ผ่านไปอีกหนึ่งเดือนไผ่เดินออกมาจากห้องลับใต้ดินด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า “ใช้เวลาตั้งหนึ่งเดือนแต่กลับเติมพลังให้กับลูกแก้วพลังได้เพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ถ้าสามารถได้รับโอสถเร่งการฝึกฝนระดับSก่อนการบุกของสัตว์อสูรทะเลเราคงจะสามารถทะลวงระดับทองคำม่วงได้อย่างไม่มีปัญหา”
เพราะโอสถเร่งการฝึกฝนที่ได้รับจากลีน่าทำให้ในหนึ่งเดือนที่ผ่านมาไผ่สามารถก้าวมาถึงระดับทองขั้นกลางแล้ว
สำหรับไผ่ถือว่าช้ามาแต่จะว่าไม่ได้เพราะไผ่นั้นให้ความสำคัญกับน้องทั้งสองของเขามาก ซึ่งไผ่จะใช้เวลาฝึกฝนแค่ตอนกลางคืนเท่านั้นส่วนตอนกลางวันไผ่จะอยู่เล่นเป็นเพื่อนน้องของเขาตลอดจึงทำให้ก้าวหน้าช้ามาก
ไผ่เดินออกจากห้องลับตรงไปยังโถงด้านหลังที่อยู่ติดกับห้องโถงที่ตั้งประตูมิติดินแดนลึกลับหลังคฤหาสน์ ทุกครั้งที่จะมีการประชุมกันมักจะใช้ห้องนั่งเล่นซึ่งมันดูไม่เหมาะสมไผ่จึงสั่งให้มีการสร้างห้องโถงแห่งนี้ขึ้นมาสำหรับประชุมปรึกษากันโดยเฉพาะ
เมื่อไผ่เดินมาถึงทั้ง37คนก็มานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ทุกคนต่างลุกขึ้นทำความเคารพเมื่อเห็นไผ่เดินเข้ามา “นั่งเถอะ” ไผ่เอยเบา ๆ
“ทุกคนดูจะก้าวหน้าขึ้นไม่น้อยเลยนะ”ไผ่กวาดตามองทุกคนแล้วยิ้มออกมา
“เรื่องโอสถที่นายน้อยสั่งให้ไปหาซื้อมาผมสามารถซื้อโอสถเร่งการฝึกฝนระดับSได้มาสิบเม็ดครับ ที่เหลือเป็นระดับAทั้งหมดอีกสามสิบเม็ด”มงคลรายงานไผ่ด้วยรอยยิ้ม
ครั้งนี้เขาไปซื้อข้อมูลจากหอข้อมูลจึงสามารถไปซื้อโอสถเหล่านี้จากตระกูลเย่ถึงเมืองหยวนเทียนที่ประเทศจีน ถึงแม้ว่าโอสถเหล่านี้จะมีราคาแพงมากกว่าปกติแต่คำสั่งของไผ่คือไม่สนราคาแค่เอามาให้ได้ก็พอจึงทำให้มงคลซื้อมาจำนวนมาก
“ดีทุกคนจะได้ใช้สงครามกับสัตว์อสูรทะเลที่จะเกิดขึ้นนี้ทะลวงระดับ”ไผ่พูดอย่างมีความสุข
ทุกคนในห้องนี้ต่างก็มาถึงคอขวดกันแล้วถ้ามีโอสถและผ่านการต่อสู้อย่าดุเดือนพวกเขาก็อาจจะทะลวงระดับได้อย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาจะมีระดับดาราเพิ่มขึ้นอีกมากถ้าโชคดีเพชรกับพลอยอาจทะลวงระดับตะวันได้เลย
เมื่อมีระดับตะวันอยู่ในตระกูลถึงเวลานั้นในเมืองทะเลครามแห่งนี้ก็คงไม่จำเป็นต้องกลัวใครอีกแล้ว
“แล้วความเคลื่อนไหวของสัตว์อสูรทะเลเป็นยังไงบ้าง”ไผ่มองไปทางพงษ์แล้วถาม ซึ่งพงษ์เป็นคนรับหน้าที่ค่อยติดตามและหาข้อมูลต่าง ๆ ที่สำคัญและอาจเป็นอันตรายกับพวกเขา
“เมื่อสามวันก่อนสามีของเหมยอิงและผู้ติดตามระดับจันทราเกือบสิบคนและระดับดาราอีกหนึ่งคนกลับมาพร้อมกับอาการบาดเจ็บสาหัส หลังจากนั้นตามเกาะต่าง ๆ ได้มีสัตว์อสูรเพิ่มจำนวนมากขึ้น ในทะเลใกล้กับเมืองของเราเองสัตว์อสูรก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นกว่าเดิมหลายสิบเท่าเช่นกันตอนนี้ไม่มีใครกล้าเข้าไปในทะเลเพื่อล่าสัตว์อสูรทะเลแล้วครับ”พงษ์ตอบกลับด้วยความเคารพ
แม้ว่าไผ่จะเคยบอกพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ไปแล้วแต่เมื่อถึงเวลาและได้รับการยืนยันพวกเขาก็ยังตกตะลึงอยู่ดี ถึงแม้ว่าไผ่จะแสดงให้พวกเขาเห็นแล้วว่าเหมือนรู้อนาคตและสามารถคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแม่นยำมาหลายครั้งแต่พวกเขาก็ยังไม่ชิ้นกับสิ่งเหล่านี้สักทีเพราะมันน่าตกใจเกินไป
ตั้งแต่โลกเปลี่ยนแปลงมาจนถึงทุกวันนี้พวกเขายังไม่เคยได้ยินเลยว่ามีใครที่มีทักษาที่สามารถมองเห็นอนาคตได้
คนทั้งหมดต่างมองไปที่ไผ่ด้วยแววตาเคารพนับถืออย่างถึงที่สุด พวกเขาทุกคนรู้ดีว่าการติดตามนายน้อยชีวิตของพวกเขาจะไร้ที่สิ้นสุด
“ใกล้ถึงเวลาแล้วสินะพวกเราจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม เมฆกับฟ้าผมคงจะต้องฝากอาทิต์กับน้ำดูแลด้วย”ไผ่หันไปพูดกับทั้งสองคน ถึงจะรู้ว่าสัตว์อสูรไม่มีทางบุกเข้ามาในเมืองได้แต่ไผ่ก็ยังคงอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี
“นายน้อยไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราจะดูแลนายน้อยรองกับคุณหนูให้ดีเอง”อาทิตย์ตอบกลับอย่างจริงจัง ด้วยความน่ารักของฟ้าและการพยายามทำตัวเลียนแบบไผ่ของเมฆเนื่องจากมีไผ่เป็นแบบอย่างทำให้ทั้งสองคนกลายเป็นที่รักและเอ็นดูของทุกคนในตระกูล
“แยกย้ายกันไปเตรียมตัวเถอะคาดว่าอีกไม่เกินสามวันพวกมันก็คงจะเริ่มบุกเมืองของเรากันแล้ว”ไผ่เอยสั่งทุกคนพร้อมกับลุกขึ้นเดินกลับคฤหาสน์แล้วตรงไปยังห้องเล่นเกมทันที
“พี่เมฆมาช่วยหนูเร็วสิหนูโดนพวกมันรุมอยู่เนี่ย”เมื่อไผ่เดินมาถึงหน้าห้องก็ได้ยินเสียงโว้ยวายของฟ้าดังขึ้น
“รอก่อนพี่ก็โดนพวกมันรุมเหมือนกันเอาไว้พี่ฆ่าพวกมันหมดก่อนจะรีบไปช่วย”เสียเมฆตอบกลับอย่างเร่งรีบทำให้ไผ่อดไม่ได้ที่จะยิ้ม
ไผ่ยังไม่รีบเดินเข้าไปทำเพียงแค่ยืนรออยู่หน้าห้องและค่อยฟังเสียงน้องของเขาพูดคุยและโว้ยวายอย่างมีความสุข
เมื่อเห็นว่าเกมจบแล้วและทั้งสองคนก็ตายทำให้ไผ่เปิดประตูแล้วเดินเข้าไปพร้อมกับพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “เล่นอะไรกันอยู่เด็ก ๆ พี่เล่นด้วยคนได้ไหม”
“เย้! พี่มาแล้วพี่รีบมาช่วยหนูเร็วหนูสู้พวกมันไม่ได้เลย พี่เมฆก็ไม่ได้เรื่องไม่ยอมช่วยหนูเลยสักครั้ง”เมื่อฟ้าได้ยินเสียงไผ่จึงรีบกระโดดลงจากเก้าอี้แล้ววิ่งมากอดไผ่พร้อมกับฟ้องไม่หยุด
“ฟ้านั้นแหละอ่อนเองชอบวิ่งไปสู้คนเดียว ตัวเองยังไม่เก่งไปคนเดียวก็แพ้สิ”เมฆไม่ยอมแพงรีบบ่นออกมา
“พี่เมฆนั้นแหละ”ฟ้าเองก็ไม่ยอมเหมือนกัน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า มาเดียวพี่ช่วยคราวนี้แหละเราจะจัดการทุกคนเลย”ไผ่หัวเราะเสียงดังแล้วนั่งลงเก้าอี้ข้าง ๆ แล้วพูดขึ้น
“มีพี่ไผ่มาช่วยเราต้องชนะแน่”ฟ้ารีบไปนั่งเก้าอี้ของตัวเอง
“อือ ชนะแน่นอนพี่ไผ่เก่งที่สุด”เมฆที่มีไผ่เป็นแบบอย่างรีบพยักหน้าเห็นด้วย
หลังจากนั้นทั้งสามคนก็ใช้เวลาเล่นเกมแล้วหัวเราะกันเสียงดังอย่างสนุกสนาน.