หยางจินมองเงาร่างเล็กของขันทีน้อย ที่อายุห่างจากเขาไม่มากนักแต่กลับมีความรู้อย่างน่าทึ่งหากเขาได้รับความเคารพสุดใจจากคนผู้นี้ เขาเชื่อว่าต่อให้พิการก็ต้องเป็ใหญ่ในแผ่นดินได้แน่ต่อไปนี้เขาต้องวางแผนอย่างจริงจังเสียแล้ว
“ฝ่าาจิ้นเหอมีความรู้มากเกินไปเพียงแค่ดมกลิ่นยาก็แยกแยะได้ หากพวกเราไม่รู้มาก่อนคงคิดว่าเป็การคาดเดา หากจิ้นเหอเป็คนของเราจริงๆ ฝ่าาอาจกลับมาเดินได้อีกครั้ง”
อวิ้นหลางเอ่ยอย่างกังวลพร้อมคาดหวังเพราะหลายปีมานี้เขาศึกษาและทดลองอาหารก่อนองค์ชายทำให้แยกแยะพิษออกได้หลายส่วนแม้ความรู้จะยังไม่แม่นยำแต่ก็พอหาทางแก้ไขได้ แต่ขันทีขั้นต่ำกลับสามารถรับรู้ยาพิษไร้ใจเพียงแค่รู้ส่วนผสมเป็ไปได้ว่าอาจจะรักษาองค์ชายได้
หยางจินเคาะโต๊ะอาหารอย่างเป็จังหวะคำพูดของอวิ้นหลางก็พอมีเหตุผล ทว่าหมอหลวงที่ไว้ใจได้ยังจนปัญญาแล้วเขาจะกลับมาเดินได้จริงๆ หรือ
“เื่จิ้นเหอไว้ก่อนตอนนี้กองกำลังเต่าดำเป็เช่นไรบ้าง”
“ฝ่าาตอนนี้มีคนถึงหนึ่งหมื่นคนแต่ละคนล้วนเป็คนที่พระองค์ช่วยชีวิตจึงไว้ใจได้ แต่วรยุทธ์ยังอ่อนด้อยกว่าครึ่ง ต้องใช้เวลามากกว่านี้พ่ะย่ะค่ะ”
หยางจินพยักหน้ารับตอนนี้เขายังทำสิ่งใดไม่ได้มากนักเดี๋ยวจะเป็การแหวกหญ้าให้งูตื่นต้องรอดูและสร้างกำลังลับให้แข็งแกร่งพอที่จะต้านฏได้
พรึบ!
หยางจินเหลือบมองร่างอวี้เหินที่เข้ามาทางหน้าต่างด้วยความเร็วใบหน้าคมคายและเ็ามองมาที่เขานิ่ง ๆ ก่อนจะคำนับพร้อมเอ่ยรายงานเสียงเรียบ
“ทูลฝ่าาขันทีจิ้นเหอเป็คนของเผ่าเซียนหูที่ถูกจับมาเป็เชลย ไม่มีญาติพี่น้องที่ใดพ่ะย่ะค่ะ”
คำตอบที่ได้รับทำให้หยางจินนิ่วหน้าอย่างครุ่นคิด
“ฝ่าาจากที่กระหม่อมสืบมาได้จิ้นเหอเป็ลูกศิษย์ของหมอปีศาจมาก่อน แต่กลับมาเยี่ยมบ้านจึงถูกรวบตัวมาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
คำรายงานต่อมาทำให้หยางจินยกยิ้มกว้างอย่างยินดี์เข้าข้างเขาแล้วกระมังถึงได้ส่งจิ้นเหอมาอยู่ในมือของเขาเช่นนี้
หมอปีศาจขึ้นชื่อเช่นไรใครบ้างจะไม่รู้จักรักษาตามใจชอบแม้กระทั่งวังหลวงเชิญตัวมายังไม่สนใจ ทว่ากลับไม่มีสิ่งใดที่หมอปีศาจทำไม่ได้อยากให้คนตายกลายเป็คนเป็ยังทำได้ แล้วลูกศิษย์เพียงคนเดียวอย่างจิ้นเหอต้องมีความสามารถไม่มากก็น้อย
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ล้วนเป็ประโยชน์กับตัวเขาเองทั้งสิ้นแต่เื่นี้เขาต้องวางแผนอย่างระมัดระวัง การซื้อใจคนไม่อาจใช้อำนาจข่มขู่ได้โดยเฉพาะคนมีความสามารถอย่างขันทีตัวน้อยนั่น
“เื่จิ้นเหอเปิ่นหวางจะจัดการเองพวกเ้าคงรู้ว่าต่อไปนี้ควรทำอย่างไร”
หยางจินกล่าวช้าๆ ก่อนจะมองหน้าองครักษ์ทั้งสอง
“พ่ะย่ะค่ะ”
ทั้งสองตอบรับก่อนจะกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองเวลานี้จึงเหลือเขาเพียงคนเดียว ดวงตาหงส์คู่สวยภายใต้หน้ากากสีทองเหม่อมองออกไปนิ่งๆ มุมปากแต่งแต้มรอยยิ้มเย้ยหยันเล็กน้อย
ยาไร้ใจ ช่างสมชื่อจริง ๆเพราะเขาไร้ความรู้สึกมาหลายปีแล้ว แม้กระทั่งขาทั้งสองข้างเขายังไม่รับรู้ถึงมัน ทว่าแม้จะไร้ใจแต่เขาไม่ได้ไร้สมองคนที่ทำร้ายเขาต้องได้รับการตอบแทนอย่างสาสม!
จิ้นเหอเดินออกมากจากห้องโถงใหญ่ก็กลับมาที่ห้องครัวอีกครั้งเขาทำอาหารง่าย ๆ ทานเองเพราะเลยมื้อกลางวันไปแล้วทำให้รู้สึกหิวจนแสบท้องหลังจากกินจนอิ่มจึงเริ่มทำความสะอาดภายในห้องเพื่อเตรียมไว้ทำอาหารมื้อเย็น
จิ้นเหอใช้เวลาอยู่ภายในห้องหนึ่งชั่วยามก่อนจะเริ่มไปทำความสะอาดเศษหญ้าและใบไม้ที่ร่วงมากองอยู่หน้าตำหนัก แม้วังบูรพาจะเงียบเหมือนไร้ผู้คนแต่มันก็ใหญ่โตเขาใช้เวลาอีกสองชั่วยามในการกวาดเศษใบไม้ ก่อนจะล้างไม้ล้างมือไปเตรียมอาหารเย็นให้องค์ชายสาม
ครั้งนี้จิ้นเหอเลือกทำอาหารที่เป็ประโยชน์ต่อร่างกายขององค์ชายแม้ไม่ได้จับชีพจรแต่ก็ดูออกว่าร่างกายของพระองค์ไม่แข็งแรงอีกทั้งยังได้รับพิษไปบางส่วนเขารู้ดีว่า่ที่ร่างกายได้รับพิษมันเ็ปและทรมานแค่ไหนเขาผ่านมันมาได้เพราะมีอาจารย์คอยแนะนำและคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
เืของเขาจึงสามารถต้านพิษได้ขณะเดียวกันมันก็รักษาพิษได้ด้วย และหากเป็ไปได้เขาอยากรักษาองค์ชายผู้ให้กลับมาเดินได้อีกครั้งเพราะชีวิตเขาขึ้นอยู่กับองค์ชายสาม “นายเจริญข้าได้ดีนายตกต่ำข้าต่ำต้อยยิ่งกว่าสุนัข” ประโยคนี้เขาจำได้ขึ้นใจ เพราะฉะนั้นก่อนอื่นต้องดูว่าองค์ชายสามเ้านายของเขามีความทะเยอทะยานมากน้อยเพียงใดเหมาะสมที่จะช่วยเหลือได้หรือไม่