“เราว่าน้องไปเดินเล่นแถวนี้กับเราดีกว่าปล่อยผู้ใหญ่เค้าคุยกันเถอะ”ผมชวนเธอเมื่อเห็นว่าเธอดูจะรบเร้าให้พ่อไปเป็เพื่อนเธอให้ได้
“เอาแบบนั้นก็ดีเหมือนกัน น้องไปเที่ยวกับแดนแล้วกันป่าป๊าจะอยู่คุยกับหม่าม้าและเพื่อนๆ ที่นี่ กลับมาให้ทันข้าวเที่ยงนะฝากแดนดูแลน้องด้วยแล้วกันนะแดน” พ่อของเธอเหมือนนึกอะไรบางอย่างได้ท่านเลยบอกให้เราออกมาด้วยกันแทนที่จะไปเที่ยวกับลูกสาวท่าน
“ครับ” ผมรับคำท่านแล้วลุกขึ้นสะกิดแขนน้องให้ลุกตามมา
“กลับมาทานมื้อเที่ยงด้วยกันนะลูกเตี่ยบอกแม่ว่าจะมาให้ทัน”คงเพราะดีใจที่ผมกับน้องออกมาด้วยกันสมใจท่านเลยหลุดปากบอกว่าเตี่ยไม่ได้จะมาเร็วๆนี้แน่นอน แต่จะมาทานมื้อเที่ยงต่างหาก
“ไหนบอกว่าอีกเดี๋ยวจะตามมาไงแม่”ผมแกล้งแซวท่านให้ได้อายเพื่อนๆ เล่น
“ก็อีกเดี๋ยวนั่นแหละ ไป ไปกันได้แล้ว ดูแลน้องดีๆนะลูก” แม่รีบไล่ผมแถมยังฝากฝังให้ผมดูแลเธอดีๆ อีกต่างหาก
“เราจะไปไหนกันหรอ”เธอถามผมหลังจากที่เราเดินพ้นออกมาจากร้านแล้ว
“ไปหากาแฟกินกัน” ผมเดินนำเธอไปตามทางเท้าย่านที่เราอยู่ในตอนนี้มีร้านค้ามากมายส่วนใหญ่จะเป็ร้านอาหารข้ามถนนไปจะมีร้านกาแฟให้เราใช้เป็ที่นั่งรอได้
“เคยมาหรือยัง”เธอถามเมื่อเห็นแล้วว่าผมจะพาเธอไปที่ไหน
“ครั้งแรก” ผมจับมือเธอให้เดินข้ามถนนไปพร้อมกันกับผม
‘กรุ้งกริ้ง กรุ้งกริ้ง’
เสียงกระดิ่งหน้าร้านส่งสัญญาณให้พนักงานทราบว่ามีลูกค้ามาใช้บริการเขาจับมือฉันไว้ั้แ่เราข้ามถนนมาด้วยกันจนถึงตอนนี้เขาก็ยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากฉันสักทีจนเมื่อเราทั้งสองคนมาถึงที่หน้าร้านเข้าจึงปล่อยมือที่จับฉันและผลักประตูเปิดให้ฉันเดินนำเขาเข้ามาในร้านลมเย็นๆ ของเครื่องปรับอากาศที่ปะทะเข้ากับร่างกายช่วยให้คลายความร้อนได้มากอากาศข้างนอกค่อนข้างร้อน คนขี้ร้อนอย่างฉันเลยมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมเต็มไปหมดบ้างก็ไหลลงมาถึงต้นคอ
“สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ”เสียงพนักงานต้อนรับกล่าวทักทายเมื่อเห็นพวกเราเดินเข้ามาในร้านเขาเดินนำฉันเข้ามานั่งที่โต๊ะด้านในสุดของร้านแล้วหยิบกระดาษชำระที่ทางร้านจัดไว้บริการลูกค้ายื่นให้ฉัน จากนั้นก็หยิบพวกมันซับหน้าตัวเองบางเขาคงขี้ร้อนเหมือนฉันกระมังเพราะเหงื่อเขาก็ออกเยอะเหมือนกัน
“น้องดื่มกาแฟหรือเปล่า”เขาพลิกเมนูเครื่องดื่มและของทานเล่นก่อนจะยื่นมันลงตรงหน้าฉัน
“น้องเอาอเมริกาโน่น้ำผึ้งมะนาวน้องว่าเราเดินไปสั่งด้วยกันดีกว่านะ” ฉันมองเมนูอยู่นานยังรู้สึกง่วงอยู่หน่อยๆถ้าได้กาแฟที่มีรสเปรี้ยวของมะนาวคงช่วยฉันได้เยอะและตอนที่เราเดินเข้าร้านมาฉันเห็นเมนูเค้กน่าตาน่ากินหลายเมนูเลยล่ะฉันอยากกินเค้กพวกนั้นสักชิ้น
“อื้ม” เขายังคงไม่พูดมากเหมือนเคย
“รับอะไรดีคะ” พนักงานร้านถามเราด้วยรอยยิ้มฉันมองขนมหวานทานเล่นในตู้ที่มีหลากหลายอย่างเลือกไม่ถูกกว่าจะสั่งอะไรดี
“อเมริกาโน่น้ำผึ้งมะนาวกับอเมริกาโน่เย็นเพิ่มช็อตครับ”เสียงของเขาที่กำลังสั่งเครื่องดื่มดังอยู่บนหัวฉันฉันจึงขยับตัวให้ห่างจากเขาแล้วมองตู้กระจกเลือกขนมหวานต่อ
“เค้กมะพร้าวหรือเค้กช็อกโกแลตดีนะ” ฉันพึมพำกับตัวเองแล้วก็พบว่า เขายืนซ้อนอยู่ด้านหลังของฉันแถมยังก้มหน้าลงมาใกล้ฉันอีกต่างหาก
“เค้กมะพร้าวกับเค้กช็อกโกแลต อย่างละชิ้นครับ”เขามองดูเค้กที่ฉันกำลังลังเลว่าจะเลือกชิ้นไหนดีแล้วมองหน้าฉันสลับกับเค้กสองชิ้นนั้นก่อนจะหันไปสั่งเค้กทั้งสองชิ้นให้ฉัน ฉันกำมือแนบหน้าอกหัวใจฉันเต้นแรงคงเป็เพราะความใกล้ชิดเมื่อสักครู่นี้ที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว
“ทานนี่หรือกลับบ้านค่ะ”
“ทานนี่ครับ”
“ขออนุญาตทวนรายการนะคะอเมริกาโน่น้ำผึ้งมะนาวหนึ่งแก้ว อเมริกาโน่เย็นเพิ่มช็อตหนึ่งแก้วเค้กมะพร้าวกับเค้กช็อกโกแลต อย่างละชิ้นนะคะ”
“น้องจะเอาอะไรเพิ่มอีกไหม” เขาหันมาถามฉันฉันจึงส่ายหน้าให้เขาแทนคำตอบ
“เท่านี้ครับ” เขาหันไปตอบพนักงานพนักงานก็ยิ้มหวานส่งให้เข้า
“รายการทั้งหมดสองร้อยห้าสิบบาทค่ะ”เขาหยิบเงินยื่นให้พนักงาน แล้วชี้มือบอกให้ฉันไปรอที่โต๊ะฉันพยักหน้ารับแล้วเดินกลับมาที่โต๊ะเดิมที่เรานั่งในครั้งแรก เขาดูเท่มากจริงๆเวลาที่เขาดูแลฉันแบบนี้ ถึงหน้าตาจะดูง่วงๆ ซึนๆ หน่อยก็เถอะ
“รู้ได้ยังไงว่ามีร้านอยู่ตรงนี้”ฉันถามเมื่อเขาเดินถือกาแฟของเรากลับมาที่โต๊ะ
“ขับรถผ่านเมื่อเช้าน่ะ” เขายังคงประหยัดคำพูดเหมือนเคย
“เค้กที่คุณลูกค้าสั่งค่ะ”พนักงานคนเดิมเดินถือเค้กที่จัดใส่จานเรียบร้อยแล้วมาให้เราและไม่ลืมส่งยิ้มหวานให้แดนอีกครั้ง มองยังไงก็รู้ว่าเธอชอบแดนแน่ๆ
“เสน่ห์แรงจริงๆ นะ” ฉันแซวเขา แต่เขากลับทำหน้านิ่งๆอย่างไม่รู้ไม่ชี้ใส่ฉันอย่างนั้น น่าหมั่นไส้ชะมัด
“ทำไมมากับพ่อแม่ได้ล่ะ”เป็ครั้งแรกล่ะมั้งที่เขาเริ่มคุยกับฉันก่อน
“ท่านมารับกลับบ้านน่ะ พรุ่งนี้เป็วันทำบุญของครอบครัวเอ่อ.....ทำบุญให้คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายน่ะ”
“ท่านเสียหมดแล้วหรอ”
“อืม”
“เสียใจด้วยนะ”
“เราไม่ได้เศร้าอะไรขนาดนั้น ท่านเสียไปั้แ่เด็กๆน่ะ มันนานมากแล้ว ตอนนี้ไม่ได้เศร้าอะไรแล้ว จะมีแค่คิดถึงเท่านั้น”
“เราก็ไม่มีแล้วเหมือนกันพวกท่านเสียั้แ่เรายังเล็กมาก จำไม่ได้แล้ว”
“เสียใจด้วยนะ”
“อืม”
“แล้วทำไมแดนมากับคุณแม่ล่ะ”
“เมื่อคืนกลับไปนอนบ้านน่ะ เตี่ยติดธุระแม่เลยให้มาส่ง”
“แล้วทุกวันไม่ได้นอนที่บ้านหรอ”ผมลืมไปซะสนิทว่าไม่ได้บอกเธอว่าผมอยู่คอนโดไม่ได้อยู่ที่บ้าน
“อยู่คอนโดน่ะ ใกล้มหาวิทยาลัยมากกว่า อย่ามัวแต่คุยกินเค้กสิ เห็นลังเลอยู่นานเลือกไม่ได้สักที เลยสั่งมาให้ทั้งคู่ กินให้หมดล่ะ”
“กินด้วยกันสิ” ฉันยื่นช้อนให้เขาเขาเลือกตักเ้าเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มที่ฉันจินตนาการรสชาติของมันที่หน้าตู้กระจกอยู่นานเข้าปากเคี้ยวๆแล้วก็ยกแก้วกาแฟของตัวเองขึ้นดื่มโดยไม่พูดอะไร ฉันเลยลองชิมดูบ้าง รสชาติมันออกจะหวานไปหน่อยคงเพราะอย่างนั้นเขาเลยดื่มกาแฟตัดหวานฉันหันมาสนใจเ้าเค้กมะพร้าวหน้าตาดีที่มีท็อปปิ้งเป็เนื้อมะพร้าวอ่อนสดฉ่ำๆน่ากินชิ้นนี้ ฉันชอบเค้กมะพร้าวมากกว่าเพราะให้ความรู้สึกสดชื่นหวานนิดๆหอมมันกำลังดี
“เป็ยังไง” เขาถามเมื่อเห็นว่าฉันชิมเค้กทั้งสองชิ้นแล้ว
“ลองเค้กมะพร้าวสิ น้องว่าอร่อยกว่า”ฉันชี้ชวนเขาก็ตักเค้กมะพร้าวไปชิมตามที่ฉันบอก
“อืม ดีกว่านิดหน่อย” นี่เขากินอะไรยากขนาดนี้เลยหรอเนี่ย
“เป็คนกินอะไรยากหรอ ขนมเค้กนี่รสชาติดีเลยนะติดที่หวานไปหน่อยแค่นั้นเอง”
“ไม่ค่อยขอบขนมหวานน่ะ” เขาตอบฉันหน้าตาเฉยนี่เขาเป็พวกเลือกกินอะไรประเภทนั้นหรือเปล่านะ
“ไม่ไหว กาแฟก็ไม่ช่วยอะไร ขยับหน่อยได้ไหมของีบสักชั่วโมง ง่วงตาจะปิดแล้ว” เขาเดินอ้อมโต๊ะมายืนข้างฉันแล้วดึงแขนเสื้อฉันเบาๆ ให้ลุกออกมาแล้วก็แทรกตัวผ่านฉันเข้ามานั่งด้านในสุดแทนที่ที่ฉันเคยนั่ง
“แบบนี้ก็ได้หรอ”ฉันขยับออกจะย้ายไปนั่งตรงข้ามเพราะไม่อยากรบกวนการนอนของเขาแต่เขากลับดึงชายเสื้อของฉันไว้ให้นั่งลงข้างๆ กัน
“กินเค้กให้หมดแล้วนั่งเงียบๆ ตรงนี้อย่าไปไหน” เขาพูดโดยที่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองฉันด้วยซ้ำถึงจะไม่เข้าใจว่าเขาจะให้ฉันนั่งข้างๆ เขาทำไม แต่ก็ยอมนั่งอยู่ตรงนี้ได้นั่งข้างๆ เขาแบบนี้ก็รู้สึกดีเหมือนกันนะเนี่ย
“เมื่อคืนนอนกี่โมงกันเนี่ย” ฉันบ่นเขาที่ทำตัวเอาแต่ใจอะไรจะง่วงปานนั้น เมื่อคืนเขาเข้านอนกี่โมงกันนะ
“เลิกถามได้แล้วน้อง”เขาใช้น้ำเสียงที่บ่งบอกว่ากำลังรำคาญฉันเต็มทน
“ฝันดีนะ” ฉันก็ไม่อยากกวนเขาแล้วเหมือนกันการกวนคนไม่ให้นอนเป็บาปอย่างหนึ่ง
“ครับ” เขาตอบฉันเสียงเบา คงใกล้จะหลับเต็มทีสินะ