ฟางซินเยว่กับจางเป่าถูกส่งตัวเข้าไปนอนในคุกอยู่หนึ่งคืน ทั้งสองคนยังอยู่ในอาการหวาดกลัว พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะนอนหลับตาเพราะกลัวคนที่ถูกขังอยู่ก่อนหน้าเข้ามาทำร้าย
ฟางซินเยว่ไม่คิดเลยว่าหลินซูลี่จะกลายเป็คนใจร้ายและใจแข็งได้ขนาดนี้ หากเป็เมื่อก่อน เธอแค่บีบน้ำตาอ้อนวอนไปนิดหน่อย หลินซูลี่ก็จะใจอ่อนและยกโทษให้เธอแล้ว แต่ครั้งนี้มันผิดคาด มันเกินไปกว่าที่เธอจะเข้าใจได้ หลินซูลี่ปล่อยให้เธอถูกนำตัวมาขังไว้ในคุก กว่าที่หลินซูลี่จะยอมมาที่สถานีตำรวจเพื่อช่วยเธอ เวลาก็ล่วงเลยไปในบ่ายของอีกวันแล้ว
“คราวนี้เธอจะเล่าเื่ทั้งหมดให้ฉันฟังได้หรือยังว่าเธอกับแม่เลี้ยงและน้องสาวของฉันกำลังร่วมมือกันทำอะไร”
หลินซูลี่ถามฟางซินเยว่ทันทีที่ทั้งหมดกลับมาถึงบ้าน เหวินเฉียวขอตัวกลับบ้านพักของตัวเองไปก่อน เพราะคงไม่เหมาะนักที่เขาจะมานั่งฟังปัญหาระหว่างหลินซูลี่กับฟางซินเยว่ แต่สถานะของซ่งจื่อหยวนนั้นต่างกัน ชายหนุ่มสามารถนั่งฟังเื่ราวของแฟนสาวตัวเองได้
“ฉันรับเงินจากแม่เลี้ยงของเธอเพื่อเป็ค่าจ้างที่คุณนายอยากให้ฉันคอยรายงานกิจวัตรประจำวันของเธอให้พวกเขารู้ ตอนแรกฉันก็ไม่อยากที่จะรับงานนี้หรอกนะ เพราะฉันอยากเป็เพื่อนกับเธอจริงๆ เพียงแต่...เพียงแต่ฉันแอบชอบเฉินเฮ่าจง ตอนนั้นฉันตั้งใจจะบอกเธออยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายพวกเธอสองคนก็แอบคบกัน พอฉันรู้ฉันก็ทั้งโกรธทั้งอิจฉาที่เธอมาแย่งเฮ่าจงไปจากฉัน หลังจากนั้นฉันก็เลยตกลงรับงานจากคุณนายกับเว่ยฉิงเพื่อที่จะคอยรายงานความเคลื่อนไหวของเธอให้พวกเขารู้”
“รวมถึงที่เธอต้องลงทุนมาอยู่ที่ชนบทกับฉันด้วยหรือ” หลินซูลี่ถามต่อ
“เธอก็รู้ว่าครอบครัวของฉันไม่ได้ฐานะดีอะไร และฉันยังเป็ลูกผู้หญิงคนเดียวในบ้านด้วย ฉันอยากเป็ที่ยอมรับ และฉันก็อยากมีที่ยืนในบ้านเหมือนกับพี่ชายและน้องชายของฉัน พอน้องสาวของเธอเสนอว่าให้ฉันตามเธอมาอยู่ที่นี่ และให้ฉันคอยเก็บจดหมายที่เธอกับเฮ่าจงใช้ติดต่อกันส่งกลับไปที่เมืองหลวง โดยที่ฉันจะได้รับเงินค่าจ้างเดือนละยี่สิบเหรียญ เธอคิดว่าฉันจะปฏิเสธเงินก้อนโตนั้นได้จริงๆ หรือ” ฟางซินเยว่ยิ้มเยาะตัวเอง
“เธอเคยอ่านข้อความในจดหมายของฉันกับเฮ่าจงบ้างไหม”
“ไม่เลย ฉันไม่เคยเปิดอ่านเลยสักฉบับ ฉันมีหน้าที่แค่ส่งต่อพวกมันกลับเมืองหลวงเท่านั้น”
“เื่ที่เธอแอบชอบเฉินเฮ่าจง ฉันไม่รู้เื่นี้เลยจริงๆ แต่ถึงแม้ตอนนั้นเธอจะมาบอกฉันว่าเธอชอบเขา ตัวฉันก็คงจะห้ามความคิดของเขาไม่ได้ แต่สิ่งที่ฉันจะทำให้ได้ก็คือฉันคงจะไม่ไปคบกับเขาก็เท่านั้น เธอไม่เคยมาพูดเื่นี้กับฉันสักคำ แต่เธอก็ยังเก็บเอาความเสียใจนั้นมาเป็ความแค้น และคอยที่จะทำร้ายฉันอยู่ตลอด”
“ฉันขอโทษ” ฟางซินเยว่ก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด
“แล้วเธอแน่ใจได้ยังไงว่าเว่ยฉิงจะไม่รู้เื่ที่เธอแอบชอบเฮ่าจง”
ฟางซินเยว่ใช้เวลาหลายนาทีเพื่อคิดทบทวนเื่ราวต่างๆ ในอดีตอีกครั้ง ซึ่งหลินซูลี่ก็ไม่ได้เร่งเร้าอะไร เธออยากให้เพื่อนมีเวลาได้คิดทบทวน และตัวเธอก็พอที่จะเข้าใจถึงแรงจูงใจของฟางซินเยว่แล้วว่าทำไมในชีวิตที่แล้วฟางซินเยว่ถึงอยากจะเข้ามาแย่งชิงทุกอย่างในชีวิตของเธอไป ก็เพราะฟางซินเยว่แอบหลงรักเฉินเฮ่าจง และก็คงจะเป็หลินเว่ยฉิงที่คอยปั่นหัวให้ฟางซินเยว่มาเกลียดเธอ
หลินซูลี่อยากลองให้โอกาสกับฟางซินเยว่อีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่ไว้ใจเพื่อนคนนี้เต็มร้อย รอให้เวลาเป็เครื่องพิสูจน์ก็แล้วกัน แต่ตอนนี้เธอต้องสร้างความเข้าใจใหม่ระหว่างความสัมพันธ์ของพวกเธอเสียก่อน เพราะหากฟางซินเยว่กลับตัวได้จริง ก็จะถือว่าเธอได้ช่วยเหลือเพื่อนคนหนึ่งให้หลุดพ้นจากวงจรของความอิจฉา แต่ถ้าเพื่อนยังกลับตัวไม่ได้ ก็ให้ถือเสียว่าพวกเธอต่างก็มีศัตรูคนเดียวกัน เมื่อทุกอย่างสำเร็จก็ต่างคนต่างไป
“หลินเว่ยฉิง! ใช่แล้วต้องเป็หลินเว่ยฉิงแน่ๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่หลินเว่ยฉิงเคยเห็นจดหมายสารภาพรักที่ฉันตั้งใจจะส่งให้เฉินเฮ่าจง แต่พอฉันรู้ว่าเธอกับเฮ่าจงคบกัน ฉันก็เลยไม่ได้ตามหาจดหมายฉบับนั้นอีก ฉันนี่มันโง่ถึงกับให้เด็กมันหลอกได้หรือเนี่ย”
“ตามหาหรือ? เธอทำจดหมายฉบับนั้นหายไปหรือ?”
“ความจริงแล้วฉันทำหนังสือเรียนเล่มหนึ่งหายไป และจดหมายก็อยู่ในหนังสือเล่มนั้นพอดี”
หลินซูลี่ถอนหายใจ “เธอรู้ไหมว่าจดหมายฉบับสุดท้ายที่เฉินเฮ่าจงเขียนมาหาฉันคืออะไร ตอนนี้เขากับหลินเว่ยฉิงหมั้นกันแล้ว และพวกเราก็คงจะกลับไปทันงานแต่งของพวกเขาด้วย”
“หมั้น! เฮ่าจงกับน้องสาวของเธอหมั้นกัน แล้วเธอล่ะ? เฮ่าจงไม่ได้คบกับเธออยู่หรือ แล้วเขาก็ไม่ได้รอเธออยู่หรือ” ฟางซินเยว่ถามอย่างแปลกใจและเธอก็ใมากกับสิ่งที่ได้ยิน
“ที่เขายังไม่แต่งงานกันตอนนี้ก็เพราะเขาอยากจะรอฉันนั่นล่ะ เขาอยากให้ฉันกลับไปเป็บ้านเล็กของเขา”
“หา! เฮ่าจงเนี่ยนะอยากให้เธอกลับไปเป็บ้านเล็ก ทำไมผู้ชายคนนั้นเขาถึงกล้าคิดอะไรแบบนี้ แล้วยังน้องสาวของเธออีก ทำไมถึงแย่งแฟนพี่สาว” ฟางซินเยว่มองหน้าเพื่อนพร้อมกับส่ายหน้า “ฉันไม่รู้เื่นี้ด้วยจริงๆ นะ เว่ยฉิงบอกให้ฉันส่งจดหมายของเธอกลับไปเพราะหล่อนบอกว่าอยากจะพิสูจน์ความจริงใจที่เฮ่าจงมีต่อเธอ แต่ตอนนั้นฉันไม่คิดอย่างนั้นหรอก ฉันคิดว่าถ้าเธอกับเฮ่าจงไม่ได้ติดต่อกัน สุดท้ายพวกเธอก็ต้องเลิกกัน ฉันก็จะได้ความ เอ่อ...สะใจ”
“นี่คือนิสัยที่แท้จริงของเขา เธอไม่ต้องเชื่อในสิ่งที่ฉันพูดตอนนี้ เอาไว้พอเธอกลับไปที่โน่นแล้วเธอก็จะได้เห็นด้วยตาตัวเอง” หลินซูลี่พูดขึ้นด้วยท่าทางจริงจัง “เธอยังไม่ต้องสนใจเื่ของสองคนนั้นหรอก ตอนนี้ฉันมีเื่สำคัญที่อยากจะพูดกับเธอ และเื่นี้ฉันจริงจังมาก เพราะมันเกี่ยวพันถึงอนาคตของเธอด้วย”
“เื่...เื่อะไรหรือ เธออย่าทำให้ฉันกลัวสิ”
“เธอรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมาก ก็เพราะว่าฉันฝัน ฉันฝันเห็นอนาคตอันมืดมนของฉัน และฉันก็ตายจากไปอย่างโดดเดี่ยวในบั้นปลายชีวิต แล้วเธอรู้ไหมว่าฉันฝันเห็นชีวิตเธอเป็ยังไง เธอจะได้เป็บ้านเล็กของคนอื่นไปตลอดชีวิต เธอจะถูกผู้คนตราหน้าว่าเป็ผู้หญิงไม่ดี และครอบครัวของเธอก็จะผลักไสเธอ พวกเขาจะไม่ต้อนรับเธออีกต่อไป”
“ฝันเนี่ยนะ เธอจะให้ฉันเชื่อความฝันของเธอจริงๆ หรือ”
“ในฝันที่ฉันมองเห็นก็คือ ฉันรู้ว่าเธอมีปานอยู่ตรงไหน มีไฝอยู่ตรงไหน และยังรู้ด้วยว่า เอ่อ...ตรง...” หลินซูลี่มองไปที่หน้าอกของฟางซินเยว่ “มีแผลเป็ที่เกิดจากน้ำร้อนลวก และแผลเป็นั้นก็ใหญ่มาก”
คราวนี้เป็ฟางซินเยว่ที่ต้องทำตาโต เพราะเธอไม่เคยบอกเื่นี้กับใคร จะมีก็แต่คนที่บ้านเท่านั้นที่รู้ แผลเป็นี้เกิดจากน้ำร้อนลวกจริงๆ รวมถึงตำแหน่งของปานและไฝที่อยู่บนตัวเธอก็ตรงตามที่หลินซูลี่บอกมาทั้งหมด
“เธอ...เธอแน่ใจว่าเธอเห็นทุกอย่างนี้ในฝันจริงๆ หรือ” ฟางซินเยว่ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“หรือเธอคิดว่าฉันไปแอบดูเธออาบน้ำกันล่ะ ฉันไม่ใช่คนลามกอย่างนั้นสักหน่อย”
“แค่กๆๆ พวกคุณสองคนคุยกันต่อเถอะนะ ผมขอตัวกลับบ้านก่อนก็แล้วกัน” คราวนี้กลายเป็ซ่งจื่อหยวนที่ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เขาหันไปกำชับกับหลินซูลี่ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ “ถ้ามีอะไรคุณก็ะโเรียกผมเลยนะ”
“นี่คุณซ่งจื่อหยวน คุณไม่ต้องกลัวว่าฉันจะทำอะไรแฟนของคุณหรอกค่ะ เป็ฉันต่างหากที่กลัวว่าแฟนของคุณจะมาทำร้าย” ฟางซินเยว่อดที่จะกรอกตาใส่ชายหนุ่มไม่ได้ แต่ก็น่าแปลกที่เวลาผ่านไปแค่คืนเดียว ความรู้สึกรักที่เธอเคยมีให้เขาทำไมมันไม่เหมือนเดิม หรือว่าเธอไม่ชอบเขาจริงๆ เธอแค่ชอบเขาเพราะรู้ว่าเขาแอบชอบหลินซูลี่อยู่หรือเปล่านะ “ซูลี่ เอ่อ...เื่ที่ฉันคิดกับคุณจื่อหยวนน่ะ คือว่า...”
“เธอไม่ได้ชอบเขาจริงหรอก เธอแค่อยากจะแย่งของทุกอย่างที่เป็ของฉันไปเท่านั้นเอง”
“ธ...เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่”
“ในความฝันของฉันน่ะ ชีวิตของเธอจะเลวร้ายกว่านี้มาก”
คราวนี้ฟางซินเยว่เก็บความกลัวไว้ไม่ไหวอีกแล้ว เธอร้องไห้ออกมาเสียงดัง พร้อมกับใช้แขนกอดตัวเองเอาไว้แน่น “ฮือๆๆ เธอช่วยฉันได้ไหมซูลี่ เธอช่วยฉันได้ไหม ฉันกลัว...ฉันไม่อยากมีชีวิตที่เลวร้ายไปมากกว่านี้อีกแล้ว ทุกวันนี้ฉันเหนื่อย ฉันเหนื่อยมากจริงๆ นะ ฉันก็ไม่ได้อยากเป็คนไม่ดี เธอเชื่อฉันไหม เธอให้อภัยฉันได้ไหม”
“ฉันรับปากเธอไม่ได้หรอกนะซินเยว่ มันอยู่ที่การกระทำของเธอมากกว่า ถ้าเธอจริงใจและไม่คิดร้ายกับฉันจริงๆ ถึงแม้เธอจะไม่พูด แต่ฉันก็จะััมันได้ เธอแค่ต้องยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง และตัดความคิดที่ไม่ดีต่างๆ ทิ้งไป เอาเป็ว่าฉันจะคอยดูที่การกระทำของเธอก็แล้วกัน”