดอกไม้ ไม่นานก็ผล็อยหลับไป ตกเย็นยายถึงมาเคาะประตูเรียกไปกินข้าว
“ไม่มีช้อนเหรอครับคุณปิ่น” พร้อมถามขึ้น มองยายที่ใช้มือกินข้าวอย่างชำนาญ และเรียบร้อยอย่างหวั่นใจ ตนคงกินแล้วไม่ดูเรียบร้อยแบบนี้อย่างแน่นอน
“ถามกระไรเช่นนั้นกันล่ะคะ หากลืมสิ้นแล้ว คุณปิ่นจะสอนให้เองค่ะ” คนเป็ยายเอ่ยอย่างเห็นใจ ก่อนจะสอนให้หลานทำตามตน
"ล้างมือก่อนนะคะ ล้างแบบนี้ค่ะ แล้วก็เช็ดให้แห้ง" พร้อมดูไปก็ทำตามที่ยายบอกไปด้วย ได้กลิ่นหอมลอยออกมาจากน้ำอย่างชัดเจน
“น้ำล้างมือหอมจังครับ” พร้อมว่าพลางดมมือของตน และยิ้มอย่างพอใจ มันเป็กลิ่นของดอกไม้ที่ทำให้พร้อมรู้สึกสดชื่น และผ่อนคลายเอามากๆ เลยทีเดียว
“น้ำลอยดอกมะลิค่ะ มาค่ะทำตามคุณปิ่นนะคะ ใช้เพียง 3 นิ้ว คือ นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้แลนิ้วกลาง ค่อยๆ ตะล่อมข้าวแลกับให้พอดีคำ ระวังมิให้เลอะเกินข้อแรกของนิ้วมือค่ะ เอาเข้าปาก เคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน แลห้ามพูดขณะเคี้ยวเด็ดขาดนะคะ” คนเป็ยายตักกับมาที่จานของตน ก่อนจะใช้มือจับขึ้นมาทาน และเอ่ยสอนหลานชายไปด้วย พร้อมมองไป ก็ทำตามไปอย่างทุลักทุเล ไม่ถนัดนัก แต่ก็พยายามทำให้เหมือนอย่างเต็มที่ พอเอาข้าวเข้าปากได้ก็เคี้ยว แล้วยิ้มแฉ่งให้ยาย คนเป็ยายก็ได้แต่ยิ้มอ่อนให้หลานชายไปอย่างเอ็นดู
“คงจะยากเกินไปที่จะทำได้คล่องในการทำครั้งแรกของคุณพร้อม ค่อยๆ เรียนรู้ไปก็ได้ค่ะ คุณปิ่นเชื่อว่าคุณพร้อมจะต้องกลับมาเป็ปกติในเร็ววัน” พร้อมที่ได้ยินแบบนั้น ก็ได้แต่หน้าเจื่อน มองจานข้าวของตนไปอย่างรู้สึกผิด เพราะไม่มีวันที่จะกลับมาเป็เหมือนเดิมได้แล้ว ถ้าไม่สลับตัวกันกลับมา
“แล้วถ้าพร้อมไม่กลับไปเป็แบบเดิมแล้วล่ะครับ” พร้อมเอ่ยถามเสียงแ่ กลัวว่าคนเป็ยายจะไล่ตนไปที่อื่น
“หากเป็เช่นนั้น ก็มิเป็กระไรค่ะ คุณพร้อมก็ยังคงเป็หลานของคุณปิ่นเช่นเดิมนะคะ” คนเป็ยายบอกกลับ พลางยิ้มให้หลานชายอย่างอ่อนโยน จนคนตัวขาวอดหลั่งน้ำตาออกมาไม่ได้
“ร้องไห้ด้วยเหตุอันใดกันคะ” คุณปิ่นเอ่ยถามอย่างใ ทำสิ่งใดไม่ถูกที่เห็นหลานร้องไห้ออกมาแบบนี้ เพราะถึงพร้อมจะอ่อนหวาน แต่ก็เป็คนที่เข้มแข็ง น้อยนักที่จะเห็นอีกคนร้องไห้ พร้อมเห็นยายมีสีหน้ากังวล รีบใช้แขนขึ้นเช็ดน้ำตาออกอย่างลวกๆ ก่อนจะยิ้มให้ยายไป
“พร้อมแค่ดีใจครับ ที่พร้อมยังมีคุณปิ่น” คนตัวขาวบอกกลับ ถึงแม้อีกคนจะคิดว่าตนเป็อีกคน แต่พร้อมก็รู้สึกอุ่นในใจอย่างบอกไม่ถูก แต่อีกใจก็แอบห่วงคุณพร้อมที่ต้องไปอยู่ในโลกของตน ได้แต่ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องพร้อมให้ปลอดภัยเท่านั้น
“มิต้องทำหน้าเศร้าแล้วค่ะ คุณปิ่นมิทิ้งคุณพร้อมไปไหนอย่างแน่นอน มิต้องกังวลนะคะ ทานข้าวเถอะค่ะ จะได้ไปอาบน้ำแลพักผ่อนเสียที วันนี้ก็เล่นซนมาทั้งวันแล้ว” คนเป็ยายเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้ม
"คุณปิ่นอ่า"
.
.
“มิต้องทำแล้วค่ะ เดี๋ยวคุณปิ่นทำเองดีกว่านะคะ” คนเป็ยายที่เห็นหลานล้างจานอย่างหวาดเสียว หวิดจะทำแตกหลายครั้งแล้ว จึงเอ่ยบอกขึ้น พร้อมเองก็พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่เ้าตัวไม่เคยทำสักครั้งั้แ่เกิดมา จะให้ทำเลยมันก็ยากจริงๆ นั่นแหละ พร้อมเลยพึ่งเข้าใจว่าทำเองทุกอย่างมันลำบากและยุ่งยากมากเสียจริง เ้าตัวคงต้องฝึกตัวเองให้ชินกับการทำงานบ้านบ้าง จะได้แบ่งเบาภาระยายได้
“แต่ว่า”
“มิเป็ไรค่ะ คุณพร้อมไปอาบน้ำเถอะค่ะ นี่ก็มืดค่ำแล้ว”
“ต้องไปอาบน้ำที่ไหนเหรอคะ” พร้อมเอ่ยถามยาย เพราะจากที่ดูแล้ว ก็ไม่เห็นห้องอาบน้ำเลย
“คุณปีบบอกว่าข้าหลวงจะอาบกันที่ท่าน้ำข้างหลังนี้เองค่ะ มิไกลจากเรือนเรานัก แม่หญิงท่าด้านขวา ส่วนชายนั้นอยู่ท่าด้านซ้ายค่ะ” คนเป็ยายบอกกลับ พร้อมที่ได้ยินว่าเป็ท่าน้ำก็นึกกลัวทันที เพราะมันคงทั้งมืดและลึกมากแน่ๆ ไหนจะบรรยากาศที่เย็นและมืดนี่อีก ยิ่งทำให้พร้อมหวั่นใจ
“มะ มีคุ หรือถังใส่น้ำไหมครับคุณปิ่น” พร้อมเอ่ยถาม เพราะหากไม่มีห้องน้ำจริงๆ แล้ว ตนคงต้องตักขึ้นมาอาบ
“จะเอาไปทำสิ่งใดหรือคะ”
“เอ่ออ ตักขึ้นมาอาบครับ” พร้อมบอกกลับ คนเป็ยายจึงได้บอกไปว่าอยู่ใต้ถุนเรือน พร้อมหอบดเสื้อผ้าของตนไปที่ท่าน้ำทันที แต่เดินยังไงไม่รู้อ้อมโลกมาสามโลกแล้วก็ยังไม่เจอ อากาศก็เย็น กลัวก็กลัว
“อย่ามาหลอกมาหลอนลูกเลยนะครับ สาธุ” พร้อมพนมมือไหว้อย่างหวาดกลัว มองไปทางไหนก็เห็นเพียงไฟจากคบเพลิงที่ไม่สว่างมากนักตามทาง คนเดินตระเวนก็เห็นแวบๆ ว่ามีสองสามคน เดินไปด้านหน้าก็ไม่มีใครอยู่แถวนี้แล้ว
“อ่า เจอแล้วว อ่า สวยจัง คงแพงน่าดูเลย” พร้อมรีบวิ่งไปที่ท่าน้ำที่ตนเจอทันที ซึ่งทางลงท่าน้ำเป็ไม้ที่แกะสลักสวยงาม จนพร้อมอดลูบไม่ได้ มีไฟให้ความสว่างสลัวๆ ยิ่งทำให้ดูงดงามมากยิ่งขึ้นไปอีก พร้อมที่เดินดูอยู่นานจนความกลัวลดน้อยลง จึงนั่งลงที่ท่าน้ำ มองดูพระจันทร์ดวงใหญ่อยู่อย่างนั้น พลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต จนทำให้ตนมาตกอยู่ในโลกของคุณพร้อม แล้วคุณพร้อมก็ไปอยู่ที่โลกของตัวเองแทน คิดแล้วพร้อมก็นึกห่วง ไม่รู้ว่าน้องของตนจะใช้ชีวิตในโลกนั้นยังไง ตอนนี้ยังสบายอยู่หรือเปล่า
“เ้าอีกแล้วรึ” พร้อมที่ได้ยินเสียงเข้มดังมาจากข้างหลัง ร่างเล็กสะดุ้งโยกทันที
“เห้ย!"
"อ่า ท่านอีกแล้ว มาไม่เคยให้สุ้มให้เสียงกันเลย พร้อมใหมด” คนตัวขาวจับอกของตนแน่น นึกว่าจะเจอดีเข้าเสียแล้ว
“เ้ามาทำอันใดที่นี่”
“มาอาบน้ำน่ะสิครับ แต่เห็นพระจันทร์สวยดี เลยนั่งดูก่อน มาครับ มานั่งๆ พอมีคนอื่นอยู่ก็อุ่นใจขึ้น ที่นี่มองไปทางไหนก็มืดแล้วก็วังเวงไปหมดเลย” พร้อมว่า พลางตบลงที่ว่างข้างตน อีกคนได้แต่เลิกคิ้วขึ้นมองอย่างแปลกใจ
“เอ้า มาสิครับ หรือว่าต้องไปตรวจเวรยามเหรอ งั้นพร้อมไม่รบกวนแล้ว ไปทำงานของท่านเถอะครับ” พร้อมบอกกลับ ถึงจะเสียดายที่จะมีเพื่อนมานั่งด้วย แต่ก็ไม่อยากทำให้ใครโดนทำโทษเพราะโดดงาน
"..." อีกคนไม่ตอบ แต่เดินเข้าไปนั่งข้างๆ พร้อมแทน โดยเว้นระยะห่างไว้พอสมควร พร้อมจึงเดาเอาเองว่าคงจะว่าง ถึงมานั่งกับตนได้
“มิกลัวข้ารึ”
“จะให้กลัวอะไรล่ะครับ ถึงจะชอบทำท่าโหดๆ ปล่อยรังสีอาฆาตออกมาตลอดเวลา แต่จนมาถึงตอนนี้พร้อมก็ยังปล่อยภัยดีนี่ แปลว่าไม่น่าเป็อันตรายครับ แต่ในอนาคตก็คงต้องว่ากันอีกที” พร้อมว่ากลับขำๆ เพราะคนหน้าตาดี ท่าทางดี มีฐานะก็ใช่ว่าจะเป็คนดี ส่วนคนท่าทางน่ากลัวก็ใช่ว่าจะเป็คนไม่ดีเสมอไป ดูจากสองแม่ลูกนั่นสิ วางตัวดีแต่จริงๆ โคตรเลว คิดแล้วเสียสุขภาพจิต พร้อมจริงเลือกมองดวงจันทร์สวยๆ แล้วไม่คิดถึงอีกจะดีที่สุด
“ขอให้เ้าคิดเช่นนี้ให้ได้ตลอดก็แล้วกัน” อีกคนเอ่ยอย่างเย้ยหยัน
“ไว้ให้เป็เื่ของอนาคตเถอะครับ ว่าแต่ท่านชื่ออะไรเหรอครับ”
“ภาษาของเ้าข้าฟังมิค่อยเข้าใจนัก”
“เอ่อ ชื่อของท่านน่ะครับ ชื่อว่าอะไร” พร้อมถามช้าๆ ชัดๆ
“เ้ามิอยากรู้หรอก” อีกคนยิ้มเยาะ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“เอ้า ก็ถามอยู่จะไม่อยากรู้ได้ยังไงกัน” พร้อมเอ่ยขึ้น หากตนไม่อยากรู้จักจะถามทำไมกัน คนคนนี้นี่แปลกจริงๆ
“คนเมืองเ้าพูดมากเช่นเ้าแบบนี้ทุกคนหรือไม่ ข้าคร้านจะฟังเสียงเ้าเสียจริง” คนตัวใหญ่เอ่ยบอกเสียงเรียบ มองไปที่แม่น้ำข้างหน้านิ่งๆ
“โห่…พูดมากที่ไหนกัน เค้าเรียกว่าช่างเจรจาต่างหากล่ะครับ นี่ยังไม่ได้คิดบัญชีที่คุณหลอกผมเื่เก็บผลไม้ในสวนเลยนะครับ มาหลอกกันได้ว่าจะโดนจับ นิสัยไม่ดีเอาซะเลย” พร้อมว่าอย่างคาดโทษ ถ้าคนคนนี้ไม่มาห้าม ตนคงได้ปีบอีกหลายต้น
“หึ แล้วอย่างไรรึ” อีกคนถามกลับ อยากรู้ว่าคนตัวเล็กจะทำอะไรตนได้
“ไม่อย่างไร คุณต้องนั่งเฝ้าพร้อมจนกว่าพร้อมจะอาบน้ำเสร็จ”
“หน้ามิอายนัก!! คนเมืองเ้าสอนกันมาเช่นนี้หรือ” อีกคนเอ่ยเสียงแข็งทันที พลางมองพร้อมด้วยความไม่พอใจ จนคนตัวขาวต้องรีบบอก
“จุกเลย!! ใช่ที่ไหนกันล่ะครับ กลัวตกน้ำต่างหากล่ะ เห็นไหมเนี่ยทั้งมืดทั้งดำ แถมน่าจะลึกด้วย พร้อมไหว้น้ำไม่เป็ ถ้าพลัดตกลงไปไม่มีคนเห็น พร้อมได้ตายจริงๆ แน่ คิดอะไรของคุณกัน คุณไม่ต้องกลัวหรอก พร้อมไม่คิดจะทำอะไรไม่ดีอย่างที่คุณคิด แล้วก็ไม่ได้จะอ่อยหรือยั่วยวนอะไรด้วย"
"เนี่ยจะใส่ชุดอาบแบบนี้เลย แค่ไม่กล้าอาบน้ำคนเดียวที่นี่น่ะ เข้าใจไหม” คนตัวขาวรีบเอ่ยบอก อีกคนก็มองนิ่งๆ เหมือนว่าจะเห็นใจแต่ก็มีความลังเลอยู่มาก
“นะครับ พร้อมกลัวจริงๆ นะ” พร้อมบอกพลางส่งสายตาอ้อนวอนไปให้อีกคนด้วย เ้าตัวคิดว่าตนเองน่ารักขนาดนี้ อีกคนจะไม่ใจอ่อนก็ให้มันรู้ไป ซึ่งก็เหมือนว่าจะได้ผลดีเสียด้วย
“อะแฮ่ม….งั้นเ้าก็รีบไปอาบเสีย อย่ามัวแต่รีรออ้อร้ออยู่เช่นนี้” พร้อมที่ได้ยินก็ยิ้มออกมาทันที แปลว่าคนตัวใหญ่ยอมอยู่เป็เพื่อนตนแล้ว คนตัวขาวรีบถือถังลงไปที่ท่าน้ำทันที แต่มันก็ค่อนข้างชัน พร้อมจึงต้องระวังอย่างมากไม่ให้เหยียบบันไดพลาด
“นั่นเ้าจักทำกระไร”
“ตักขึ้นมาอาบครับ ก็บอกแล้วไงว่ากลัวน้ำ ไม่กล้าลงไป ยังจะถามอีกนะคนเรา” พร้อมบ่นออกมา ก่อนจะได้สายตาไม่เป็มิตรกลับมา จึงรีบลงไปตักเอาน้ำ แต่ด้วยความที่ทั้งลาดชันและหนัก จึงทำให้พร้อมไม่รู้จะตักท่าไหนดี ได้ยินเสียงถอนหายใจอย่างรำคาญจากอีกคน จึงหันขึ้นมามอง
“ขึ้นมา” พร้อมทำตามอย่างงงๆ ก่อนคนร่างใหญ่จะเอาถังในมือของตนไปถือไว้แทน แล้วตักน้ำขึ้นมาให้เสียเต็มถัง พร้อมที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่มองอย่างปลื้มใจ ที่แท้ก็เป็คนที่ใช้ได้ และนิสัยดีมากเลยทีเดียว ไหนจะหน้าตาและรูปร่างก็ยังดีอีก พร้อมจะทำใจลืมเื่ที่ชอบทำเ็า และปล่อยหมาออกจากปากมาใส่พร้อมก็แล้วกัน
“ขอบคุณครับพ่อสุดหล่อ” พร้อมเอ่ยอย่างดีใจ เมื่อคนตัวสูงวางถังน้ำลงให้ตน
“รีบอาบเสีย ข้ามิได้มีหน้าที่มาเฝ้าเ้าทั้งคืนดอกหนา” พร้อมได้แต่ย่นจมูกใส่อีกคน
“ยังไงก็ขอบคุณมากๆ ครับ ท่านรู้หรือเปล่าว่าท่านใจดีมากเลย”
“อย่าพึ่งตัดสินเพียงเพราะเห็นข้าไม่กี่เพลาเลย” คนตัวใหญ่บอกเสียงนิ่ง
“ไม่เป็ไร ตอนนี้ท่านใจดี แถมหล่อเหลามากด้วย พร้อมจะถือว่าท่านใจดีก็แล้วกัน ขอบคุณมากๆ นะครับ” คนตัวขาวบอกอย่างดีใจ รู้สึกจะได้พันธมิตรที่พึ่งพาได้มาแล้วหนึ่งคน
“ปากมาก รีบอาบเสีย” อีกคนกล่าวเสียงดุ
//ถ้าไม่ติดว่าปากร้ายจะดีกว่านี้มากเลย โถ่เอ๊ย เสียดายของ//
"พร้อมจะรีบอาบแล้วครับเนี่ย” พร้อมบอกกลับเมื่อเจอสายตาดุๆ ของอีกคน ก่อนจะเอาขันที่ตนแอบถือมาด้วยตักอาบ คนตัวสูงรีบเดินออกห่าง และหันหลังให้ทันที พร้อมได้แต่ยิ้มขำ ปนเอ็นดู พลางคิดว่าผู้ชายโบราณจะขี้อายแบบนี้หมดทุกคนหรือไม่กัน แต่ก็รู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก
*********************************************
#ยังไงกันนะ คุณทหารคนนี้ ????????????????????????