กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปสามวันนับจากวันที่จางเหวินประกาศตัดความสัมพันธ์ทางกายอย่างฉับพลัน สำหรับคนในสำนัก มันคือสามวันที่เงียบสงบ แต่สำหรับเสี่ยวหรู มันคือสามวันที่เต็มไปด้วยความทรมานที่แสนสาหัส
เช้าวันแรกหลังจากถูกปฏิเสธ เสี่ยวหรูพยายามกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ นางตื่นขึ้นมาพร้อมกับแสงอรุณเหมือนเคย แต่ร่างกายของนางกลับรู้สึกหนักอึ้งและไร้แรง เหมือนกับว่าพลังชีวิตบางส่วนได้ถูกดูดไปพร้อมกับการถูกปฏิเสธ
นางพยายามทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการฝึกวิชาและการสวดมนต์เพื่อเรียกสติ ในลานฝึก นางควงดาบไปมาด้วยความดุดันจนเหงื่อไหลไคลออกมาเต็มตัว หวังว่าความเหนื่อยล้าจะช่วยชะล้างภาพความทรงจำที่ไม่พึงประสงค์ออกไป
"ฮา! ฮา! ฮา!" เสียงดาบผ่าอากาศดังสนั่น นางฟาดฟันไปมาอย่างไม่ยั้ง จนศิษย์น้องคนอื่นๆ มองด้วยความประหลาดใจ
"เสี่ยวหรูพี่ ท่านฝึกหนักมากวันนี้นะ" ศิษย์น้องคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
"อืม... ข้าแค่อยากปรับปรุงฝีมือ" นางตอบพลางเช็ดเหงื่อ แต่ในใจรู้ดีว่าไม่ใช่เื่ฝีมือดาบที่ทำให้นางกระสับกระส่าย
ตลอดทั้งวัน นางพยายามหาสิ่งต่างๆ มาทำเพื่อให้ตนเองไม่ได้คิดถึงเขา นางช่วยงานในครัว ทำความสะอาดห้องสมุด จัดเรียงยาสมุนไพรในโรงยา และแม้กระทั่งช่วยซ่อมแซมรั้วไผ่ที่ชำรุด
แต่ทุกสิ่งที่นางทำดูเหมือนจะไร้ความหมาย ความว่างเปล่าในใจยังคงอยู่ เหมือนกับว่ามีหลุมลึกที่ไม่อาจเติมเต็มได้ด้วยกิจกรรมใดๆ
เมื่อถึงเวลาเย็น นางนั่งสวดมนต์ในห้องพักพยายามทำใจให้สงบ แต่คำสวดที่เคยให้ความสงบสุขกลับดูจืดชืดและไร้พลัง ความคิดของนางลอยไปหาเรือนพักท้ายป่าไผ่โดยไม่รู้ตัว
'เขาคงกำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้...' นางคิดแล้วสะดุ้งตัวเอง 'ไม่! ข้าต้องไม่คิดถึงเขา!'
เมื่อความมืดเข้าครอบงำสำนัก ความเงียบกลับกลายเป็ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด เสี่ยวหรูเอนกายลงบนเตียงไม้ในห้องพักด้วยความหวังว่าจะหลับได้อย่างสนิท
แต่ทันทีที่หลับตาลง ภาพเหตุการณ์ที่เรือนพักท้ายป่าไผ่กลับฉายชัดขึ้นมาดั่งมนต์ดำ ััที่ดุดันของจางเหวิน รสจูบที่ร้อนแรงจนแทบจะพรากลมหายใจ และความซ่านกระสันที่เขามอบให้จนร่างกายของนางจดจำได้ทุกอณู
นางจำได้ถึงััของมือใหญ่ที่เคยลูบไล้ทรวงอกอย่างเชี่ยวชาญ จำได้ถึงริมฝีปากที่ร้อนแรงที่เคยจูบจนนางแทบขาดใจ จำได้ถึงท่อนเนื้อที่แข็งแกร่งที่เคยเคลื่อนไหวข้างในร่องรักจนนางครางด้วยความเสียว
"อืมม์..." นางครางเบาๆ ในความมืด ร่างกายเริ่มรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมา
นางพยายามนึกถึงใบหน้าของอาเฉิง พยายามระลึกถึงคำมั่นสัญญาและจูบที่อ่อนโยนของเขาเพื่อเป็ที่พึ่งทางใจ แต่น่าเศร้าที่ภาพเ่าั้กลับซีดจางและเบาบางเหลือเกินเมื่อเทียบกับรอยััที่จางเหวินฝังลึกไว้ในมโนสำนึก
ร่องรักของนางเริ่มรู้สึกชุ่มชื้นและวูบวาบ เหมือนกับว่าร่างกายจำรสชาติของความสุขที่จางเหวินเคยมอบให้ และกำลังร้องเรียกหาสิ่งนั้นอย่างหิวโหย
"เหตุใดข้าถึงเป็คนชั่วช้าเช่นนี้..." นางพร่ำด่าตนเองในความมืด น้ำตาไหลรินด้วยความรู้สึกผิดต่อคนรักที่อยู่แดนไกล แต่ความภักดีในใจกลับพ่ายแพ้ต่อความหิวกระหายของร่างกายอย่างย่อยยับ
วันที่สองผ่านไปอย่างเชื่องช้า เสี่ยวหรูพยายามหาสิ่งต่างๆ มาทำมากขึ้น นางอาสาช่วยงานในสวนยาสมุนไพร คุกเข่าลงดูแลต้นไผ่น้อยที่เพิ่งปลูกใหม่ หวังว่าการทำงานหนักจะช่วยให้นางหลับได้ดีขึ้น
"เสี่ยวหรูน้อง ท่านดูซีดมากเลยนะ" พี่ศิษย์คนหนึ่งเอ่ยด้วยความเป็ห่วง "ท่านป่วยหรือเปล่า?"
"ไม่หรอกค่ะ พี่ ข้าแค่นอนไม่ค่อยหลับ" นางตอบพลางยิ้มบังคับ
"งั้นคืนนี้ลองดื่มชาสมุนไพรผ่อนประสาทดูสิ จะได้หลับดีขึ้น"
นางพยักหน้ารับ แต่ในใจรู้ดีว่าไม่ใช่ความเครียดธรรมดาที่ทำให้นางนอนไม่หลับ
ตลอดวัน นางพยายามไม่มองไปทางป่าไผ่ด้านหลังสำนัก แต่สายตาของนางกลับเผลอหลุดไปทางนั้นบ่อยครั้ง ใจลึกๆ นางหวังว่าจะเห็นเงาร่างของจางเหวินเดินออกมา หรือได้ยินเสียงเรียกชื่อนาง
แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ป่าไผ่เงียบสงัดเหมือนเดิม เหมือนกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาเลย
เมื่อถึงเวลาเย็น นางดื่มชาสมุนไพรที่พี่ศิษย์แนะนำ หวังว่าจะช่วยให้หลับได้ดีขึ้น แต่เมื่อนอนลงบนเตียง ความทรงจำก็กลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง
คราวนี้ภาพที่ปรากฏชัดเจนกว่าเดิม นางเห็นตัวเองนั่งขย่มอยู่เหนือจางเหวิน เห็นสีหน้าเมามันของตนเอง ได้ยินเสียงครางหวานที่ตนเคยส่งออกมา
"อ๊าห์... อ๊าห์... ศิษย์พี่..." เสียงครางในความทรงจำดังก้องในหู
ร่างกายของนางสั่นะเื ร่องรักเริ่มชุ่มชื้นขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม นางรู้สึกเหมือนไฟที่ลุกไหม้ข้างใน แต่ไม่มีอะไรมาดับได้
ในคืนที่สอง ความรุ่มร้อนในกายเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น เสี่ยวหรูพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความกระสับกระส่าย ผ้าห่มที่เคยให้ความอบอุ่นกลับรู้สึกหนักอึ้งและร้อนอบอ้าว
นางลุกขึ้นนั่งบนเตียง ลมหายใจติดขัด ใบหน้าแดงก่ำด้วยความร้อนรุ่มที่พุ่งขึ้นมาจากภายใน ร่องรักของนางเปียกชื้นจนเปื้อนผ้าใต้กระโปรง
"ข้าทำอะไรไม่ได้แล้ว..." นางพึมพำด้วยความสิ้นหวัง
ในที่สุด ความ้าก็เอาชนะเหตุผล เสี่ยวหรูเผลอใช้ปลายนิ้วที่สั่นเทาของตนเองสอดแทรกผ่านเนื้อผ้าบางเบา ััลงบนจุดอ่อนไหวที่ฉ่ำชื้นเพื่อหวังจะบรรเทาความ้า
"อืมม์..." นางครางเบาๆ เมื่อปลายนิ้วัักับติ่งเนื้อที่บวมโต
นางหลับตาลง พยายามเลียนแบบจังหวะที่จางเหวินเคยทำ นิ้วกลางเลื่อนไปมาบนติ่งเนื้อที่อ่อนไหว พยายามนวดเฟ้นและบดคลึงด้วยตัวเอง
"อ๊าห์..." เสียงครางเบาๆ หลุดออกมาจากริมฝีปาก
นางพยายามจินตนาการว่าเป็มือของจางเหวินที่กำลังัันาง พยายามนึกถึงความรู้สึกเมื่อเขาใช้นิ้วกดคลึงจุดอ่อนไหวอย่างเชี่ยวชาญ แต่ััจากปลายนิ้วของนางเองช่างจืดชืดและไร้น้ำหนัก
มันไม่มีไออุ่นหยางที่ร้อนแรงจากฝ่ามือหนา ไม่มีแรงบีบเค้นที่ดุดัน และไม่มีน้ำเสียงแหบพร่าที่คอยกระซิบสั่งข้างหู
"ไม่... ไม่ใช่แบบนี้..." นางพึมพำด้วยความผิดหวัง
นางเพิ่มความเร็วของการเคลื่อนไหว นิ้วกลางเลื่อนไปมาบนติ่งเนื้อที่บวมโตด้วยความหิวโหย ขณะที่นิ้วอื่นๆ พยายามกดคลึงรอบๆ ร่องรัก
"อืมม์... อืมม์..." เสียงครางดังขึ้นเล็กน้อย
นางบิดตัวไปมาบนเตียง สะโพกส่ายไปตามจังหวะของนิ้ว พยายามหาความรู้สึกที่เคยได้รับจากเขา แต่ยิ่งทำ นางกลับยิ่งรู้สึกทรมาน
ใบหน้าของนางแดงก่ำมากขึ้น เหงื่อเริ่มซึมออกมาที่หน้าผาก ลมหายใจหอบเร็วขึ้นเรื่อยๆ ทรวงอกขึ้นรูปชัดเจนจนเห็นได้แม้ในความมืด หัวนมแข็งตั้งและชี้แหลมจนแทบจะทะลุผ้านอน
ในที่สุด ร่างกายของนางก็สั่นะเืเล็กน้อย ความสุขสมที่ปลายทางช่างแสนสั้นและบางเบา ไม่ลึกซึ้งและไม่เต็มอิ่มเท่ากับสิ่งที่จางเหวินเคยมอบให้แม้เพียงเสี้ยวเดียว
เสี่ยวหรูนอนหอบหายใจรวยริน ร่างกายของนางไม่ได้สงบลงเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับยิ่งรุ่มร้อนและโหยหามากกว่าเดิม นางรู้สึกเหมือนปลาที่ขาดน้ำ ยิ่งดิ้นรนก็ยิ่งทรมาน
"ทำไม... ทำไมมันไม่พอ..." นางสะอื้นในความมืด
วันที่สามมาถึงพร้อมกับแสงอรุณที่ดูซีดเซียว เสี่ยวหรูตื่นขึ้นมาด้วยดวงตาที่บวมแดงจากการร้องไห้ ร่างกายของนางรู้สึกอ่อนแรงและเหนื่อยล้า เหมือนกับว่าได้ต่อสู้กับศัตรูที่มองไม่เห็นมาทั้งคืน
นางลุกขึ้นมาล้างหน้าด้วยน้ำเย็น หวังว่าจะช่วยให้สดชื่นขึ้น แต่ภาพในกระจกกลับสะท้อนให้เห็นผู้หญิงที่ดูซูบผอมและหมดหวัง
"ข้าเป็อะไรไป..." นางพึมพำกับภาพสะท้อนของตนเอง
วันนี้นางไม่มีแรงที่จะทำกิจกรรมหนักๆ อีกแล้ว นางเดินไปนั่งในสวนเล็กๆ ด้านหลังห้องพัก จ้องมองใบไผ่ที่โต้แต้ไปมาในสายลม
ความคิดของนางลอยไปหาเรือนพักท้ายป่าไผ่โดยไม่รู้ตัว นางสงสัยว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ เขาคิดถึงนางบ้างหรือไม่ หรือว่าเขาลืมนางไปแล้ว
"เขาคงไม่คิดถึงข้าหรอก..." นางพึมพำด้วยความเศร้า "สำหรับเขา ข้าคงเป็แค่ของเล่นชิ้นหนึ่ง..."
แต่แล้วความคิดอีกด้านก็เข้ามาขัดแย้ง 'แต่เขาดูแลข้าดี... เขาอ่อนโยนกับข้า... เขาทำให้ข้ารู้สึกเป็ผู้หญิงคนสำคัญ...'
นางส่ายหัวพยายามสลัดความคิดเหล่านี้ออกไป แต่มันกลับยิ่งเข้มข้นขึ้น ความโหยหาในรสััอันบาปหนาเริ่มกัดกินจิตใจจนนางเริ่มเสียสติ
ตลอดวัน นางไม่สามารถมีสมาธิทำอะไรได้เลย การฝึกดาบก็ผิดพลาด การสวดมนต์ก็ไม่มีสมาธิ แม้แต่การกินข้าวก็รู้สึกไร้รสชาติ
เมื่อถึงเวลาเย็น นางเดินไปยังลานฝึกที่ว่างเปล่า ยืนมองไปทางป่าไผ่ด้วยความปรารถนาที่แสนจะเ็ป
"ข้าอยากเขา..." นางกระซิบเบาๆ "ข้าอยากให้เขาััข้าอีก... อยากให้เขาทำให้ข้าเสียวอีก..."
การยอมรับความจริงนี้ทำให้น้ำตาไหลรินลงมา นางรู้ว่าตนเองได้ตกลงไปในหลุมพรางที่จางเหวินขุดไว้ รู้ว่าตนเองได้กลายเป็ทาสของความปรารถนา
ใบหน้าของนางแดงก่ำด้วยความละอายและความปรารถนาที่ปะทุขึ้น ลมหายใจเริ่มหอบเล็กน้อยเมื่อนึกถึงสิ่งที่เขาเคยทำกับนาง ทรวงอกขึ้นรูปชัดเจนขึ้นใต้ผ้าเสื้อ หัวนมเริ่มแข็งตั้งและชี้แหลมด้วยความตื่นเต้นที่ไม่อาจปกปิด
คืนที่สาม ความรุ่มร้อนในกายพุ่งพล่านจนถึงขีดสุด ลมหายใจของนางติดขัด ผิวเนื้อทุกส่วนรู้สึกไวต่อััจนน่ากลัว ความว่างเปล่าที่ร่องรักมันบีบคั้นจนนางทนไม่ไหว
นางพยายามช่วยตนเองอีกครั้ง คราวนี้ด้วยความหิวโหยที่รุนแรงกว่าเดิม นิ้วของนางเคลื่อนไหวอย่างเร่งรีบ พยายามหาจุดที่จะทำให้รู้สึกดีขึ้น
"อ๊าห์... อ๊าห์..." เสียงครางดังขึ้นในความมืด
นางใช้นิ้วกลางสอดเข้าไปในร่องรัก พยายามเลียนแบบการเคลื่อนไหวของท่อนเนื้อที่เคยเข้ามาเติมเต็ม แต่นิ้วของนางช่างเล็กและอ่อนแอเหลือเกิน
"ไม่... ไม่ใช่แบบนี้..." นางสะอื้น "มันไม่เหมือน... มันไม่เต็มอิ่ม..."
นางเพิ่มนิ้วอีกหนึ่งนิ้ว พยายามขยับไปมาด้วยจังหวะที่เร็วขึ้น ร่างกายบิดเบี้ยวไปมาบนเตียง สะโพกส่ายตามการเคลื่อนไหวของนิ้ว
"อืมม์... อืมม์... ศิษย์พี่..." นางเรียกชื่อเขาในความมืด
นางจินตนาการว่าเป็เขาที่กำลังทำให้นาง จินตนาการถึงน้ำเสียงแหบพร่าที่เคยกระซิบข้างหู จินตนาการถึงมือใหญ่ที่เคยจับสะโพกแน่น
"อ๊าห์... ท่าน... ข้าอยากท่าน..." นางครางด้วยความหิวโหย
ใบหน้าของนางแดงก่ำจนเกือบจะเป็สีแดงเืหมู เหงื่อไหลไคลออกมาเต็มหน้าผาก ลมหายใจหอบเร็วจนแทบจะขาดใจ ทรวงอกขึ้นรูปชัดเจนจนเห็นได้แม้ในความมืด หัวนมแข็งตั้งและชี้แหลมจนแทบจะทะลุผ้านอน
ในที่สุด ร่างกายของนางก็สั่นะเือีกครั้ง แต่ความสุขที่ได้รับยิ่งน้อยกว่าครั้งแรก มันจืดชืดและไร้ความหมาย ไม่มีความลึกซึ้งหรือความเต็มอิ่มที่นาง้า
เสี่ยวหรูนอนหอบหายใจหนัก น้ำตาไหลรินด้วยความผิดหวัง ร่างกายของนางยิ่งรุ่มร้อนและโหยหามากกว่าเดิม เหมือนกับว่าการช่วยตนเองกลับทำให้ไฟในกายลุกโชนขึ้นแทน
"ทำไม... ทำไมมันไม่พอ..." นางสะอื้น "ทำไมข้าถึง้าเขาขนาดนี้..."
นางเริ่มตระหนักด้วยความหวาดกลัวว่า จางเหวินไม่ได้เพียงแค่รักษาเขา แต่เขาได้วางยาพิษแห่งตัณหาไว้ในร่างกายของนาง และเขาก็เป็เพียงคนเดียวที่มียาแก้
ในความมืดมิดนั้น เสี่ยวหรูมองไปยังทิศทางของเรือนพักท้ายป่าไผ่ด้วยสายตาที่สับสนและเต็มไปด้วยความกระหาย
นางรู้ว่าสิ่งที่ตนกำลังคิดนั้นผิด รู้ว่าการไปหาเขาจะทำให้นางตกลงไปในบาปกรรมลึกกว่าเดิม แต่ความทรมานที่ร่างกายส่งมาทำให้นางไม่สามารถคิดอะไรอื่นได้
"ข้าทนไม่ไหวแล้ว..." นางกระซิบในความมืด "ข้า้าเขา... ข้า้าให้เขาทำให้ข้าเต็มอิ่มอีกครั้ง..."
นางลุกขึ้นจากเตียงด้วยขาที่สั่นเทา ใจลึกๆ นางรู้ว่าเมื่อออกไปจากห้องนี้แล้ว จะไม่มีทางกลับมาเป็คนเดิมได้อีก แต่ความปรารถนาที่ลุกโชนในกายทำให้นางไม่สามารถต้านทานได้
นางเดินไปที่ประตู มือสั่นเทาวางอยู่บนมือจับ หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นปนความกลัว
"เพียงครั้งเดียว..." นางพึมพำเพื่อปลอบใจตนเอง "แค่ครั้งเดียวเท่านั้น... แล้วข้าจะกลับมาเป็คนดีอย่างเดิม..."
แต่ลึกๆ ในใจ นางรู้ดีว่าเมื่อได้รสชาติของสิ่งต้องห้ามแล้ว การหยุดย่อมเป็ไปไม่ได้
นางผลักประตูออกไปเบาๆ ก้าวเท้าออกสู่ความมืดของคืน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะไปหาสิ่งเดียวที่จะสามารถดับไฟปรารถนาที่ลุกโชนในกายของนางได้
ทุกก้าวที่เดินไปยังป่าไผ่ นางรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวเอง ความบริสุทธิ์ที่เหลืออยู่กำลังถูกกัดกินด้วยความปรารถนา และนางก็ยินดีที่จะยอมแพ้ต่อมัน
เพราะในคืนนี้ เสี่ยวหรูได้เรียนรู้แล้วว่า บางครั้งความ้าของร่างกายนั้นแข็งแกร่งกว่าความถูกต้องของจิตใจ และเมื่อไฟปรารถนาลุกโชนขึ้นแล้ว มันจะไม่ดับลงได้ง่ายๆ
ขณะที่เดินผ่านป่าไผ่ในความมืด ลมเย็นพัดผ่านใบหน้าที่ร้อนผ่าวของนาง แต่มันไม่สามารถดับไฟที่ลุกโชนในกายได้ ใบหน้าของนางยังคงแดงก่ำด้วยความปรารถนา ลมหายใจยังคงหอบด้วยความตื่นเต้น ทรวงอกยังคงขึ้นรูปชัดเจนด้วยความคาดหวัง และหัวนมยังคงแข็งตั้งและชี้แหลมด้วยความหิวโหย
ในความมืดมิดนั้น เสี่ยวหรูมองไปยังทิศทางของเรือนพักท้ายป่าไผ่ด้วยสายตาที่สับสนและเต็มไปด้วยความกระหาย นางรู้ว่าการตัดสินใจในคืนนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของนางไปตลอดกาล แต่ความปรารถนาที่ลุกโชนในกายทำให้นางไม่มีทางเลือกอื่น
นางก้าวเดินต่อไปในความมืด ด้วยหัวใจที่เต้นรัวและร่างกายที่ร้อนผ่าว มุ่งหน้าไปยังที่ที่จะทำให้นางได้รับการปลดปล่อยจากความทรมานที่สั่งสมมาสามวัน แม้ว่าจะต้องแลกด้วยความบริสุทธิ์ที่เหลืออยู่ก็ตาม