คุยกันสักนิด
ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่สนับสนุนผลงานการเขียนของไรท์
ขอให้นักอ่านทุกคน อ่านนิยายให้สนุกนะคะ
และไรท์ก็ต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่คอยติดตามและเป็กำลังใจให้กับไรท์นะคะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บทที่ 27
“ตอนนี้ซุปหมูตุ๋นของเราก็พร้อมแล้วนะคะ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งห้าถ้วยนี้ฉันจะแจกให้กับผู้ชมที่กำลังรับชมสตรีมของฉันนะคะ”
หลังจากที่เมิ่งจือหลันจัดการลวกเส้นบะหมี่ครบทั้งห้าถ้วยเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น เธอก็เปิดฝาหม้อซุปหมูตุ๋น กลิ่นหอมของซุปหมูตุ๋นก็ลอยมาเรียกความยากอาหารของผู้ชม และแน่นอนว่าข้อความบนหน้าจอสตรีมก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน เนื่องจากพวกเขาเ่าั้ต่างก็้าที่จะริมรสชาติของบะหมี่ที่อยู่ตรงหน้านั่นเอง
“เอาละเสร็จเรียบร้อยแล้ว บะหมี่หมูตุ๋นที่จะแจกให้กับผู้โชคดีจำนวนห้าคน”
‘เสี่ยวเป่า สุ่มผู้โชคดีได้เลยนะ’
[รับทราบครับผม]
ทันทีสิ้นเสียงของเสี่ยวเป่า ภาพบนหน้าจอของเธอก็ปรากฏวงล้อขนาดใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าภายในวงล้อนั้นมีรายชื่อของผู้ชมที่กำลังรับชมสตรีมของเธอทุกคน
“ยินดีกับผู้โชคดีทั้งห้าคนด้วยนะคะ อย่าลืมทักข้อความมาแจ้งพิกัดด้วยนะ ไม่อย่างนั้นบะหมี่หมูตุ๋นถ้วยนี้คงไม่สามารถเดินทางไปถึงผู้โชคดีได้อย่างแน่นอน”
“และสำหรับผู้ชมที่รอให้ฉันเปิดขายอาหาร รบกวนรอไปก่อนนะคะ เพราะว่าตอนนี้สถานการณ์ที่นี้ยังไม่สามารถเปิดขายสินค้าได้เยอะๆ ดังนั้นถ้าหากสถานการณ์ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ฉันจะแวะมาแจ้งให้ทุกคนทราบอีกครั้งนะคะ”
“สำหรับวันนี้ฉันคงต้องขอตัวปิดสตรีมไปก่อนนะคะ ขอบคุณทุกคนที่แวะมาชมสตรีมและขอบคุณสำหรับของขวัญทุกชิ้นเลยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในสตรีมต่อไปนะคะ”
หลังจากที่ปิดสตรีมเรียบร้อยแล้ว เมิ่งจือหลันก็ปล่อยให้เสี่ยวเป่าของเธอเป็คนจัดส่งบะหมี่หมูตุ๋นให้กับผู้โชคดี ส่วนเธอนั่นก็รีบทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ เพราะว่าเมิ่งจือหลันไม่้าให้พ่อกับแม่ของเธอกลับมาจัดการนั่นเอง หลังจากที่เมิ่งจือหลันทำความสะอาดอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น เธอก็รีบขึ้นไปห้องนอนของเธอในทันที เพื่อที่จะได้อาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จก่อนที่พ่อแม่ของเธอจะกลับมา
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมิ่งจือหลันก็กลับมานั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกอีกครั้ง พร้อมกับให้เสี่ยวเป่าของเธอเปิดดูกระแสการสตรีมของเธอ รวมไปถึงดูยอดเงินที่เธอมีในระบบ ซึ่งเมื่อได้เห็นยอดเงินที่ได้รับจากการขายของและจากของขวัญที่ผู้ชมส่งมาให้ เมิ่งจือหลันก็รู้สึกมีกำลังใจในการสตรีมต่อไป
เมิ่งเหวินฮั่นรูดซิปกระเป๋าทันที หลังจากที่เขาจัดเก็บเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้เข้าไปในกระเป๋าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในที่สุดเขาก็ได้รับวันหยุดพักเสียที หลังจากที่เขาต้องจากบ้านและครอบครัวมาเป็เวลาเกือบหนึ่งปี ซึ่งแน่นอนว่าในครั้งที่เขาวางเว้นจากการปฏิบัติภารกิจหรือพักจากการซ้อมรบ เมิ่งเหวินฮั่นก็มักจะคิดถึงครอบครัวของเขาอยู่เป็ประจำ บางครั้งเขาก็เคยคิดที่จะลาออกจากกองทัพเสียด้วยซ้ำ แต่เพราะความชื่นชอบและความ้าที่จะแบ่งเบาภาระของครอบครัว ทำให้เมิ่งเหวินฮั่นสามารถผ่านเหตุการณ์ต่างๆ เ่าั้มาได้
“พวกนายจะไม่เดินทางพร้อมกับฉันแล้วก็เจ๋อหยวนเหรอ” เมิ่งเหวินฮั่นหันไปฉินจือกวงและซิ่วหยางเจ๋อ เพราะเขารับรู้มาว่าบ้านของคนทั้งคู่ก็เดินทางไปทิศทางเดียวกันกับเขา
“ฉันพึ่งสั่งชุดของพ่อแม่เอาไว้นะสิ แล้วพวกเขาดันนัดรับฉันวันนี้”
อันที่จริงฉินจือกวงก็้าเดินทางกลับพร้อมกับเมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนเช่นเดียวกัน แต่น่าเสียดายที่เสื้อผ้าที่เขา้านำไปฝากพ่อกับแม่ของเขา เลื่อนนัดรับจากเมื่อวานเป็วันนี้แทน ดังนั้นเขาจึงได้ลากซิ่วหยางเจ๋อให้อยู่ต่อด้วยกันอีกหนึ่งวัน
“ถ้าอย่างนั้นพวกนายก็เอาเนื้อหมูแดดเดียวอันนี้เก็บไว้กินก็แล้วกัน ถึงยังไงฉันกับเจ๋อหยวนกยังมีหมูแดดเดียวเหลืออยู่อีกเยอะ” เมิ่งเหวินฮั่นยื่นเนื้อหมูแดดเดียวออกไปให้กับฉินจือกวง
ฉินจือกวงโบกไม้โบกมือเพื่อปฏิบัติอีกฝ่าย ถึงแม้ว่าหมูแดดเดียวที่พี่สาวของเมิ่งเหวินฮั่นจัดส่งมาให้จะรสชาติดีก็ตาม แต่เขาก็ไม่้าเอาเปรียบอีกฝ่ายมากไปกว่านี้ เพราะว่าก่อนหน้านั้นเมิ่งเหวินฮั่นก็ได้แบ่งของกินมาให้กับเขาและซิ่วหยางเจ๋อเช่นเดียวกัน
“เอาไปเถอะ ถึงยังไงพอฉันกับเจ๋อหยวนกลับไป พี่สาวของฉันก็คงจะทำอาหารเตรียมเอาไว้อยู่แล้ว ดังนั้นถ้าหากฉันนำหมูแดดเดียวนี้กลับไปด้วย มีหวังพี่สาวของฉันคงจะบ่นที่ฉันกินหมูแดดเดียวไม่หมดแน่นอน”
ฉินจือกวงอดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้กับท่าทางของอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะเอ่ยขอบคุณอีกฝ่ายกลับไป พร้อมกับเอื้อมมือไปรับถุงหมูแดดเดียวมาถือไว้
“ขอบคุณนายมากนะ เอาไว้ฉันกลับบ้านไปครั้งนี้ ฉันจะให้แม่ของฉันทำขนมมาให้พวกนายกินก็แล้วกัน เื่อาหารฝีมือแม่ของฉันอาจจะสู้พี่สาวของนายไม่ได้ แต่สำหรับขนมเปี๊ยะและขนมไหว้พระจันทร์ รับรองได้เลยว่านายจะต้องชอบฝีมือแม่ของฉัน”
ถึงแม้ว่า่เวลานี้จะไม่ใช้เทศกาลไหว้พระจันทร์ แต่ถ้าหากครอบครัวของเขารับรู้เื่ราวการให้ความช่วยเหลือของเมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนแล้วละก็ รับรองได้เลยไม่ว่าจะอาหารหรือขนมอะไรก็ตาม ครอบครัวของเขาคงจะให้เขาขนกลับมาที่ค่ายทหารแน่นอน
“ได้เลย ฉันจะรอขนมฝีมือของครอบครัวนาย” ถึงยังไงเมิ่งเหวินฮั่นก็ชื่นชอบทานอาหารและขนม ดังนั้นเขาจึงไม่คิดที่จะปฏิเสธความปรารถนาดีของเพื่อนร่วมห้อง อีกทั้งหลังจากที่หมดเวลาพักในครั้งนี้ พวกเขาก็จะต้องกลับไปยังค่ายทหารที่อยู่ในเมืองเหอเป่ย เพื่อไปรายงานตัวและรอรับภารกิจต่อไปนั่นเอง
“ดีมาก”
ฉินจือกวงรู้สึกดีใจที่จะมีคนมาช่วยเขากินขนมที่ครอบครัวของเขาทำมา เพราะว่าแทบจะทุกครั้งที่เขากลับมาจากการไปเยี่ยมครอบครัว ภายในกระเป๋าของเขามักจะเต็มไปด้วยขนมและของกินต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าฉินจือกวงรู้สึกดีใจที่ครอบครัวของเขาให้ความสำคัญกับเขาแบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้นถ้าเขาต้องกินขนมแบบเดียวกันยาวนานถึงสองเดือน เขาก็รู้สึกเอียนเช่นเดียวกัน
ดังนั้นในครั้งนี้ฉินจือกวงจึงรู้สึกดีใจที่จะมีคนมาช่วยเขาจัดการขนมเ่าั้
ซิ่วหยางเจ่ออดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ เพราะว่าเขารู้ดีว่าครอบครัวของฉินจือกวงมักจะมอบของกินให้กับเขาเช่นเดียวกัน เพราะถึงแม้ว่าบ้านของเขาและฉินจือกวงจะไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน แต่ว่าหมู่บ้านที่เขาอยู่ก็อยู่ไม่ห่างจากหมู่บ้านของอีกฝ่าย ดังนั้นจึงสามารถไปมาหาสู่กันได้ โดยเฉพาะเมื่อเขาและฉินจือกวงเป็เพื่อนร่วมรบกันแบบนี้ ดังนั้นครอบครัวของเขาและครอบครัวของฉินจือกวงจึงสนิทสนมกันมากกว่าเดิม
และแน่นอนว่าความเอ็นดูของครอบครัวฉินก็ถูกเทมาที่เขาด้วยเช่นกัน
“เสร็จแล้วเหรอเจ๋อหยวน” เมิ่งเหวินฮั่นหันไปมองเสิ่นเจ๋อหยวน หลังจากที่เขาเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังนั่งอยู่บนเตียงนอนและมองมาที่พวกเขาสามคน
“อืม เสร็จแล้วละ” เสิ่นเจ๋อหยวนพยักหน้า
“พวกเราไปกันเถอะ เผื่อมีเื่ฉุกเฉินอะไร พวกเราจะไม่ได้ตกรถไฟ”
เมิ่งเหวินฮั่นเห็นด้วยกับคำพูดของเสิ่นเจ๋อหยวน ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นจากเตียงนอน แล้วสะพายเป้ของเขาไปด้านหลังในทันที
“พวกนายไม่ต้องลงไปส่งหรอก อีกไม่นานก็จะถึงเวลาที่พวกนายจะต้องไปรับชุดแล้วไม่ใช่เหรอ พวกนายจะได้รีบแต่งตัวกันก่อน”
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้พวกนายโชคดีก็แล้วกัน ถ้าถึงบ้านแล้วก็อย่าลืมโทรมาที่หมู่บ้านของฉันด้วยล่ะฉันจะได้หายห่วงพวกนาย” ซิ่วหยางเจ๋อไม่ลืมที่จะกำชับเพื่อนทั้งสองคนของเขา ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็ทหารและมีความสามารถด้านการต่อสู้ แต่ซิ่วหยางเจ่อก็ยังคงรู้สึกเป็เพื่อนทุกครั้งที่พวกเขาต้องแยกกันเดินทางแบบนี้
“ได้ๆ นายไม่ต้องเป็ห่วง ฉันจะเบอร์โทรในหมู่บ้านของนายได้แล้ว เอาไว้ฉันกับเจ๋อหยวนถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว จะรีบโทรไปบอกทันที”
หลังจากที่เมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนบอกลาฉินจือกวงและซิ่งหยางเจ๋อเรียบร้อยแล้ว พวกเขาทั้งคู่ก็สะพายเป้แล้วเดินลงมาจากหอพักในทัน ในระหว่างที่เมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนกำลังยืนรอรถมารับอยู่นั้น เสียงเรียกของใครบางคนก็ดังขึ้นมาจากด้านข้างเสียก่อน ทำให้พวกเขาทั้งสองคนต่างก็หันไปมองในทิศทางเดียวกัน
“พี่เจ๋อหยวน พี่กำลังจะกลับบ้านเหรอคะ ไปกับฉันแล้วก็คุณพ่อไหมคะ ถึงยังไงพวกเราก็กำลังจะไปที่สถานีรถไฟเหมือนกัน”
ทันทีที่เห็นชายหนุ่มที่ตัวเองชื่นชอบ เลี่ยงหยวนซีก็รีบเดินเข้ามาทักทายอีกฝ่ายในทันที และแน่นอนว่าที่เธอได้พบเจอกับอีกฝ่ายในครั้งนี้ไม่ได้เป็เพราะความบังเอิญแต่อย่างใด แต่เพราะเธอออดอ้อนพ่อของเธอให้รอเดินทางกลับพร้อมกับเสิ่นเจ๋อหยวนต่างหาก
อันที่จริงครอบครัวของเธอจะต้องออกเดินทางไปปักกิ่งั้แ่สองวันก่อนแล้ว แต่เพราะว่าเธอรับรู้มาว่าเสิ่นเจ๋อหยวนจะออกเดินทางในวันนี้ ดังนั้นเลี่ยงหยวนซีจึงได้อ้อนวอนให้ครอบครัวของเธอเปลี่ยนแปลงการเดินทาง อีกทั้งเธอยังให้พ่อของเธอใช้เส้นสายในการจองตู้นอนใกล้กับตู้นอนที่เสิ่นเจ๋อหยวนจองอีกด้วย
น่าเสียดายที่อีกฝ่ายจองตู้นอนเอาไว้ทั้งสี่ตู้ ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถใช้เส้นสายของพ่อที่จะเข้าไปอยู่ในตู้นอนเดียวกันกับอีกฝ่ายได้ แต่ถึงอย่างนั้นในวันนี้เธอจะต้องทำให้อีกฝ่ายเดินทางไปที่สถานีรถไฟพร้อมกันกับเธอให้ได้ และเธอเชื่อว่าอีกฝ่ายจะไม่ปฏิเสธความ้าของเธออย่างแน่นอน เพราะว่าพ่อของเธอมีระดับที่สูงกว่าอีกฝ่ายนั่นเอง
“นั่นสิเจ๋อหยวน ถึงยังไงพวกเราก็เดินทางไปทางเดียวกัน ถ้ายังไงก็ไปพร้อมกับฉันนี้แหละ” เลี่ยงเกาเฉิง้าให้เสิ่นเจ๋อหยวนเดินทางไปพร้อมกับตัวเองเช่นเดียวกันกับลูกสาว
ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็เพียงคนธรรมดาเท่านั้น แต่อีกฝ่ายก็สามารถต่อสู้มาจนกระทั่งเข้ามาเป็หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการลับของค่ายเหอเป่ย และเขาเชื่อว่าอีกฝ่ายจะต้องขึ้นไปได้สูงกว่านี้อย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ขัดขว้างหรือคัดค้านที่ลูกสาวของเขาจะชื่นชอบชายหนุ่มคนนี้
เสิ่นเจ๋อหยวนและเมิ่งเหวินฮั่นยกมือขึ้นทำความเคารพผู้บังคับบัชชาตรงหน้าอย่างที่ทหารควรกระทำในทันที ถึงแม้ว่าพวกเขาทั้งคู่ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ทหารที่ดีก็ตาม แต่เพราะว่าตอนนี้หัวหน้าของเขายังไม่้าที่จะแหวกหญ้าให้งูตื่น ดังนั้นพวกเขาทั้งสองคนจึงยังคงให้ความเคารพอีกฝ่ายเหมือนเช่นเดิม
“ขอโทษด้วยครับ พอดีว่าเพื่อนของผมกำลังขับรถมารับแล้วครับ”
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++