ลมทะเลอุ่นๆ พัดโชยมากระทบใบหน้ายามบ่ายแก่ๆ แสงแดดสีทองสาดสะท้อนผิวน้ำทะเลด้านหลังท่าจอดเรือยอชต์ส่วนตัวเป็ประกายระยิบระยับ ผมสวมแว่นตากันแดดสีดำสนิท ยืนพิงกราบเรือยอชต์สุดหรูลำโปรดที่ลอยลำนิ่งรอคอยการมาเยือนของแขกคนพิเศษ
สายตาของผมจับจ้องไปยังสะพานเทียบท่า และในที่สุด ร่างระหงส์ที่ผมเฝ้ารอก็ปรากฏตัวขึ้น
กิรณาเดินก้าวเข้ามาในพื้นที่ท่าเทียบเรือส่วนตัวด้วยท่วงท่าที่สง่างามและสุภาพเรียบร้อยสมศักดิ์ศรีผู้ประกาศข่าวสาวชื่อดัง วันนี้เธอเลือกสวมชุดเดรสกระโปรงยาวคลุมเข่าสีขาวสะอาดตา แขนเสื้อยาวครึ่งศอกผ้าลูกไม้เนื้อดีดูหรูหราสง่างามและมีระดับ เส้นผมยาวสลวยสีดำขลับถูกรวบครึ่งศีรษะเปิดดวงหน้าหวานหมดจด ทว่าทันทีที่สายตาของเธอประสานเข้ากับสายตาของผมใต้กรอบแว่นกันแดดสีเข้ม ร่างกายของเธอก็พลันชะงักเกร็งไปชั่วขณะ
ผมเหยียดยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างพึงพอใจ ภายใต้ชุดเดรสสีขาวแสนบริสุทธิ์และท่าทางที่พยายามวางตัวเป็กุลสตรีผู้วางตัวสงบนิ่งท่ามกลางสายตาพนักงานท่าเรือ ผมรู้ดีว่าขาทั้งสองข้างของเธอกำลังก้าวเดินด้วยความรู้สึกที่สั่นเทิ้มกังวล และร่องรักส่วนลึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าเดรสชั้นดีนั้นอาจกำลังเปียกชุ่มหยาดเยิ้มไปด้วยน้ำรักที่คั่งค้างและปะทุขึ้นมาใหม่ั้แ่เมื่อคืน เพียงเพราะจินตนาการถึงคำสั่งการและทริปสุดพิสดารที่ผมปูทางไว้ให้
"สวัสดีค่ะอานนท์ ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้รอนานพอดีรถติดนิดหน่อยค่ะ" เกลเอ่ยทักทายเสียงสั่นน้อยๆ ยามก้าวขึ้นมาบนกราบเรือยอชต์
"ไม่นานเลยค่ะเด็กดี อายินดีรอหนูเกลเสมอค่ะ" ผมเอ่ยตอบพลางถอดแว่นตากันแดดออก ยื่นมือหนาไปรับกระเป๋าเดินทางขนาดเล็กของเธอส่งต่อให้พนักงานเรือ ก่อนจะเอื้อมมือประคองแผ่นหลังบอบบางของเธออย่างแ่เบาเพื่อนำทางเข้าสู่ด้านในตัวเรือ
"เรือ... ลำใหญ่มากเลยนะคะอานนท์" เธอพยายามชวนคุยเพื่อกลบความตื่นตระหนกที่แฝงเร้นในแววตา ยามที่เรือยอชต์ค่อยๆ ขยับตัวแล่นออกจากท่าจอด มุ่งหน้าสู่ท้องทะเลกว้างใหญ่ที่ไร้ผู้คน
"ลำนี้อาออกแบบตกแต่งภายในเองทั้งหมดเลยค่ะ โดยเฉพาะห้องนอนใต้ผิวน้ำที่อาเคยบอกไว้... รับรองว่าหนูเกลจะต้องตื่นเต้นกับระบบเสียงและการออกแบบของมันแน่นอนค่ะ" ผมกระซิบข้างหูเธอแ่เบา สังเกตเห็นผิวแก้มใสของเธอเปลี่ยนเป็สีชมพูระเรื่อขึ้นมาทันที
เรือยอชต์หรูแล่นออกห่างจากชายฝั่งลึกเข้าไปในเขตน่านน้ำลึกคลื่นลมสงบจนไม่เห็นแผ่นดินใหญ่ ท้องฟ้าเบื้องบนค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีส้มอมม่วงยามพระอาทิตย์อัสดง แสงแดดสุดท้ายลาลับไป ความมืดมิดและเงียบสงัดเริ่มคืบคลานเข้าครอบงำท้องทะเลกว้างใหญ่ เหลือเพียงเสียงคลื่นซัดกระทบตัวเรือและเสียงเครื่องยนต์ทำงานต่ำๆ
ผมจูงมือเกลที่เริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อความมืดโรยตัวลงมา นำทางเธอเดินลงบันไดวนลึกเข้าไปสู่ชั้นล่างสุดของเรือยอชต์ซึ่งอยู่ใต้ระดับผิวน้ำทะเล
เมื่อบานประตูไม้สักหนาหนักหน้าห้องนอนเปิดออก เกลถึงกับอ้าปากค้างเบิกตากว้างจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความอัศจรรย์ใจระคนตกตื่น
มันคือห้องนอนขนาดใหญ่ที่ผนังด้านหนึ่งทอดตัวยาวและทำจากกระจกอะคริลิกใสหนาพิเศษบานั์ เผยให้เห็นทัศนียภาพใต้ท้องทะเลลึกสีน้ำเงินเข้มขุ่นมัว แสงไฟสลัวสีน้ำเงินจากใต้ท้องเรือสาดส่องกระทบผิวน้ำรอบๆ ขับเน้นให้เห็นฝูงปลาทะเลขนาดเล็กแหวกว่ายผ่านไปมา และปะการังเทียมที่พลิ้วไหวตามกระแสน้ำอย่างสงบเงียบ กลิ่นอายของห้องนอนตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีเข้ม ดำ และเทา เตียงนอนขนาดคิงไซส์โครงเหล็กสีดำสนิทตั้งอยู่ตรงกลางห้องโดยหันหัวเตียงพิงติดกับผนังกระจกบานใหญ่ั์นั้น
"สวย... สวยงามมากเลยค่ะอานนท์ เงียบจนแทบไม่ได้ยินเสียงคลื่นเลยนะคะ" เกลกระซิบเสียงแ่ เดินเข้าไปัักระจกอะคริลิกใสเย็นเฉียบ จ้องมองปลาน้อยใหญ่ที่ว่ายผ่านหน้าไปราวกับหลุดเข้ามาอยู่ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำส่วนตัว
"ใช่ค่ะ... ห้องนี้ถูกกรุด้วยระบบป้องกันเสียงสะท้อนแบบสองชั้นหนาพิเศษที่อาออกแบบเอง แม้แต่เสียงเครื่องยนต์เรือหรือเสียงลมพายุภายนอกก็เล็ดลอดเข้ามาไม่ได้... และแน่นอนว่า เสียงร้องระงมครางสั่นระริกของหนูเกลยามเสร็จสมอารมณ์หมายข้างในนี้... ก็จะไม่มีวันเล็ดลอดขึ้นไปถึงกราบเรือ้าเด็ดขาดค่ะ" ผมก้าวเข้าไปซ้อนแผ่นหลังของเธอ โอบเอวบางของเธอไว้แน่น ดึงรั้งร่างระหงส์ให้แผ่นหลังเบียดชิดติดกับอกแกร่งของผม
"ฮื้อ... อานนท์ขา... อย่าเพิ่งพูดสิคะ..." เกลสะดุ้งตัวโยนขยับกายดิ้นรนเบาๆ แต่ใบหน้าหวานกลับแหงนหงายซบลงบนบ่าของผมอย่างไม่รักดี
"ทำไมล่ะคะ? ในเมื่อเราสองคนหนีหน้ากากสังคมอันแสนน่าอึดอัดออกมาอยู่กลางทะเลลึกขนาดนี้แล้ว... เราควรจะถอดหน้ากากผู้ดีเ่าั้ออกไปให้หมดเสียทีดีไหมคะเด็กดี?" ผมกระซิบเสียงต่ำพลางเอื้อมมือไปรูดซิปเดรสสีขาวด้านหลังของเธอลงช้าๆ เสียงฟันซิปแยกตัวออกจากกันเบาๆ ดังชัดเจนในห้องที่เงียบสงัด
ผมดึงรั้งชุดเดรสสีขาวตัวหรูออกจากไหล่เนียนละเอียดของเธอ ปล่อยให้มันร่วงหล่นลงไปกองอยู่กึ่งกลางสะโพกกลมกลึง เผยให้เห็นผิวแผ่นหลังขาวเนียนดุจน้ำนมและบราลูกไม้สีดำสนิทที่โอบรัดทรวงอกอวบอิ่มคู่โตชูชัน ผมก้มลงใช้ริมฝีปากขบเม้มลาดไหล่เนียนของเธอหนักๆ จนเธอร้องครางเบาๆ ออกมาในลำคอด้วยความซ่านกระสัน
"อ๊า... อานนท์... ใจเย็นๆ ค่ะ เกลเพิ่งมาถึง..."
"อาใจเย็นกับหนูเกลมาทั้งวันแล้วค่ะ... วันนี้อาเตรียมของเล่นชิ้นพิเศษมาทดสอบกับระบบความเงียบของห้องนี้ด้วยนะ"
ผมเดินไปหยิบกล่องอลูมิเนียมสีดำที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงเปิดมันออกและหยิบของเล่นชิ้นพิเศษที่ว่าออกมา... มันคือสายรัดตัวหนังสีดำสนิท ดีไซน์ดุดันดิบเถื่อน สายหนังหนาติดตั้งหมุดโลหะและห่วงเหล็กสีเงินแวววาวสะท้อนแสงไฟสีน้ำเงินใต้ทะเล
เกลหันกลับมาเห็นของในมือผมก็เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดสลับแดงซ่านด้วยความอาย
"อ๊ะ! นั่นมัน... สายรัดหนังเหรอคะอานนท์... เกลต้องใส่สิ่งนี้จริงๆ เหรอคะ มันดู... ดิบเกินไป..." เธอเอ่ยปฏิเสธเสียงระรัวก้าวถอยหลังจนสะโพกเบียดชิดกับกระจกอะคริลิก
"ใช่ค่ะ... อาอยากเห็นร่างกายขาวๆ ของหนูเกลถูกรัดรึงด้วยสายหนังสีดำดิบๆ ชิ้นนี้ ยามที่ทรวดทรงอกอวบอิ่มชูชันถูกบดขยี้... มันคงจะตัดกันน่าดูเลยนะคะเด็กดี... มาให้อาใส่ให้ดีๆ ค่ะ ห้ามขัดขืนอาในที่ลับตานะคะ" ผมสั่งด้วยเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ แววตาคมกริบจ้องเขม็งจนเธอสะท้านใจสั่นสะพรึงกลัวจนไม่กล้าขยับดิ้นรนหนี
ผมเดินเข้าไปจัดการดึงรั้งชุดเดรสสีขาวของเธอหลุดออกจากตัวจนร่างเปลือยเปล่า เหลือเพียงบราลูกไม้และกางเกงชั้นในสีดำ จากนั้นผมบรรจงสวมใส่สายรัดหนังสีดำ Harness เข้ากับร่างกายของเธอ สายหนังหนาดึงรัดข้ามบ่า โอบรัดใต้ราวเต้าอวบอิ่มคู่โตที่โผล่พ้นบราเซียลูกไม้สีดำ ดันเต้าเต่งตึงอวบอัดให้ชูชันชี้โดดเด่นสะดุดตาสุดขีด สายหนังรัดรึงเนื้อเนียนนุ่มจนเนื้อนมอวบปลิ้นเบียดแน่นตามขอบหนัง หมุดเงินสะท้อนแสงวาววามขับให้เรือนร่างของเธอแลดูร่านร้อนกึ่งยอมสยบอย่างน่าหลงใหล
"ฮื้อ... แน่น... แน่นจังค่ะอานนท์... เกลรู้สึกอายจังเลยค่ะ เหมือนเป็ของเล่นลามกเลย..." เกลร้องครางหน้าแดงก่ำ สองมือพยายามจะปิดป้องเต้าอวบอิ่มที่เต่งขยายชันสู้สายตาผม
"นี่แหละตัวตนจริงๆ ของหนูเกล... ผู้ประกาศข่าวแสนสุภาพเรียบร้อยในคราบของเล่นแสนร่านร้อนของอา" ผมยิ้มอย่างสมใจ บีบเค้นยอดอกสีหวานพ้นสายหนังรัดรึงรัวแรงจนเธอสะดุ้งตัวสั่นเทา
ในขณะที่กามารมณ์กำลังปะทุเดือดพล่าน ทันใดนั้น ประตูห้องนอนใต้ผิวน้ำก็พลันถูกเปิดออกเสียงดัง แกรก
เกลสะดุ้งสุดตัวรีบหันขวับไปมองบานประตูทันทีด้วยความตกตื่นใคิดว่าพนักงานบนเรืออาจจะเข้ามาเห็นเรือนร่างอันร่านร้อนของเธอในสภาพถูกมัดรัดรึงด้วยชุดหนังลามกนี้ ทว่าร่างใหญ่โตที่ก้าวเข้ามากลับเป็ชายหนุ่มร่างั์ล่ำบึกลูกน้องคนสนิทของผม
'กัปตันเอก' ในชุดเสื้อเชิ้ตลายทหารเรือปลดกระดุมบนเผยแผงอกกว้างสีเข้ม ผิวคร้ามแดดหนาแข็งแกร่งและแววตาดุดันดิบเถื่อนจ้องมองตรงเข้ามาในห้องนอน
"อานนท์ครับ... เรือลอยลำนิ่งกลางร่องน้ำลึกเรียบร้อยแล้วครับ ระบบนำทางและตรวจเช็คสัญญาณปกติทุกอย่างครับ" กัปตันเอกรายงานเสียงทุ้มสุภาพนอบน้อมต่อนายจ้าง ทว่าสายตาคมปลาบดั่งเหยี่ยวคู่ขรึมกลับจับจ้องไปยังร่างเปลือยอวบอัดถูกมัดรัดด้วย Harness หนังสีดำของเกลอย่างจาบจ้วงหิวกระหายไร้การปิดบัง
"กรี๊ด! ใคร... ใครน่ะอานนท์! ปิดประตูเดี๋ยวนี้ค่ะ! ออกไปนะ!" เกลกรีดร้องเสียงหลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด พยายามหันหลังเบียดร่างหนีซบเข้ากับผนังกระจกใสเพื่อซ่อนทรวงอกและเรือนร่างเปลือยเปล่าจากสายตาของชายแปลกหน้าคู่ที่สอง
ผมหัวเราะต่ำในลำคออย่างผู้เหนือกว่า คว้าหมับเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้างของเกลรวบเข้าหากันทันที ดึงรั้งตัวเธอมาที่หัวเตียงเหล็กสีดำสนิทริมผนังกระจกอะคริลิกใส จากนั้นผมหยิบกุญแจมือเหล็กแวววาวที่ซ่อนอยู่ข้างเตียงขึ้นมาล็อกพันธนาการข้อมือทั้งสองข้างของเกลขึงตึงเข้ากับราวเหล็กของหัวเตียงอย่างแ่าเสียงดัง คลิก ค้างตัวเธอให้อยู่ในท่วงท่าคุกเข่าโก่งสะโพกอวบอัดริมกระจกบานใหญ่ั์ใต้ทะเลลึกอย่างหมดหนทางหนี
"อานนท์! ปล่อยเกลนะคะ! ทำแบบนี้ทำไม... ฮื้อ... แล้วผู้ชายคนนั้นเป็ใคร..." เกลครางร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวและอับอายสุดขีด ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ ทว่าร่องสาวกึ่งกลางตัวกลับปะทุหลั่งน้ำรักเปียกชุ่มหยาดเยิ้มไหลผ่านร่องก้นขาวผ่องออกมาเป็ทางแสดงความร่านร้อนที่สวนทางกับความหวาดกลัวในจิตใจ
ผมก้าวเดินไปหาทหารเสือคนสนิท ยื่นมือตบบ่าแกร่งของกัปตันเอกเบาๆ สบสายตากระหายของมันด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด ก่อนจะหันมามองเกลแล้วกระซิบสั่งการกัปตันเรือเสียงต่ำดุดันน่าหวาดหวั่นใจ...
"กัปตันเอก... ตรวจเช็คระบบความพร้อมของเรือเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ... ถ้าอย่างนั้น ก้าวเข้ามาดูของเล่นชิ้นใหม่แสนสุภาพเรียบร้อยชิ้นนี้ใกล้ๆ สิคะ... ช่วยอาลูบไล้และััความเปียกชื้นของเธอใต้ทะเลลึกนี้ไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ!"
คำสั่งการป่าเถื่อนที่ดังก้องผ่านปากของผม ทำเอาเกลสะดุ้งสุดตัวจ้องมองเงาร่างั์สองร่างของผมและกัปตันเอกที่ก้าวเดินขนาบข้างเข้ามาล้อมตัวเธอช้าๆ ท่ามกลางเสียงแหวกว่ายของฝูงปลาหลังกระจกใสบานั์ด้วยหัวใจที่เต้นรัวสะท้านกลัวสุดชีวิตและกระสันเสียวสุดกู่สะท้านในคราวเดียวกัน!