หมีขุนเขาศิลามีความแข็งแกร่งของพละกำลังและร่างกายเป็อย่างมาก
มันมีความสูงเกือบกว่าสิบเมตร ในเวลานี้ทันย่ามีความสูงเพียงแค่หนึ่งเมตรกว่าๆเท่านั้น
บอกตามตรง สถานการณ์ของทั้งสองย่อมไม่ต่างไปจากั์และมนุษย์คนนึง สามารถเปรียบเปรยแบบนั้นได้เลยทีเดียว
เพียงแค่เสียงคำรามก็ทำให้โพรงเศษซากอาคารแห่งนี้ต้องสั่นะเื คลื่นลมโหมซัดกระหน่ำประหนึ่งมีแรงกระแทกที่ร้ายกาจ ด้วยร่างกายและพละกำลังอันแข็งแกร่ง ความน่าสะพรึงกลัวของมันก็ถือว่าเป็อันดับต้นๆภายในเมืองที่พังทลายแห่งนี้อย่างแน่นอน
ไม่แน่ว่าตัวของมันอาจเป็ราชันของเมือง สามารถยืนอยู่บนจุดสูงสุดเลยก็ว่าได้ ทว่านั้นก็หมายถึงตอนที่ทันย่ายังไม่ปรากฏตัวขึ้นมา
ในเวลานี้สถานการณ์มันก็ได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว ความต่างชั้นในด้านพลังของทั้งสองเริ่มปรากฏจนกลายเป็ช่องว่างขนาดใหญ่
ทันย่าได้ยกระดับพลังของตนเองมาถึงขั้นที่ 6 ด้วยพละกำลังและร่างกายของยีนส์พันธุกรรมเบฮีมอท ทำให้ทันย่ามีพลังไม่ต่างไปจากมอนเตอร์ระดับที่ 7 ที่แข็งแกร่งมากที่สุด ต่อให้หมีขุนเขาศิลาจะมีร่างกายที่ร้ายกาจเพียงใด มันก็ไม่อาจต้านทานพลังของสัตว์อวกาศที่ยิ่งใหญ่ได้
“โฮกกกกกกกกกกก!”
เสียงคำรามดั่งเทพอสูรร้ายดังสนั่นกึกก้อง ทันย่าได้ปลดปล่อยยีนส์พันธุกรรม สำแดงพลังอำนาจอันเหนือชั้น เขาได้พุ่งเข้าใส่ร่างที่สูงใหญ่กว่าตนเกือบสิบเท่าอย่างไม่เกรงกลัว กรงเล็บทั้งห้าเริ่มกำแน่นและถูกเหวี่ยงออกไป ประหนึ่งเป็หมัดอหังการที่สามารถสยบได้ทุกสิ่ง
หมีขุนเขาศิลาเบิกตากว้างเมื่อััได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาล แต่มีหรือที่มันจะเกรงกลัว ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายพลังที่กดดันและรุนแรง พลังของมันทำให้รอบด้านต้องสั่นะเื จากนั้นแขนขนาดใหญ่ก็ได้ถูกง้างขึ้น อุ้งเท้าหมีถูกตบพร้อมตอบโต้ออกไปอย่างฉับพลัน
“ตู้มมมมมมมมมมม!”
หมัดและอุ้งเท้าขนาดั์ได้เข้าปะทะกันอย่างหนักหน่วง ประหนึ่งเกิดเสียงะเิกัปนาทที่ดังกึกก้อง ความเร็วของทั้งสองได้สร้างคลื่นโซนิคบูมที่รุนแรง บังเกิดคลื่นลมโหมซัดกระหน่ำออกมาเป็ระลอก โดยที่มีพวกเขาทั้งสองเป็จุดศูนย์กลางแห่งพลัง
“ฮู่มมมมมมมมมมม!”
ตอนนั้นเสียงคำรามแห่งความเ็ปก็ได้ดังขึ้น หมีขุนเขาศิลาเกิดความตื่นตระหนกขึ้นยกใหญ่
ในเวลานี้แขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของมันกำลังสั่นสะท้านขึ้นอย่างหนัก ราวกับเศษหินมากมายที่ทับซ้อนกันได้พังทลายลง เกิดเป็รอยแตกร้าวขนาดใหญ่ และเริ่มปรากฏให้เห็นถึงาแที่ฉีกขาดขึ้น โลหิตมากมายต่างหลั่งไหลไปทั่วทั้งแขนที่ใหญ่โต
ตัวของมันมั่นใจถึงพละกำลังของตนเองเป็อย่างมาก ทว่าทำไมเ้ามอนเตอร์ตัวเล็กนี้ถึงได้มีพละกำลังมากกว่าตนเองได้กัน
“กรงเล็บปีกสบั้นตัดผ่านดวงดาว!”
ทันย่าไม่รอให้เ้าหมีนี่ได้สติ เขาลงมืออย่างต่อเนื่องด้วยความรวดเร็ว เทคนิคการต่อสู้ชั้นสูงของเผ่าพันธุ์อสูรกลืนกินดวงดาวถูกควบแน่นขึ้นที่บริเวณหางอันพริ้วไหว สำแดงการโจมตีได้รวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด เป็ดั่งคมมีดที่สามารถตัดผ่านได้ทุกสิ่ง ไม่มีอะไรมาขวางกั้นได้
“เฟี้ยว!”
ชั่วพริบตา หางสีดำที่เต็มไปด้วยเส้นแสงสีทองได้ถูกสบัดออกมาจากทางด้านหลัง บังเกิดเสียงสายลมหวีวร้องที่ดังสนั่นจนแสบแก้วหู
“................!!”
จิตใจของร่างขนาดใหญ่ััได้ถึงความหวาดกลัวที่แท้จริง พร้อมกับที่ร่างของมันได้ถูกโจมตีโดยหางของทันย่าซึ่งอัดแน่นไปด้วยพลัง
“เปรี๊ยง!”
การโจมตีของทันย่าไม่ต่างไปจากะุปืนใหญ่ที่มีพลังทำลายล้างสูง ร่างของหมีขุนเขาศิลาถูกฟาดเข้าใส่อย่างรุนแรง และปลิวกระเด็นออกไปไกล กระแทกเข้ากับซากอาคารที่เริ่มพังทลาย ฝุ่นควันเริ่มปกคลุม ทว่าก็สามารถสังเกตเห็นถึงโลหิตที่สาดกระเซ็น อาบย้อมไปทั่วบริเวณ
กลิ่นคาวเืได้คละคลุ้งไปทั่วบริเวณนั้น เสมือนมีสนามรบแห่งความตายที่เต็มไปด้วยซากศพนับร้อยตนกองทับกัน
“หงึก!หงึก!หงึก!”
หมาป่าจันทราโลหิตที่เห็นถึงพลังของผู้ปกครองก็หวาดกลัวเป็อย่างมาก ขนทั่วร่างลุกพอง แข็งขาสั่นเทิ้มเหมือนว่ากำลังประคองร่างกายของตนไม่อยู่ ขณะที่แววตาสองดวงก็สั่นไหวและเต็มไปด้วยความเคารพยำเกรง จ้องมองไปยังเขาประดุจเป็พระเ้าเลยก็ว่าได้
[เหอะ? คิดว่ามันจะแน่กว่านี้ซะอีก]
ในตอนนั้นเสียงของเด็กสาวก็ได้ดังขึ้น
[โดนกรงเล็บปีกสบั้นตัดผ่านดวงดาวเข้าไป ต่อให้จะเป็มอนเตอร์ระดับ 8 ถ้าไม่ระวังก็มีอาการาเ็สาหัสได้]
เมื่อพูดจบ ดาวาลก็ยืนกอดอกของตนอย่างลำพอง ท่าทางเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย เหมือนกำลังเย้ยหยันให้กับหมีขุนเขาศิลาตนนี้
“ใจเย็นก่อนท่านอาจารย์”
“ไปเก็บกดมาจากไหนเนี่ย?”
ทันย่าได้แต่พูดอะไรไม่ออก เขาไม่คิดเลยว่าท่านอาจารย์จะมีมุมที่ดูยียวนกวนประสาทเช่นนี้อยู่ด้วย จากนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจถึงท่าทีของเด็กสาว ั์ตาสีแดงของเขาเริ่มส่องประกายอย่างวาวโรจน์ เขาดูตื่นเต้นเมื่อได้เห็นถึงซากขนาดใหญ่ที่กำลังนอนาเ็สาหัส
“ตอนนี้มันน่าจะาเ็เกือบตาย มีสภาพที่แน่นิ่งไปแล้วละ?”
บริเวณหน้าอกของมันกลายมาเป็หลุมลึก เหมือนมีช่องว่างถูกสร้างขึ้นบนร่างกายของมัน เต็มไปด้วยเืที่กำลังไหลริน ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่ากรงเล็บปีกสบั้นตัดผ่านดวงดาวนั้นร้ายกาจมากเพียงใด มันสามารถใช้ร่างกายทุกส่วนมาเป็อาวุธ ก่อให้เกิดพลังทำลายล้างที่รุนแรงได้
“งั้นก็ได้เวลาที่ฉันจะรับประทานอาหารอันโอชะในครั้งนี้แล้ว!”
การก้าวเดินเข้ามาของทันย่าได้สร้างความหวาดกลัวต่อหมีขุนเขาศิลาเป็อย่างมาก มันพยายามจะยกหัวขนาดใหญ่ของตนเองขึ้น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มสั่นไหว ประหนึ่งกำลังเอ่ยขอร้องอ้อนวอน ตอนนี้มันจะยกต้นไม้เพลิงให้มอนเตอร์นี้ก็ได้ แต่ขออย่าสังหารมันก็เพียงพอแล้ว
“ฮะ..ฮู่มมมมมมมมมมม!”
เสียงครางอันเ็ปดังขึ้นจากในลำคอ ทว่าในสายตาของมันเห็นเพียงมอนเตอร์ลึกลับเริ่มอ้าปากที่เต็มไปด้วยคมเขี้ยวอันแหลมคม แต่ก่อนที่ทันย่าจะได้เริ่มมื้ออาหารครั้งใหญ่ เขาก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ พลางหันหน้าของตนไปทางลูกสมุนหมายเลขหนึ่ง
“หมาป่าจันทราโลหิต ซากศพของไอ้หมีนี้ฉัน้ามันอย่างมาก”
“ส่วนแก.. รอคอยให้สมุนไพรเพลิงกัปนาทเติบโตและกินมันซะ คงอีกไม่กี่วันก่อนที่ต้นไม้นี้จะพลิดอกออกผลอย่างสมบูรณ์”
“เมื่อได้กินมันเข้าไปพลังของแกคงยกระดับขึ้นอย่างก้าวะโ เผลอๆอาจมีโอกาสได้รับกฎแห่งเปลวเพลิงเป็ของแถมอีกด้วยนะ”
พอรู้ว่าผู้ปกครองของตนไม่้าต้นไม้เพลิงที่อยู่ด้านหลัง หมาป่าจันทราโลหิตก็ดีใจอย่างมาก มันรีบผงกหัวรัวๆเป็การตอบรับ
หลังจากนั้น ทันย่าในร่างของเบฮีมอทก็ได้เริ่มกลืนกินและเขมือบร่างของหมีขุนเขาศิลาด้วยความละโมบ เขาได้ใช้คมเขี้ยวอันร้ายกาจของตนฉีกกระชากเนื้อหนังของมันออกมาอย่างน่าสยดสยอง โลหิตอาบย้อมไปทั่วปาก กลืนกินเนื้อของมันเข้าไปอย่างต่อเนื่องมากขึ้นเรื่อยๆ
ท้องของเขาไม่ต่างไปจากหลุมดำที่กลืนกินได้ทุกสิ่ง ต่อให้หมีขุนเขาศิลาจะมีขนาดตัวใหญ่กว่าตนเกือบสิบเท่าก็ไม่ใช่ปัญหา
ในเวลานั้นยีนส์พันธุกรรมที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายก็เริ่มเปล่งแสง เทคนิคการขัดเกลาร่างดวงดาวถูกโคจรไปตามสัญชาตญาณ เข้าแปรเปลี่ยนพลังอันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา ให้กลายมาเป็จินตภาพแห่งดวงดาว เริ่มบังเกิดแสงสลัวตามเกล็ดสีดำ เปล่งประกายขึ้นอย่างวูบวาบ
[นี่มันสุดยอดมาก! ยีนส์พันธุกรรมของเ้ากำลังเริ่มยกระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว!]
[เป็อย่างที่ทันย่าบอกจริงๆ หรือว่านี่จะเริ่มพัฒนาไปเป็ร่างที่เติบโตแล้ว?!!]
ทันย่าััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มากมายวิ่งไหลผ่านขึ้นในม่านตา ประหนึ่งเป็สายน้ำตกอันไร้ที่สิ้นสุด
ยีนส์พันธุกรรมเบฮีมอทเหมือนได้พบเจอกับอาหารอันโอชะที่ทำให้สามารถวิวัฒนาการได้ ไม่ใช่ว่าจะเป็สิ่งมีชีวิตใดก็สามารถทำให้ทันย่าวิวัฒนาการได้หรอกนะ มันเหมือนกับมนุษย์ที่ชื่นชอบอาหารและไม่ชอบอาหารชนิดไหน ยีนส์พันธุกรรมเบฮีมอทเป็แบบนั้นเลยก็ว่าได้
ยีนส์กลายพันธุ์ของหมีขุนเขาศิลาเหมือนกำลังได้เติมเต็มเงื่อนไขที่ขาดหายไป ทำให้เซลล์นับไม่ถ้วนถูกเสริมแกร่งขึ้นอย่างไม่รู้จบ
..
R.I.P เ้าหมี