ตอนที่ 13 แผนที่
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เมอร์ลินหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา แล้วเขาก็พบว่ามันไม่ใช่กระดาษ แต่มันเป็เหมือนหนังสัตว์ที่คล้ายกระดาษแผ่นหนึ่งมากกว่า
แม้เมอร์ลินจะไม่สามารถเข้าใจสัญลักษณ์ประหลาดเ่าั้ได้ แต่มันก็พอจะคาดเดาได้ว่ามันคือแผนที่ที่จะมุ่งหน้าไปบางแห่ง
ภายในแผนที่นั้น สัญลักษณ์ที่โดดเด่นสะดุดตามากที่สุด นั้นน่าจะเป็สัญลักษณ์รูปวิหารที่มีดวงตา และมันดูเหมือนว่าจะมีรอยปะที่มุ่งเข้าหามัน
“บางทีที่นี่อาจจะเป็สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์”
เมอร์ลินคิดว่าบางทีแม่ของเขาอาจจะมาจากที่นั่น หรือได้รับเวทมนตร์มาจากที่นั่น
ถ้าหากมันเป็ไปอย่างที่เขาคิด นั่นก็อาจจะทำให้เขาได้รับเวทมนตร์นั้นมาก็ได้
“ฉันไม่มีเวลาให้คิดมากแล้ว ตอนนี้เวลาของอีริกนั้นเหลือน้อยแล้ว หากฉันไม่ได้รับเวทมนตร์แล้วรีบกลับไป นั่นอาจจะไม่ทันการณ์”
ว่าแล้วเมอร์ลินก็ไม่ลังเลที่จะมุ่งหน้าไปที่นั่น
เขาศึกษาแผนที่นั้น แล้วเขาก็พบว่าบางจุดในแผนที่เป็สถานที่ที่เขาคุ้นตา
“นี่มันเนินเขาที่ฉันพึ่งจากมาไม่ใช่หรอ?”
ใช่แล้ว เนินเขานั้นเป็เส้นทางที่เขาพึ่งเดินทางมาที่นี่
ดูเหมือนว่าเมอร์ลินในตอนนี้จะสามารถหาจุดเริ่มต้นของแผนที่ได้แล้ว
ถ้าอย่างนั้นก็ง่ายแล้ว ขอเพียงเขาไปที่นั่นได้ เขาก็จะได้จุดเริ่มต้นของแผนที่
เมอร์ลินไม่ลังเลที่จะเดินทางออกจากที่นี่ เขาเก็บเอกสารทั้งหมดใส่ในกระเป๋าสัมภาระของเขา ก่อนจะปิดหลุมนี้ไว้ดังเดิม
เขาใช้เวลาไม่นานก็ไปถึงที่เนินเขานั้น เขาสังเกตภูมิประเทศบริเวณนั้นครู่หนึ่ง เขาก็พบกับเส้นทางที่ปรากฏในแผนที่
“มันอยู่ในเส้นทางที่ฉันพึ่งเดินทาง เพียงแต่มันยังมีทางแยกที่ฉันไม่รู้อีกหรอ?”
เมอร์ลินนั้นเป็คนที่มีความจำยอดเยี่ยมมาก แน่นอนว่าเขาย่อมสามารถจดจำเส้นทางที่เคยเดินทางมาได้
เมื่อใช้มันเข้ากับการดูแผนที่นั่นจึงทำให้การดูแผนที่นี้มีประสิทธิภาพ
เขาเดินทางมาถึงทางแยกที่ว่า ซึ่งมันบันทึกในแผนที่
แต่สิ่งที่เขาเจอในตอนนี้กลับเป็หน้าผาที่ไร้เส้นทางให้เดินต่อ
“มันไม่มีทางแยกที่ว่า หรือฉันจะอ่านแผนที่ผิดไป”
เมอร์ลินทำการตรวจสอบแผนที่หลายครั้ง แต่เขาก็มั่นใจว่ามันต้องเป็ที่นี่แน่ๆ
ก่อนจะถึงทางแยกนั้นมีต้นไม้ใหญ่ที่มีขนาดหลายสิบคนโอบเป็จุดสังเกตที่โดดเด่น ซึ่งตรงกับจุดในแผนที่ ดังนั้นเส้นทางของทางแยกย่อมต้องเป็ที่นี่อย่างแน่นอน
“ถ้าอย่างนั้นมันต้องเป็ที่นี่แน่ๆ เพียงแต่ฉันมองไม่เห็นเส้นทางของมันเท่านั้น”
ว่าแล้วเมอร์ลินก็ออกสำรวจหน้าผาแห่งนี้ มันมีเถาวัลย์และพืชพันธุ์มากมายปกคลุมอยู่ เขาคิดว่าบางทีพวกมันอาจจะปกคลุมทางเข้าเอาไว้
เด็กน้อยเริ่มทำการคลำหาทางเข้า เขารื้อค้นนำพืชพันธุ์และเถาวัลย์ต่างๆ ออกจากหน้าผา
แต่แล้วความพยายามของเขากลับไม่ประสบความสำเร็จ ปรากฏว่ามันไม่มีเส้นทางลับซ่อนอยู่ที่นี่เลย
“ไม่มีอย่างนั้นหรอ?” เมอร์ลินกล่าวอย่างผิดหวัง
หน้าผานี้ไม่มีทางเข้า
แต่ใน่เวลาที่เขากำลังผิดหวังอยู่นั่น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกับสัญลักษณ์หนึ่ง ซึ่งมันอยู่ในรูปแบบของรากต้นไม้
หากเขาไม่ทำการเก็บกวาดพืชพันธุ์ก็คงไม่มีทางรู้ว่ามีมันอยู่ตรงนี้
“สัญลักษณ์นี่?”
เมอร์ลินพบว่ามันคล้ายกับสัญลักษณ์ที่อยู่ในแผนที่
อย่างไรก็ตามเขาไม่รู้ว่าสัญลักษณ์นี้หมายความว่าอย่างไร แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เข้าไปตรวจสอบมันอยู่ดี
รากไม้นั้นคล้ายกับไม้แห้งที่อยู่มานาน
เมอร์ลินยื่นมือเข้าไปััมัน แต่ในตอนนั้นเองมือของเขาที่ใช้ยกซากไม้ที่บ้านเก่าก่อนหน้านี้ มันเต็มไปด้วยาแมากมาย าแหลายแห่งยังมีคราบเืของเขาติดอยู่
รากไม้แห้งเมื่อได้กลิ่นของเื มันก็ไม่ลังเลที่จะสร้างหนามแหลมพุ่งออกมา
โอ้ย!
เมอร์ลินรีบชักมือของเขาออกมา พร้อมกับาแใหม่ที่เกิดขึ้นจากหนาม
โลหิตเพียงหยดเดียวทำให้รากไม้แห้งราวกับจะได้รับน้ำจากมหาสมุทรที่เติมเต็ม
แน่นอนว่าไม่ใช่เืของใครก็ได้จะทำให้มันเป็แบบนี้ แต่มันต้องเป็เืของผู้มีสายเืพลังเวทเท่านั้นถึงจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้
ครืน ... ครืน ... ครืน ...
เมื่อรากไม้ได้รับเืของเมอร์ลิน รากไม้เ่าั้ก็เกิดการเปลี่ยนแปลง
มันเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง ทว่าการเคลื่อนไหวนี้กลับไม่ได้ทำให้หน้าผาสั่นไหวเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่ามันนั้นเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ปัจเจกของตนเอง
เมอร์ลินก้าวถอยหลังออกไปอย่างไม่รู้แล้ว เขาสะดุดก้อนหินและล้มลงตรงนั้น
ขณะเดียวกันรากไม้ก็เคลื่อนไหวจนเบิกเป็เส้นทางของโพรงแห่งหนึ่งที่น่าลึกลับยากจะเชื่อ
หากไม่นับพลังศักดิ์สิทธิ์ที่บาทหลวงอามอร์ธใช้ นี่ก็เป็สิ่งอัศจรรย์อีกสิ่งหนึ่งที่เมอร์ลินพบในชีวิต
“นี่เป็ทางเข้าอย่างนั้นหรอ?”
เมอร์ลินมองไปที่โพรงรากไม้ตรงหน้าอย่างหวาดหวั่น
ต่อให้เขาจะพบเส้นทางที่ค้นหาอยู่ตรงหน้า แต่มันก็ไม่ใช่เื่ง่ายที่จะตัดสินใจเดินทางเข้าไปอยู่ดี
แม้เมอร์ลินจะเข้มแข็งกว่าเด็กทั่วไป แต่ถึงยังไงเขาก็ยังคงเป็เด็กสิบขวบเท่านั้น
ความกลัวเป็สัญชาตญาณของเด็กที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
แต่เมื่อเขาคิดถึงอีริกที่กำลังจะตาย ตอนนั้นเองเด็กน้อยก็สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วกำมือแน่น
“มันไม่น่ากลัวหรอก” เมอร์ลินกล่าวปลุกใจตนเอง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเดินเข้าไปในโพรงไม้นั้น
ครืน ... ครืน ... ครืน ...
ทันทีที่เมอร์ลินเดินลอดโพรงไม้นั้นเข้าไป เขาก็ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของรากไม้อีกครั้ง
“ได้ไงกัน? ทำไมมันถึงปิดลง” เมอร์ลินกล่าวออกมาอย่างใ
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มีเวลาที่จะใได้นานนัก เพราะการปิดของโพรงรากไม้คือการเคลื่อนไหวของรากไม้ และในตอนนี้รากไม้เ่าั้กำลังเคลื่อนไหวเข้าหาเขา ราวกับว่ามันกำลังจะไล่ล่าเขา
“นี่มันเื่บ้าอะไรกันเนี้ย”
เมอร์ลินไม่ลังเลที่จะวิ่งถือตะเกียงหลบหนีจากการไล่ล่าของรากไม้
ตอนนี้เขาไม่มีเวลาที่จะคิดหนทางที่จะกลับไป
ถ้าหากแผนที่นี่เคยเป็ของเจน นั่นหมายความว่าเจนนั้นเคยมาที่นี่ และเธอก็สามารถกลับไปที่บ้านได้
นั่นหมายความว่าเมอร์ลินก็มีโอกาสที่จะกลับไปอีกครั้ง
ดังนั้นตอนนี้เขาต้องหนีจากรากไม้นั่นให้ได้เสียก่อน