Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

    บทที่ 172 หนึ่งเดือนแห่งความสำเร็จ

    หนึ่งเดือนแห่งความสำเร็จ

     

                เมื่อมีบลูอายรับหน้าที่วางแผนการทำงานทั้งหมดกัสก็มีเวลาว่างมากขึ้นจนทำให้เขาสามารถทำในสิ่งที่เขาไม่มีเวลาทำในอดีตได้

                ไม่ว่าจะเป็นการดูแลทุกข์สุขของข้ารับใช้การให้ความเอ็นดูพวกเธออย่างเหมาะสมตามหน้าที่ของบุรุษและเจ้านาย

                นอกจากนั้นก็ยังมีการฝึกฝนที่กัสสามารถทำได้อย่างเต็มที่เพราะไม่ต้องสิ้นเปลืองสมาธิไปกับการวางแผนให้เหนื่อยยากเกินไปอีก

                ช่วงเย็นของวันหลังจากเปิดศึกรักกับผีเสื้อสาวจนพอใจกัสก็กลับมาพบกับบลูอายที่ทำงานอย่างหนักจนอ่อนเพลียไปไม่น้อย

                กัสเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับขวดไวน์ผลไม้ขวดหนึ่งที่เขาเสียสละDP นิดหน่อยซื้อมาเพื่อบลูอายโดยเฉพาะ

                “พักสักหน่อยเถอะอาย เจ้าทำงานมาทั้งวันแล้วนะ”

                ทันทีที่กัสเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับขวดแก้วสีขาว ดวงตาของบลูอายก็เงยขึ้นมาจากเอกสารในมือก่อนจะยิ้มน้อยๆแทนคำขอบคุณ จากนั้นใบหน้าของเด็กสาวก็ปรากฏสีแดงอ่อนๆขึ้นมาพร้อมกับแววตาขุ่นเคืองที่ทำให้กัสผงะไปเล็กน้อย

                “เจ้ามองข้าแบบนี้หมายความว่ายังไงกัน..ไม่พอใจที่ข้าปล่อยให้เจ้าทำงานคนเดียวงั้นหรือ”

                ริมฝีปากของบลูอายเม้มแน่น สายตาของเธอมองตรงไปยังกัสมองดูสีสันของอารมณ์ที่ปรากฏให้เห็นตรงหน้าด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองใจเป็นพิเศษ

                ทว่าเธอก็พูดไม่ได้ว่าเธอเห็นอะไรเพราะมันน่าอายจนเกินไปอีกอย่างกัสเองก็เป็นผู้ชายเธอเองก็ทราบดีว่าเขามีความสัมพันธ์กับข้ารับใช้สาวแสนสวยหลายต่อหลายนาง

                แต่ที่เธออดเคืองไม่ได้ก็คือการที่เธอนั่งทำงานมาตั้งแต่เช้าไม่ได้หยุดพักแต่กัสกลับไปเล่นสนุกกับสาวๆ อย่างมีความสุข

                “ไม่มีอะไร! ไหนเจ้าเอาอะไรมาให้ข้าดื่มบ้างรีบรินใส่แก้วเร็วเข้า!”

                การเปลี่ยนเรื่องกะทันหันนั้นทำให้กัสประหลาดใจ ก่อนจะฝืนยิ้มน้อยๆ แล้วทำตามที่บลูอายบอกแต่โดยดีทั้งยังแสดงสีหน้าสุภาพเรียบร้อยล้อเลียนเด็กสาวเข้าไปอีกจนในที่สุดใบหน้าที่ขุ่นเคืองก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาจนได้

                เห็นแบบนั้นกัสก็ลอบถอนใจพลางคิดในใจว่าเกือบซวยแล้วก่อนจะเดินเข้ามานั่งลงตรงข้ามกับบลูอายแล้วกวาดสายตามองเอกสารที่เด็กสาวอ่านผ่านตาไปครั้งหนึ่ง

                “อ่านไปได้เยอะแล้วนี่ แล้วเป็นไงบ้างเจออะไรที่ต้องแก้ไขไหม”

                “เจอสิ..แต่ก็มีไม่เยอะหรอกนะนึกไม่ถึงเลยนะว่ากัสจะฝีมือดีขนาดนี้..แผนการดีมากเลยถึงจะไม่ครบถ้วนแต่ก็รัดกุมเหมาะสม ไม่มีอะไรที่ไม่สำคัญเลย”

                ได้ยินคำชมเชยจากบลูอายสีหน้าของกัสก็ดูดีขึ้นมาในทันทีทั้งยังอดไม่ได้ที่จะภูมิใจน้อยๆ จนทำให้บลูอายกระตุกยิ้มแล้วมองค้อนไปวงหนึ่ง

                “ชมหน่อยเดียวหน้าบานเลยนะ”

                “แน่นอน..ได้รับคำชมจากบลูอายที่แสนฉลาดทั้งคน ข้าไม่ภูมิใจได้ไง”

                พูดแล้วกัสก็ไม่ลืมชมกลับไปด้วยทั้งนี้ก็เพื่อกระตุ้นให้เด็กสาวพยายามทำเพื่อเขาให้มากขึ้นพูดไปมันเป็นการกระตุ้นตามความเคยชิน ซึ่งทำให้บลูอายหัวเราะเบาๆเพราะเจตนาที่เกิดจากความเคยชินนี้ถูกเธอมองออกทั้งหมด

                ทว่าเด็กสาวก็ยังไว้หน้ากัสอยู่บ้างที่ไม่เปิดเผยออกมาพลางยิ้มน้อยๆ แล้วรับเครื่องดื่มจากกัสมาจิบเบาๆ ด้วยความพอใจ

                “อร่อยดีจัง..ขวดเท่าไหร่เนี่ย”

                “350 DP เอง ถูกๆ”

                ได้ยินราคานี้เข้าไป สีหน้าของบลูอายก็สั่นกระตุกเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความชื่นชมที่กัสสามารถจ่าย 350 DP ออกมาได้ง่ายๆ ในเวลาไม่ถึง 1 ปีดี

                ความสำเร็จระดับนี้เป็นอะไรที่น่าทึ่งมากสำหรับเธอที่ได้ลงมือทำงานจริงมาแล้วแต่เมื่อได้เห็นแผนการที่กัสวางเอาไว้ทั้งหมดเด็กสาวก็จำต้องยอมรับว่าเขาพยายามมากจริงๆ ถึงจะมีความสำเร็จดังเช่นทุกวันนี้

                ต่อจากนั้นกัสก็เอ่ยเรื่องที่เขาคิดขึ้นได้ขณะที่เดินเล่นอยู่ในดินแดนออกมาหลายคำบลูอายก็รับฟังเงียบๆ พลางทำงานของเธอต่อไปจนกระทั่งผ่านวันไป

                พอวันใหม่มาถึงเด็กสาวก็เริ่มงานแบบเดิมอีกครั้งเอกสารต่างๆ ถูกนำมาอ่านผ่านตาครั้งหนึ่งเพื่อทำความเข้าใจแผนการใหม่ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากยิ่งขึ้น

                ขณะเดียวกันนั้นกัสที่ว่างจากการวางแผนก็เริ่มต้นฝึกฝนอย่างจริงจังไม่ว่าจะเป็นการทำงานหนัก การกระตุ้นวิชาไปจนถึงการฝึกฝนอย่างจริงจังล้วนถูกกระทำลงไปทั้งหมดในหนึ่งวัน

                ผลลัพธ์นี้ทำให้สารเคมีในร่างกายของเขาถูกเผาผลาญไปในระดับความเร็วที่น่าทึ่งซึ่งส่งผลให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

                ความคืบหน้าของการฝึกฝนวิชาร่างวชิระในขั้นกลางก็เริ่มมีมาให้เห็นบ้างแล้ว

                แม้จะไม่รวดเร็วเหมือนตอนฝึกฝนขั้นต้นทว่ามันก็ก้าวหน้าไปเร็วมากจนบอกได้เลยว่าหากยังพัฒนาด้วยความเร็วระดับนี้ต่อไปเพียง1 เดือนกัสก็น่าจะสำเร็จขั้นกลางได้สักขั้นหนึ่งของวิชาและอาจจะสำเร็จขั้นกลางโดยสมบูรณ์ในเวลาครึ่งปีเป็นอย่างต่ำ

                ภายในหนึ่งอาทิตย์หลังจากที่บลูอายเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับกัสแผนการทำงานชุดใหม่ก็ถูกประกาศออกมาให้ทุกคนได้เห็น

                แผนการหลักๆนั้นยังดูเหมือนเดิมแทบไม่เปลี่ยน ยังมีการกำหนดวันเก็บเกี่ยวทรัพยากรรวมไปถึงวันทำงานอย่างชัดเจน

                แต่ที่ต่างจากเดิมก็คือหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละคนที่ดูจะต่างกันเล็กน้อย

                โดยภาพรวมทุกคนดูจะมีภาระมากขึ้นซึ่งสร้างแรงกดดันให้ทุกคนมากพอสมควร

                แต่หลังจากผ่านการทำงานจริงไปได้3 วัน ทุกคนก็ค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับแผนการทำงานชุดใหม่ได้ผลลัพธ์ต่อจากนั้นคือรายรับที่เพิ่มสูงขึ้นราว 20 เปอร์เซ็นต์

                รายรับของอาทิตย์ใหม่นี้สูงถึง5 หมื่น 5 พัน DP เลยทีเดียวนี่นับเป็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

                เมื่อมีDP มากขึ้น ตัวเลือกในการพัฒนาก็มีมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกันและผลลัพธ์ต่อจากนั้นก็คือการวางแผนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานให้เหมาะสม

                หลังจากสะสมDP จนครบในสองอาทิตย์หลังจากที่บลูอายมาถึงนั้นโรงปั้นของกัสก็ได้รับการเพิ่มระดับเป็นระดับ 4 ในที่สุด

                นี่เป็นตัวเลือกที่กัสตั้งใจเลือกมาแต่แรกและบลูอายเองก็สนับสนุนตัวเลือกนี้ด้วยเช่นกันเนื่องจากทรัพยากรดินที่เก็บสะสมเอาไว้นั้นมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นตลอดเวลาทำให้ต้องรีบเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน

                เมื่อเพิ่มระดับโรงปั้นให้กลายเป็นระดับ4 ด้วย DP 1 แสนหน่วย กัสก็ยังต้องผลาญ DP อีกเกือบแสนเพื่อเพิ่มระดับชุดเครื่องมือทั้งหมดให้เป็นระดับ 4ด้วยเช่นกัน

                ทั้งนี้ที่ทำได้ง่ายเช่นนี้ก็เพราะก่อนหน้านี้กัสสะสมDP เอาไว้เกินแต่แรก ที่ไม่ได้ใช้ในตอนนั้นก็เพราะยุ่งๆรวมกับมีบลูอายเข้ามาร่วมด้วยพอดีทำให้กัสตัดสินใจเลื่อนกำหนดเพิ่มระดับสิ่งก่อสร้างไปก่อนเพราะเขาต้องการความเห็นจากบลูอายร่วมด้วย

                ด้วยเหตุนี้กัสเลยต้องรอให้บลูอายทำความเข้าใจกับดินแดนของเขาให้เรียบร้อยเสียก่อนเพื่อให้เธอเข้าใจในดินแดนของเขามากพอก่อนจะร่วมตัดสินใจกับเขาว่าจะเพิ่มระดับสิ่งก่อสร้างหรือดินแดน

                พอโรงปั้นถูกเพิ่มระดับปัญหาเดิมก็กลับมาอีกครั้งนั่นคือปัญหาทรัพยากรไม่เพียงพอต่อการใช้งานการเพิ่มระดับดินแดนจึงกลายมาเป็นตัวเลือกตัวต่อไป

                รายรับของอาทิตย์ต่อมาก็เพิ่มขึ้นเป็น7 หมื่น DP ซึ่งเป็นผลมาจากโรงปั้นระดับ 4และการปรับปรุงแผนการที่สมบูรณ์

                ทั้งคนของกัสและบลูอายสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้วหลังจากเสียเวลามาสองอาทิตย์ในการปรับปรุงแผนการต่างๆ

                ต่อจากนั้นดินแดนก็ถูกเพิ่มระดับอีก2 ครั้งจนมีขนาดใหญ่ถึง 500 ไร่รวมกับการขยายแปลงผักให้กว้างขึ้นจึงทำให้ภาพรวมของดินแดนมีความเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งเกิดขึ้นมาให้เห็น

                นอกจากนั้นแล้วส่วนอื่นๆของดินแดนก็ยังมีการพัฒนาอย่างเป็นระบบจนทำให้กัสสามารถปล่อยวางให้บลูอายช่วยจัดการดูแลดินแดนของเขาได้อย่างสบายใจแล้ว

                ผลลัพธ์ของการทำงานมาตลอดทั้งเดือนในที่สุดก็ปรากฏให้เห็นซึ่งทำให้ทุกคนยอมรับบลูอายได้อย่างเต็มใจและยินดีเชื่อฟังคำสั่งของเด็กสาวเช่นเดียวกับที่เชื่อฟังคำสั่งของกัส

                เพียงอึดใจหนึ่งเดือนก็ผ่านไปในที่สุดการประชุมประจำเดือนก็วนกลับมาอีกครั้งพร้อมกับความวุ่นวายเล็กๆที่เกิดขึ้นในดินแดนที่แสนสงบสุข

                กัสนั่งอยู่ด้านหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียดขณะที่อีกด้านหนึ่งคือบลูอายที่มีสีหน้าเคร่งขรึมโดยมีบรรยากาศที่แข็งกร้าวปกคลุมอยู่

                ภาพที่เกิดขึ้นนี้เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เลยสำหรับคนทั้งสองเป็นภาพที่หากคนนอกมาเห็นคงจะตกใจจนหน้าซีดไปบ้างที่เพื่อนสนิทอย่างพวกเขากำลังทำท่าทางเหมือนกับกำลังทะเลาะกันอยู่

                “ข้าไม่ยอมรับ!! ไม่ยอมเด็ดขาด!!”

                “ข้าเองก็ไม่ยอมเหมือนกัน!! ทำไมเจ้าถึงดื้อด้านแบบนี้นะกัส!!”

                สองคนเริ่มมีปากมีเสียงกันขึ้นมาจนทำให้บรรยากาศภายในห้องทำงานเริ่มหนักอึ้งขึ้นทุกขณะ

                ด้านหน้าของทั้งสองคือกล่องเก็บวัตถุดิบระดับ3 จำนวนหนึ่งที่วางเรียงอยู่ด้านหน้าและในขณะนี้เองมีกล่องใบหนึ่งที่วางอยู่ระหว่างทั้งสองซึ่งเป็นเป้าสายตาของทุกคนที่อยู่ภายในห้องขณะนี้

                บรรยากาศระหว่างกัสกับบลูอายนั้นดูเคร่งเครียดมากแตกต่างจากบรรยากาศของเหล่าน้องสาวที่มีรอยยิ้มฝืนๆ ที่แฝงไว้ด้วยความอ่อนใจ

                “อาย!! เรื่องอื่นข้ายอมเจ้าได้ แต่เรื่องนี้ข้ายอมไม่ได้!!ทำไมเจ้าถึงไม่เข้าใจฮะ!! ว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เจ้าควรเลือก!!”

                “สิ่งที่ดีที่สุดอะไรกัน!!! เจ้าคิดเองเออเองทั้งนั้นใครขอให้เจ้าทำแบบนี้ไม่ทราบ!!”

                ยิ่งทะเลาะทั้งสองคนก็ยิ่งใส่อารมณ์เข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เริ่มจะเคลื่อนไหวและลงไม้ลงมือกันแล้ว

                พอเห็นภาพนี้เหล่าน้องสาวก็หันมามองหน้ากันก่อนจะพากันถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อเห็นพี่ของพวกเธอทะเลาะกันด้วยเรื่องที่ไม่น่าจะทะเลาะกันได้

                กัสยื่นมือออกไปแล้วส่งกำลังออกไปเลื่อนกล่องเก็บผลผลิตระดับ3 ตรงหน้าที่อัดแน่นไปด้วยผักวิเศษไปตรงหน้าของบลูอายด้วยสายตาที่ดุดัน

                ขณะเดียวกันนั้นบลูอายก็ยื่นมือออกไปดันกล่องกลับไปอย่างเต็มแรงจนหน้าแดงก่ำไปหมดเพราะไม่ว่าเธอจะออกแรงแค่ไหนก็ไม่สามารถขยับกล่องกลับไปได้เลยสักนิด

                “อย่าดื้อได้ไหม..ข้าทำแบบนี้มาหลายเดือนแล้ว ตอนนี้ก็แค่ทำมันต่อไป”

                “กัสนั่นแหละที่อย่าดื้อ!! เจ้าให้ครอบครัวข้ามามากแล้วตอนนี้ก็สมควรที่จะพอได้แล้ว!! ที่ข้าได้รับมันก็มากพอแล้วของพวกนี้เจ้าไม่ต้องส่งมาอีกแล้ว!!”

                สิ่งที่ทำให้เพื่อนสนิททั้งสองคนกำลังทะเลาะกันอยู่นั้นแท้ที่จริงแล้วกลับกลายเป็นกล่องเก็บผลผลิตระดับ 3 ที่ลงชื่อของบลูไซต์เอาไว้

                ตั้งแต่เริ่มต้นแล้วที่ทั้งสองคนเริ่มพูดคุยกันถึงเรื่องส่วนแบ่งที่จะส่งออกไปในชื่อของบลูไซต์ทว่าบลูอายนั้นพยายามปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่าตอนนี้เธอมาทำงานร่วมกับกัสแล้วส่วนแบ่งที่เธอได้รับก็มากซึ่งสมควรที่จะพอแล้วและขอให้กัสเอาส่วนแบ่งของพี่ชายเธอออกไป

                ทว่ากัสกลับไม่ยอมรับเขายังยืนยันว่าจะส่งส่วนแบ่งนี้ออกไปเหมือนเดิมซึ่งทำให้บลูอายไม่พอใจเพราะเธอไม่อยากให้กัสทำแบบนี้แม้ว่ามันจะนำมาซึ่งผลประโยชน์ให้กับครอบครัวของเธอก็ตาม

                นี่คือการทะเลาะที่มีเพียงเพื่อนสนิทเท่านั้นที่จะทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้เรื่องของการให้

                แม้ว่าการทะเลาะกันครั้งนี้จะทำให้บรรยากาศหนักอึ้งไปบ้างเพราะแรงกดดันที่กัสปล่อยออกมาทว่าความรู้สึกของคนที่เฝ้ามองอยู่นั้นกลับไม่มีความผิดหวังเสียใจอยู่เลย

                ที่จะมีก็มีเพียงความอ่อนใจที่พี่ของพวกเธอทะเลาะกันด้วยเรื่องแบบนี้เท่านั้น

                “ยังดื้ออีกหรือ!! เจ้าไม่เข้าใจหรือไงเจ้าเป็นสตรี เจ้าต้องเชื่อฟังข้า!!”

                “หึ! เอาข้ออ้างอะไรมาพูด นี่มันยุคไหนแล้ว สตรีกับบุรุษมีสิทธิ์เท่าเทียมกันตั้งนานแล้วอีกอย่างข้ามีพรศักดิ์สิทธิ์ สิทธิ์ของข้ามีเทียบเท่าบุรุษ!!”

                กัสเริ่มกัดฟันด้วยความหงุดหงิดและกำลังจะหมดความอดทน เขากำมือแน่นด้วยความเดือดดาลและไม่เข้าใจว่าทำไมบลูอายถึงได้พยายามปฏิเสธถึงเพียงนี้ทั้งที่สิ่งที่เขาทำลงไปนั้นล้วนให้ผลดีกับครอบครัวเธอทั้งสิ้น

                ขณะเดียวกันนั้นบลูอายก็ลอบหวั่นใจแต่เธอก็ยืนยันที่จะแข็งขืนต่อไปเพราะเธอไม่อยากให้ครอบครัวของเธอมาเป็นตัวถ่วงของกัส

                ยิ่งหลังจากได้เห็นความพยายามของกัสมาตลอดทั้งเดือนบลูอายก็ยิ่งรู้สึกละอายใจที่จะปล่อยให้ครอบครัวของเธอมาถ่วงการเติบโตของกัส

                ทั้งสองคนต่างมีเหตุผลเป็นของตัวเองกัสเองก็ทำลงไปเพื่อตอบสนองต่อมโนธรรมของเขาเขาต้องการใช้วิธีนี้ชดใช้ความผิดบาปในใจเพื่อความสบายใจของตัวเขาเอง

                แต่บลูอายก็พยายามปฏิเสธเพื่อผลประโยชน์ของตัวเขาเช่นกันซึ่งเรื่องนี้ใช่ว่ากัสจะมองไม่ออก แต่เขาไม่สามารถยอมรับได้เท่านั้น

                สองฝ่ายไม่มีใครยอมใครแม้ว่าบลูอายจะสู้แรงกัสไม่ได้จนต้องวางมือจากกล่องเก็บผลผลิตที่กัสเลื่อนส่งมาต่อจากนั้นเธอก็หยิบกล่องของเธอเลื่อนส่งไปแทน

                เธอทำราวกับว่าหากกัสยืนยันที่จะส่งกล่องใบนี้มาเธอก็จะส่งของเธอกลับไปแทน เรื่องนี้ทำให้กัสปวดหัวจนต้องขมวดคิ้วนิ่วหน้า

                “อาย..เจ้าอยู่ในดินแดนของข้า เจ้าก็เหมือนกับเป็นคนของข้าแล้วไม่รู้หรือไงตอนนี้เจ้าต้องเชื่อฟังข้า!!”

                “อย่าเอาเรื่องไร้สาระมาอ้างหน่อยเลย!! เจ้าก็รู้ว่าพวกเรายืนอยู่ในสถานะของพันธมิตรพวกเรามีสิทธิ์เท่ากัน!!”

                “แต่วันนั้นเจ้าเป็นคนเอ่ยปากขอมาอยู่ด้วยกับข้า!! เจ้าก็ต้องฟังข้า!!”

                เมื่อเรื่องนี้ถูกยกขึ้นมาพูดใบหน้าของบลูอายก็แดงก่ำขึ้นมาด้วยความอับอายก่อนจะกลายเป็นความดื้อดึงไม่ยอมรับ

                “เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น!!”

                “เจ้าไม่คิด! แต่ทุกคนคิด!! เช่นนั้นเจ้าก็ต้องเชื่อฟังข้า!!”

                ยิ่งโดนพูดใส่แบบนี้บลูอายก็เริ่มไปต่อไม่ถูกใบหน้าของเธอแดงจัดด้วยความเขินอายและรู้สึกเสียเปรียบอยู่บ้างที่กัสเอาความผิดพลาดของเธอมาใช้จนเธอตอบโต้ไม่ได้

                “แต่ข้าไม่ใช่คนของเจ้า!! ข้ายังไม่ได้แต่งให้เจ้าสักหน่อย!!”

                ได้ยินแบบนั้นรอยยิ้มของกัสก็สั่นกระตุก ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม

                “งั้นหรือ..ยังไม่ได้แต่งสินะงั้นก็ดีเลย..ข้าจะให้เจ้าแต่งกับข้า ทีนี้เจ้าก็ต้องเชื่อฟังข้า!!”

                ได้ยินแบบนั้นบลูอายก็อ้าปากค้างไป เหล่าน้องสาวก็อุทานออกมาด้วยใบหน้าแดงก่ำเช่นเดียวกับบลูอายที่ตกตะลึงจนหน้าแดงไป

                “เจ้า!! กัสนี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ!!”

                “แล้วใครว่าข้าล้อเล่นกัน!!”

                พูดจบกัสก็ขยับมือวูบหนึ่งก็คว้าข้อมือของบลูอายมาไว้ได้ จากนั้นก็ดึงตัวเด็กสาวเข้ามาใกล้แล้วก้มลงประกบริมฝีปากจูบเธออย่างดูดดื่มในทันที

                จูบที่เผด็จการนี้ทำเอาใบหน้าของเหล่าน้องสาวแดงก่ำขึ้นมาทันทีบลูอายก็ตกใจจนเบิกตากว้าง ใบหน้าร้อนแทบไหม้และลืมที่จะดิ้นรนขัดขืนไปเสียสนิท

                กว่าจะรู้สึกตัวเด็กสาวก็ถูกลิ้นที่เผด็จการของกัสจัดการจนเข่าอ่อนเนื้อตัวอ่อนระทวยจนไม่มีแรงจะต่อต้าน

                เด็กสาวไร้เดียงสาที่ไม่เคยแม้กระทั่งจูบแบบบลูอายมีหรือจะต่อต้านลีลาการจูบของกัสที่ชำนาญกว่าได้

                เพียงอึดใจบลูอายก็สิ้นฤทธิ์ขณะที่กัสยิ้มกริ่มและจ้องมองใบหน้าของเด็กสาวที่แดงก่ำในอ้อมกอด

                “ที่นี้จะยอมได้หรือยัง..”

                “ม..ไม่!..อุบ!!”

                หนึ่งคำปฏิเสธ หนึ่งจูบที่ลบเลือนความคิดต่อจากนั้นกัสก็ถามอีกครั้งและอีกครั้ง หากบลูอายปฏิเสธเขาก็จะจูบเธอซ้ำๆจนบลูอายแทบจะสิ้นสติ

                เนื้อตัวของเด็กสาวร้อนรุ่มไปหมดร้อนจนแทบจะคิดอะไรไม่ออกนอกจากความคิดที่จะปฏิเสธ

                เมื่อเห็นอาการแข็งขืนของบลูอายกัสก็เริ่มหงุดหงิดและขณะเดียวกัน ใบหน้าที่แดงก่ำกับดวงตาที่หวานฉ่ำของเด็กสาวก็ค่อยๆกระตุ้นความปรารถนาในใจของเขาขึ้นมา

                “อาย..ถ้าเจ้าไม่ยอมหยุดละก็..ข้าจะปล้ำเจ้า!”

                วินาทีนั้นดวงตาของเด็กสาวก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกจนลืมปฏิเสธไปจนหมดส่งผลให้กัสได้รับชัยชนะจนหัวเราะออกมาด้วยความพอใจจากนั้นก็ปล่อยตัวเด็กสาวลงกับพื้นแล้วยืนมองยิ้มๆจนทำให้ใบหน้าของบลูอายร้อนวูบ

                “คราวหน้าเจ้าจะกล้าต่อต้านข้าอีกไหม..”

                “กัส..โหดร้ายเกินไปแล้ว!!”

                “หึ! ข้ายังโหดได้มากกว่านี้อีกข้อบอก..โดยเฉพาะกับเจ้า..ข้าละแสนยินดีที่จะลงมือ”

                คำพูดที่แฝงไว้ด้วยความหมายแบบไหน เจตนาแบบไหน บลูอายมองเห็นมันอย่างชัดเจนชัดจนทำให้ใบหน้าของเธอร้อนวูบไปหมดและไม่กล้าที่จะสบตาของกัสอีกต่อไป

                เมื่อเห็นว่าเด็กสาวเปลี่ยนจากเหยี่ยวสาวกลายเป็นนกน้อยได้สำเร็จกัสก็ผ่อนลมหายใจออกมาขณะที่พยายามควบคุมหัวใจที่เต้นระรัวของตัวเองให้สงบลงเพื่อที่จะไม่ลงมือเกินเลยไปกว่านี้

                แม้ว่าภายในใจของเขาจะนึกอยากข้ามเส้นแบ่งไปแค่ไหนแต่ถ้าเขาต้องฝืนใจเธอโดยที่เธอไม่ยินยอมเช่นนี้ตัวเขาเองก็ไม่กล้าที่จะทำเช่นกัน

                ท้ายที่สุดการทะเลาะกันของเพื่อนสนิทก็จบลงแบบคู่รักที่ชวนให้เหล่าน้องสาวยิ้มฝืนๆ ให้กันด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ