โลกหมื่นมิติ

    58.เตรียมตัว

       ผ่านไปอีกหนึ่งเดือนไผ่เดินออกมาจากห้องลับใต้ดินด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า “ใช้เวลาตั้งหนึ่งเดือนแต่กลับเติมพลังให้กับลูกแก้วพลังได้เพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ถ้าสามารถได้รับโอสถเร่งการฝึกฝนระดับSก่อนการบุกของสัตว์อสูรทะเลเราคงจะสามารถทะลวงระดับทองคำม่วงได้อย่างไม่มีปัญหา”

       เพราะโอสถเร่งการฝึกฝนที่ได้รับจากลีน่าทำให้ในหนึ่งเดือนที่ผ่านมาไผ่สามารถก้าวมาถึงระดับทองขั้นกลางแล้ว

       สำหรับไผ่ถือว่าช้ามาแต่จะว่าไม่ได้เพราะไผ่นั้นให้ความสำคัญกับน้องทั้งสองของเขามาก ซึ่งไผ่จะใช้เวลาฝึกฝนแค่ตอนกลางคืนเท่านั้นส่วนตอนกลางวันไผ่จะอยู่เล่นเป็นเพื่อนน้องของเขาตลอดจึงทำให้ก้าวหน้าช้ามาก

       ไผ่เดินออกจากห้องลับตรงไปยังโถงด้านหลังที่อยู่ติดกับห้องโถงที่ตั้งประตูมิติดินแดนลึกลับหลังคฤหาสน์ ทุกครั้งที่จะมีการประชุมกันมักจะใช้ห้องนั่งเล่นซึ่งมันดูไม่เหมาะสมไผ่จึงสั่งให้มีการสร้างห้องโถงแห่งนี้ขึ้นมาสำหรับประชุมปรึกษากันโดยเฉพาะ

       เมื่อไผ่เดินมาถึงทั้ง37คนก็มานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ทุกคนต่างลุกขึ้นทำความเคารพเมื่อเห็นไผ่เดินเข้ามา “นั่งเถอะ” ไผ่เอยเบา ๆ

       “ทุกคนดูจะก้าวหน้าขึ้นไม่น้อยเลยนะ”ไผ่กวาดตามองทุกคนแล้วยิ้มออกมา

       “เรื่องโอสถที่นายน้อยสั่งให้ไปหาซื้อมาผมสามารถซื้อโอสถเร่งการฝึกฝนระดับSได้มาสิบเม็ดครับ ที่เหลือเป็นระดับAทั้งหมดอีกสามสิบเม็ด”มงคลรายงานไผ่ด้วยรอยยิ้ม

       ครั้งนี้เขาไปซื้อข้อมูลจากหอข้อมูลจึงสามารถไปซื้อโอสถเหล่านี้จากตระกูลเย่ถึงเมืองหยวนเทียนที่ประเทศจีน ถึงแม้ว่าโอสถเหล่านี้จะมีราคาแพงมากกว่าปกติแต่คำสั่งของไผ่คือไม่สนราคาแค่เอามาให้ได้ก็พอจึงทำให้มงคลซื้อมาจำนวนมาก

       “ดีทุกคนจะได้ใช้สงครามกับสัตว์อสูรทะเลที่จะเกิดขึ้นนี้ทะลวงระดับ”ไผ่พูดอย่างมีความสุข 

       ทุกคนในห้องนี้ต่างก็มาถึงคอขวดกันแล้วถ้ามีโอสถและผ่านการต่อสู้อย่าดุเดือนพวกเขาก็อาจจะทะลวงระดับได้อย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาจะมีระดับดาราเพิ่มขึ้นอีกมากถ้าโชคดีเพชรกับพลอยอาจทะลวงระดับตะวันได้เลย

       เมื่อมีระดับตะวันอยู่ในตระกูลถึงเวลานั้นในเมืองทะเลครามแห่งนี้ก็คงไม่จำเป็นต้องกลัวใครอีกแล้ว

       “แล้วความเคลื่อนไหวของสัตว์อสูรทะเลเป็นยังไงบ้าง”ไผ่มองไปทางพงษ์แล้วถาม ซึ่งพงษ์เป็นคนรับหน้าที่ค่อยติดตามและหาข้อมูลต่าง ๆ ที่สำคัญและอาจเป็นอันตรายกับพวกเขา

       “เมื่อสามวันก่อนสามีของเหมยอิงและผู้ติดตามระดับจันทราเกือบสิบคนและระดับดาราอีกหนึ่งคนกลับมาพร้อมกับอาการบาดเจ็บสาหัส หลังจากนั้นตามเกาะต่าง ๆ  ได้มีสัตว์อสูรเพิ่มจำนวนมากขึ้น ในทะเลใกล้กับเมืองของเราเองสัตว์อสูรก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นกว่าเดิมหลายสิบเท่าเช่นกันตอนนี้ไม่มีใครกล้าเข้าไปในทะเลเพื่อล่าสัตว์อสูรทะเลแล้วครับ”พงษ์ตอบกลับด้วยความเคารพ

       แม้ว่าไผ่จะเคยบอกพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ไปแล้วแต่เมื่อถึงเวลาและได้รับการยืนยันพวกเขาก็ยังตกตะลึงอยู่ดี ถึงแม้ว่าไผ่จะแสดงให้พวกเขาเห็นแล้วว่าเหมือนรู้อนาคตและสามารถคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแม่นยำมาหลายครั้งแต่พวกเขาก็ยังไม่ชิ้นกับสิ่งเหล่านี้สักทีเพราะมันน่าตกใจเกินไป

       ตั้งแต่โลกเปลี่ยนแปลงมาจนถึงทุกวันนี้พวกเขายังไม่เคยได้ยินเลยว่ามีใครที่มีทักษาที่สามารถมองเห็นอนาคตได้

       คนทั้งหมดต่างมองไปที่ไผ่ด้วยแววตาเคารพนับถืออย่างถึงที่สุด พวกเขาทุกคนรู้ดีว่าการติดตามนายน้อยชีวิตของพวกเขาจะไร้ที่สิ้นสุด

       “ใกล้ถึงเวลาแล้วสินะพวกเราจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม เมฆกับฟ้าผมคงจะต้องฝากอาทิต์กับน้ำดูแลด้วย”ไผ่หันไปพูดกับทั้งสองคน ถึงจะรู้ว่าสัตว์อสูรไม่มีทางบุกเข้ามาในเมืองได้แต่ไผ่ก็ยังคงอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี

       “นายน้อยไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราจะดูแลนายน้อยรองกับคุณหนูให้ดีเอง”อาทิตย์ตอบกลับอย่างจริงจัง ด้วยความน่ารักของฟ้าและการพยายามทำตัวเลียนแบบไผ่ของเมฆเนื่องจากมีไผ่เป็นแบบอย่างทำให้ทั้งสองคนกลายเป็นที่รักและเอ็นดูของทุกคนในตระกูล

       “แยกย้ายกันไปเตรียมตัวเถอะคาดว่าอีกไม่เกินสามวันพวกมันก็คงจะเริ่มบุกเมืองของเรากันแล้ว”ไผ่เอยสั่งทุกคนพร้อมกับลุกขึ้นเดินกลับคฤหาสน์แล้วตรงไปยังห้องเล่นเกมทันที

       “พี่เมฆมาช่วยหนูเร็วสิหนูโดนพวกมันรุมอยู่เนี่ย”เมื่อไผ่เดินมาถึงหน้าห้องก็ได้ยินเสียงโว้ยวายของฟ้าดังขึ้น

       “รอก่อนพี่ก็โดนพวกมันรุมเหมือนกันเอาไว้พี่ฆ่าพวกมันหมดก่อนจะรีบไปช่วย”เสียเมฆตอบกลับอย่างเร่งรีบทำให้ไผ่อดไม่ได้ที่จะยิ้ม

       ไผ่ยังไม่รีบเดินเข้าไปทำเพียงแค่ยืนรออยู่หน้าห้องและค่อยฟังเสียงน้องของเขาพูดคุยและโว้ยวายอย่างมีความสุข

       เมื่อเห็นว่าเกมจบแล้วและทั้งสองคนก็ตายทำให้ไผ่เปิดประตูแล้วเดินเข้าไปพร้อมกับพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “เล่นอะไรกันอยู่เด็ก ๆ พี่เล่นด้วยคนได้ไหม”

       “เย้! พี่มาแล้วพี่รีบมาช่วยหนูเร็วหนูสู้พวกมันไม่ได้เลย พี่เมฆก็ไม่ได้เรื่องไม่ยอมช่วยหนูเลยสักครั้ง”เมื่อฟ้าได้ยินเสียงไผ่จึงรีบกระโดดลงจากเก้าอี้แล้ววิ่งมากอดไผ่พร้อมกับฟ้องไม่หยุด

       “ฟ้านั้นแหละอ่อนเองชอบวิ่งไปสู้คนเดียว ตัวเองยังไม่เก่งไปคนเดียวก็แพ้สิ”เมฆไม่ยอมแพงรีบบ่นออกมา

       “พี่เมฆนั้นแหละ”ฟ้าเองก็ไม่ยอมเหมือนกัน

        “ฮ่า ฮ่า ฮ่า มาเดียวพี่ช่วยคราวนี้แหละเราจะจัดการทุกคนเลย”ไผ่หัวเราะเสียงดังแล้วนั่งลงเก้าอี้ข้าง ๆ แล้วพูดขึ้น

       “มีพี่ไผ่มาช่วยเราต้องชนะแน่”ฟ้ารีบไปนั่งเก้าอี้ของตัวเอง

       “อือ ชนะแน่นอนพี่ไผ่เก่งที่สุด”เมฆที่มีไผ่เป็นแบบอย่างรีบพยักหน้าเห็นด้วย

       หลังจากนั้นทั้งสามคนก็ใช้เวลาเล่นเกมแล้วหัวเราะกันเสียงดังอย่างสนุกสนาน.